หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปิยบุตร แสงกนกกุล: ทำความเข้าใจ กรณีตลก. ละเมิดอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ

ปิยบุตร แสงกนกกุล: ทำความเข้าใจ กรณีตลก. ละเมิดอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ

 

 

ภายหลังจากที่ตุลาการรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญกรณี รับคำร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา68 ไว้พิจารณาและคำสั่งให้รัฐสภาระงับการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้เขียนข้อความลงในสเตตัสส่วนตัวต่อเนื่องเพื่ออธิบายหลักกฎหมายและกรณี ศึกษาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว และย้ำในที่สุดว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องการละเมิดอำนาจนิติบัญญัติอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจกัน แต่เป้นการละเมิดอำนาจที่เหนือกว่านั้น คืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ

ประชาไทได้รวบรวมข้อความที่นักวิชาการผู้นี้เสนอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวอนุญาตให้นำเผยแพร่ และเรียบเรียงใหม่ เพื่อประกอบความเข้าใจในการติดตามข่าวดังกล่าว ดังนี้ (เน้นข้อความ และพาดหัวย่อยโดยประชาไท)


ข้อเท็จจริง
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และกลุ่ม 40 ส.ว., นายวันธงชัย ชำนาญกิจ, นายวิรัตน์ กัลยาศิริ, นายวรินทร์ เทียมจรัส, นายบวร ยสินทร และคณะ ยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา นายสุนัย จุลพงศธรและคณะ และนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

โดยคำร้องดังกล่าวขอให้ตุลาการวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่

1 มิ.ย. ตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องพิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังดำเนินนั้นมี ลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งยังมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งรัฐสภาระงับการดำเนินเกี่ยว กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจนกว่าศาลมีคำวินิจฉัยด้วย

โดยนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ได้ร่วมกันแถลงว่า “เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งรัฐสภาระงับการดำเนินเกี่ยวกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจนกว่าศาลมีคำวินิจฉัย นอกจากนี้ ให้ ครม. , รัฐสภา, พรรคเพื่อไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, นายสุนัย และนายภราดร มีหนังสือชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งสำเนาคำร้องและนัดคู่กรณีไต่สวนวันที่ 5-6 ก.ค.2555 เวลา 09.30 น. ซึ่งตุลาการจะเป็นการออกนั่งบัลลังก์ และหากไต่สวนได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว คณะตุลาการก็อาจนัดวันฟังคำวินิจฉัยได้เลย แต่หากข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนก็อาจไต่สวนเพิ่มเติมได้"

 

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40829

ประมวลความเห็น "ใจ อึ๊งภากรณ์-สมศักดิ์ เจียมฯ-โด่ง อรรถชัย" อัดคำปราศรัย 19 พ.ค. 55 ของ "ทักษิณ"

ประมวลความเห็น "ใจ อึ๊งภากรณ์-สมศักดิ์ เจียมฯ-โด่ง อรรถชัย" อัดคำปราศรัย 19 พ.ค. 55 ของ "ทักษิณ"

 

 

 

ใจ อึ๊งภากรณ์


ทักษิณหลงตนเอง มองว่าวิกฤตไทยเกี่ยวกับเขาคนเดียว
นายใจ อึ๊งภากรณ์  ได้เผยแพร่บทความแสดงความเห็นตอบโต้ ภายหลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อสัญญาณวิดีโอลิงก์เข้ามายังเวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 55 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุรัฐบาลสมัยปี 2553 และศอฉ. ใช้กำลังอาวุธเข้าสลายผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง มีเนื้อหาดังนี้
ในวันครบรอบสองปีการนองเลือดที่ราชประสงค์ ทักษิณโฟนอินและชวนให้เสื้อแดงยอมจำนนต่ออำมาตย์บนซากศพวีรชน

แต่ที่ตลกร้ายคือทักษิณคิดว่า "ความตาย 91 ศพ บาดเจ็บ 2 พันกว่าและติดคุกไม่มีครั้งไหนกระบวนการยุติธรรมเสียหายขนาดนี้ ...สิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต 6 ปี เพื่ออย่างเดียว คือเพื่อไล่ล่าผมและผู้สนับสนุนผม"

ทักษิณกำลังอาศัย "อีโก้" อันยิ่งใหญ่ของตนเอง เพื่อบิดเบือนประวัติศาสตร์คนเสื้อแดงอย่างรุนแรง เพราะถึงแม้ว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะรักทักษิณ

แต่คนเสื้อแดงไม่ได้ออกมาสู้กับทหารและประชาธิปัตย์เพื่อทักษิณ

เขาออกมาสู้เพื่อให้เขามีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกรัฐบาลที่ตนเองต้องการโดยไม่มีการแทรกแซงจากทหารหรือคนอื่นๆ

เขาออกมาสู้เพื่อยุติอำนาจมืดในสังคมของอำมาตย์
เขาออกมาสู้เพื่อให้มีเสรีภาพในการพูดเขียน และแสดงความเห็น

และเขาออกมาสู้เพื่อให้ตนเองดำรงอยู่ในสังคมที่มีความเป็นธรรม ทั้งทางเศรษฐกิจและทางกฏหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการที่จะมี "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" แทนการเป็น "ไพร่" 

ทักษิณพูดต่อว่า "ถ้ามีการปรองดองเมื่อไหร่ ผมก็คงได้มีโอกาสกลับไปตอบแทนบุญคุณพี่น้อง" และเขามองว่าโฟนอินครั้งนี้ "คงจะเป็นครั้งสุดท้าย หวังว่าบ้านเมืองจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วเพื่อเราจะได้ไปร่วมกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนา และกษัตริย์ และสถาบันประชาธิปไตยของเรา"

ประเด็นสำคัญคือ ทักษิณคงจะได้กลับบ้าน แต่คนที่จะต้อง "จ่าย" หรือ  "เสียสละ" คือนักโทษการเมือง และคนที่เสียชีวิตไป ซึ่งไม่มีโอกาสกลับบ้านเหมือนทักษิณ

ยิ่งกว่านั้น ถ้าไม่มีการแก้หรือยกเลิก 112 และถ้าไม่มีการลบผลพวงของรัฐประหาร 19 กันยา ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์ ประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยเสรีไม่ได้เลย การปรองดองบนซากศพวีรชน คือการรับประกันว่าทหารและนักการเมืองจะเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าในประเทศไทยอีกในอนาคต เพราะทุกครั้งพวกฆาตกรลอยนวลเสมอ

ทักษิณพูดกล่อมให้เสื้อแดงสลายตัวว่า "พี่น้องใจเย็นๆ ลองดูสิว่า ประธานาธิบดีไลบีเรียขึ้นศาลโลกวันนี้ คดีเกี่ยวกับฆ่าคนเป็นอาชญากรสงคราม ก็ใช้เวลาหลายสิบปี ....กระบวนการให้ความเป็นธรรมต้องใช้เวลา ต้องอดทน" แต่ในคำสัมภาษณ์ที่เขมรเมื่อเดือนที่แล้วทักษิณพูดว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าประชาชนที่ราชประสงค์จะไม่ต้องขึ้นศาล และอันนี้เป็นเงื่อนไขของการปรองดองที่เขาสนับสนุน

สรุปแล้วทักษิณอยากยุบเสื้อแดง และให้เราลืมฆาตกรกับวีรชน

สาเหตุหนึ่งที่ทักษิณสามารถอ้างได้ว่าเสื้อแดงทำทุกอย่างเพื่อเขาคนเดียว ก็เพราะว่าเสื้อแดงก้าวหน้า หรือเสื้อแดงอิสระ ไม่มีการจัดตั้งและประสานการเคลื่อนไหวเข้มแข็งพอ เพราะจะต้องมีการช่วงชิงการนำจาก นปช. และ เพื่อไทย

เพื่อไม่ให้มีการหักหลังวีรชนและอุดมการณ์ประชาธิปไตยโดยคณะอำมาตย์ ใหม่ที่เชิญพรรคเพื่อไทยและทักษิณเข้ามาร่วมกับทหารและกลุ่มเผด็จการอื่นๆคน เสื้อแดงที่ไม่ยอมจำนนต่อเผด็จการน่าจะตาสว่างและเข้าใจภารกิจของตนเองใน ปัจจุบัน



สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล


รบ.-นปช. กำลัง "ตีสองหน้า" กับมวลชน


ด้านนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้แสดงความเห็นต่อการปราศรัยของอดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นจำนวนหลายกระทู้ มีเนื้อหาบางส่วนดังนี้

 

(อ่านต่อ

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337594076&grpid=01&catid=01

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 27 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2555

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 27 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2555

 

http://voicelabour.org/wp-content/uploads/2012/02/42.jpg

"กรรมกรทั้งผองล้วนเป็นพี่น้องกัน"
 

เลิกทาส

http://vimeo.com/14319568 

 

สศช.เผยภาวะสังคมไตรมาสแรกปีนี้ว่างงานแฝงมากขึ้น 
 
28 พ.ค. 55 - เลขาฯ สศช.แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1 ปีนี้ พบการว่างงานแฝงมากขึ้น ผู้ประกอบการมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิต หนี้สินครัวเรือนเพิ่มหลังน้ำท่วม คนไทยเครียดมากขึ้น เป็นโรคจากภัยบุหรี่ ซึ่งรัฐมีค่าใช้จ่ายดูแลมากกว่าภาษีบุหรี่ เตือนประชากรผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่แรงงานทดแทนลดลง ต้องเร่งวางแผนกำลังคน 
  
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1 ปี 2555ว่า ภาพรวมการจ้างงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มทยอยเรียกแรงงานให้กลับเข้าทำงานมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ อัตราการว่างงานต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีผู้ว่างงาน 285,150 คน แต่พบการว่างงานแฝงมีมากขึ้นจำนวน 557,540 คน จำนวนนี้เป็นแรงงานรอฤดูกาล 445,785 คน แม้ค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 แต่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ทำให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 นอกจากนี้เริ่มมีแนวโน้มผู้ประกอบการย้ายฐานการลงทุนไปจังหวัดที่อยู่ติดชาย แดน หรือไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ ดังนั้นรัฐบาลต้องหามาตรการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ 
  
นายอาคม กล่าวว่า หนี้สินครัวเรือน ปี 2555 มีตัวบ่งชี้หลายอย่างที่แสดงว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลังน้ำท่วมมีครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องซ่อมแซมบ้านเรือนและสินค้าจำเป็น ส่วนด้านการศึกษา ปัญหาเร่งด่วนคือคุณภาพการศึกษา ที่ผลคะแนนโอเน็ต ปี 2551-2554 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักไม่ถึงร้อยละ 50 จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เมื่อดูด้านสุขภาพพบว่าคนไทยมีแนวโน้มโรคเครียดเพิ่มขึ้น คนไทยปรึกษาด้านปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะปัญหาโรคเครียด 124,984 คน และยังพบว่าคนไทยใช้ยาเกินความจำเป็น 
  
นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาฯ สศช.กล่าวถึงคดียาเสพติดว่า เริ่มลดลง แต่คดีประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงจะถูกทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้นจากคู่สมรสและแฟน เฉลี่ยทุก ๆ 1 ชั่วโมงจะมีผู้หญิงถูกทำร้าย 3 คน มีรายงานค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในประเทศไทยกับ รายรับของรัฐ พบว่าค่าใช้จ่ายเพียง 3 โรค ได้แก่ มะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด มีแนวโน้มสูงกว่ารายรับจากภาษีบุหรี่ เทียบสัดส่วนปี 2546 รายรับ 33,582 ล้านบาท ขณะที่รวมค่าใช้จ่าย 3 โรค 46,800 ล้านบาท 
  
นางสุวรรณี กล่าวอีกว่า ในปี 2553 ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.9 เป็นร้อยละ 25.1 ในปี 2573 ขณะที่วัยเด็กและวัยแรงงานลดลง ส่งผลให้วัยแรงงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น การลดลงของประชากรวัยเด็กที่จะทำให้นักเรียนใน 10 ปีข้างหน้าลดลงทุกระดับชั้น จะเป็นโอกาสในการระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างเข้มข้นมาก ขึ้น เพื่อให้คุณภาพคนที่สูงขึ้นช่วยทดแทนกำลังแรงงานที่ลดลง รัฐบาลต้องเร่งกำหนดทิศทางพัฒนาประเทศในอนาคต เปิดโอกาสการจ้างงานสตรีและผู้สูงอายุมากขึ้นเพื่อสร้างรายได้ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต.

 

(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40820

นิติราษฎร์แถลงโต้ ศาล รธน.ไม่มีอำนาจชะลอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นิติราษฎร์แถลงโต้ ศาล รธน.ไม่มีอำนาจชะลอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 


 

(ที่มา)http://www.enlightened-jurists.com/blog/64 

 

นิติราษฎร์ชี้ 3 ประเด็นหลักคำสั่งชะลอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เหตุ คำร้องไม่ชอบ ศาลรธน. ไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ , คำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรธน. เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยรธน. ไม่มีผลผูกพันรัฐสภา และ หากรัฐสภายอมรับให้คำสั่งให้มีผลผูกพันตามกฎหมายจะทำให้ ศาลรธน.กลายเป็นองค์กรที่ อยู่เหนือรธน. อยู่เหนือองค์กรทั้งปวงของรัฐ และมีผลเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ-ประชาธิปไตยลงอย่างสิ้นเชิงในที่สุด 

 

(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40826

ปฎิญญาหน้าศาล

ปฎิญญาหน้าศาล

 

ปฎิญญาหน้าศาล 3 6 2012

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0Ennt0IM3YY

ปิยะบุตร นิติราษฎร์กับบทบาท ตลก.รธน.

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=0ykKdFf8dFk&feature=related 

อ ปิยบุตร เรื่องนิรโทษกรรม ปฎิญญาหน้าศาล 3พ ค 55

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=O5rPDgMiaHw&feature=related 

ปฏิญญาหน้าศาล 3 6 2012

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=gJw8o1FYD4Y&feature=related 

'จาตุรนต์'ชี้ ศาล รธน. สั่งชะลอแก้ไข รธน. คือรัฐประหารโดยตุลาการ

'จาตุรนต์'ชี้ ศาล รธน. สั่งชะลอแก้ไข รธน. คือรัฐประหารโดยตุลาการ



Posted Image


แถลงข่าว กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรระงับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ



http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=7DlbpAp-djM#

 

3 มิถุนายน 2555 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้สภาชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ในวาระที่ 3 ว่า ถือเป็นการรัฐประหารโดยใช้อำนาจตุลาการภิวัฒน์ เข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากตัวแทนของประชาชน

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมาย และไม่มีอำนาจเข้ามาวินิจฉัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยว่ากฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่จะออกมาบังคับ ใช้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องของ ส.ส. และประชาชน 


"รัฐสภาไม่ควรดำเนินการตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้เดินหน้าตามมาตรา 291/5 พิจารณาลงมติในวาระที่ 3 ได้ทันที" นายจาตุรนต์กล่าว


อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังเรียกร้องให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อล่าลายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญที่มีการลงมติในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากตุลาการได้ใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 68 ที่จะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้น ซึ่งศาลไม่สามารถรับเรื่องจากประชาชนมาพิจารณาได้เอง

"ขณะนี้สิ่งที่ควรทำคือ การทำความเข้าใจกับประชาชนผู้สนใจปัญหาบ้านเมือง และผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายให้ทราบว่าขณะนี้เกิดกระบวนการรัฐประหารโดยตุ ลาการภิวัฒน์แล้ว ที่เกิดการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งจะเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาธิปไตยของ ประเทศ เพื่อที่จะหาทางสกัดกั้นกระบวนการนี้กันใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ร่วมในกระบวนการนี้เป็นผู้ที่จะมีอำนาจวินิจฉัยรัฐ ธรรมนูญ ผลที่ตามมาคือถ้าไม่มีแรงต่อต้าน ไม่มีการแสดงความเห็นเชิงหลักการให้หนักแน่นเพียงพอก็ยากที่จะทัดทานตุลาภิ วัฒน์นี้ได้ " นายจาตุรนต์ ระบุ 

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40823


"จาตุรนต์"ปลุกกระแสต้าน"รัฐประหาร" ชี้ปม"ศาลรัฐธรรมนูญ"สั่งสภาฯระงับพิจารณาร่างรธน. 

 

(คลิกอ่าน)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338710970&grpid=00&catid=&subcatid= 

ประมวลความเห็นนักวิชาการ หลังศาลรธน.รับคำร้องเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา

ประมวลความเห็นนักวิชาการ หลังศาลรธน.รับคำร้องเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา

 

 

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับ 5 คำร้องเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา ทำให้ต้องชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในวันที่ 5 มิ.ย. ออกไป

มีความเห็นของนักวิชาการสาขานิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

พนัส ทัศนียานนท์ 

อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตส.ว.ตาก 

การที่ศาลรธน.มีคำสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรระงับการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.มาตรา 291 ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการก้าวก่ายการใช้อำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตุลาการที่ออกคำสั่งดังกล่าวจึงมีลักษณะเข้าข่ายที่อาจถูกถอดถอนตามบทบัญญัติมาตรา 270 ได้ ฉะนั้น จึงขอเสนอให้มีการรณรงค์เพื่อร่วมกันเข้าชื่อถอดถอนตามกระบวนการที่รธน.บัญญัติไว้

รัฐสภา คือตัวแทนอำนาจสูงสุดของประชาชน จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจงใจใช้อำนาจหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในหมวดที่ว่าด้วยเรื่องอำนาจกนิติบัญญัติและ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ตามหลักการประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของอังกฤษ ซึ่งเราถือเป็นแบบอย่าง เขาถือว่ารัฐสภามีอำนาจสูงสุดตามหลัก Supremacy of Parliament

(ที่มา เฟซบุ๊กส่วนตัว "พนัส ทัศนียานนท์" อ้างอิงจาก http://www.prachatai3.info/journal/2012/06/40810)

เกษียร เตชะพีระ

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภูมิปัญญาชาวบ้าน (ยืมหน่อยนะครับคุณหมอประเวศ) ของศาลรัฐธรรมนูญ



ภูมิปัญญาฯ 1) เข้าใจว่าอำนาจอธิปไตยไม่ได้แยกจากกัน ไม่ได้แบ่งฝ่ายเพื่อให้ตรวจสอบถ่วงดุลกัน พาลหลงคิดว่าตนเองไม่เพียงแต่ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจอธิปไตยฝ่ายอื่น หากสามารถเอื้อมข้ามเส้นแบ่งอำนาจไปสั่งฝ่ายนิติบัญญัติได้ตามใจชอบซะด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เท่ากับละเมิดการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญ 

แล้วถ้าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่เป็นยามพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กลับมาล่วงละเมิดหลักรัฐธรรมนูญเสียเองอย่างนี้ ... จะเหลือหลักอะไรอยู่ในแผ่นดินผืนนี้ของเราอีก

ภูมิปัญญาฯ 2) หลักเสรีประชาธิปไตยเกี่ยวกับกฎหมายมี 2 ประการ คือ ก) What the law doesn′t permit, it forbids. และ ข) What the law doesn′t forbid, it permits.

 

(อ่านต่อ)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338639546&grpid=01&catid=01&subcatid=0100