หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

รวมคลิป เสวนา 5 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.

โดย tammpa

ที่มา เว็บบอร์ดอิสระชน
18 กันยายน 2554


เวลา 13.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ มีการจัดงานเสวนา 5 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 หัวข้อ “เผด็จการ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง” จัดขึ้นโดยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เพื่อรำลึกการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่ทำให้มีผู้ บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยต้องการปลุกสำนึก ตื่นรู้ และป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีก ซึ่งบรรยากาศภายในงานนี้มีสมาชิกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ(นปช.) คนเสื้อแดง
และผู้ที่สนใจจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมร้องเพลงสังสรรค์ปลุกใจสู้ ก่อนเข้าสู่งานเสวนา


วิทยากรประกอบด้วย


- ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย
- รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
- พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช
- นายกันต์ นาคามดี
- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (โฟนอิน)


คลิปงานทั้งหมด(จากทีมงานม้าเร็ว)
http://www.youtube.com/watch?v=ixs3GjHCYBo&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=uWZCz2lrlao&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=iqrAGTrbBL8&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=vMgMdSaht0A&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=nhZV9tTMbVI&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=37kshFhiA_M&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=F1SER90J7Yc&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=S2vYpUfKvPo&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=hw04ipVe0oc&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=wIdLMRJr7to&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=XZulJk5NVYU&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=3DWMaUVJ1co&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=9YjBN2MUCIk&feature=player_embedded


http://www.youtube.com/watch?v=DGQkyiiLqRw&feature=player_embedded




สนับสนุนกิจกรรมนักข่าวอิสระได้ที่ ธนาคารกรุงไทย (ออมทรัพย์) เลขที่ 033-0-22697-5 ชื่อ บ/ช ปัญญา
ชุมนุมครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 18-09-54

จตุพร ชุมนุมครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 18-09-54
http://www.youtube.com/watch?v=2EBIHKMhrUU&feature=player_embedded#!

ณัฐวุฒิ ชุมนุมครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 18 09 54 http://www.youtube.com/watch?v=QsQcVr4MAAc&feature=related 
 การ์ตูนเซีย 19/09/54 บันไดอำนาจวันนี้..ครบ 5 ปีการทำรัฐประหาร

รูปภาพ

ห้าปี..รัฐประหาร ใคร..ผลาญชาติ
ใคร..อุบาทว์ ใคร..ครอบครอง สนองตัณหา
ใคร..กดขี่ คนไทย ใต้บาทา
ใคร..ชั่วช้า คิดผูกขาด อำนาจตน....

ประเทศนี้ อ้างว้าง ใคร..สร้างบาป
กลายเป็นภาพ ใคร..ทำดี ที่สับสน
ใคร..ปลิ้นปล้อน ซ่อนความจริง ยิ่งวกวน
ใคร..หลอกคน ให้ชมชอบ หวังตอบแทน....

ผ่านปีแล้ว ปีเล่า ใคร.."เขา"..ปล้น
ใคร..ปี้ป่น ใคร..ทุกข์ยาก ลำบากแสน
ใคร..ย่อยย่อบ ใคร..อนาถ ใคร..ขาดแคลน
ทุกเขตแดน ใคร..แบ่งสี ทวีคูณ....

ครบห้าปี พวกริยำ..ทำรัฐประหาร
ความสามานย์ สร้างไว้ ไม่สิ้นสูญ
คิด-ทำเลว ต่อเติม ให้เพิ่มพูน
คนอาดูร คือเพื่อนพ้อง พี่น้องไทย....

๑๙ กันยา เวียนมาอีก
จะไม่หลีก พวกอัปรีย์ หนีไปไหน
ขอพวกเรา จงพร้อม หล่อหลอมใจ
ไว้อาลัย อำนาจทราม..ตามกล่าวมา....

๓ บลา / ๑๙ ก.ย.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

19 กันยานี้ ทำไม

สนธิ บุญยรัตกลิน และประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงลอยนวล?

ใจ อึ๊งภากรณ์

วันครบรอบห้าปีรัฐประหาร ๑๙ กันยา ควรเป็นวันที่มีการนำนาย สนธิ บุญยรัตกลิน มาขึ้นศาลในข้อหากบฏต่อประชาชนและล้มล้างรัฐธรรมนูญ และควรเป็นวันที่มีการนำนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นศาลในฐานะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า แต่ประเทศไทยขาดความเสมอภาค ความเป็นธรรม และเสรีภาพ และขาดรัฐบาลที่เคารพประชาชนเสื้อแดง สิ่งเหล่านี้จึงไม่เกิด

     ลัทธิหรือปรัชญา “ความเสมอภาค” เป็นอาวุธทางความคิดที่สำคัญที่สุดในการทำลายลัทธิอภิสิทธิ์ชนของอำมาตย์ ที่เป็นฐานรับรองความย่ำแย่ของสังคมเรามานาน

     อำมาตย์ทำรัฐประหารเพราะมองว่าพลเมืองส่วนใหญ่ “ต่ำและโง่เกินไป” “ไม่ควรมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกรัฐบาล” อำมาตย์เกลียดชังการที่รัฐบาลไทยรักไทยในอดีตนำภาษีประชาชนมาบริการประชาชน เช่นในระบบสาธารณะสุข เพราะอำมาตย์อยากเอาเงินภาษีพลเมืองมาใส่กระเป๋าของตนเอง มาเชิดชูตนเอง  หรือซื้อเครื่องบินราคาเป็นล้านให้ตัวเองนั่ง อำมาตย์เกลียดระบบรัฐสวัสดิการและประมุขของเขาได้เคยพูดไว้เป็นหลักฐานด้วย เขาชอบให้คนจนพอเพียงกับความจน ไม่อยากให้มีการกระจายรายได้ ดังนั้นเราต้องรณรงค์ให้มีรัฐสวัสดิการและการกระจายรายได้ ภายใต้แนวคิด “ความเสมอภาค”

     อำมาตย์อยากให้เราใช้ภาษาพิเศษกับประมุขตัวแทนของเขา ชื่อประมุขก็แปลกๆยาวๆ เพื่อไม่ให้ดูเท่าเทียมกับเรา เวลาเราไปหาก็ต้องคลานเหมือนสัตว์ นิยายอำมาตย์อ้างว่าเขาเหนือมนุษย์ธรรมดาเพราะเก่งทุกอย่าง นี่คือลัทธิที่ค้ำจุนความเหลื่อมล้ำในสังคม

     ลัทธิความคิดเสมอภาคจะทำลายข้ออ้างและการสร้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหาร หรือการแทรกแซงการเมืองของทหาร เพราะทหารเกาะหลังกษัตริย์ และใช้กษัตริย์และลัทธิความวิเศษของกษัตริย์เป็นเครื่องมือเสมอ และใครที่เอ่ยถึงเรื่องนี้จะโดน 112

     ลัทธิความเสมอภาคในระบบประชาธิปไตยแท้ ยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่มีใครต่ำ ไม่มีใครสูง ไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ ทุกคนถูกติชมได้ ทุกคนต้องทำงานถ้ามีโอกาสหรือมีปัญญาพอ ทุกคนต้องเสียภาษี และที่สำคัญ ลัทธิเสมอภาคและประชาธิปไตยแท้ เสนอว่าพลเมืองทุกคนมีวุฒิภาวะที่จะปกครองตนเองและเลือกผู้แทนของตนเองอย่างเสรี ดังนั้นการทำรัฐประหาร การขัดขวางประชาธิปไตย และการมีคนถือตำแหน่งสาธารณะโดยไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรี ย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การสืบทอดสายเลือดอาจทำให้เรามีหน้าตาเหมือนพ่อแม่ปู่ย่าตายายเราได้ แต่มันไม่ใช่สาเหตุที่จะดำรงตำแหน่งพิเศษในสังคม

     ลัทธิหรือปรัชญาความเท่าเทียม และประชาธิปไตยแท้ เป็นสิ่งเดียวกับ “สังคมนิยม” เพราะสังคมนิยมเป็นระบบที่คนรากหญ้าต้องสร้างเอง เพื่อให้ทุกกิจกรรมในสังคมตอบสนองความต้องการ และเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน แต่สำหรับคนที่ยังงมงายในกลไกตลาดเสรี และแนวเสรีนิยมว่ามันจะนำไปสู่เสรีภาพหรือประชาธิปไตยได้ ผมขอย้ำว่าอำมาตย์ คมช. และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ล้วนแต่ต่อต้านประชาธิปไตย เป็นพวกที่คลั่งกลไกตลาดเสรี และนักวิชาการเสรีนิยมทั้งหลายในไทย สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยาในอดีต แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ กลไกตลาดเสรี และลัทธิเสรีนิยมใหม่ มีผลในรูปธรรมในการสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพราะอาศัยปรัชญา “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” และนอกจากนั้นยังมองว่าเมื่อพวกนายธนาคารทำเศรษฐกิจพัง พวกเขา “มีสิทธิ์” ที่จะโยนภาระในการจ่ายหนี้ให้ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนจน โดยอ้างว่าเรา “ไม่มีสิทธิ์” ที่จะคัดค้านตลาดของเขาเลย เราเห็นปรากฏการณ์นี้ทั่วโลกในปัจจุบัน และในไทยสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง

     กลุ่มพลังหลักที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ประกอบไปด้วย กลุ่มที่ไม่พอใจกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกองทัพ หมู่ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่โกรธทักษิณ และปัญญาชนกับนักการเมืองเสรีนิยม การทำรัฐประหารได้รับความเห็นชอบจากกษัตริย์ด้วย เพราะกษัตริย์ภูมิพลไม่คัดค้าน และปล่อยให้ คณะทหารคมช.ติดผ้าเหลือง และถ่ายรูปการเข้าเฝ้าเพื่อกระจายให้ประชาชนดู กลุ่มพลังที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหารนี้มีจุดร่วมในการดูถูกและเกลียดชังคนจน สำหรับเขา การมีประชาธิปไตย “มากไป” ให้อำนาจ“มากเกินไป”กับคนจนที่จะลงคะแนนเสียง และส่งเสริมให้รัฐบาลใช้เงินในการให้สวัสดิการและพัฒนาชีวิตของคนจน

     มวลชนเสื้อแดงที่ออกแรงเสียสละต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีของคนที่ถูกมองว่าเป็นไพร่หรือพลเมืองชั้นสอง เป็นผู้ที่ปกป้องวัฒนธรรมและประเพณีประชาธิปไตยในประเทศไทย และถ้าไม่มีเขา รัฐบาลพรรคเพื่อไทยของยิ่งลักษณ์จะไม่มีวันชนะการเลือกตั้งได้

     วันครบรอบห้าปีรัฐประหาร ๑๙ กันยา ควรเป็นวันที่มีการนำนาย สนธิ บุญยรัตกลิน มาขึ้นศาลในข้อหากบฏต่อประชาชนและล้มล้างรัฐธรรมนูญ และควรเป็นวันที่มีการนำนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นศาลในฐานะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าอีกด้วย

     แต่วันนี้เราเห็นปรากฏการณ์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มองว่าคนเสื้อแดงเป็นแค่ไพร่ หรือฝุ่นใต้ตีน เมื่อยิ่งลักษณ์ควงนายทหารมือเปื้อนเลือด ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปดูสภาพน้ำท่วมในต่างจังหวัด การกระทำนี้เป็นการก้มหัวให้อำนาจทหาร และฟื้นความชอบธรรมให้ทหารที่ไม่เคยเคารพประชาธิปไตย พร้อมกันนั้นเราเห็นรัฐมนตรีใหม่หลายคนออกมาปกป้องการใช้กฏหมาย 112 ที่เป็นเสาค้ำสำคัญเพื่อปกป้องทหาร กษัตริย์ เผด็จการ และความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

     นี่คือสาเหตุที่คนเสื้อแดง ในส่วนก้าวหน้า ที่ต้องการประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และความเป็นธรรม จะต้องรวมตัวกันให้เข้มแข็งและอิสระจากอำมาตย์และเพื่อไทย เพื่อเคลื่อนไหวต่อไป ภาระของเรายังไม่จบสิ้น

คอลัมพ์อัพเดท 5 ปีรัฐประหาร 5ปี 19 กันยายน 2549 รุก ยัน รับ 17 9 54

http://www.youtube.com/watch?v=q5HJUJ_U-zU&feature=player_embedded#!

ก่อนวันสิ้นอำนาจ 19 กันยา 3 คมดาบ 3 จุดอ่อน "ทักษิณ" ปมทุจริตและผรุสวาท "ผมจะฉิบหาย"







วาระ 9 สมัย 7 นายกรัฐมนตรี 18 ปีในโรงละครทำเนียบรัฐบาล "ดร.วิษณุ เครืองาม" สวมบท "เนติบริกร" ตั้งแต่ต้นจนถึงฉากจบในสมัยรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

เรื่องเล่าจากปลายปากกา "เนติบริกร" มีครบทุกรส ทั้งร้อนแรง โศกเศร้า เรืองอำนาจ ถึงวันที่หล่นจากเก้าอี้ของ 7 นายกรัฐมนตรี

1 ใน 7 นายกรัฐมนตรีที่มีสีสันในโลกของเนติบริกร คือ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"

"ดร.วิษณุ" เล่าไว้ในหนังสือ "เล่าเรื่องผู้นำ" ในช่วงขาลงของ "พ.ต.ท. ทักษิณ" ว่า

"ภาพ อันสดใส แปลกใหม่นั้น เริ่ม มี ผู้ชี้ให้เห็นความไม่ชอบมาพากลใน วิธีการ การมีผลประโยชน์แอบแฝงใน เป้าหมาย ความน่าเคลือบแคลงในธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และความไม่ระวัง สังวรในการคิด พูด ทำ หลักการบริหารแบบใหม่ ที่เคยถูกใจพระเดชพระคุณ ก็เริ่มเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ลง"

"ในระยะ หลัง 2545 ภายหลังการมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเกี่ยวกับการแจ้งบัญชี ทรัพย์สิน จนมี ผู้วิพากษ์วิจารณ์รุนแรงและต่อต้านคัดค้าน จากที่ท่านเคยทำอะไรก็ถูกหมด กลายเป็นผิดไปหมด แม้แฟนานุแฟนที่เหนียวแน่นยังคงมีอยู่ไม่น้อย"

"คนที่เคยรักกันชอบ กันและมีความหวังเต็มเปี่ยมในตัวท่าน หลายคนก็เริ่มลังเลและถอยห่างออกไป จนบางคนกลายเป็นปรปักษ์เสียด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวและทีมงานต้องคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ไม่ใช่เอาแต่โทษพวกอำมาตย์"

"ดร.วิษณุ" อ้างถึงความเห็นของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงจุดจบของอำนาจ "พ.ต.ท. ทักษิณ" ประกอบวรรณกรรม

นายอานันท์พูดถึงอดีตนายกฯทักษิณ ตอนหนึ่งว่า...

"เมื่อ คิดไปแล้วก็เป็นเรื่อง น่าเสียดาย เพราะเมื่อตอนที่เขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ผมเคยตั้งความหวังไว้สูงว่าเขาสามารถที่จะเป็นนักการเมืองคนสำคัญมาก ๆ ผู้ซึ่งสามารถนำประเทศชาติไปในทิศทางใหม่ และก็เป็นผู้ซึ่งสามารถผลักดันประชาธิปไตยในประเทศไทยให้ก้าวไกลไปอีก ทว่านับเป็นความโชคร้าย เขาดู จะถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์บางสิ่งบางอย่าง"

คมดาบของ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ในทัศนะ "ดร.วิษณุ" มี 3 คม 3 ดาบ ที่เป็นทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน

คม ดาบแรก ความเด็ดเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด และความเชื่อมั่นตัวเองของผู้นำที่สูงเกินไป ทำให้เกิดการมุ่งเอาชนะคะคาน เสียงทัดทาน และ ไม่เคยแคร์ใคร ข้างฝ่ายผู้ตามก็พา กันสนองนโยบายอย่างรวดเร็ว เอาหน้า หวังผลข้ามคืน บางทีก็เฉียบขาด โดยไม่สนใจกฎหมาย และความ ชอบธรรม

คมดาบที่สอง การต้องการผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรมและเดินหน้าไปได้ จำเป็นต้องมีนโยบายและการบริหารจัดการอย่างมีเทคนิค ได้แก่การชี้แจง ทำความเข้าใจ และอธิบาย เมื่อเจ้าของนโยบายใจเร็ว ใจร้อน ลงมาทำงานทุกระดับเสียเอง และดูเอาจริงเอาจังเหมือนมีอะไรในใจ จึงต้องแบบภาระรับผิดชอบแต่ผู้เดียว และมีโอกาสพลาดพลั้งได้ง่าย โดยไม่มีผู้อื่นมาแก้ตัวแทน

ดาบคมนี้เป็นอันตรายต่อ "พ.ต.ท. ทักษิณ" อยู่มาก และยาวนาน

ดร.วิษณุ สรุปจากประสบการณ์ว่า การพูดเล่นของผู้นำในที่สาธารณะที่ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ทำให้กลายเป็นดาบอันตรายหลายประโยค อาทิ "ทำไมจะต้องไปเชื่อยูเอ็น ในเมื่อยูเอ็นไม่ใช่พ่อเรา"

หรือวรรคที่ว่า "โจรภาคใต้ไม่มีอะไร โจรกระจอกเท่านั้นเอง"

คำ ปราศรัยที่ว่า "จังหวัดไหนไม่เลือก ส.ส.ของพรรคไทยรักไทย การพัฒนาย่อมตามมาทีหลัง เราต้องจัดให้จังหวัดที่เลือก ส.ส.ของพรรคเราก่อน"

คมดาบที่สาม คือนโยบายดี ๆ หลายเรื่อง พอลงมาถึงแผนปฏิบัติการ หรือการลงมือทำจริง มักจะมีข่าวการทุจริต การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเจือปนด้วยเสมอ จนบ่อนทำลาย ส่วนดีของนโยบาย

จนเกิดการเรียกว่า "ทุจริตเชิงนโยบาย" อันเกิดจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อนส่วนตัว หรือการเข้าด้วยช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกแก่พวกพ้อง เครือญาติ เพื่อนของญาติ

"...เวลามีอำนาจวาสนาบารมีนั้น น้ำขึ้นใคร ๆ ก็รีบตัก และใคร ๆ ก็อยากนับญาติด้วย"

การมีอำนาจแล้วขยายขอบเขตอำนาจไปครอบคลุมวงการต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า "ครอบงำ"

บางเรื่อง "พ.ต.ท.ทักษิณ" ก็ปฏิเสธกับ "ดร.วิษณุ" ว่าไม่รู้เรื่อง บางเรื่อง ก็ "ถูกอ้าง"

บางเรื่อง "พ.ต.ท.ทักษิณ" ก็เคยด่ารัฐมนตรีกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีว่า "ผมจะฉิบหาย เพราะเรื่องแบบนี้"

ดาบ คมนี้ "ดร.วิษณุ" อธิบายว่า "สำหรับท่านนายกฯทักษิณแล้ว ท่านเคราะห์ร้ายที่ว่า ถ้านับเป็นเป้าก็ใหญ่มาก ถ้าดูปริมาณของผลประโยชน์ที่ คนกล่าวหาว่าได้มา หรือปกป้องไว้ได้ ไม่สูญเสียออกไป ก็นับว่ามีมูลค่ามหาศาล ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทางตรง หรือทางอ้อมก็หลากหลายยุ่บยั่บ แล้วยังกล้าจะทำอะไรที่เสี่ยงอีก"

"ข้อ กล่าวหาจึงไล่กันมาตั้งแต่ดาวเทียม โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ที่ดินจัดสรร สนามกอล์ฟ สื่อโฆษณา หนังสือพิมพ์ จนถึงร้านขนม การฮุบ ซื้อกิจการต่าง ๆ ซึ่งน่าคิดว่าเหตุใด จึงถูกกล่าวหาเท็จบ้าง จริงบ้าง มากอย่างนั้น ที่ว่าสนิมเกิดจากเนื้อในเหล็กนั้นน่าจะจริง เพราะข่าวลือที่สะพัดกันทั่วไป หลายเรื่องมาจากคนใกล้ชิดของท่านนั่นเอง"

ดร.วิษณุสรุปไว้ใน พ.ศ. 2554 ว่า "ผมไม่กล้าสรุปว่าข้อกล่าวหาจะเป็นจริงไปเสียหมด และไม่เป็นธรรม ที่จะ กะเกณฑ์ให้คุณทักษิณรับผิดชอบทุกเรื่องตามข่าวลือ บางเรื่องผมควรรับผิดชอบแทนก็มี"

"นายกฯทักษิณเป็นคนที่มีคมดาบส่วน ที่เป็นคุณอยู่มาก แต่ก็มีคมดาบ อีกด้านที่เป็นจุดอ่อน ซึ่งผู้นำที่จะก้าว ขึ้นมา หากรู้จักเลือกใช้แต่คมดาบ ด้านที่ดี และเก็บคมด้านที่จะกลับมาเป็นอันตรายต่อตัวเองเอาไว้ให้มิดชิด ก็จะบังเกิดประโยชน์มหาศาล ไม่ใช่ ชักบ่อย หนักเข้าคมดาบด้านร้ายก็จะบาดตัวเอง"

เส้นทางก่อนสิ้นอำนาจของ "พ.ต.ท. ทักษิณ" ในบันทึกของ "ดร.วิษณุ" ยังมีตอนฉากจบ โปรดรอคอยชมตัวอักษรตอนรูดม่าน อีกไม่นานเกินคอย

(ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่19-21ก.ย.2554)

ชมภาพ คนเสื้อแดง ชุมนุมครบรอบ 5 ปีต่อต้านรัฐประหาร กลางสายฝน "จตุพร-ณัฐวุฒิ "อภิปรายปิดท้าย






















ผู้สื่อข่าวรายงานจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง (18 กันยายน 2554) กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้จัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 5 ปีต่อต้านการทำรัฐประหาร โดยมีคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างคับคั่ง

แกนนำเสื้อแดงผู้หนึ่ง เปิดเผยว่า  เหตุผลในการจัดงานในวันนี้ เพราะวันที่ 19 ก.ย.เป็นวันทำการของทางราชการ จึงไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน ดังนั้นจะปราศรัยไปจนถึงตี 1 วันที่ 19 ก.ย.เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่า 5 ปี ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ขณะที่แกนนำ นปช.ส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จะขึ้นเครื่องกลับมาถึงช่วงประมาณ 15.00 น.และจะมาปราศรัยที่เวทีแน่นอน ส่วนจะมีวีดีโอลิงค์จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่คงต้องถามนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
  
ทั้งนี้ แกนนำกลุ่ม นปช.ที่จะขึ้นเวทีปราศรัยวันนี้ ประกอบไปด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนอื่นๆ รวมถึงนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานกลุ่ม นปช. ซึ่งทั้งหมดจะเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา ถึงประเทศไทยที่ท่าอากาศยานภูมิ ในเวลา 16.00 น  


อย่างไรก็ตามในช่วง 18.00 น. ได้มีฝนเทลงมาอย่างหนัก  ท่ามกลางคนเสื้อแดงที่ทะยอมมาชุมนุมจำนวนมาก



ภาพจาก เอเชียอัพเดท
http://www.youtube.com/watch?v=iaVAnLo5yRc&feature=player_embedded#!