หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปรับ-ไม่ปรับ? ขึ้นอยู่กับ"แม้ว"

 

เป็นเรื่องปกติภายหลังการอภิ ปรายไม่ไว้วางใจที่จะตามมาด้วยกระแสข่าวปรับครม.

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมและผอ.ศปภ. หนึ่งเดียวที่ถูกฝ่ายค้านเปิดซักฟอก ผ่านศึกมาได้ด้วยคะแนนเสียงไว้วางใจที่ส.ส.เพื่อไทยและพรรคร่วมผนึกกำลัง โหวตแบบจัดเต็ม 273 เสียงต่อ 188 เสียง

แถมตัวพล.ต.อ.ประชาเองยังโชว์ "กรงเล็บอินทรีอีสาน" ฝากรอยแผลไว้ให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเก็บไปรักษาเยียวยาช่วงสภาปิดเทอมอีกต่างหาก

หลังอภิปรายเสร็จสิ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ยืนยันยังไม่คิดเรื่องปรับครม.

เพราะการทำงานช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่รัฐบาลเข้ามาตอนปลายทางแล้ว ถึงจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกรัฐบาล ยืนยัน ไม่เคยได้ยินนายกฯ กล่าวเปรยถึงการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีช่วงนี้ จะมีก็แต่เรียกรัฐมนตรีบาง คนที่ผลงานยังไม่เข้าตา มาคุยเพื่อให้ปรับปรุงการทำงานและเร่งสร้างผลงาน

เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกฯ เคยสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนรวบรวมผลงานรอบ 3 เดือนเพื่อนำมาเป็นดัชนีชี้วัดประ สิทธิภาพการทำงานของแต่ละคน

สอดรับกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศที่เชื่อว่าการปรับครม.จะไม่เกิดขึ้นช่วงต้นปีหน้าอย่างที่มีข่าว

เพียงแต่รัฐมนตรีทุกคนต้องส่งการบ้านรอบ 3 เดือนให้นายกฯ ตรวจเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าใครทำงานเป็นอย่างไร โดยมีกำหนดส่งวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ด้าน นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธข่าวนายกฯ เตรียมปรับ ครม.ภายหลังการอภิปรายด้วยเหตุผลว่า รัฐบาลยังไม่ได้ทำงานอื่นใดนอกจากแก้ปัญหาน้ำท่วม

อีกทั้งนายกฯ ก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ได้ยิน


(อ่านต่อ)
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNVEEwTVRJMU5BPT0=&sectionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBeE1TMHhNaTB3TkE9PQ==
การเงินเรื่องโลกร้อน หรือหนี้ก้อนใหม่ของประเทศกำลังพัฒนา 

สาคร สงมา และ มนตรี จันทวงศ์
ภาคประชาชนไทยที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ การประชุม COP17
วันที่ 1 ธันวาคม 2554
เมืองเดอร์เบิน ประเทศแอฟริกาใต้
 
 
 
ประเด็นที่น่าจับตามองของการประชุมภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 17 (COP17: Conference of the Parties) เรื่องหนึ่ง คือ เรื่องเงินๆ ทองๆ เกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะเงินที่จะมาสนับสนุนการลดโลกร้อนและการปรับตัวต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายนั้น (หรือกลุ่มประเทศที่เรียกว่า G77 ซึ่งประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย) แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นคือแทนที่ประเทศพัฒนาแล้วจะให้การสนับสนุนทางด้าน การเงินอย่างตรงไปตรงมา กลับถูกบิดเบือนให้เป็นภาระหนี้ก้อนใหม่ของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งต้องไปกู้มาจากประเทศพัฒนาแล้ว
 
ในการประชุมคู่ขนานของเครือข่ายภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ที่มหาวิทยาลัย Kwazulu-Natal (UKZN) ณ เมืองเดอร์เบิน การสัมมนาประเด็นเรื่อง Climate finance หรือ การเงินเรื่องโลกร้อน มีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังนี้
 
การพัฒนาตั้งแต่ยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม หรือเมื่อประมาณ 200 กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศพัฒนาแล้วได้โหมใช้ทรัพยากรของโลกรวมถึงเชื้อเพลิงจากถ่านหินจำนวน มหาศาล ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงสามในสี่ของปริมาณที่ปล่อยจากทุก ประเทศในโลกรวมกัน ในขณะที่ประเทศเหล่านั้นมีประชากรเพียงหนึ่งในห้าของโลกเท่านั้น หรืออาจเปรียบเทียบได้ว่าสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อคนในประเทศพัฒนา แล้วมากกว่าคนในประเทศกำลังพัฒนาถึง 10 เท่า
 
หากพิจารณาตามหลักความเป็นธรรมว่าทุกคนในโลกนี้มีสิทธิเท่าทียมกันใน การเข้าถึงการพัฒนาและการปล่อยก๊าซฯ และเมื่อคำนึงถึงความสามารถของโลกในการรองรับการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก เราจะเห็นว่าบรรยากาศของโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจาก การพัฒนาของประเทศพัฒนาแล้วในอดีตที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า historic emissions
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38158
ชาวอียิปต์ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากเป็นประวัติการณ์ ถึงร้อยละ 62
 


Egypt's parliament begins to take shape
http://www.youtube.com/watch?v=jDlsX5KzhVk&feature=player_embedded 

คณะกรรมการเลือกตั้งอียิปต์ เปิดเผยว่า มีผู้ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 62 ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เคยจัดการเลือกตั้งกันมา

นายอับเดล มูเอซ อิบราฮิม หัวหน้าคณะกรรมการเลือกตั้งอียิปต์ระบุว่า ชาวอียิปต์ที่มีสิทธ์เลือกตั้งได้ออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ ถึงร้อยละ 62 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการ์กันไว้ก่อนหน้านี้ที่ร้อยละ 70 แต่ก็ยังพบว่าน่าพอใจ อันจะเห็นได้จากมีผู้ไปรอต่อคิวลงคะแนนเสียงจำนวนมากในแต่ละหน่วย แม้ว่าขั้นตอนในการลงคะแนนจะค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากอัตราการไม่รู้หนังสือในอียิปต์อยู่ในระดับสูง และการหาเสียงเลือกตั้งที่แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น

ระบบการเลือกตั้งของอียิปต์ค่อนข้างมีความซับซ้อน โดย 2 ใน 3 ของที่นั่งในรัฐสภาจำนวน 498 ที่นั่งจะได้รับการพิจารณาจากระบบการเลือกตั้งแบบการแบ่งสัดส่วน โดยส่วนที่เหลือจะใช้ระบบ first-past-the-post หรือผู้ได้คะแนนสูงสุดได้รับเลือกตั้ง


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1322885685&grpid=&catid=06&subcatid=0600