หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: จาก ครก.ถึงตุลาการ และพรรคเพื่อไทย

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: จาก ครก.ถึงตุลาการ และพรรคเพื่อไทย

 

 

คำถามถึงรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย อย่าลืมว่า ผู้ที่ต้องคดี 112 จำนวนมาก เคยต่อสู้มาด้วยกัน การวางเฉยต่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ จะให้ความหมายว่าอย่างไร

ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมานี้ เป็นระยะเวลาแห่งการรวบรวมรายชื่อประชาชนของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 เพื่อที่จะให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาญามาตรานี้ ซึ่งถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่กรณีนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย แม้ว่าจะเป้าหมายของการรณรงค์จะเป็นไปเพื่อสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย และเพื่อให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ที่น่าสังเกตคือ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้แสดงท่าทีไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหว และบางส่วนถึงกับแสดงท่าทีคัดค้าน แต่การเคลื่อนไหวของ ครก.112 และคณะนิติราษฎร์ก็ยังดำเนินต่อไป

ความจริงแล้ว การแสดงท่าทีไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยของพรรคเพื่อไทยในกรณีปฏิรูปกฏหมาย มาตรา 112 นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก กลับเป็นการตอกย้ำด้วยซ้ำไปว่า ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย กฏหมายมาตรา 112 นั้น เป็นปัญหามากกว่าเรื่องของกฎหมาย แต่เป็นปัญหาของโครงสร้างทางความคิดของชนชั้นนำไทย ที่ครอบงำประชาชนด้วยแนวคิดอนุรักษ์นิยมเจ้า (royalist conservative) ซึ่งมีลักษณะนิยมเจ้าเกินจริงยิ่งกว่าราชา เน้นความศรัทธายิ่งกว่าเหตุผลและความชอบธรรม และทำให้เกิดการตีความกฎหมายจนเกินขอบเขต จึงก่อให้เกิดความวิตกและหวาดกลัวในทุกเรื่องที่จะไปแตะต้องเรื่องที่เกี่ยว ข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

จึงกลับกลายเป็นว่า ทั้งที่กฎหมายอาญามาตรา 112 มีเป้าหมายเพียงการคุ้มครอง พระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้อยู่ในฐานะล่วงละเมิดมิได้ แต่พวกขวาอนุรักษ์นิยม ตีความให้กฎหมายอาญามาตรานี้ เป็นสิ่งแตะต้องไม่ได้ไปด้วย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่กล้าแตะต้อง และพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีไม่สนับสนุน เพราะเมื่อคณะนิติราษฎร์เสนอข้อเสนอนี้ ก็ถูกพวกสลิ่มสารพัดสี พวกแมงสาบ และพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัด รุมถล่มโจมตีด้วยข้อหาล้มเจ้าโดยทันที ดังนั้น ถ้าหากว่า รัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีสนับสนุนการรณรงค์ ก็จะถูกโจมตีทันทีว่าเข้าร่วมขบวนการล้มเจ้า และจะเป็นการ ”เรียกแขก”มาถล่มรัฐบาลแทน ซึ่งมีผลต่อเสถียรภาพ ทำให้ชนชั้นนำไทยมีข้ออ้าง ที่จะล้มรัฐบาลประชาธิปไตยก่อนวาระ ด้วยวิธีการอันไม่ศิวิไลซ์ทั้งหลาย

 

(อ่านต่อ)

http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39428

‘ฮิวแมนไรท์ วอทช์’ กังวลกรณีนักโทษคดีหมิ่นไม่ได้สิทธิประกันตัว

‘ฮิวแมนไรท์ วอทช์’ กังวลกรณีนักโทษคดีหมิ่นไม่ได้สิทธิประกันตัว

 


องค์กรสิทธิ “ฮิวแมนไรท์ วอทช์” ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการปฏิเสธสิทธิการประกันตัวแก่ผู้ต้องหาม.112 ชี้การไม่ให้สิทธิดังกล่าวเป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง ซึ่งถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งผู้ต้องหาด้วยในบางกรณี

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ “ฮิวแมนไรท์ วอทช์” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกรณีที่ผู้ต้องหาในคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูกปฏิเสธสิทธิการประกันตัวอย่างต่อเนื่อง โดยฮิวแมนไรท์ วอทช์ชี้ว่า การที่ศาลไทยไม่อนุญาตให้นักโทษในคดีดังกล่าวประกันตัว เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเป็นเสมือนการลงโทษที่ไม่มีเหตุผลเหมาะสมรองรับ

ในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า จากจำนวน 12 คดีที่อัยการสั่งฟ้องผู้สนับสนุน นปช. ด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยังไม่มีกรณีใดเลยที่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตรงข้ามกับในกรณีของสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถูกฟ้องเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 53 และได้รับการประกันตัวแล้วในวันเดียวกัน

ฮิวแมนไรท์ วอทช์กล่าวถึงคดีผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสามกรณีที่ถูกปฏิเสธการขอ ประกันตัวมาแล้วอย่างน้อยคนละ 5 ครั้ง ได้แก่ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ โจ กอร์ดอน และสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งในกรณีของสมยศ พฤกษาเกษมสุข ฮิวแมนไรท์ วอทช์ชี้ว่า การที่เขาถูกปฏิเสธการประกันตัวมาถึง 7 ครั้งและถูกส่งไปรับฟังการพิจารณาคดีใน 4 จังหวัด คือ สระแก้ว เพชบูรณ์ นครสวรรค์และสงขลา อาจเป็นการกลั่นแกล้งผู้ต้องหา และชี้ว่า อาจเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นตั้งแต่แรก เนื่องจากพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39420

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การพูดเรื่องชนชั้น ยังสำคัญหรือไม่

การพูดเรื่องชนชั้น ยังสำคัญหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

  

 

โดย วัฒนะ วรรณ

องค์กรเลี้ยวซ้าย เป็นองค์กรสังคมนิยม ใช้แนวคิดมาร์คซิสต์ในการวิเคราะห์สังคม เพื่อต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงประชาธิปไตยปลอมๆ หรือประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่อำนางทางการจัดการเศรษฐกิจยังเป็นเผด็จการ ที่ควบคุมโดยชนชั้นนายทุนอยู่

เวลา พูดเรื่องชนชั้น หลายท่านอาจจะมองว่าเฉย บางท่านถึงขั้นถามว่ายังมีชนชั้นอยู่อีกเหรอในยุคนี้ หรือบางท่านอาจจะจิตนาการชนชั้น ไพร่-อำมาตย์ ย้อนหลังไปหลัง ๒๔๗๕ ไปก็พอมีให้เห็น หรือบางครั้งมองเรื่องชนชั้นเป็นเรื่องของกรรมาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมเท่า นั้น

นิยามของชนชั้นในความหมายของมาร์คซิสต์ มองว่าระบบทุนนิยมประกอบด้วยสองชนชั้นหลัก คือ นายทุน เป็นผู้ควบคุมปัจจัยการผลิต เครื่องจักร ที่ดิน เงินทุน กับกรรมาชีพ ที่ไร้ปัจจัยการผลิต เป็นแรงงานรับจ้าง ทั้งคอปกขาว คอปกน้ำเงิน ครูบาอาจารย์ ฯลฯ และนอกจากนี้ก็ยังมีชนชั้นอื่นๆ อยู่ด้วย เช่นชนชั้นกลาง ที่เป็นกลุ่มชนชั้น มีทั้งชนชั้นกลางอยากจน และร่ำรวย แต่มีเป็นส่วนน้อยของสังคมทุนนิยม

การที่สังคมมีชนชั้นดำรงอยู่มัน มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับการจัดสรรทรัพยากรในสังคมที่ทุกๆ ช่วยกันผลิต ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันกลับถูกผู้ที่ควบคุมปัจจัยการผลิตอ้าง ว่าสินค้าเหล่านี้เป็นของตน ส่งผลให้ชนชั้นหนึ่งร่ำรวยมหาศาล เกินความจำเป็นที่ใช้สำหรับดำรงชีวิต และอีกชนชั้นหนึ่งยากจน มีรายได้เพียงเพื่อประทังชีวิต ผลิตแรงงานรุ่นต่อไปเท่านั้น

ถ้ามา มองดูอำนาจรัฐในปัจจุบัน ใครคือผู้ครองอำนาจนั้น ชนชั้นใดคือผู้ใช้อำนาจนั้น พรรคเพื่อไทยอยู่ชนชั้นไหน มันก็ปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ก็คือชนชั้นนายทุนและตัวแทนของเขา ถึงแม้ว่าเขาอาจจะทะเลาะกันบ้างจนพลางตัว ทำให้เราคิดว่าเขาอยู่ข้างเราและพร้อมจะหยิบยื่นความเท่าเทียม และอิสรภาพ มาให้ แต่ป่าวเลย รูปธรรมเมื่อเขากลับมีอำนาจ เขาก็ทำเพื่อตัวเขาเอง เพื่อชนชั้นของเขาเอง เพื่ออิสรภาพของพวกเขาเอง เท่านั้น ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาจะโยนเศษเนื้อมาให้เราบ้าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาทำเพื่อเรา ทำเพื่อความเท่าเทียมโดยแท้จริง

ถึง เวลาแล้วที่เราควรเลิกหวัง ลมๆ แล้งๆ ที่จะให้คนที่สังกัดคนละชนชั้นกับเรา หยิบยื่นผลประโยชน์ ความกินดีอยู่ดี และเสรีภาพมาให้ เพราะคงเป็นไม่ได้ ในเมื่อผลประโยชน์ของเขามาจากการขโมยหยาดเหงื่อแรงงานของเรา ที่เป็นผู้สร้างให้กับสังคมแต่แรกไป เพราะถ้าเขาหยิบยื่นมันคืนมาสู่เรา ก็เท่ากับว่าเขากำลังทำลายชนชั้นของตนเองไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น

นิติ ราษฎร์, ครก.112, ปณิธาน(ไท) ได้สร้างกำลังใจให้เราอีกครั้ง ว่าเราสู้ได้ เราฝันถึงสังคมใหม่ได้ และเราไม่ใช่คนตัวเล็กๆ ที่ไร้พลัง ถึงเวลาที่จะต้องคุยกัน ถึงเวลาที่จะต้องรื้อฟื้นองค์กรนำขึ้นมาใหม่ การต่อสู้รอบใหม่จะต้องเกิดขึ้น คราวนี้ชัยชนะจะต้องไม่ถูกนำไปมอบให้กับเจ้านายคนใหม่อีกต่อไป แต่มันจะถูกนำไปใช้สร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง

เสรีภาพ จงมีแด่ท่าน!


(ที่มา)
http://turnleftthai.blogspot.com/2012/02/blog-post_26.html

เปิดรายชื่อ 45 อรหันต์ กรรมาธิการฯแก้ไขรธน. มาตรา 291 นัดแรก 29 ก.พ.

เปิดรายชื่อ 45 อรหันต์ กรรมาธิการฯแก้ไขรธน. มาตรา 291 นัดแรก 29 ก.พ.


 

วันที่ 25 ก.พ. 2555  หลังจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานที่ประชุม ได้สั่งให้ลงมติโดยใช้วิธีลงคะแนนเปิดเผยขานชื่อสมาชิกทีละคน  ผลปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่รับหลักการทั้ง 3 ร่าง ด้วยคะแนน 399 ต่อ 199 งดออกเสียง 14   โดยยึดร่างของรัฐบาลเป็นหลัก



 สำหรับรายชื่อ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 291 จำนวน 45 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 19 ประชาธิปัตย์ 11 ภูมิใจไทย 2 ชาติไทยพัฒนา 1 ชาติพัฒนา 1 พลังชล 1วุฒิสภา 10 กำหนดแปรญัตติ 30 วัน

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330153791&grpid=&catid=02&subcatid=0202

ระทึก 3สาวบุกเปลือยอกงานแฟชั่น-ชูป้ายประท้วง จี้"เวอร์ซาเช่" เลิกใช้นางแบบผอมบักโกรก

ระทึก 3สาวบุกเปลือยอกงานแฟชั่น-ชูป้ายประท้วง จี้"เวอร์ซาเช่" เลิกใช้นางแบบผอมบักโกรก 





สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยหน้าสถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์ "มิลาน วีเมนส์แวร์ แฟชั่นวีก" ในนครมิลาน ประเทศอิตาลี หลังจากนักสิทธิสตรีสมาชิกกลุ่ม "ฟีเมน" หลายคนมาถอดเสื้อชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าหรูยี่ห้อดัง "เวอร์ซาเช่" ยุติการนำนางแบบ "ไซซ์ซีโร่" หรือนางแบบหุ่นผอมแห้งผิดธรรมชาติเหมือนคนป่วยเป็นโรคอโนเร็กเซีย มาเดินแบบเพราะเป็นการสร้างทัศนคติผิดๆ และเป็นอันตราย ทำให้กลุ่มฟีเมนเผชิญหน้ากับตำรวจที่พยายามเคลียร์พื้นที่ แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

รายงานระบุว่า การประท้วงดังกล่าวมีหญิงสาว 3 สาวซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่ม"ฟีแกน"ซึ่งตั้งอยู่ในยูเครน เมื่อปี 2008 และเป็นทีรู้กันด้านบทบาทประท้วงเกี่ยวกับการต่อต้านการท่องเที่ยวเพื่อแสวง ความสุขทางเพศ การใช้เรื่องเพศส่งเสริมด้านการตลาด รวมทั้งปัญหาในยูเครนและระดับสากล โดยกลุ่มได้ประกาศว่า กลุ่มมีเป้าหมายที่ต้องการช่วยกันพัฒนาผู้หญิงในยูเครน ให้มีจริยธรรม และสติปัญญา มากขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ของยูเครนว่าเป็นดินแดนแห่งการเปิดโอกาสอย่างเปิดกว้างให้ แก่ผู้หญิง 

ท้ังนี้ การประท้วงต่อต้านนางแบบป่วยอาการอดอาหารเพราะกลัวอ้วน ได้กลายเป็นวาระของกลุ่ม หลังจากวงการแฟชั่นยังคงเดินหน้าใช้นางแบบหุ่นผอมแสดงแฟชั่นโชว์ทั่วโลก แม้จะมีการกระแสต่อต้านจากวงการสื่อและสังคมก็ตาม และยังมีขึ้นก่อนวันแห่งการตระหนักถึงโรคด้านอาหารแห่งชาติของสหรัฐที่จะมี ขึ้นสัปดาห์ขึ้น อนึ่ง สำหรับน.ส.โดนนาเตลล่า เวอร์ซาเซ่ ทายาทของอาณาจักรเวอร์ซาเช่ ยังป่วยเป็นโรค"Anorexia"หรือโรคอดอาหารเพราะกลัวอ้วนด้วย



(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330222084&grpid=01&catid=&subcatid=

ควันหลง"เสื้อแดง"ชุมนุมที่โบนันซ่า เมื่อ"จตุพร"เล่นบทน้องเลิฟ"ทักษิณ" เอ่ยปากขอตำแหน่งใหญ่กว่าส.ส.

ควันหลง"เสื้อแดง"ชุมนุมที่โบนันซ่า เมื่อ"จตุพร"เล่นบทน้องเลิฟ"ทักษิณ" เอ่ยปากขอตำแหน่งใหญ่กว่าส.ส.

 




ท่ามกลางกระแสความแตกแยก โกรธเคือง ความเห็นต่าง ระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกัน พร้อมๆ กับกระแสของการปฎิวัติ รัฐประหาร ที่กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใจว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช. พร้อมๆ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงรายอื่นๆ ทั้งจากส่วนกลางและแกนนำระดับภูมิภาค ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การนัดหมายในวันนี้ถือเป็นการหยุดรัฐประหารและเคลื่อนไหวเพื่อการแก้รัฐธรรมนูญ


ไฮไลต์เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คงจะหนีไม่พ้นการวีดีโอลิ้งค์ของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเวลา 21.00น. ภายหลังจากนายจตุพร ขึ้นร้องเพลง สลับกับการปราศรัย ที่เรียกเสียงโห่ของมวลชนที่เข้ามาร่วมฟังเป็นระยะๆ

ตอนหนึ่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่พูดถึงนายจตุพรว่า "นายจตุพร ถือเป็นน้องรัก แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมนายจตุพรถึงไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่มีความเหมาะสมมากที่สุด"

นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า นายจตุพรจะได้รับการตอบแทนน้ำใจที่ดีกว่านี้ เพราะเป็นคนดีมีอนาคต แต่ต้องขอเวลา


จากนั้นได้ร้องเพลง "คิดฮอดบ้านแฮง" สั้นๆ


ก่อนจะพูดต่อว่า "ตอนนี้อยู่ดูไบ อยากกลับไปรับใช้พี่น้องประชาชนในอีกไม่นานนี้" 

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330242623&grpid=01&catid=&subcatid=

อาเซียน 101 กับปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

อาเซียน 101 กับปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

 



โดย ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์






Introduction of ASEAN : Pavin Chachavalpongpun

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=-9o8vpA56bI#! 


ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ปาฐกถา หัวข้อ “จากสมาคมสู่ประชาคมอาเซียน : เรื่องจริงหรืออิงนิยาย” ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 24 ก.พ.55 ที่ห้อง 301 คณะศิลปศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์ โดยเขากล่าวถึงพรมแดนความรู้เกี่ยวกับอาเซียนของประเทศไทยซึ่งจากการทำสำรวจ ครั้งล่าสุดพบว่าไทยมีความตื่นตัวเกี่ยวกับอาซียนอยู่ในอันดับสุดท้ายของ ประชาคม แต่กลับมีความดัดจริตคิดว่าภาษาไทยจะเป็นภาษากลางของอาเซียน จากนั้นจึงเริ่มบรรยายพื้นฐานเกี่ยวกับจุดกำเนิดสมาคมอาเซียนซึ่งกำลังจะ ก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมใน ค.ศ. 2015 นี้ 

ทั้งนี้ เขาเห็นว่า อุปสรรคในอาเซียนที่สำคัญก็คือการเมืองภายในของแต่ละประเทศเอง โดยประเทศไทยก็ตกอยู่ภายใต้อุปสรรคเช่นนี้ และหากไทยยังต้องการสถานะความเป็นผู้นำอาเซียนซึ่งชะงักไปนับแต่มีการรัฐ ประหารและมีความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ ไทยก็ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับอาเซียนให้มากขึ้น

(อ่านต่อ)