หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พื้นเพชีวิต เดนมาร์ก 2 Feb 12

พื้นเพชีวิต เดนมาร์ก 2 Feb 12

(สิ่งเหล่านี้กว่าจะได้มาด้วยการต่อสู้)


 
 







(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=iGzAnT5mhPw#!

"ดร.พวงทอง" มอง 2 ปี "เมษา-พฤษภา53" ต้องสถาปนา "ความจริง" อย่าเรียกร้องให้ "เหยื่อ" เสียสละรอบสอง

"ดร.พวงทอง" มอง 2 ปี "เมษา-พฤษภา53" ต้องสถาปนา "ความจริง" อย่าเรียกร้องให้ "เหยื่อ" เสียสละรอบสอง

 


 

ดร.พวงทอง 2ปี พ.ค.53

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=WXV-BIre_bs#!


การพยายามค้นหา "ความจริง" หลังเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการปะทะระหว่างรัฐกับประชาชน หรือแม้แต่ประชาชนกับประชาชนที่แตกต่างอุดมการณ์ ในแต่ละครั้งที่ผ่านมา สังคมไทยยังไม่ประสบความสำเร็จในการหาข้อเท็จจริง เพื่อนำมาเป็นบทเรียนแก่สังคมโดยรวม

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เป็นอีกครั้งที่เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเกิดซ้ำรอย ในช่วงเมษา-พฤษภา 2553 แต่ครั้งนี้ มีแนวโน้มที่ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ท่ามกลางกระแสที่ชูคำว่า "ปรองดอง" เป็นทางออกของปัญหา 


"มติชนทีวีออนไลน์" สัมภาษณ์ ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค. 53 (ศปช.) ถึงกรณีดังกล่าว


ดร.พวงทอง มองว่าสังคมที่ปรองดอง ไม่สามารถยืนอยู่ได้บนบาดแผลของเหยื่อ ไม่สามารถยืนอยู่ได้บนความเคียดแค้นของประชาชนจำนวนมาก การที่เราเห็นภาพความสมานฉันท์ระหว่างรัฐบาล กับ พล.อ.เปรม ก็คงจะสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลได้ในระดับหนึ่ง แต่คงไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในสังคมนี้

"ดิฉัน คิดว่ารอยร้าวระหว่างมวลชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยกับกลุ่มอำมาตย์ มันมากเกินกว่าที่จะสามารถสมานฉันท์กันได้ ตราบเท่าที่ไม่มีการพยายามที่จะปรับตัวหรือแก้ไขกฎหมายให้เป็นประชาธิปไตย มากยิ่งขึ้น เราจะเห็นว่าการสมานฉันท์ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มอำมาตย์เดิมนั้น วางอยู่บนการละทิ้งการต่อสู้แก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น"


(อ่านต่อ)) 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337341588&grpid=01&catid=no&subcatid=0000

ศาล รธน.มีมติ 7 ต่อ 1 ให้ “จตุพร” พ้น ส.ส. "ประชาธิปัตย์" เล็งยื่นยุบ "เพื่อไทย"

ศาล รธน.มีมติ 7 ต่อ 1 ให้ “จตุพร” พ้น ส.ส. "ประชาธิปัตย์" เล็งยื่นยุบ "เพื่อไทย"

 

 

เพื่อไทยเคารพมติศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ “จตุพร” พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. แม้จะไม่เห็นด้วย ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง พร้อมระบุ “สรรพภัญญู” จะเลื่อนขึ้นเป็น ส.ส. แทน ด้านประชาธิปัตย์เกาะติดคดีรอดูคำวินิจฉัยก่อนยื่นยุบพรรคเพื่อไทย
18 พ.ค. 55 - สำนักข่าวไทยรายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 1 ให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่ม นปช. สิ้นสุดลง เนื่องจากขณะเลือกตั้งถูกจับกุมคุมขัง ซึ่งเป็นข้อบัญญัติว่า เป็นคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง  ทำให้ขาดสมาชิกภาพของพรรคเพื่อไทย และส่งผลต่อสมาชิกภาพ ส.ส. ด้วย ว่า  พรรคเพื่อไทยเคารพมติศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วย ทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับถัดไป ที่จะเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน นายจตุพร คือ ผู้สมัครในลำดับที่ 70 นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ซึ่งขั้นตอนต่อไป ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้แจ้งต่อที่ประชุมสภาฯ  วันจันทร์ที่ 21 พ.ค. เพื่อให้ นายสรรพภัญญู ได้กล่าวคำปฏิญาณตนต่อสภาฯ

สำหรับคำวินิจฉัยครั้งนี้ จะส่งผลให้มีการยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า  ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ร้องหรือไม่  แต่พรรคมั่นใจว่าสามารถที่จะชี้แจงได้ เพราะเราเชื่อโดยสุจริตว่า  นายจตุพร มีคุณสมบัติครบถ้วน และสังคมก็คงเห็นเช่นเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังรับรองคุณสมบัติความเป็นผู้สมัคร ส.ส.ให้กับ นายจตุพร และยังประกาศรับรองความเป็น ส.ส.ของ นายจตุพร อีกด้วย แสดงให้เห็นว่า พรรคไม่ได้มีเจตนา ที่จะส่งผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แต่อย่างใด

“ส่วนการพ้นสภาพความเป็น ส.ส. ของ นายจตุพร จะมีผลต่อการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือไม่  ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี ว่าจะปรับ ครม. หรือไม่ และเมื่อไร ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากมีการปรับ ครม.เกิดขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามหลักความรู้ความสามารถ และเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก” ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

 

(อ่านต่อ)

http://www.prachatai.com/journal/2012/05/40581

เปิดคลิปนาทีศาลรธน.ลงมติ 7 ต่อ 1 ตัดสิน "จตุพร"หลุดเก้าอี้"ส.ส." ตู่รับทำใจล่วงหน้า

เปิดคลิปนาทีศาลรธน.ลงมติ 7 ต่อ 1 ตัดสิน "จตุพร"หลุดเก้าอี้"ส.ส." ตู่รับทำใจล่วงหน้า

 



ตัดสินจตุพร.flv

http://www.youtube.com/watch?v=3Kkp8lujIwM&feature=player_embedded

 

ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เวลา 10.30 น.วันที่ 18พฤษภาคม คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสมาชิกภาพของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่วโมง เห็นว่า ผู้ถูกร้องถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในคดีอาญา กรณีร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามพ.ร.ก.การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2554 ตลอดมาโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 2 ส.ค. 2554 ดังนั้น ผู้ถูกร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลื้อกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 (3) ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการสิ้นสุดสมาชิกพรรคการเมือง มาตรา 8 วรรค 1 มาตรา 19 วรรค 1 และมาตรา 20 วรรค 1 (3) กำหนดลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่าไม่มี ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลในวันเลือกตั้งซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 (3) ถือเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2550 มาตรา 19 วรรค 1

เมื่อผู้ถูกร้องมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว จึงมีผลให้สมาชิกภาพความเป็นสมาขิกพรรคเพื่อไทย ของผู้ทุกร้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 20 วรรค 1 (3) ผลของการสิ้นสุดสมาชิกภาพสมาชิกพรรคเพื่อไทยของผู้ถูกร้อง ทำให้ผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (3) ต้องสังกัดพรรคการเมือง และเป็นผลให้สมาชิกภาพสมชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดตามรัฐ ธรรมนูญมาตรา 106 (4)


ศาลจึงวินิจฉัยโดยเสียงข้างมาก (7 ต่อ 1) ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายจตุพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย


รัฐธรรมนูญ 2 มาตราที่ทำให้"จตุพร"ตกเก้าอี้

มาตรา ๑๐๖ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ
(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๐๑



มาตรา ๑๐๑ บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(๓) เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อ กัน ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน นับถึงวันเลือกตั้ง


 
ใครคือหนึ่งเสียงข้างน้อย?


(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337314309&grpid=00&catid=&subcatid=

"ชัช ชลวร"ตุลาการศาลรธน.เสียงข้างน้อย ผู้เห็นว่า"ตู่"ไม่พ้นส.ส. เหตุผลอะไรต้องอ่าน ? 

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337349251&grpid=00&catid=&subcatid=