หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ศาลตัดสินจำคุก "โจ กอร์ดอน" 2 ปีครึ่ง

THAILAND
¤*¨¨*¤.¸¸. ..¸. ☼
\¸. Stop 112 .¸¸.
.\¸.¤*¨¨*¤ .¸¸.¸.¤
..\
☻/
/▌
/ \ .....

 
ศาลตัดสินจำคุก "โจ กอร์ดอน"
คดีแปลหนังสือ TKNS ศาลตัดสินจำคุก "โจ กอร์ดอน" 5 ปี แต่สารภาพจึงลดโทษเหลือ 2 ปีครึ่ง ทนายเล็งขออภัยโทษ ด้านกงสุลสหรัฐแถลงผิดหวังต่อผลการตัดสิน

เวลา 9.00 น. วันนี้ที่ห้องพิจารณาคดี 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก มีการอ่านคำพิพากษาคดี โจ กอร์ดอน หรือ เลอพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” เนื่องจากแปลและเผยแพร่ หนังสือ "The King never smiles" (TKNS) โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 10 ต.ค. จำเลยตัดสินใจรับสารภาพ (อ่านข่่าวที่เกี่ยวข้อง)

โดยศาลตัดสินให้ลงโทษจำคุกนายโจ กอร์ดอน เป็นเวลา 5 ปี แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษ 2 ปี 6 เดือน โดยทนายความจำเลยเตรียมยื่นขออภัยโทษ หากอัยการไม่ยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ มีผู้สื่อข่าวไทยและต่างประเทศราว 50 คน ให้ความสนใจการอ่านคำพิพากษาคดีนายโจ กอร์ดอน ที่ห้องพิจารณาคดี ณ ศาลอาญา

ด้านสถานกงสุลสหรัฐในประเทศไทย กล่าวว่าการตัดสินลงโทษดังกล่าวเป็นเรื่อง "รุนแรง" (severe) ถึงแม้ว่าจะนับว่าน้อยแล้วสำหรับนักโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38234


ชาวอียิปต์กำลังต่อสู้เพื่อต้านเผด็จการทหาร 




โดย ซาเมท นากิส
กลุ่มสังคมนิยมปฏิวัติในประเทศอียิปต์
26 พฤศจิกายน 54

แปลโดย นุ่มนวล  ยัพราช
แปลจาก http://www.socialistworker.org.uk/art.php?id=26795



สถานการณ์หลังจากนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง บทความนี้เขียนขึ้นหลังจาก 3 วันแรกของการประท้วงเพื่อปกป้องการปฏิวัติ : การปฏิวัติครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปีนี้ ซึ่งล้มรัฐบาลเผด็จการ มูบารัค ครั้งนี้เป็นการปฏิวัติครั้งที่สองเพื่อล้มเผด็จการทหารทั้งระบบ และ เป็นการต่อสู้เพื่อเป็นการปกป้องการปฏิวัติครั้งที่ 1

ขบวนการปฏิวัติของอียิปต์ได้มาถึงไคลแมกซ์สำคัญ ณ จุดที่ผู้ประท้วงได้ปะทะกับตำรวจในประเทศอียิปต์ ณ จตุรัสทาฮาเรีย ผู้คนนับแสนในแต่ละเมืองของอียิปต์ได้เข้ายึดจตุรับกลางเมืองต่างๆ จำนวนของผู้คนในท้องถนนมันช่างน่าทึ่ง อเลกซานเดรียร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของอียิปต์ลุกเป็นเป็นไฟ นักศึกษาหลายพันออกมาเดินขบวน เมืองอัสวานซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กและมีประชากรน้อยก็ยังมีการเดินขบวนขนาด ใหญ่

ผู้ชุมนุมที่ จตุรัสทาฮาเรีย โดยส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวและเป็นชนชั้นกรรมาชีพ ผู้ชุมนุมได้สร้างแนวกำบัง ทุกครั้งที่ตำรวจพยายามจะเข้ามาแต่ผู้ชุมนุมก็ผลักตำรวจกลับไป ตำรวจได้สร้างรั้วแนวป้องกันให้กับตึกกระทรวงมหาดไทยจากคลื่นผู้ชุมนุม เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ตำรวจทำได้

ดูเหมือนว่าในหมู่นายทหารระดับสูงจะมีความขัดแย้งกันเองว่าจะจัดการกับ สถานการณ์อย่างไร บ้างก็ต้องการที่จะบุกเข้าไปที่ จตุรัสทาฮาเรีย และจัดการกับผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง แต่จากนั้นก็เปลี่ยนใจกลับไปกลับมา มันค่อนข้างชัดเจนว่าทหารบางส่วนต้องการที่จะออกมาและจัดการกับพวกเราอย่าง เด็ดขาด เพราะมันมีการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารรอบนอกจตุรัสทาฮา เรีย ที่ฝ่ายทหารพยายามจะบุกเข้ามา แต่บางส่วนของทหารเองก็เห็นแย้งว่ามันจะเป็นจุดอันตราย



การปราบปรามอย่างป่าเถื่อน
 
(อ่านต่อ)
http://turnleftthai.blogspot.com/2011/12/blog-post_08.html

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ดันแก้ ม.112 เข้าสภา 2 กลุ่มนักวิชาการเคลื่อนไหวใหญ่ต้นปี 55


สันติประชาธรรมจับ มือนิติราษฎร์ตีแผ่ปัญหามาตรา 112 เตรียมจัดสัมมนาใหญ่เดือน ม.ค. 2555 เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมผลักดันสู่เวทีรัฐสภาเพื่อให้มีการถกเถียงอย่างจริงจัง นำไปสู่การแก้ไข ยอมรับต้องใช้เวลานานและยากมาก ยันไม่ได้เป็นเรื่องตัวบุคคลหรือสถาบัน แต่เป็นเรื่องหลักนิติธรรมที่ควรจะเป็น


ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในแกนนำกลุ่มสันติประชาธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ทางกลุ่มได้หารือกับคณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร ที่มี รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นแกนนำ ถึงการเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ มาตรา 112 เพราะเห็นว่ามีปัญหาการบังคับใช้มากทั้งในแง่หลักการลงโทษผู้กระทำผิดหรือ หลักฐานต่างๆที่นำมาใช้กล่าวหาและพิจารณาคดีที่กำลังส่งผลกระทบต่อผู้คนใน สังคมเป็นวงกว้าง

“กลุ่มสันติประชาธรรมจะร่วมกับคณะนิติราษฎร์เพื่อเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้พูดคุยในรายละเอียด เบื้องต้นทางกลุ่มเตรียมจัดสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาการ พิจารณาคดีมาตรา 112 คาดว่าจะมีขึ้นกลางเดือน ม.ค. 2555 และจะพิจารณาเกี่ยวกับข้อเสนอให้แก้ไขของคณะนิติราษฎร์ ขณะที่คณะนิติราษฎร์จะจัดสัมมนาเรื่องนี้อีกครั้งปลายเดือน ม.ค.”

ผศ.ดร.พวงทองกล่าวถึงคดีนายอำพล ตั้งนพกุล ชายวัย 61 ปี ที่ถูกสั่งจำคุก 20 ปี จากการส่งเอสเอ็มเอสว่า คดีนี้เห็นได้ชัดเจนว่าการใช้มาตรา 112 มีปัญหามาก และจะยังก่อให้เกิดคำถามว่าคนที่เจอกับข้อหานี้มีโอกาสได้รับความยุติธรรม มากน้อยแค่ไหน หรือการพิจารณาคดีเป็นไปตามปัจจัยทางการเมือง

(อ่านต่อ)
http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=12732





ม็อบต้านปูตินใช้เฟซบุ๊กปลุกระดม

 
เชียร์ปูติน- กลุ่มผู้สนับสนุนนายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกฯรัสเซีย รวมตัวที่จัตุรัสมาเนสนายา กลางกรุงมอสโก แสดงพลังตอบโต้ หลังจากพรรคยูไนเต็ด รัสเซียของปูตินชนะการเลือกตั้งและโดนกล่าวหาว่าไม่โปร่งใสจนมีม็อบออกมาต่อ ต้าน เมื่อ 6 ธ.ค. (เอเอฟพี)

อินเตอร์ แฟ็กซ์ รายงานว่า วันที่ 6 ธ.ค. ชาวรัสเซียผู้ต่อต้านนายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐ มนตรีผู้ทรงอิทธิพลของประเทศ ประกาศชัยชนะ ในการใช้เว็บไซต์เฟซบุ๊กปลุกระดมผู้คนออกมาเดินขบวนต่อต้านปูตินได้สำเร็จ หลังการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันอาทิตย์ พรรคยูไนเต็ดรัสเซียของปูตินคว้าชัยชนะ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้สังเกตการณ์จากยุโรปว่าไม่โปร่งใส

ฝ่าย ต่อต้านใช้เฟซบุ๊กแพร่ข่าวการประท้วง การจับกุม รวมทั้งปลุกระดมมวลชนให้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนกลางกรุงมอสโก เนื่อง จากสื่ออื่นทั้งทีวีและวิทยุถูกทางการควบคุมและเซ็นเซอร์ โดยการชุมนุมเริ่มขึ้นตั้งแต่ค่ำวันจันทร์ แม้อากาศจะเย็นจัดและมีฝนตกโปรยปราย ผู้ชุมนุมใช้การโพสต์วิดีโอและขู่ว่าจะปลุกระดมคนให้ออกมาประท้วงเพิ่มขึ้น อีก พร้อมเรียกความเคลื่อนไหวนี้ว่า 'เฟซบุ๊กแรลลี่' ซึ่งตำรวจระบุว่ามีผู้ชุมนุมราว 2,000 คน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่ามีผู้เข้าร่วมนับหมื่นคน

ด้านกระทรวง มหาดไทยรัสเซียและกรมตำรวจกรุงมอสโกส่งกองกำลังราว 4,000 นาย มุ่งหน้าไปดูแลความสงบในกรุงมอสโก จับกุม ผู้ประท้วงไปแล้วร่วม 300 คน นอกจากนี้ศาลยังสั่งขังอิลยา ยาชิน ผู้นำการประท้วงเป็นเวลา 15 วัน ฐานละเมิดคำสั่งตำรวจ

(ที่มา)
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObWIzSXdNakEzTVRJMU5BPT0=&sectionid=TURNd05nPT0=&day=TWpBeE1TMHhNaTB3Tnc9PQ==
น้ำตาสลิ่ม#2: กรุงเทพฯ ไม่ได้มีแต่ชนชั้นกลาง

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ” ชี้กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่ชนชั้นกลางแต่เต็มไปด้วยผู้ใช้แรงงานและคนที่อยู่ล่าง สุดของสังคม และคนที่เจอผลกระทบน้ำท่วมก่อนคือคนชั้นล่างในชุมชนนอกคันกั้นน้ำ พร้อมอธิบายสภาพชนชั้นกลางที่ไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจจึงไม่มั่นคงในอุดมการณ์ ทางการเมือง อาจเป็นเหลืองหรือแดงก็ได้ ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ทางการเมืองว่าฝั่งไหนเข้มข้นกว่ากัน
 
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

น้ำตาสลิ่ม#1 นักวิจัยหมูหลุม (MIU)

น้ำตาสลิ่ม#2 เก่งกิจ กิติเรียงลาภ

  
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ร้าน 9 บรรทัด จ.เชียงใหม่ มีการจัดเสวนา: น้ำตาสลิ่ม: ชนชั้นกลางเป็นภัยต่อความก้าวหน้าของประชาธิปไตยจริงหรือ? โดยประชาไทได้เสนอการอภิปรายของวิทยากร บุญเรือง นักวิจัยศูนย์วิจัยหมูหลุมไปแล้วนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) ต่อมาเป็นการนำเสนอของ เก่งกิจ กิติเรียงลาภ จากกลุ่มประกายไฟ โดยมีรายละเอียดการอภิปรายต่อไปนี้ (หมายเหตุ: ตัวเน้น เป็นการทำเครื่องหมายโดยประชาไท)

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38211