หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

The Daily Dose 24เมษายน55

The Daily Dose 24เมษายน55

 

The Daily Dose 16เมย55


(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=XBkRzi2_xAI#!

คนสั่งฆ่าประชาชน" และปรองดองกับ"คนสั่งฆ่าประชาชน"


คนสั่งฆ่าประชาชน" และปรองดองกับ"คนสั่งฆ่าประชาชน"



 

"ได้ดี อย่าถีบหัวประชาชน(เสื้อแดง)" ประชาชนสร้าง"ท่าน"ได้ ก็ทำลาย"ท่าน"ได้เช่นกัน อย่าให้เขาว่าได้ ว่าทำเพื่อคนๆเดียว (เราเห็นความสำคัญของท่าน แต่ท่านไม่เห็นความสำคัญของเรา) ขอคัดค้านนิรโทษกรรม"คนสั่งฆ่าประชาชน" และปรองดองกับ"คนสั่งฆ่าประชาชน" (ทำไมต้องไปรดน้ำดำหัว"เผด็จการที่ฆ่าประชาชน"ด้วย...)

ไม่มีการปรองดองแน่นอน หากไม่กลับไปสู่ความจริง

ไม่มีการปรองดองแน่นอน หากไม่กลับไปสู่ความจริง






"ไม่มีการปรองดองแน่นอนหากไม่กลับไปสู่ความจริง โดยที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น การปรองดองแบบตัดตอนไม่มีทางทำให้ความขัดแย้งหายไปได้"
วรเจตน์ ภาคีรัตน์, 18 เม.ย.55

ที่มา : สัมภาษณ์พิเศษ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เข็นนิติราษฎร์ฝ่ากระแส วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7811 ข่าวสดรายวัน


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNakU0TURRMU5RPT0%3D 

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

อ่านไต๋ปรองดอง"ใครจะทิ้งไพ่โง่"

อ่านไต๋ปรองดอง"ใครจะทิ้งไพ่โง่"

 



การขับเคลื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นับแต่ได้เป็นรัฐบาล พลิกกลับ 360 องศา หลังเดินเกมประนีประนอมกับฝ่ายชนชั้นนำ หวังให้ฝ่ายตรงข้ามยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศได้โดยไม่ต้องติดคุกผ่านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม

ท่าทีที่เปลี่ยนไป ทำให้ “กลุ่มเสื้อแดงอิสระ” ที่ร่วมขบวนเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่างช้ำใจ พร้อมกับวิจารณ์พรรคเพื่อไทยลืมจุดยืนที่เคยประกาศจะต่อสู้กับอำมาตย์อย่างถึงที่สุด

ยุกติ มุกดาวิจิตร แกนนำคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ครก.112) จากกลุ่ม “แดงอิสระ” อีกสถานะหนึ่งยังเป็นอาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ่านเกมของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากนี้จนถึงเป้าหมายสู่การนิรโทษกรรม จะสำเร็จหรือไม่ บนเงื่อนไขใด?

เขายอมรับว่า ภาพขณะนี้จะเรียกว่าเป็นการซูเอี๋ย หรือเกี้ยเซี้ยก็ได้ ระหว่างชนชั้นนำของฝ่าย นปช. เสื้อแดง หรือพรรคเพื่อไทย กับชนชั้นนำของฝ่ายนิยมเจ้า อนุรักษนิยมที่เมื่อก่อนเคยขับเคี่ยวกันผ่านสัญญาณหลายแบบ เช่น การที่พรรคเพื่อไทยขีดเส้นว่าห้ามแตะเรื่องการแก้มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และพยายามปัดข้อเสนอต่างๆ ของกลุ่มนิติราษฎร์ออกไป ทั้งที่แต่ก่อนพรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของนิติราษฎร์หลายเรื่อง การประนีประนอมกันอีกเรื่องคือ การตั้งเทคโนแครตมาแก้ปัญหาเรื่องน้ำ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน โดยเชิญบุคคลต่างๆ ในฝ่ายอนุรักษนิยมที่เคยต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณเข้าร่วม มาตรการต่อมาที่เห็นคือ การย้ายผู้ถูกคุมขังจากเรือนจำทั่วไปมาสู่เรือนจำที่เรียกว่าเป็นนักโทษการ เมือง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งที่เชื่อว่าจะปูทางไปสู่การนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองใน ที่สุด


ยุกติ ขยายความว่า ความจริงการปรองดองที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำเฉพาะในระดับชนชั้นนำเท่านั้น เพราะยังมีการนำเอาคดี 16 ศพของเสื้อแดงในเหตุการณ์ พ.ค. 2553 มาขึ้นศาลและมีการสืบพยานกันแล้ว ประเด็นคือ การกระทำของรัฐที่ถูกตรวจสอบในศาลยุติธรรมขณะนี้ เป็นอีกปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้พอรัฐทำอะไรรุนแรงก็นิรโทษกรรมแล้วก็จบกันไป คนก็สงสัยและมาเถียงกันเรื่องการสร้างความทรงจำ แต่ขณะนี้ใครจะเถียงเรื่องความทรงจำก็ว่าไป ที่เห็น|วันนี้ คือ เปิดให้มีการไต่สวนคดีขึ้นมา ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่

ข้อสงสัยที่ว่า การปรองดองครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ แกนนำ “ครก.112” มองว่า มีการต่อรองกันจริงในลักษณะที่ว่า จะยังให้สถาบันประเพณีอยู่ในรูปแบบไหน แม้ว่ายังไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาก็ตาม ซึ่งก็เป็นผลจากบทบาทของฝ่ายอนุรักษ์ที่ผ่านมา ที่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม จึงเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรง

“ขณะนี้ผมคิดว่าการต่อรองอยู่ที่ให้สถาบัน ประเพณีอยู่ในที่ทางอย่างเดิมและตีเส้นกันใหม่ให้ชัดเจน ขณะที่สถาบันการเมืองที่มีลักษณะก้าวไปสู่โลกาภิวัตน์มากขึ้น ก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือรุกเข้าไปในพื้นที่ของสถาบันประเพณีมากมาย ถึงขั้นเปลี่ยนให้เป็นสัญลักษณ์โดยไม่ต้องทำอะไรเลย หรือว่ายกเลิกประเพณีทั้งหมด หรือทำให้น้อยลง 

ผลที่เราเห็นคือ การแสดงออกของสถาบันประเพณีได้ปรับเปลี่ยนไป จะเห็นว่าไม่มีการแสดงพระราชดำรัสอย่างเป็นสาธารณะเหมือนที่เคยเกิดขึ้น เมื่อ 2-3 ปีก่อน แน่นอนยังมีการให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่มีใครได้รู้ข้อความที่แท้จริงว่ามีบทสนทนาที่ ชัดเจนอย่างไร ฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่อยู่ในกรอบของการเป็นสถาบันกษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย ที่ผมคิดว่าเข้าใกล้แบบสากลมากขึ้น 


(อ่านต่อ)
http://www.posttoday.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เบรค ครม.ดำหัว "เปรม" ชี้ไม่จำเป็นทางกฎหมาย - นิติรัฐ - รธน.

"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เบรค ครม.ดำหัว "เปรม" ชี้ไม่จำเป็นทางกฎหมาย - นิติรัฐ - รธน.

 

Posted Image


"สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" ชี้ ครม.ดำหัวเปรมคือ "ส่งเสริมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง"

ต่อข่าวดังกล่าว นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันนี้ (22 เม.ย.) ต่อกรณีนายกรัฐมนตรีและ ครม. เตรียมเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม โดยนายสมศักดิ์ ได้โพสต์แสดงความในเฟซบุค ตั้งค่าการเข้าถึงสาธารณะ มีรายละเอียดดังนี้

ตำแหน่งองคมนตรี เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีกำหนดไว้เลยให้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงใดๆ กับคณะรัฐมาล

อันที่จริง องคมนตรีควรไม่มีบทบาททางสาธารณะใดๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะถ้ามี แล้วมีปัญหาใดๆ ขึ้นมา ย่อมกระทบถึงสถาบันกษัตริย์ (อันทีจริง ทางกฎหมายต้องถือว่าองคมนตรีเป็นส่วนหนึงของสถาบันกษัตริย์)

ตำแหน่งประธานองคมนตรี ก็ไม่ได้มีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ต้องถือเป็นตำแหน่งพิเศษอะไร

การที่ รัฐบาล และพรรคเพื่อไทย จะเลิกวิพากษ์วิจารณ์โจมตี พล.อ.เปรม นั้น ก็แล้วแต่


แต่อันที่จริง ถ้าพูดในแง่ของกฎหมาย หลักทางนิติรัฐ และรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีความจำเป็นต้อง มีการนำคณะรัฐมนตรีไปแสดงความเคารพอะไร พล.อ. เปรม ในลักษณะทางการเช่นนี้

คือต่อให้หยุดโจมตี พล.อ.เปรมแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลเชิงหลักการ เชิงกฎหมาย หรือนิติธรรม อะไร ที่ต้องให้ความสำคัญพิเศษ หรือแสดงการเคารพเป็นพิเศษต่อตัว พล.อ.เปรม

จะว่าไปแล้ว ในประวัติศาสตร์ ก็มีแต่ พล.อ.เปรม ที่วางตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นประธานองคมนตรี คือออกมามีบทบาทสาธารณะ และการเมือง อย่างโจ่งแจ้ง โดยไม่เกรงต่อข้อกำหนด รัฐธรรมนูญ (แสดงการฝักใฝ่พรรคการเมืองไม่ได้) และความเหมาะสม เชิงมารยาท และการปฏิบัติทางการเมือง (คนอื่นมีบทบาทแทรกแซงการเมือง ไมใช่ไม่มี แต่อย่างน้อย ยังรู้จักทำแบบหลบๆสายตาคนทั่วไป ไมใช่ทำแบบโจ่งแจ้งเช่นนี้)

พูดง่ายๆ คือ ไม่โจมตี เปรม ก็แล้วไป แต่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ทีต้องไปส่งเสริมการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเช่นนี้

หมายเหตุ: ตามรายงานข่าวนี้ ที่ "ลูกป๋า" อ้างว่า "เป็นขนบธรรมเนียมไทย" นั้น เป็นการพูดแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว "ขนบธรรมเนียม" ของการมีองคมนตรี (ตั้งแต่ 2492 เป็นต้นมา) ไม่เคยมีการให้ความสำคัญกับตำแหน่งประธานองคมนตรีในลักษณะนี้เลย และจะอ้างว่า นี่เป็นเรื่อง "ส่วนบุคคล" ก็ไม่ได้ เพราะที่จะไปกัน ไปในฐานะ คณะรัฐมนตรี ทั้งคณะ และที่ไป ก็ไมใช่เพราะ พล.อ.เปรม คือ นาย เปรม ที่ไหน" 


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/04/40183

Wake Up Thailand 23เมย55

Wake Up Thailand 23เมย55

 

Posted Image

(คลิกฟัง) 

http://www.youtube.com/watch?v=ofDRRwJt12c&feature=relmfu

The Daily Dose 23เมย55

The Daily Dose 23เมย55

 

The Daily Dose 16เมย55 

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=mjYw9-ixPWQ