หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

อ่านกรอบเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนิติราษฎร์ ที่นี่

อ่านกรอบเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนิติราษฎร์ ที่นี่

 

นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ เสนอกรอบเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ระบุหวังการปฏิรูปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ใช้รัฐธรามนูญ 3 ฉบับแรกของไทยเป็นรากฐานการวางร่างเนื้อหา

22 ม.ค.55 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ เสนอกรอบเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นตัวแทนในการนำเสนอ โดยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนี้เป็นการปฏิรูปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ยาวมากนัก แต่เปิดโอกาสให้มีกฎหมายกำหนดรายละเอียดในแต่ละเรื่องเพื่อให้รัฐธรนรมนูญ ที่ทำขึ้นมีมีคุณค่าสูงสุด และสถาพรตลอดไป

รากฐานจากรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับแรก + รัฐธรรมนูญ 2540
จันจิรา เอี่ยมมยุรา กล่าวว่า กรอบเนื้อหาการร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้น ใช้รัฐธรรมนูญ 3 ฉบับแรกเป็นกรอบในการยกร่างฯ และพิจารณานำรัฐธรรมนูญปี 2540 ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ สถาบันทางการเมืองและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมาประกอบ


เหตุผลที่นำรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับแรกมาเป็นกรอบนั้น เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่วางรากฐานประชาธิปไตยของไทย คือธรรมนูญชั่วคราวปี 2475 ที่เป็นฉบับแรกนั้นบัญญัติว่า อำนาจสูงสุดเป็นของราฎรทั้งหลาย เป็นการปักหมุดลงไปวางรากฐานว่าอำนาจสูงสุดซึ่งเดิมนั้นเป็นของกษัตริย์ บัดนี้ได้ถูกถ่ายโอนมาสู่ประชาชน

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/38876

วิกิพีเดียประกาศชัยชนะ หลังสมาชิกคองเกรสจำนวนมาก แห่สนับสนุนต้านกม.คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

วิกิพีเดียประกาศชัยชนะ หลังสมาชิกคองเกรสจำนวนมาก แห่สนับสนุนต้านกม.คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา








สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 ม.ค. กรณี"วิกิพีเดีย"สารานุกรมออนไลน์ชื่อดัง ดำเนินการปิดเว็บไซต์ เพื่อประท้วงกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลทางออนไลน์ และกฎหมายการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ได้ส่งผลให้เกิดการประท้วงไปทั่วโลก โดยมีสมาชิกสภาคองเกรสกว่า 18 คนร่วมประท้วงกฎหมายนี้ รวมทั้งการปิดจอดำของเว็บไซต์อีกกว่า 7,000 แห่ง และการเดินขบวนบนท้องถนนในกรุงนิวยอร์ก โดยเมื่อวันพฤหัสบดี นายเวอร์มอนต์ แพทริก เลียฮี ได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ตัวเอง เช่นเดียวกับสมาชิกของวุฒิสภาอีกหลายคน ขณะที่กูเกิลประกาศว่า กลุ่มสามารถล่าลายชื่อผู้คัดค้านกฎหมายดังกล่าวได้เป็นจำนวน 4.5 ล้านคนแล้ว

ทางด้านมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารของเฟซบุ๊ค ยังได้เขียนข้อความประกาศว่า เขาสนับสนุนการประท้วงนี้ และระบุว่า อินเตอร์เนทถือเป็นเครื่องมือทรงอานุภาพที่สุดที่โลกควรมีเพื่อไว้สร้าง สรรค์ เปิดกว้าง และเชื่อมโยงโลกทั้งหมดด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ วิกิพีเดีย ได้จับมือกับเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่ง ได้แก่ อีเบย์ เฟซบุ๊ค กูเกิล ทวิตเตอร์ และอื่น ๆ เพื่อประท้วงต่อต้านกฎหมายดังกล่าวที่มีการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร์สหรัฐ

รายงานระบุว่า มาตการของกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อยุติการละเมิดสิทธิทางปัญญาตั้งแต่ดนตรี ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ และเนื้อหาของนิตยสารที่ถูกจัดทำในรูปอีบุ๊ค ให้บริการแก่ผู้คนทั่วโลกฟรีไม่คิดบริการ ขณะที่วิกิพีเดีย ซึ่งเป็นเว็บไซต์สาระนุกรมที่มีผู้ใช้กว่า 20 ล้าน ได้ประท้วงกฎหมายนี้ ซึ่งห้ามการอ้างอิงคำพูดหรือเนื้อหาของบุคคลที่ถูกเผยแพร่ตามสื่อไปอ้างอิง ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งถือว่ากระทบต่วิธีการทำงานของวิกิพีเดียอย่างเต็มที่ และวิกีพีเดีย ยืนยันว่า การประท้วงของกลุ่มเป็นผลจากความต้องการที่จะคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก ทางอินเตอร์เนทอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน นายจิมมี่ เวลส์ ผู้บริหารของวิกิพีเดีย ออกโรงประกาศว่า การปิดเว็บไซต์"วิกีพีเดีย"ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะสามารถทำให้สมาชิกสภาคองเกรสลุกขึ้นมาคัดค้านกฎหมายดังกล่าวได้ โดยระบุว่า ถึงขณะนี้ มีวุฒิสมาชิกจำนวน 35 รายจะประท้วงกฎหมายการคุ้มครองสิทธิทางปัญญา จากก่อนหน้านี้ซึ่งมีเพียง 5 ราย ขณะที่มีผู้คนกว่า 162 ล้านคนได้เห็นข้อความของวิกิพีเดียที่ตั้งคำถามว่า"โลกจะเป็นอย่างไร หากไร้ซึ่งการให้ความรู้ฟรี"


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327034576&grpid=&catid=06&subcatid=0600

ปรับเร็ว-ปรับแรง ปรับต่างตอบแทนการเมือง?

ปรับเร็ว-ปรับแรง ปรับต่างตอบแทนการเมือง?

 



 

การปรับ ครม.ใหญ่ 16 เก้าอี้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนภาพความมั่นใจของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฝ่ายค้าน หยามหยันอ่อนหัดทางการเมืองเป็นที่ยิ่งว่า สามารถรับมือแรงกระเพื่อม เอาอยู่ ไม่มีปัญหาความวุ่นวายตามมาจากกลุ่มถูกปรับออก หรือแม้แต่ผู้ผิดหวัง ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรีรองนั่ง

ก่อนตัดสินใจปรับ นายกฯและคณะ รวมถึงที่ปรึกษาพิเศษ คงประเมินสถานการณ์ เตรียมการรับมือพอสมควร กระทั่งมั่นใจระดับหนึ่งแล้ว จึงเดินหน้า และผลที่ออกมาก็อย่างที่เห็นๆ ไม่มีปัญหาความไม่พอใจรุนแรง อันอาจกระทบเสถียรภาพรัฐบาล

หากจะมีปม ประเด็นทำเสียขบวนอยู่บ้าง หนีไม่พ้นปัญหารัฐมนตรีบางคนถูกทางการสหรัฐขึ้นบัญชีดำ เรื่องนี้แม้ไม่ขัดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่อาจถูกตั้งคำถามถึงความรอบคอบ ความสง่างาม

การปรับ ครม.ครั้งนี้ แยกแยะผู้ถูกปรับออกได้อย่างน้อย 3 กลุ่ม อาทิ 1.กลุ่มที่มีปัญหาในการทำงาน ประเภทโลกลืม ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน 2.มีปัญหาร้องเรียนเรื่องไม่ชอบมาพากล และ 3.กลุ่มที่มีปัญหาความขัดแย้ง ทั้งเกาเหลาในกระทรวง และระดับ ความเห็นไม่สอดคล้องกับทิศทาง นโยบายรัฐบาล

ข้อมูล จากแวดวงการเมือง หลายคนเจอ 2 เด้ง ประเภทพิการซ้ำซ้อน นอกจากทำงานไม่เป็นแล้ว ยังมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่างหาก


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327132193&grpid=&catid=02&subcatid=0207

"ผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอน" ร่ายยาวกับสื่อสวีเดน อ้างโดน "มอสสาด" จัดฉากจับ

"ผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอน" ร่ายยาวกับสื่อสวีเดน อ้างโดน "มอสสาด" จัดฉากจับ

 


จากกรณีหน่วยสืบราชการลับมอสสาด ประเทศอิสราเอล แจ้งให้ทางการไทยจับกุมตัวนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน อายุ 47 ปี ซึ่งถือหนังสือเดินทางสัญชาติสวีเดน ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินโดยสารออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อสัปดาห์ที่ ผ่านมา ขณะเดียวกัน ทางการสหรัฐอเมริกาออกประกาศเตือนภัยกลุ่มก่อการร้ายมีแผนวินาศกรรมแหล่ง ท่องเที่ยวดังในกรุงเทพฯ เพื่อสังหารชาวตะวันตกและชาวยิว ส่งผลให้สถานทูตหลายแห่งประกาศเตือนภัยตาม

"ข่าวสดออนไลน์" รายงานว่า เว็บไซต์สำนักข่าวเดอะโลคัล สื่อภาษาอังกฤษของสวีเดน และสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ สหรัฐอเมริกา อ้างรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์อาฟทันบลาเดท สื่อสิ่งพิมพ์สวีเดนชื่อดัง ระบุว่า นายฮุสเซนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอาฟทันบลาเดทจากในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่โดนหน่วยมอสสาดจัดฉาก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทางการไทยปฏิบัติและดูแลตนเป็นอย่างดี

นายฮุสเซน ระบุว่า โดนตำรวจไทยจับกุมคาสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันพฤหัสบดี 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะเตรียมขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่เลบานอน และว่า สิ่งของต่างๆ ที่ตำรวจพบในตึกเช่าของตนนั้นส่วนใหญ่เป็นของที่มีบุคคลอื่นนำไปจัดฉากเก็บ เพิ่มเติมเอาไว้ทั้งสิ้น คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือสายลับหน่วยมอสสาดนั่นเอง
(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327071553&grpid=&catid=06&subcatid=0600