หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

"เฉลิมปากเสีย"ไล่นักวิชาการต่างชาติ 224 คนหนุนแก้ม.112 ให้ไปแก้ที่ประเทศตัวเอง

"เฉลิมปากเสีย"ไล่นักวิชาการต่างชาติ 224 คนหนุนแก้ม.112 ให้ไปแก้ที่ประเทศตัวเอง

 

 

 

2 ก.พ. 55 - สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจรายงาน ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการนานาชาติได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ตนและพรรคเพื่อไทยยังยืนยันในจุดยืนเดิมคือไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไข มาตราดังกล่าว ใครเห็นด้วยก็ให้ไปแก้ที่ประเทศของตัวเอง ทั้งนี้ การที่นักวิชาการต่างประเทศแสดงความเห็นนั้นถือเป็นเรื่องส่วนตัว และใครจะว่าอะไรนั้นก็คงไม่สามารถไปห้ามได้

ส่วนกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีกลุ่มคนจ้องล้มรัฐบาลโดยหยิบยกประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาใช้นั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า การติดตามทางลับนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยอมรับว่ามีการมอบหมายให้ตนเองดูในเรื่องดังกล่าว ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ยังไม่พัฒนา อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่นั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขมาตรา ดังกล่าว

สำหรับกรณีที่มีการนำคลิปเก่าซึ่งนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช.ได้สนับสนุนข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ที่ให้มีการแก้ไข มาตรา 112 นั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่ขอแสดงความเห็นข้ามฟาก เดี๋ยวจะทะเลาะกัน แต่เรื่องนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมทั้งตนนั้นได้พูดชัดเจนแล้วว่า จะไม่มีการแก้ไขมาตรา 112

 

(ที่มา) 

http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39067

 

โดดเดี่ยว นิติราษฎร์ เท่ากับโดดเดี่ยวประชาชน หันหลังให้นิติราษฎร์เท่ากับหันหลังให้ประชาชน แล้วจะเอา หลังพิงใคร และใครจะเสียใจ


1. ยิ่งพูดออกมาแบบนี้เท่าไร ทางพรรคเพื่อไทยก็สะเทือนมากขึ้นเท่านั้น เพราะการกล่าวแบบนี้ ไม่เป็นการสร้างพันธมิตร แต่เป็นการอยู่อย่างโดดเดี่ยวของพรรคเพื่อไทยเอง

2. โอกาสที่จะให้โลกล้อมประเทศ ต้องอาศัยนักวิชาการต่างชาติ ถ้าคุณเฉลิมยิ่งออกมากร่างขนาดนี้มากขึ้นเท่าไร ทางออกของการสร้างพรรคการเมืองแนวที่สามจะเกิดได้เร็วขึ้นเท่านั้น

3. คุณเฉลิมอาจจะไม่ทราบว่า ข่าวที่ออกไปทั่วโลก จากการกร่างสัมภาษณ์แบบนี้ มันไม่ได้ช่วยอะไรพรรคเพื่อไทยเลย แต่จะมีกระแสเมินเกิดมากขึ้น ถ้าทางพรรคต้องการให้ต่างประเทศเขาช่วยเหลือเรื่องใดๆ

4. ถ้าเกิดมีการยุบสภาฯ และเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว (snap election) รับรองได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้คะแนนเสียงข้างมากแน่นอน ถ้าสมมติว่ามีพรรคการเมืองแนวที่สามที่ยึดนโยบายหลักในการทำเรื่อง ICC และ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บวกกับข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์

5. พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลได้ เพราะกระแสของสังคมออนไลน์ ที่ช่วยกระหน่ำ ให้ความรู้กับประชาชนแบบปากต่อปาก ถ้าไม่มีกระแสเรื่องนี้ออกไป ป่านนี้ บัตรเสียคงจะเยอะจนตนเองไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้อย่างแน่นอน...

พรรคเพื่อไทยยืนหยัดอยู่ได้ และมีเสียงมากกว่าครึ่งเพราะคนเสื้อแดงหัวก้าวหน้า ซึ่งดิฉันคาดว่า มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนภายในพรรคเอง

ดังนั้น จะทำอะไรก็ตาม ดูให้ดีด้วย รับรองได้ว่า คลิปเหล่านี้ จะย้อนกลับมา และตัวคุณเฉลิมเอง จะเป็น ตัวถ่วงให้ประชาชนเขาคิดว่า เราจะเลือกเพื่อไทย หรือ เลือกพรรคการเมืองแนวที่สามดี 

Doungchampa Spencer - https://www.facebook.com/doungchampa
ส่องกระจกดูตัวเองซะก่อน: วารสารฯ ไม่ใช่ธรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ไม่ใช่วารสารฯ แล้วขอถามต่อด้วยว่า ไม่มียางอายหรือที่มองตัวเองว่าเป็นผู้ที่ไม่บิดเบือนคุณธรรม ทุเรศ!
 

ชมภาพกลุ่มผู้สนับสนุนนิติราษฎร์ มาให้กำลังใจ

 

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

"อ.วีระ" แนะคนโทรเข้ารายการ-ให้ค้นคว้าข้อมูลก่อนด่า "นิติราษฎร์"

 

 Miniature



ก่อนที่คุณคิดจะ ไม่เห็นด้วย ทำร้าย ตัดคอ นิติราษฎร์ เรื่องแกั ม. 112 คุณได้อ่านและศึกษาถึงสิ่งที่พวกเขานำเสนอแล้วหรือยัง?

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=sZf-OQzYKL4 

 

เมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ในรายการ "คุยได้คุยดี Talk News & Music" ทางคลื่น 96.5 MHz อสมท. ดำเนินรายการโดยนายวีระ ธีระภัทรานนท์ หรือ "อาจารย์วีระ" ช่วงหนึ่งได้มีผู้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความเห็นในเชิงตำหนิและระบุว่าต้องการ จะทำร้ายกลุ่มนิติราษฎร์

ทำให้นายวีระรีบตัดบท และถามผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาว่ารู้จักกลุ่มนิติราษฎร์หรือไม่ว่าสมาชิกประกอบ ด้วยใคร และถามด้วยว่ารู้ข้อความในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ และยังแนะนำให้กลับไปค้นคว้าข้อมูลจะได้มีพื้นฐานในการแสดงความรู้สึก ก่อนวางสาย โดยท้ายรายการนายวีระระบุด้วยว่าการเคลื่อนไหวแก้ไขมาตรา 112 อยู่ในประมวลกฎหมายอาญาไม่ใช่รัฐธรรมนูญ และประมวลกฎหมายอาญามาตราดังกล่าวเคยมีการแก้ไขมาแล้วในปี 2519

"คุณอยากรู้ คุณก็ไปหาความรู้สิครับ คุณจะมานั่งคิดเอาเองทำไม ถ้าคุณไม่แสวงหาข้อเท็จจริง แล้วคุณจะมีพื้นฐานในการแสดงความรู้สึกหรือ เดี๋ยวคุณฟันคอผิดคนนะ" นายวีระกล่าวตอนหนึ่งกับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาในรายการ
สำหรับรายละเอียดการสนทนาระหว่างนายวีระกับผู้โทรศัพท์เข้ามาแสดงความคิดเห็น มีดังต่อไปนี้

(ที่มา)

ประเทศนี้ไม่มีเสรีภาพ

ประเทศนี้ไม่มีเสรีภาพ

 

 
ภาพที่โพสต์

 รูปภาพ

ประเทศนี้ยังไม่มีเสรีภาพ
เพราะปกเต็มด้วยคนบาปและหยาบชั่ว
ยังมอมเมาความงมงายให้น่ากลัว
สร้างความหวังอันหม่นมัวให้พลเมือง
ประเทศนี้ยังไม่มีเสรีภาพ
ความยุติธรรมต้องคำสาปจนหงอยเชื่อง
ประเทศนี้มีแต่สร้างความขัดเคือง
ถมคลั่งจนแน่นเนืองหัวใจคน
ประเทสนี้ยังไม่มีเสรีภาพ
เพราะประเทศนี้สาบสูญถึงเหตุผล
ความเกลียดชังยังปลูกโดยสื่อมวลชน
ผลิบานจนล้นเป็นสงคราม
ประเทสนี้ไม่มีเสรีภาพ
ก้มก้มกราบกราบอย่าบังอาจถาม
อย่าค้นหาความหมายในนิยาม
"ไทย-สยาม ไชโย ไม่มีเสรี"


ปราชญ์  อันดามัน

"มติมธ."สุมฟืน-ตัดไฟ ตุลา"19 VS กุมภา"55 บริบทเหมือนที่แตกต่าง

"มติมธ."สุมฟืน-ตัดไฟ ตุลา"19 VS กุมภา"55 บริบทเหมือนที่แตกต่าง


 

 

 

 

 

 

 

 

พลันที่ "สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหาร มธ. มีมติเอกฉันท์ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อเคลื่อนไหวกรณีประมวล กฎหมาย มาตรา 112

หลายฝ่ายเชื่อว่านี่คือสัญญาณที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

ทั้ง ฝ่ายสนับสนุน-ฝ่ายต่อต้าน "คณะนิติราษฎร์" ต่างชี้ชวนให้สังคมวิตกว่าบทสรุปสุดท้ายของเรื่องนี้ อาจคล้ายคลึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 บ้างก็ว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม บ้างก็มองเป็นการสุมฟืนใส่กองไฟ?

"อดีตคนเดือนตุลา" รายหนึ่งลำดับความคิด ก่อนเปรียบเทียบบริบทที่เหมือนและต่างกันของ 2 เหตุการณ์

00ประเด็นในการเคลื่อนไหว

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เกิดจากความขัดแย้งทางความคิด เมื่อนักศึกษาและปัญญาชนตื่นตัวมากขึ้นหลังผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สนใจแนวคิดแบบเสรีนิยมและระบบสังคมนิยมมากขึ้น กอปรกับรอบบ้านได้เกิดสงครามล่าอาณานิคม โดยที่ฝ่ายซ้าย หรือคอมมิวนิสต์เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ผู้มีอำนาจกังวลต่อการแตกหน่อ-ต่อยอด "อุดมการณ์ซ้าย" ในไทย

หลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2517 "ฝ่ายซ้าย" กลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ของรัฐบาล แม้จำนวนไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ "อำนาจเก่า" หวาดระแวง จนนำไปสู่การยึดอำนาจในที่สุด

ระหว่างนี้มี การปลุกปั่นกระแสโจมตี "ฝ่ายเห็นต่าง" ว่าเป็นพวกไม่จงรักภักดี โดยยกกรณี "ละครแขวนคอ" จัดโดยชุมนุมนาฏศิลป์และการละคร มธ. ที่ลานโพธิ์ มาเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า "นักศึกษา" ที่อยู่ในคราบ "นักเคลื่อนไหว" หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนนำไปสู่การล้อมปราบและสังหารนักศึกษาในที่สุด

ขณะ ที่ความเคลื่อนไหวของคณะนิติราษฎร์ เป็นการจุดพลุให้แก้ไขมาตรา 112 ซึ่งต่อมาฝ่ายตรงข้ามได้ออกมาชี้ว่าเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เอา สถาบัน และพุ่งเป้าโจมตีไปที่ตัวบุคคลในฐานะ "ผู้ก่อการ"
  

 

(อ่านต่อ) 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1328150306&grpid=&catid=02&subcatid=0202