หน้าเว็บ

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

15 มกรา 'ครก.112' ระดมชื่อแก้ไขมาตรา 112


คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) เรียนเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจเข้าร่วมงาน “แก้ไขมาตรา 112” กิจกรรมวิชาการและศิลปวัฒนธรรม ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 เวลา 13.00 – 17.30 น. ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอประชุมเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การเปิดตัว “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)” การระดมชื่อประชาชนอย่างน้อยหนึ่งหมื่นชื่อเพื่อเสนอกฎหมายเข้าสู่รัฐสภา การเปิดรายชื่อ 112 รายชื่อแรกที่ร่วมผลักดันให้แก้ไขกฎหมายตามข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ เวทีวิชาการว่าด้วยกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ฯลฯ

กิจกรรมนี้ถือเป็นการเปิดตัวคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 อันมาจากการรวมตัวกันของเครือข่ายนักวิชาการและกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มกวีราษฎร์ กลุ่มแดงสยามกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มนิติม่อน กลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาชน กลุ่มเพื่อนนักโทษการเมืองไทย กลุ่มมหิดลเสรีเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มสันติประชาธรรม กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ กลุ่มอาร์ติเคิล112 คณะนักเขียนแสงสำนึก คณะนิติราษฎร์ แนวร่วมนักเรียนนิสิตนักศึกษาเสรีชนล้านนา มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

ในงานจะเปิดให้ผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อผลักดันกฎหมายภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของครก.112 โดยเปิดให้ประชาชนผู้สนใจเตรียมเอกสารอันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน มาเข้าร่วมเพื่อแนบเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในงานนี้ด้วย


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่: เว็บไซต์คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112  http://www.ccaa112.org

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38704
นักท่องเน็ตไทยแห่วิจารณ์เฟซบุ๊กสถานทูตสหรัฐ หลังโพสต์คำคม "ปธน.ลิงคอล์น"



เมื่อ วันที่ 11 ม.ค. "ข่าวสดออยไลน์" รายงานว่า เฟซบุ๊กทางการของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความคำคมประจำวันเขียนว่า  "Those who deny freedom to others, deserve it not for themselves." -- Abraham Lincoln, 16th President of the United States / พูดจาน่าคิดประจำวันนี้: ′คนที่ปฎิเสธเสรีภาพของคนอื่น ย่อมไม่คู่ควรกับการมีเสรีภาพของตนเอง′ – เอบราแฮม ลิงคอล์น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 16"
ผลจากการ โพสต์ข้อความเรื่องสิทธิเสรีภาพดังกล่าว ส่งผลให้มีนักท่องเน็ตชาวไทย เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างแพร่หลาย ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายไม่พอใจ เพราะเมื่อไม่นานมานี้นักท่องเน็ตกลุ่มหลังเคยเข้าไปโพสต์ข้อความโจมตีสถาน ทูตสหรัฐและเอกอัครราชทูตสหรัฐ รวมถึงโฆษกด้านเอเชียตะวันออก ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่แสดงความเห็นว่า สหรัฐมีความเคารพสูงสุดต่อสถาบันเบื้องสูงของไทย แต่เห็นว่าการใช้กฎหมายหมิ่นสถาบัน ม.112 นั้นขัดต่อเสรีภาพการแสดงความเห็นในระดับสากล


(อ่านต่อ)
wsid=1326285693&grpid=&catid=06&subcatid=0600 

ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ตั้งคำถามสำคัญ"ทำไมมาเลเซียมีความเสมอภาคมากกว่าไทย?"

 

 

 

 

 







ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร


นักวิชาการที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เคยแสดงตัวเลขชี้ให้เห็นว่า ที่มาเลซียนั้นผู้คนมีความเสมอภาคด้านรายได้มากกว่าที่เมืองไทย เขาใช้ตัวชี้ที่เรียกว่า ค่าจีนี (GINI Co-Efficient) ยิ่งค่านี้สูงความเหลื่อมล้ำยิ่งสูงและในทางกลับกัน

ตัวเลขแสดงว่า ที่มาเลเซียเมื่อปี2518 มีความเหลื่อมล้ำสูงกว่าไทย คือ ค่าจีนีในปีนั้นเท่ากับมากกว่า 0.5 แต่ของไทยเป็นเพียง 0.4 แต่ยิ่งพัฒนาไป 2ประเทศนี้สวนทางกันขณะนี้(พ.ศ.2552) ค่าจีนีที่มาเลเซีย0.4 แต่ของไทยสูงกว่า 0.5

เป็นที่ชัดเจนว่า มาเลเซียพัฒนาไปโดยมีความเสมอภาคมากขึ้น แต่ของไทย ยิ่งพัฒนายิ่งเหลื่อมล้ำกันมากขึ้น

ทำไมมาเลเซียจึงพัฒนาไปโดยมีความเสมอภาคมากกว่าไทย ?

หนังสือ ชื่อ The Institutional Imperative: The Politics of Equitable Development in Southeast Asia โดย Erik Kuhonta พยายามให้คำตอบที่น่าสนใจ

 

(อ่านต่อ)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326259038&grpid=01&catid=&subcatid= 

กางหลักเกณฑ์ ปคอป. ชดเชย ′เหยื่อ′ การเมือง วงเงิน 2,000 ล้านบาท

 

 

ที่มา-สาระในข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง แห่งชาติ หรือ ปคอป.ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เกี่ยวกับมาตรการ กลไก และวิธีการเยียวยา ฟื้นฟูเหยื่อและผู้เสียหายจากความขัดแย้งทางการเมืองนับตั้งแต่ก่อนรัฐ ประหารปี 2549 จนถึงเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวงเงิน 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 มกราคม


ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2555 รับทราบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการ ปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ประกอบกับ นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 179/2554 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2554 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) มีรองนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่พิจารณารายละเอียดข้อเสนอแนะของ คอป. ให้มีการดำเนินการเกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว

เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยว ข้องที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายอันเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองได้รับ การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสมเป็นธรรม เป็นไปตามหลักนิติธรรมและความเสมอภาค เพื่อนำไปสู่ความปรองดองและความสมานฉันท์ของคนในชาติ นั้น

ปคอป. ได้ประชุมครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2555 เห็นชอบในหลักการให้เสนอแนะมาตรการ กลไก และวิธีการเพื่อส่งเสริมการเยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อและผู้เสียหายตลอดจนผู้ ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่าย ซึ่งเป็นการชดเชย เยียวยาและฟื้นฟูที่ไม่อยู่ในกรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติเดิม ทั้งทางการเงินและรูปแบบอื่น รวมถึงการสร้างโอกาสในการดำรงชีพและประกอบอาชีพตามปกติ

โดยเทียบ เคียงให้มีมาตรฐานเป็นสากลกับการกำหนดค่าชดเชยของสหประชาชาติและประเทศที่มี การชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย และสอดคล้องกับข้อเสนอของ คอป.ที่เห็นว่าการชดเชยเยียวยาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความรุนแรงทุกฝ่าย เป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความปรองดองในชาติ

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326250843&grpid=01&catid=&subcatid=

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

ครม.เยียวยาเหยื่อสลายชุมนุมเสียชีวิต 4.5 ล้านบาทต่อราย


10 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อ เสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เสนอแนะมาตรการ กลไก และวิธีการในการเยียวยาผู้เสียหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ถึงเมษา-พฤษภาปี 2553 ดังนี้

1.กรณีเสียชีวิต อัตรา 4.5 ล้านบาทต่อราย โดยคำนวณตามฐานข้อมูลรายได้เฉลี่ยประจำต่อคนต่อเดือนตามสถิติรายได้ประชา ชาติของประเทศไทย (GDP per Capita) ของปี 2553 ซึ่งเท่ากับ 1.5 แสนบาท ชดเชยค่าเสียโอกาสเป็นเวลา 30 ปี โดยประมาณว่าผู้เสียชีวิตมีอายุเฉลี่ยที่ 35 ปี จะมีโอกาสทำงานไปจนถึงอายุ 65 ปี

2.เงินช่วยเหลือค่าปลงศพ อัตรา 2.5 แสนบาทต่อราย
3.เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ อัตราเท่ากับเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต
 
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38690
ผู้แทน 'ยูเอ็น’ ด้านเสรีภาพการแสดงออก เยือน ‘ประชาไท’

‘แฟรงค์ ลา รู’ ผู้ตรวจการพิเศษด้านเสรีภาพการแสดงออกแห่งยูเอ็น เข้าเยี่ยมสำนักข่าวประชาไทในวาระการมาเยือนไทยอย่างไม่เป็นทางการ ระบุจะยังคงสนับสนุนให้รัฐบาลไทยแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และพร้อมให้ความช่วยเหลือตามต้องการ

10 ม..ค. 55 แฟรงค์ ลา รู ผู้ตรวจการพิเศษด้านเสรีภาพการแสดงออกของสหประชาชาติ ได้เข้าเยี่ยมสำนักข่าวประชาไท ในวาระการมาเยือนประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนจะเดินทางไปเข้าร่วมเวทีสัมมนาด้านเสรีภาพการแสดงออกที่สิงคโปร์ในวัน พรุ่งนี้ โดยลา รู ย้ำว่า ทางยูเอ็นจะยังคงหนุนให้รัฐบาลไทยทำการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อไปในอนาคต

ลา รู กล่าวกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย และเขาหวังว่าจะได้กลับมาอีก เพื่อตรวจดูสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทยในทุกแง่ มุม ไม่เพียงแต่ในแง่ของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องการแสดงออกทางวัฒนธรรม, สิทธิในการชุมนุมโดยสันติ, การคุ้มครองผู้สื่อข่าว, สิทธิในการเข้าถึงข้อมู

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38683