หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554

รายการวิทยุของ ใจ อึ๊งภากรณ์ "เสื้อแดงก้าวหน้าต้องทำอะไร เมื่อเพื่อไทยหักหลัง และ นปช.ไม่ยอมนำ สยามใหม่คือเป้าหมาย"
 
www.mediafire.com
cheeky & ji 08.12.54.mp3

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"บอมบ์"ราชดำเนิน สัญญาณเตือนภัย"รัฐบาลปู" 

 

เหตุลอบวางระเบิดบริเวณ "หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล" ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปว่า "คนร้าย" ต้องการสร้างความปั่นป่วน เพราะต่อวงจรไม่สมบูรณ์และตั้งเวลาระเบิดในช่วงที่กิจกรรมย่านนั้นเลิกราไป แล้ว

แต่ถือเป็นการสร้างความปั่นป่วนที่เปี่ยมไปด้วยสัญญาณ "ทางการเมือง"

สถานที่เกิดเหตุ วัน เวลา เป็นเรื่องน่าคิด

ท้าทายให้ประเมินว่าเป็นการลองเชิง-ชิมลาง-หยั่งกระแส ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ 


เพราะการสร้างสถานการณ์จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เป็นสาเหตุที่ให้ "รัฐบาล" อยู่ไม่ได้มานักต่อนักแล้ว โดยเฉพาะรัฐบาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งในอดีตปรากฏให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ "พ.ต.ท.ทักษิณ" มี "จุดอ่อน" อยู่ที่งาน "ด้านความมั่นคง" มักโดนเขย่าอำนาจด้วยการลอบวาง "ระเบิด" ก่อกวนมาเกือบทั้งหมด 


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323316138&grpid=01&catid=&subcatid=
รอบโลกแรงงานพฤศจิกายน 2554

"กรรมกรทั้งผองล้วนเป็นพี่น้องกัน"


 

ประชาชนประท้วงก่อนประชุมสุดยอดจี 20 ที่ฝรั่งเศส
2 พ.ย. 54 - ผู้ต่อต้านทุนนิยมหลายพันคนหลั่งไหลไปยังชายหาดริเวียราในเมืองนีซของ ฝรั่งเศส เพื่อเดินขบวนประท้วงความโลภของบริษัทใหญ่ก่อนที่จะมีการประชุมผู้นำกลุ่ม ชาติอุตสาหกรรมชั้นนำและเศรษฐกิจเกิดใหม่ (จี 20) ที่เมืองคานส์ในวันที่ 3-4 พฤศจิกายน

ผู้ประท้วงเดินทางมาจากทั่วยุโรปตั้งแต่วันจันทร์ (31 ต.ค.) เดินขบวนส่งเสียงดังไปตามชายหาด พวกเขามาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประชาชน ซึ่งจะจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดจี 20 ที่เมืองคานส์ อยู่ห่างออกไป 30 กิโลเมตร ตำรวจประเมินว่ามีผู้ร่วมเดินขบวน 5,400 คน แต่ผู้จัดแย้งว่ามีมากถึง 10,000-12,000 คน และหวังว่ารัฐบาลจะฟังเสียงของประชาชน

นักเคลื่อนไหวของกลุ่มออกซ์แฟมราว 100 คนจากหลายประเทศ เช่น สเปน เบลเยียม เม็กซิโก มาร่วมเดินขบวนด้วย หลายคนสวมหมวกโรบินฮู้ด ซึ่งเป็นจอมโจรที่ปล้นคนรวยไปแจกจ่ายให้คนจน และถือกระเป๋าผ้ากระสอบเป็นสัญลักษณ์แทนตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลเก็บภาษีการทำธุรกรรมทางการเงิน


การประท้วงต่อต้านทุนนิยมผุดขึ้นกว่า 80 ประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยได้ต้นแบบมาจากการยึดครองวอลล์สตรีทในสหรัฐ

ท่าเรือสำคัญในแคลิฟอร์เนียยังปิดหลังกลุ่มต่อต้านวอลล์สตรีทประท้วงใหญ่
3 พ.ย. 54 - ท่าเรือโอกแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือพลุกพล่านที่สุดในสหรัฐยังคงปิดในเช้าวันนี้ตามเวลา ท้องถิ่น หลังจากกลุ่มต่อต้านวอลล์สตรีทเคลื่อนขบวนประท้วงครั้งใหญ่

เว็บไซต์ของท่าเรือแจ้งเมื่อกลางดึกวันพุธ (2 พ.ย.) ว่า ท่าเรือแห่งนี้ค้าขายกับเอเชียถึงร้อยละ 59 และเป็นท่าเรือพลุกพล่านอับดับ 4 ของประเทศโดยวัดจากปริมาณสินค้า ทางท่าเรือได้ให้พนักงานกลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะผู้ประท้วงจำนวนมากเข้า ยึดที่เทียบเรือ ท่าเรือจะหยุดการทำงานจนกว่าจะเห็นว่าปลอดภัย หวังว่าจะเริ่มทำงานได้อีกครั้งในวันศุกร์และพนักงานจะสามารถเข้าไปทำงานได้ โดยไม่เกิดเหตุใด ๆ จนถึงขณะนี้ไม่มีพนักงานถูกทำร้ายร่างกาย ไม่มีทรัพย์สินเสียหาย และไม่มีปัญหาความปลอดภัยขั้นร้ายแรง

ท่าเรือโอกแลนด์ปิดหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนชุมนุมใจกลางเมืองโอก แลนด์ เพื่อสนับสนุนการผละงานที่มีผู้ปลุกระดมขึ้นหลังจากตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลาย ฝูงชนเมื่อสัปดาห์ก่อนและมีผู้บาดเจ็บ 1 คน การประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่มีข่าวว่าการทำลายทรัพย์สินบางจุด เป้าหมายคือสาขาธนาคารที่ปิดทำการ.

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38235
หน้าที่-ความรับผิดชอบ อภิสิทธิ์-สุเทพ เส้นขนานคดี 91 ศพ


















มุมมองของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกพนักงานสอบสวนเรียกเข้าชี้แจงกรณีการสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ

ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องการเมือง

ไม่ต่างจาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.

ที่มีมุมมอง และวิธีคิดที่ไม่แตกต่างกัน

หาก มองในแง่ความเป็นจริง กรณีดังกล่าว ไม่ใช่เฉพาะคนไทยตาดำๆ ที่เจ็บปวดจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองเมื่อ เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

ยังมีช่างภาพชาวญี่ปุ่น และนักข่าวชาวอิตาลี ที่ต้องมาจบชีวิตลงจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ต้องยอมรับว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีเต็ม ที่การเสียชีวิตของคนไทย "ความเป็นจริง" ไม่ได้ถูกทำให้ปรากฏ

เช่นเดียวกับช่างภาพญี่ปุ่น และนักข่าวอิตาลี

ไม่ น่าแปลกใจที่ทางการญี่ปุ่นและสำนักข่าวรอยเตอร์ซึ่งเป็นต้นสังกัดของช่างภาพ ชาวญี่ปุ่น จะลงทุนลงแรง จ้าง "นักสืบในทางลับ" เพื่อหาข้อมูลการเสียชีวิตที่แท้จริง

การดำเนินการดังกล่าวของทางการญี่ปุ่นและสำนักข่าวรอยเตอร์ เท่ากับเป็นการ "ตบหน้า" กระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของทางการไทย

ที่ดูเหมือนต้องการให้ "ความตาย" หายไปกับ "สายลม"

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323316544&grpid=01&catid=&subcatid=
"สุเทพ"ให้ปากคำสลายม็อบเสื้อแดง ลั่นเป็นคำสั่ง ผอ.ศอฉ."มาร์ค"ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
สุเทพ เทือกสุบรรณ

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มคน เสื้อแดง โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงว่า วันนี้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายก รัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ความวุ่นวายของบ้านเมืองเมื่อปี 2553 พนักงานสอบสวนสอบปากคำตนในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ขอคืนพื้นที่จราจรบริเวณสะพานพระราม 8 และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งนั้น ได้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายอย่างถูกต้องทุกอย่าง แต่มีคนไปอ้างว่าการปฏิบัติการดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่เป็นความจริง ตนได้ยื่นหลักฐานต่างๆ ให้กับทางตำรวจแล้ว

นายสุเทพกล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งของตนนั้น ได้ทำงานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปี พ.ศ.2548 ซึ่งตนขอยืนยันว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นคำสั่งของตนในฐานะ ผอ.ศอฉ.นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

"ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผมทำงานอย่างถูกกฎหมาย ทุกอย่าง ไม่มีเหตุรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ แต่วันนี้ผมได้ให้ภาพถ่ายกับตำรวจ ที่เป็นชายชุดดำซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายเข้ามาก่อการ เป็นเหตุให้ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตามเหตุการณ์ที่เกิดในวันที่ 10 เมษายน เท่านั้น" นายสุเทพกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนนัดตนอีกครั้งในวันที่ 14 ธันวาคม เวลา 14.00 น. เพื่อจะสอบปากคำเพิ่มเติมในเหตุการณ์สลายการชุมนุมและการขอคืนพื้นที่ ซึ่งตนก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323346537&grpid=00&catid=&subcatid=
คลิป รายการ นายแน่มาก โดย คฑาวุธ ประจำวันที่ 07-12-2011









ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดง Download คลิปรายการ นายแน่มาก
Artist: คุณคฑาวุธ@konthai.net
Title: รายการ นายแน่มาก
Genre: Political Talk
Release date:07-12-2554
Audio codec: MP3
Quality:  kbps
ขอบคุณ : คุณคฑาวุธ เว็บไซค์ konthai.net  คุณไทยสุริยะ คุณนวมินท์ คุณfazhi2006's
โดย:  Maysa Konthaiukinfo
http://www.konthaiuk.info/home.php
http://www.konthaiuk.com/home.php

http://www.youtube.com/watch?v=y3KiaxpmQuI&feature=player_embedded 

 

(คลิกฟัง)   

http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=20120.0

ว่าด้วยผู้นำเผด็จการซีเรียที่คล้ายกับอดีตผู้นำไทย

 



















โดยพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ 

ในบรรดาผู้นำที่ปกครองประเทศด้วยกระบอกปืน บาชาร์ อัล อัสซาด (Bashar Al Assad) ประธานาธิบดีซีเรีย นับเป็นเผด็จการที่มีความรู้และการศึกษาดีมากคนหนึ่ง ตั้งแต่เล็ก เขาเป็นเด็กเรียนเก่ง และต่อมาเรียนจนจบแพทย์ในประเทศ ก่อนทำงานเป็นแพทย์เสนารักษ์อยู่สี่ปี จากนั้นจึงไปเรียนต่อด้านจักษุวิทยาจนจบที่ประเทศอังกฤษ


ไม่น่าแปลกใจที่ภาษาอังกฤษเขาอยู่ในระดับที่ดีมาก คล้ายกับอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมาของไทยเรา ซึ่งก็ได้รับการศึกษา (และยังเกิด) ที่ประเทศอังกฤษด้วย


นายบาชาร์ อัล อัสซาดขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในปี 2543 และ 2550 โดยไม่มีคู่แข่งทั้งสองครั้ง จะว่าไปก็คงเป็นเรื่องบังเอิญเพราะในวัยเด็กเขาไม่เคยมีความใฝ่ฝันหรือความ สนใจในทางการเมือง แต่เหตุที่ต้องมาสืบทอดบัลลังก์จากบิดาของเขาคือนายฮาเฟซ อัล อัสซาด (Hafez Al Assad) ที่เคยปกครองซีเรียถึง 29 ปีจนเสียชีวิตเมื่อปี 2543 ก็เป็นเพราะว่าพี่ชายของนายอัสซาดซึ่งได้รับการหมายหมั้นให้เป็นผู้นำสืบทอด จากบิดา ต้องจบชีวิตลงกะทันหัน


เมื่อวันก่อน นายอัสซาดให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตก เข้าใจว่าเป็นครั้งแรก คือสถานีโทรทัศน์เอบีซีนิวส์ (ABC News) ของสหรัฐอเมริกา ลักษณะการแสดงความเห็นของเขาคล้ายกับนายกฯ คนก่อนของเรา คือแสดงความฉลาดหลักแหลมในการใช้ภาษา การใช้เหตุผล และคารมโวหารต่าง ๆ


ที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือสิ่งที่เขาพูดตรงข้ามกับความจริงที่ประชาชน ทั่วโลกรับรู้ โดยเฉพาะเขาปฏิเสธว่าคนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย 4-5 พันคนที่เสียชีวิตไม่ได้ตายเพราะถูกทหารยิง เหมือนอย่างรายงานขององค์การสหประชาชาติหรือสำนักข่าวในตะวันตกระบุ


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38241