หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเดนมาร์กที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ 15 ก.ย.


เดนมาร์กได้ว่าที่นายกฯหญิงคนแรก

พรรคฝ่ายซ้ายเดนมาร์กชนะเลือกตั้ง ส่งผู้นำฝ่ายค้าน เฮลเล ทอร์นนิง ชมิดต์ เป็นว่าที่นายกฯหญิงคนแรก เขี่ยพรรครัฐบาลแนวขวา ตกจากอำนาจหลังครองมานานสิบปี

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเดนม
าร์กที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ 15 ก.ย. และการตรวจนับคะแนนเสร็จสิ้น ปรากฎว่า พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายภายใต้การ นำของนางเฮลเล ทอร์นนิง ชมิดต์ ผู้นำพรรคโซเชียล เดโมแครต วัย 44 ปี จะกวาด 89 ที่นั่งในสภา 179 ที่นั่ง และพันธมิตรกลาง-ขวา ภายใต้นายกรัฐมนตรีลาร์ส ลูเก ราสมุสเซน ได้ 86 ที่นั่ง ทำให้พรรคฝ่ายค้านชนะเลือกตั้ง แต่ด้วยคะแนนเสียงเกินกึงหนึ่งไม่มากนัก
รูปภาพ
คำพยากรณ์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
http://muzaxi.blogspot.com/2010/10/blog-post.html

รูปภาพ

เมื่อ หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ทรราชฟันนํัานมผู้มีฉายาฆาตกร ๙๑ ศพก็วิ่งเข้าหาพระ ประเภทที่เป็น แพะนอกศาสนา เพื่อให้กำลังใจ โดยคำพูดเลวๆชั่วๆ ถ้าเป็นพระที่ดีมีศิลธรรมก็คงไม่พูดเช่นนั้น

นายอภิสิทธิ์ นายกฯเงา พร้อมด้วย รมต.เงา และคณะผู้บริหารพรรคแมงสาป ได้ร่วมกัน"ขยัน"เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่ จ.สิงห์บุรี และได้เข้านมัสการพระธรรมสิงหบูราจารย์(หรือหลวงปู่่จรัญ ฐิตธมฺโม)ที่วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี

หลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธ ศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

1.อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
2.อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
3.อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
4.อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
5.อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
6.อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
7.อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
8.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
9.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
10.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

ปัจจุบัน แนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อน ได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว

5 ปีรัฐประหาร 5 ปี 19 กันยายน 2549 "รุก" ยัน "รับ"


ถึงแม้สื่อกระแสหลักยังไม่ให้ความสนใจต่อวาระครบ 5 ปี ของรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มากนัก

แต่บรรยากาศในหมู่ ปัญญาชน นักวิชาการ และในหมู่ คนเสื้อแดง คึกคักอย่างยิ่ง

ตรงกันข้าม ไม่มีการเคลื่อนไหวจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้มีบทบาทเป็นอย่างสูงในการยึดอำนาจ โค่นรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

แม้กระทั่ง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ก็เงียบ

แม้กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็เงียบ

ยิ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้เสพเสวยผลพวงจากการรัฐประหารด้วยตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ยิ่งเงียบ

เงียบเหมือน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช.

ความ จริง ผู้มีบทบาทในการทำรัฐประหารกระทั่งสามารถโค่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงได้ภายในชั่วข้ามคืนน่าจะร่วมกันเฉลิมฉลองชัยชนะ ประกาศความสำเร็จ แสดงความยินดีเปิดแชมเปญ

ตรงกันข้าม คนที่ออกมาเคลื่อนไหวกลับเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการรัฐประหาร

นี่ย่อมแปลกอย่างประหลาดยิ่ง

ถามว่า "เป้าหมาย" ของสถานการณ์ก่อนและภายหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 คืออะไร

ตอบได้ว่า คือ โค่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

สรุปตามสำนวนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องว่า คือ โค่นระบอบทักษิณ

กองหน้าในการเคลื่อนไหวนี้คือ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย

แนวร่วม ส่วนหนึ่ง เป็นกลุ่มอำนาจอันเรียกว่า "อำมาตยาธิปไตย"

กลุ่ม นี้เป็นทั้งบรรดาคนชั้นสูงซึ่งเคยมีตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งทางราชการในระดับหัวกะทิ บางส่วนมีสถานะทางสังคม บางส่วนเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่

ขณะเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นปัญญาชน นักวิชาการ เป็นนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน

บาง คนเคยมีบทบาทในการเคลื่อนไหวตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2516 บางคนเคยมีบทบาทอย่างสำคัญในขบวนการฝ่ายซ้าย บางคนเป็นถึงกรรมการบริหารกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ด้วยซ้ำ

เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปูทางสร้างเงื่อนไขได้ควรแก่เวลา กองทัพก็นำกำลังออกมาประกาศยึดอำนาจ

เป็นการยึดอำนาจโดยประสานกับขบวนการตุลาการภิวัฒน์

ผ่าน มา 5 ปี อาจสรุปได้ว่าขบวนการ รัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 สามารถโค่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกจากอำนาจได้ในระดับที่แน่นอนหนึ่ง

แต่ยังมิอาจสยบให้ศิโรราบได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

รูปธรรม 1 คือ ชัยชนะที่พรรคพลังประชาชนได้มาในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนธันวาคม 2550

แต่ชัยชนะนี้ก็ไม่ยืนยาวเดือนธันวาคม 2551 ก็ถูกโค่นอีก

รูปธรรม 1 คือ ชัยชนะที่พรรคเพื่อไทยได้มาในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 เป็นชัยชนะที่ถล่มทลายมากยิ่งกว่าที่เคยได้มาในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ เดือนธันวาคม 2550

พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล โดย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

2 ปรากฏการณ์จากการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550 และจากการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม 2554 ยืนยันถึงการดำรงอยู่ ของอิทธิพลทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันถึงการดำรงอยู่ของระบอบทักษิณ

เป็นการดำรงอยู่ภายใต้ร่มเงาของรัฐธรรม นูญ พ.ศ.2550 อันเป็นผลผลิตจากการรัฐประหาร

เป็น การดำรงอยู่ภายใต้โครงสร้างของ กองทัพซึ่ง ผบ.เหล่าทัพเติบใหญ่มาจากการมีส่วนร่วมในการรัฐประหาร และการมีส่วนร่วมในการค้ำยันรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

การดำรงอยู่ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเป็นการดำรงอยู่บนความไม่แน่นอน

ความไม่แน่นอนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือเงาสะท้อนแห่งอิทธิพลจากการรัฐประหาร

แม้ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีอำนาจทางการเมือง แต่ก็ยังไม่ได้ครองอำนาจเหนือ "กลไกอำนาจรัฐ" อย่างเป็นจริง ทั้ง 2 ฝ่ายจึงอยู่ในลักษณะยัน ผลัดกันรุก ผลักกันรับ


วาทกรรม "ปรองดอง" จึงเสมอเป็นเพียง "น้ำยาบ้วนปาก" ในทางการเมือง
Red Shirt Village welcome the United States Ambassador 

รูปภาพ

รูปภาพ


ไทยรัฐ 16 ก.ย.54 ฝ่ายการเมืองสถานทูตสหรัฐ นางเจสสิก้า สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง สถานเอกอัครราชทูตอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ด้านภาษา (ล่าม) เดินสายพบแดงอุดรฯ รับฟังข้อมูลต่างๆ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลทางด้านการเมืองของประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ชี้ ไม่ได้มุ่งแค่อุดรฯ แต่พร้อมเดินสายไปหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วประเทศ...

http://www.youtube.com/watch?v=ZSDKha3XeiU&feature=player_embedded#!

http://www.thairath.co.th/content/region/202076

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

ถาม-ตอบ ความปั่นป่วน ทางการเงินโลก รอบล่าสุด 

โดย เกษียร เตชะพีระ 

ใน บรรดาองค์การโลกบาลทางเศรษฐกิจ หน่วยงานเศรษฐกิจในกำกับสหประชาชาติแตกต่างจากไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกตรงที่ ไม่ยึดติดกรอบลัทธิเสรีนิยมใหม่/โลกาภิวัตน์ อีกทั้งไม่ค่อยเกรงอกเกรงใจรัฐบาล อภิมหาอำนาจและกลุ่มทุนการเงินวอลล์สตรีทเท่า

โดยเฉพาะสำนักงาน กิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Department of Economic and Social Affairs - UN DESA) ซึ่งเป็นเสาหลักในการส่งเสริม การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของยูเอ็น ไม่ว่าเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน, ประชากร, ป่าไม้, การประสานงานกับเอ็นจีโอ ฯลฯ

และมีนักเศรษฐศาสตร์ทวนกระแสชาวมาเลเซียชื่อดัง ศาสตราจารย์ Jomo Kwame Sundaram ไปทำงานประจำอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการทั่วไปแห่งสหประชาชาติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจนับแต่ปี ค.ศ.2005 เป็นต้นมา

เมื่อ เร็วๆ นี้ แผนกนโยบายและวิเคราะห์การพัฒนา (Development Policy and Analysis Division) ในสังกัด UN DESA - ซึ่งเป็นแผนกวิจัยการพัฒนาหลักของสำนักเลขาธิการสหประชาชาติ ทำหน้าที่ติดตามวิเคราะห์ แนวโน้มและลู่ทางความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งสรุปเสนอแนะแนวทางประสานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของนานาประเทศ-ได้ออกบท วิเคราะห์ในรูปปุจฉา-วิสัชนาเกี่ยวกับความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเงินโลก ปัจจุบันที่มีเนื้อหากว้างขวางครอบคลุมและชัดเจนเป็นระบบ

ชื่อ "What to make of the recent global financial turmoil?" (ความปั่นป่วนทางการเงินโลกเมื่อเร็วๆ นี้ หมายความว่าอะไร?) ผมจึงใคร่ขอนำมาถ่ายทอดต่อดังนี้

(http://www.un.org/en/development/desa/newsletter/2011/september/feature.shtml# fea2) :....... 


(อ่านต่อ) http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1315562339&grpid=&catid=02&subcatid=0207 

ไตรภูมิพระร่วง เป็นของสมัยอยุธยา, ธนบุรี, กรุงเทพฯ !?!

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ 

(ที่มา คอลัมน์สยามประเทศไทย หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 15 กันยายน 2554)
 
ไตรภูมิอยุธยา - สำเนาหนังสือไตรภูมิคัดลอกมาจากต้นฉบับ "ไตร่ยภูมพระมาไลย" จากหอสมุดแห่งชาติกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มภาษาและวรรณกรรม กรมศิลปากร นำมาแสดงเมื่อวันที่ 9 กันยายน ชี้เป็นหลักฐานสำคัญที่จะช่วยยืนยันว่าสมัยกรุงศรีอยุธยามีไตรภูมิ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ (ภาพและคำอธิบายจาก มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2554 หน้า 1)


รัฐ สุโขทัยไม่เคยมีหนังสือไตรภูมิ เพราะเล่มที่เรียกไตรภูมิพระร่วงไม่ใช่สำนวนเก่าแก่ แต่เป็นหนังสือแต่งสมัยหลัง เช่น ปลายอยุธยา, หรือไม่ก็ธนบุรี, กรุงเทพฯ........

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316085521&grpid=&catid=02&subcatid=0207

บรรษัทระดับโลกหวั่นมาตรการควบคุมเน็ตในไทย ทำธุรกิจชะงัก

เจมส์ ฮุกเวย์ ผู้สื่อข่าวเดอะวอลสตรีทเจอนัล รายงานความกังวลใจของบริษัทที่ประกอบธุรกิจออนไลน์ ต่อการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของไทย หวั่นชะลอการขยายตัวของธุรกิจ รายละเอียดมีดังนี้
---------
15 กันยายน 2554
กรุงเทพฯ – บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกส่งสัญญาณความกังวลต่อมาตรการควบคุมการจราจรทางอิน เทอร์เน็ตในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการประกาศใช้กฎหมายเฝ้าระวังอินเทอร์เน็ต โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปราบปรามการล่อลวงออนไลน์ และส่งเสริมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวกลับถูกใช้เพื่อสอดส่องเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเมืองใน เว็บไซต์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้แก่นักลงทุนและกลุ่มอุตสาหกรรมระดับโลกที่ดำเนิน กิจการในประเทศไทย อาทิ กูเกิล ยาฮู อีเบย์ ฯลฯ

อินเทอร์เน็ตมีอิทธิพลอย่างสำคัญในประเทศไทย ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นฮับการลงทุนนานาชาติ ปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากจับจ่ายของใช้ประจำวัน สั่งพิซซ่า และวิจารณ์การรัฐประหาร การจลาจล รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผ่านทางออนไลน์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ภาครัฐของไทยเชื่อว่า คนไทยบางส่วนล้ำเส้นและกระทำการละเมิดขอบเขตของกฎหมายที่ห้ามการวิพากษ์ วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และราชวงศ์อย่างเข้มงวด  โดยในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่าน นักวิเคราะห์และนักกิจกรรมซึ่งสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความเห็น กล่าวว่า มีการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้นอย่าง มาก

สำหรับภาคธุรกิจที่ดำเนินการด้านอินเทอร์เน็ตนั้น แสดงความวิตกกังวลเป็นพิเศษต่อกรณีที่ จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท กำลังเผชิญข้อกล่าวหาภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุผลว่า เธอลบข้อความที่ไม่เหมาะสมออกจากกระดานการสนทนาสาธารณะช้าเกินไป หากศาลมีคำพิพากษาโดยมิให้มีการอุทธรณ์ จีรนุชอาจต้องจำคุกเป็นเวลากว่า 20 ปี
 
(อ่านต่อ)

http://www.prachatai.com/journal/2011/09/36956