หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

สวีเดนรับรอง “การแชร์ไฟล์” เป็นศาสนาทางการ

 

 “พวกเราชาวก็อปปีอิสม์ ไม่เพียงแต่หวังพึ่งซึ่งกันและกันในการต่อสู้นี้เท่านั้น แต่ยังหวังพึ่งพาต่อคนทุกคนที่ก็อปปีและแชร์ข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น ทุกคนที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ จงก็อปปีต่อไป และสดุดีการก็อปปี” เกอร์สันกล่าว

 

http://www.kaochristian.com/2012/01/5049/

รัฐบาลสวีเดนรับรอง “การแชร์ไฟล์” ให้เป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ววานนี้ ภายใต้ชื่อ ‘Church of Kopimism’ นับเป็นประเทศแรกที่รับรองให้การเชิดชู “ข้อมูลข่าวสาร” และการ “ก็อปปี้” เป็นการกระทำทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสวีเดนรับรองให้การแชร์ไฟล์เป็นศาสนาที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศ แล้ว หลังจากอิซัค เกอร์สัน ชาวสวีเดนผู้ก่อตั้งลัทธิมิชชันนารีแห่งก็อปปีอิสม์ (The Missionary Church of Kopimism) ถูกปฏิเสธจากขอยื่นคำร้องขอจดทะเบียนแล้วสองครั้งตั้งแต่ปี 2553

เว็บไซต์ torrentfreak ซึ่งเป็น เว็บไซต์ข่าวเกี่ยวกับการแชร์ไฟล์และบิตทอร์เรนท์รายงานว่า ลัทธิ ‘Kopimism’ ซึ่งนับถือเครื่องหมาย CTRL+C และ CTRL+V เป็นสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ หวังว่าการจดทะเบียนให้การแชร์ข้อมูลมีสถานะเป็นศาสนาทางการ จะช่วยป้องกันการดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และการแชร์ ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

อิซัค ผู้ก่อตั้งลัทธิดังกล่าว ให้สัมภาษณ์เว็บ torrentfreak ว่า เขาหวังว่าจะมีคนเปิดเผยตัวออกมาในฐานะคนนับถือศาสนาก็อปปีอิสม์ (Kopimists) มากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันการ “ก็อปปี้” หรือการแชร์ข้อมูลถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบทางข้อกฎหมาย ทำให้หลายคนเกรงว่าอาจถูกจับกุมจากการก็อปปีและเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเขาหวังว่าการก่อตั้งศาสนานี้จะทำให้ความคิดดังกล่าวเปลี่ยนไป

แถลงการณ์ของลัทธิก็อปีอิสม์ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ระบุว่า สำหรับลัทธิก็อปปีอิสม์ ข้อมูลข่าวสารนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และการก็อปปีถือเป็นพิธีกรรมอันสูงสุด โดยชี้ว่า ข้อมูลข่าวสารมีคุณค่าทั้งในตัวมันเองและเนื้อหาที่บรรจุ และคุณค่าดังกล่าวจะทวีคูณเพิ่มขึ้นด้วยการก็อปปี ดังนั้น การก็อปปี ถือเป็นหลักการสำคัญที่สุดขององค์กรและศาสนิกชนดังกล่าว ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่า การเข้าเป็นสมาชิกในศาสนาก็อปปีอิสม์ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนที่เป็นทางการ แต่อย่างใด เพียงแต่ผู้นับถือต้องระลึกถึงการกระทำที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด นั่นคือข้อมูลข่าวสารและการก็อปปี 


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38625

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

เปิดใจอธิการบดี มธ. ว่าด้วยเรื่องก้านธูปและม. 112 ผมจะไล่เธอออก ถ้าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก



(ชมคลิป)
http://www.matichon.co.th/play_clip.php?newsid=1325655010 

เปิดปีใหม่ 2555 มติชนออนไลน์ สัมภาษณ์ "ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัยและในฐานะนักกฎหมายมหาชน ในหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จนถึงประเด็นร้อนแรง การที่มีกลุ่มนักวิชาการ-อาจารย์-แนวร่วมภาคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112

รวมถึงประเด็นเรื่องการรับ"ก้านธูป" เข้าเรียนใน มธ. ซึ่งเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้

ทำไม มธ. ถึงรับ "ก้านธูป" ให้มาศึกษา ในขณะที่ มศก. และมก. ต่างปฎิเสธที่จะรับเธอเข้าเรียน

ไม่เห็นมีกฎข้อบังคับใดของมหาวิทยาลัยบอกว่า นักศึกษา มธ. ต้องเคารพชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าหากมีกฎข้อนี้จริง หมายความว่า มธ. ต้องตรวจสอบว่านักศึกษาคนนี้รักชาติ รักศาสนาหรือเปล่า นับถือศาสนาไหม คำถามเหล่านี้จะเกิดทันที ไม่ใช่แต่เฉพาะก้านธูปคนเดียว ผมจึงสงสัยคนที่มาโพสต์ถามผมในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการรับก้านธูปมาเรียนที่ มธ. ว่า ทำไมถึงตั้งโจทย์กับก้านธูปคนเดียว ไม่ตั้งโจทย์นี้กับนักศึกษาอื่นเลย เพราะใน มธ. ก็มีนักศึกษาอีกมากที่ไปขึ้นเวทีชุมนุมต่างๆ ทั้งเหลืองทั้งแดง ทำไมต้องเป็นก้านธูป นี่คือคำถามของผม

ต่อมาคือสิ่งที่ก้านธูปทำผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่  แล้วจะมาอ้างว่าก็ให้อธิการบดีไปตรวจสอบแล้วทำไมไม่ตรวจสอบ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าอธิการบดีมีเรื่องมากมายที่ต้องทำ นักศึกษา 1 ใน 35,000 คนของมธ. ถือว่าเล็กมาก ที่สำคัญคือสิ่งที่คนพูดว่าก้านธูปโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทนั้นเกิดขึ้นก่อน ที่เธอจะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้  และสิ่งสุดท้ายคือ เราไม่ควรไล่ล่าแม่มดเพราะเราไม่รู้ว่าเขาเป็นแม่มดจริงหรือเปล่า แล้วแม้เธอจะเป็นแม่มดจริงแต่แม่มดก็สามารถอยู่ในสังคมไหนก็ได้ ตัวอย่างเรื่องแวมไพร์ ทไวไลท์ แวมไพร์ยังอยู่กับคนได้เลย"



(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325655010&grpid=01&catid=&subcatid=