หน้าเว็บ

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ประท้วงผูกผ้าดำที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ

ประท้วงผูกผ้าดำที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ

 


ภาพที่โพสต์
ภาพที่โพสต์

คณะทำงานเครือข่ายประชาธิปไตยนำผ้าดำไปผูกที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่เห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งสภาให้ระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในมาตรา 291  ณ หน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อ 6 มิถุนายน 2555



(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338962056&grpid=&catid=03&subcatid=0305

“ปล่อยนักโทษการเมือง” คือความรับผิดชอบทางศีลธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย

“ปล่อยนักโทษการเมือง” คือความรับผิดชอบทางศีลธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย

 

โดยนักปรัชญาชายขอบ


เมื่อยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย เราจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอ “ลบล้างผลพวงรัฐประหาร” ของนิติราษฎร์ ซึ่งมีผลให้การดำเนินการของ คตส.เป็นโมฆะ และคดีต่างๆ ของคุณทักษิณต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ

การปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยอ้างว่าทักษิณได้ประโยชน์ หรือเป็นข้อเสนอล้างผิดให้ทักษิณ (ที่จริงไม่ได้ล้างเพียงแต่ยืนยันสิทธิในการพิสูจน์ตนเองภายใต้หลักความเสมอ ภาคทางกฎหมาย) ย่อมเท่ากับปฏิเสธหลักนิติรัฐ นิติธรรม เพราะเป็นการยอมรับสภาพความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม ของระบบอำนาจที่ได้มาจากการทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตย


ที่สำคัญการปฏิเสธเช่นนั้นยังเป็นการสร้าง “มายาคติ” ว่า “ทักษิณคือศูนย์กลางของปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดอง” ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริงคือการรัฐประหารทำลายหลักการแห่งนิติรัฐ นิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย


ทว่าตลกร้ายของสังคมไทยคือ ทำไมมวลชนของคนชั้นกลางในเมืองรับไม่ได้อย่างเด็ดขาดกับการขายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ไม่เสียภาษี แต่ยอมรับได้กับรัฐประหารและกระบวนการเอาผิดนักการเมืองและพรรคการเมืองโดย ระบบอำนาจของรัฐประหาร


การรับไม่ได้เด็ดขาดกับความผิดน้อย กว่า (การทำผิดกฎหมาย) กับการยอมรับได้และให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันแก่ความผิดที่มากกว่า (ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มระบอบประชาธิปไตย) ในกรณีตัวอย่างนี้ เป็นเรื่องไม่อาจเข้าใจได้ หรืออธิบายไม่ได้ด้วยตรรกะที่อ้างอิงหลักจริยธรรมทางการเมือง หลักการ อุดมการณ์ประชาธิปไตย หรือหลักนิติรัฐ นิติธรรม


ฉะนั้น การแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือการสร้างความปรองดองจะไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าไม่กลับไปหาหลักการ หรือยึด “หลักการ”เป็นตัวตั้ง

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40867

"เกษียร เตชะพีระ" ย้อนประธานศาลรธน. เล่นกับความกำกวมของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ

"เกษียร เตชะพีระ" ย้อนประธานศาลรธน. เล่นกับความกำกวมของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ

 






จากกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่า ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ จะชัดเจนว่าการยื่นคำร้อง เป็นเรื่องของผู้ทราบ ไม่ใช่เรื่องของอัยการสูงสุดเพียงอย่างเดียวนั้น

นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงการตีความมาตรา 68 ของรธน. 2550 ว่า: "ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษจะชัดเจน"

เอ้ามาดูกัน

มาตรา 68 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มีความว่า:

"ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อ เท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดัง กล่าว..."

คำแปลภาษาอังกฤษฉบับทางการของรัฐสภาเองคือ

"In the case where a person or a political party has committed the act under paragraph one, the person knowing of such act shall have the right to request the Prosecutor General to investigate its facts and submit a motion to the Constitutional Court for ordering cessation of such act..."

อันนี้สงสัยท่านวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์จะเล่นเกมไวยากรณ์... ให้ผมเดานะ คือแกเล่นมุขว่า ตกลง "submit a motion to the Constitutional Court for ordering cessation of such act..." เนี่ย มันขยายส่วนไหน? 

ขยาย 1) "the person knowing of such act shall have the right to request the Prosecutor General to investigate its facts and (the right to) submit a motion..." หรือว่า

ขยาย 2) to request the Prosecutor General to investigate its facts and (request the Prosecutor General to) submit a motion...." 

สรุปคือ วสันต์ใช้ความกำกวมของไวยากรณ์อังกฤษว่าวลีหลังนี้อะไรเป็นประธานของกริยา submit ระหว่าง "the person" หรือ "the Prosecutor General" มาอ้างตีความแบบ 1) "the person" ขณะที่ในความเห็นผม ควรตีความไวยากรณ์ตรงนี้แบบ 2) "the Prosecutor General"


(ที่มา)

วรเจตน์ - คำนูณ ถกผ่าน "ตอบโจทย์" เรื่องคำสั่งศาล รธน.

วรเจตน์ - คำนูณ ถกผ่าน "ตอบโจทย์" เรื่องคำสั่งศาล รธน.

 

 

อ วรเจตน์ VS คำนูณ ที่นี่ตอบโจทย์ 05มิย55

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=xKU16PVJu3 

 

"วรเจตน์ ภาคีรัตน์" ชี้กรณีศาลสั่งสภาระงับการพิจารณาแก้ รธน. หลังมีผู้ยื่นศาลโดยตรงโดยไม่ผ่านอัยการ ไม่ใช่เรื่องศาลตีความกว้าง แต่เป็น "ตีความผิด" ยันรัฐสภามี "อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ" ส่วนคำนูณหวั่นถ้าสภาผ่านวาระ 3 การยกร่าง รธน. จะหลุดไปสู่ สสร. แล้วไม่กลับสภาอีก ถ้าศาล รธน. ไม่มีอำนาจปัดเป่า จะกลายเป็นการยกอำนาจให้พรรคการเมือง โดยไม่สามารถมีองค์กรอะไรมาถ่วงดุลได้

เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย. 55) รายการ "ตอบโจทย์" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ดำเนินรายการโดยภิญโญ ไตรสุริยะธรรมา มีการเชิญ ผศ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ และนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ระบบสรรหา ร่วมอภิปรายกรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้รัฐสภาระงับการพิจารณาการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ โดยอ้างมาตรา 68 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 (คลิกที่นี่เพื่อชมคลิปการอภิปรายระหว่างวรเจตน์ กับคำนูณ)

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40874

ธิดา แถลงมตินปช.แดงทั้งแผ่นดิน ชุมนุมค้างคืนหน้ารัฐสภา 7-8 มิ.ย 55

ธิดา แถลงมตินปช.แดงทั้งแผ่นดิน ชุมนุมค้างคืนหน้ารัฐสภา 7-8 มิ.ย 55


ประชุมแกนนำ นปช. 5/6/55

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=njVmiWKpPOM

   

อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดการชุมนุมวันที่ 7-8 มิ.ย. นี้ที่หน้ารัฐสภา โดยเป็นการชุมนุมแบบค้างคืน

ขณะ ที่ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. จะเริ่มตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน รวมทั้งจัดเวทีปราศรัยถึงบทบาทของตุลาการที่เข้าไปแทรกแซงอำนาจฝ่าย นิติบัญญัติ โดยเชื่อว่าตลอดทั้งวันจะมีคนเสื้อแดงที่ทยอยเดินทางมาร่วมลงชื่ออย่าง เนืองแน่น นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายแบบฟอร์มของ นปช. กว่า 1 หมื่นชุดเพื่อให้นำออกไปกระจายแจกจ่ายทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ได้ 1 ล้านรายชื่อใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

 

อ.ธิดา กล่าวต่อว่า มีเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินการเพราะตุลาการชุดนี้ทำตัวเกินบทบาทหน้าที่ เสมือนอยู่เหนืออำนาจตามรัฐธรรมนูญ หาก นปช. ไม่ดำเนินการ ต่อไปอาจจะเกิดความวุ่นวาย ซึ่งจะกลายเป็นว่า อำนาจตุลาการนั้นอยู่เหนือทุกอย่างในประเทศแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เพื่อเป็นการป้องกันการรัฐประหารโดยอำนาจของฝ่ายตุลาการ 

 

นอก จากนี้ในวันอาทิตย์ที่ 24 มิ.ย. นี้ นปช. จะจัดให้มีการชุมนุมใหญ่ขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเป็นการรำลึกวัน ครบรอบ 80 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย โดยคณะราษฏร เมื่อปี พ.ศ. 2475

 

รายงานข่าวแจ้งว่า การ ตัดสินใจชุมนุมแบบค้างคืนที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 7-8 มิ.ย. ของกลุ่มเสื้อแดงนั้น เนื่องจากต้องการป้องกันไม่ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำมวลชน มาปิดล้อมรัฐสภา หาก ในวันดังกล่าว นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องการให้มีการลงมติวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งพิจารณาร่าง พรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ...


(ที่มา)
http://uddred.blogsp...012/06/7-8.html

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลัทธิตุลาการนิยม

ลัทธิตุลาการนิยม

 

โดยใบตองแห้ง





ปฏิกิริยา สะท้อนกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ต่อการรับคำร้องให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข ตามมาตรา 68 หรือไม่ พร้อมทั้งยังสั่งระงับการลงมติรับร่างแก้ไขมาตรา 291 วาระที่ 3 นั้น
 
กล่าวได้ว่า เป็นไปอย่างรวดเร็วและร้อนแรงยิ่ง อย่างไม่เคยมีมาก่อน เปรียบเหมือนโดนสวนหมัดเข้าฉับพลัน เช่นเฟซบุคของ อ.พนัส ทัศนียานนท์ ที่ชี้ว่าศาลรัฐธรรมนูญละเมิดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้เข้าชื่อกันถอดถอน ขณะที่เฟซบุคของวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายฮาวาร์ด ก็ชี้ว่ารัฐสภาสามารถลงมติวาระ 3 ได้เพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งในสิ่งที่ตัวเองไม่มีอำนาจ
 
ขณะที่ฝ่าย การเมือง อย่างจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ขานรับด้วยการประกาศล่าชื่อมวลชนเสื้อแดงถอดถอน 8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทันที และประธานรัฐสภาก็กำลังปรึกษาหารือฝ่ายกฎหมาย เพื่อจะไม่ทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ (ที่มีไปถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ยักกล้าส่งไปให้ประธานรัฐสภาโดยตรง)
 
ศาลทับซ้อน
 
แน่นอนความ รวดเร็วของเทคโนโลยีเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่คำวินิจฉัยที่ขัดตรรกะของกฎหมายอย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยสามัญสำนึกของคนธรรมดา ที่ไม่ต้องเป็นนักกฎหมาย ก็เป็นสาเหตุสำคัญ
 
รัฐสภากำลัง จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วยการมี สสร.จากเลือกตั้ง แก้ไขเสร็จยังจะให้ประชาชนลงมติ มีตรงไหนที่ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และจะล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ศาลรัฐธรรมนูญมาแส่อะไรกับกระบวนการเหล่านี้
 
ยิ่งถ้ามองที่มาที่ไป รัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งกำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นมรดกรัฐประหาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ได้รับตำแหน่งจากกลไกที่รัฐประหารวางไว้ กระโดดเข้ามาขัดขวาง พวกท่านมีความชอบธรรมหรือไม่
 
บางคน เช่นจรัญ ภักดีธนากุล เป็นทั้งรองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับทับซ้อน 2 เด้ง ท่านย่อมไม่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนและที่มาของตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ โดยประเพณีปฏิบัติก็ต้องให้ตุลาการเดิมพ้นตำแหน่งแล้วสรรหาใหม่
 
ฉะนั้น ท่านทำเช่นนี้ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกวิจารณ์ว่า ปกป้องพื้นที่อาหาร อย่างน้อยตำแหน่งนี้ก็เงินเดือนเป็นแสน ตั้งใครก็ได้มาเป็นที่ปรึกษา เลขา คนขับรถ
 
แน่นอน ถ้าการวินิจฉัยของพวกท่านมีหลักทางกฎหมายมั่นคง ชัดเจน ใครก็กล่าวหาไม่ได้ แต่นี่ พอพูดกันแง่กฎหมาย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้สูงส่ง กลับตีความอย่างที่แม้แต่นักศึกษานิติศาสตร์ปี 1 ยังจับได้ เพราะแม้แต่เด็กปี 1 ก็ยังเข้าใจว่า คำว่า “และ” “หรือ” ในตัวบทกฎหมายนั้นหมายความอย่างไร
 
“ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้ยกเลิกการกระทำดังกล่าว.....” (มาตรา 68 วรรคสอง)
 
พวกท่านกลับตีความได้หน้าตาเฉยว่าให้มีสิทธิ 2 ประการ คือ

 

(อ่านต่อ) 

http://www.voicetv.co.th/blog/1037.html

ตุลาการวิบัติ Divas Cafe 04มิย55

ตุลาการวิบัติ Divas Cafe 04มิย55 

 

 

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=0U38eL8Fw9I#!