วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555
Wake Up Thailand
Wake Up Thailand
Wake Up Thailand 22มิถุนายน55
http://www.youtube.com/watch?v=zgttiBQlbOw&feature=player_embeddedThe Daily Dose
The Daily Dose
The Daily Dose 22มิย55
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=Ux7yYAZj5hwยูโร 2012: กรีซปะทะเยอรมัน … และเรื่องที่มากกว่านั้นนอกสนามฟุตบอล
ยูโร 2012: กรีซปะทะเยอรมัน … และเรื่องที่มากกว่านั้นนอกสนามฟุตบอล
อุ่นเครื่องก่อนเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันยูโร 2012 ระหว่างคนป่วยแห่งยุโรป “กรีซ” กับพี่เบิ้มแห่งทวีปอย่าง “เยอรมัน” เรื่องที่มากกว่าเกมฟุตบอลเมื่อเจ้าหนี้อันดับสองเจอลูกหนี้ที่มีขวัญกำลัง ใจดีขึ้นหลังเลือกตั้ง
สื่ออังกฤษเล่นภาพการ์ตูนล้อ เลียนเรื่องฟุตบอลและประเด็นนอกสนามระหว่างกรีซกับเยอรมันประเทศเจ้าหนี้ อันดับสองผู้เป็นหัวหอกพยุงประเทศกรีซไม่ให้ออกจากยูโรโซน ก่อนที่ทั้งคู่จะโคจรมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันยูโร 2012 (ที่มาภาพ: www.guardian.co.uk)
ว่ากันว่าในวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา
เกมระหว่างเยอรมันและเดนมาร์ก
ซึ่งเยอรมันเป็นว่าที่ทีมที่จะต้องมาเจอกับกรีซในรอบที่ 8 ทีมสุดท้าย
แทนที่นักเตะกรีซจะมีสมาธิดูรูปเกมของนักเตะเยอรมัน
…พวกเขากับจดจ่อลุ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งในประเทศตัวเองมากกว่า
นักเตะกรีซเกือบได้กลับไปเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แต่ด้วยสปิริตและกฎ Head to Head ทำให้พวกเขายังอยู่ในการแข่งขัน และอาจะมีความหวัง? – อดีตแชมป์ยูโร 2004 ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้อย่างพลิกความคาดหมาย ขณะที่ที่แข็งแกร่งและโชว์ผลงานได้เผ็ดร้อนอย่างรัสเซียกับเจ้าภาพร่วม โปแลนด์กลับต้องตกรอบไป
ในขณะที่สื่อทั้งสองชาติรวมถึงทั่วโลกจับตาการเจอกันครั้งนี้มากกว่า เรื่องของฟุตบอล แต่ Joachim Löw หัวหน้าโค้ชของเยอรมันก็ปฏิเสธที่จะกล่าวไปมากกว่าเรื่องฟุตบอล
" Angela Merkel กับทีมชาติเยอรมัน พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเรามีข้อตกลงกันว่าเธอจะไม่แนะนำผมเกี่ยวกับเรื่องแทคติคของนักฟุตบอลที่ จะลงสนาม และผมก็จะไม่ไปแนะนำเธอในเรื่องทางการเมือง” ทั้งนี้ Löw แสดงความเห็นว่ามันก็แค่เป็นเกมรอบ 8 ทีม ธรรมดาๆ ในนัดที่จะพบกับกรีซ
สิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์สื่อพุ่งเป้าไปที่เกมรับที่แข็งแกร่งของกรีซ รวมถึงเน้นให้นักเตะเยอรมันมีสมาธิในการเผชิญหน้ากับกรีซ "กรีซจะไม่ได้เป็นคู่แข่งที่ง่าย พวกเขาต้องทำให้เรารู้สึกอึดอัด … เราจึงจำเป็นต้องมีสมาธิ และไม่ผ่อนเกมเพียงเพราะว่าเขาเป็นทีมเล็ก"
ด้าน Grigoris Makos กองกลางของกรีซแอบมั่นใจลึกๆ ว่าพวกเขาอาจจะมีโอกาส พลิกล็อคโค่นทีมชาติเยอรมันได้เช่นกัน "เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เราบรรลุเป้าหมายแรกมาแล้ว หลังจากเรามีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ และเหตุการณ์โชคร้ายในเกม แน่นอนเราเคารพในฝีเท้าของพวกเขา แต่เราไม่กลัวพวกเขา เราจะจ้องตาพวกเขาแล้วสู้"
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41208
80 ปี ประชาธิปไตย: "รัฐศาสตร์กับการเมืองไทย"
80 ปี ประชาธิปไตย: "รัฐศาสตร์กับการเมืองไทย"
ภาคเช้า "วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองเชิงสถาบัน"
วิทยากร
ศ.ดร.อนุสรณ์ ลิ่มมณี อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬารศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธุ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
คุณจุลินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ดำเนินรายการ
จัดโดยหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการจัดการปกครอง ร่วมกับศูนย์ติดตามประชาธิปไตย (Thailand Democracy Watch) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
80 ปี ปชต.:รัฐศาสตร์กับการเมืองไทย
(คลิกฟัง)http://www.youtube.com/watch?v=-fHauK83vlY&feature=player_embedded#!
ภาคบ่าย “การเมืองมวลชนในสถานการณ์หลายขั้วสี”
วิทยากร
ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
ผศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง ผู้อำนวนการหลักสูตร ร.ม.การเมืองและการจัดการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
ร.ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวั่นแก้ว หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
ผศ.ดร. ศุภมิตร ปิติพัฒน์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬา
ดร.นฤมล ทับจุมพล ดำเนินรายการ
80 ปี ปชต.:รัฐศาสตร์กับการเมืองไทย(2)
(คลิกฟัง)http://www.youtube.com/watch?v=Fm1bHruYNHM&feature=player_embedded
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555
อำมาตย์กับอำนาจเชิงวัฒนธรรม
อำมาตย์กับอำนาจเชิงวัฒนธรรม
คิดถึงคำอธิบาย เรื่อง "รัฐ" ของเลนิน และ "การครองใจ" ของกรัมชี่ จึงพอจะสรุปความได้ว่า แท้จริงแล้ว "รูปแบบวัฒนธรรม" ที่ว่า มันก็คือ "การครองใจ" ผ่านกลไกและสถาบันทางสังคมต่างๆ ของโครงสร้างอำนาจรัฐนั่นเอง ซึ่งในสถานการณ์ปกติทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ กระบวนการการครองใจก็ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
โดย วัฒนะ วรรณ
เวลาเราพูดถึงระบอบอำมาตย์ในปัจจุบัน
มันไม่ได้หมายความว่าระบบการปกครองล้าหลังในอดีตยุคไพร่ ทาส
แต่เป็นการสะท้อนระบบการปกครองชนชั้นในระบบทุนนิยม
ที่มีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งมีบทบาทอำนาจเหนือประชาชน ทั้งทางเศรษฐกิจ
การเมือง และวัฒนธรรม
ในด้านเศรษฐกิจและการเมือง
กลุ่มอำมาตย์ทั้งหมด ล้วนสังกัดชนชั้นนายทุนหมดแล้ว
มีบทบาทอำนาจเช่นเดียวกับชนชั้นนายทุนทั่วโลก
ที่อาศัยทั้งบทบาทประชาธิปไตยครึ่งใบที่มีการเลือกตั้งรัฐสภาและบางครั้งก็
อาศัยอำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบ ในรูปแบบต่างๆ
ดังเช่นในไทยที่ได้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังการรัฐประหารเมื่อ กันยายน 49
เป็นต้นมา
ส่วนในรูปแบบวัฒนธรรม ที่หลายคนวิเคราะห์ว่ายังมีบทบาท
ที่สามารถมีอิทธิพลต่อการควบคุมจัดการโครงสร้างรัฐอยู่
ที่อยู่เหนือกว่าอำนาจของประชาชน แต่บทบาทที่กล่าวถึง
มันมีอำนาจในตัวเองหรือไม่ หรือต้องมีกลไกอื่น มาช่วยทำบทบาทนั้นๆ
มีอำนาจขึ้นมา
เมื่อมาคิดถึงคำอธิบาย เรื่อง "รัฐ" ของเลนิน และ "การครองใจ" ของกรัมชี่ จึงพอจะสรุปความได้ว่า แท้จริงแล้ว "รูปแบบวัฒนธรรม" ที่ว่า มันก็คือ "การครองใจ"
ผ่านกลไกและสถาบันทางสังคมต่างๆ ของโครงสร้างอำนาจรัฐนั่นเอง
ซึ่งในสถานการณ์ปกติทั้งด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ
กระบวนการการครองใจก็ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
แต่ถ้าเกิดวิกฤตขึ้นในสังคม กระบวนการครองใจ ก็มีประสิทธิภาพน้อยลง
เนื่องจากสมองของมนุษย์มักมี "ความขัดแย้ง" ตลอดเวลา ระหว่าง "ความจริง" กับ "สิ่งสมมุติ"
เช่น เอาอาจจะถูกสอนว่า นายจ้างเป็นผู้มีพระคุณต่อเรา ให้งานเราทำ
มีเงินมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว แต่เมื่อเกิดวิกฤตนายจ้างกลับไล่เราออก
แต่ตัวเองกับอยู่สุขสบายเช่นเดิม ทำให้บางสถานการณ์ “การครองใจ” ที่ว่าจึงไม่ได้ผล ทำให้ต้องมีการใช้อำนาจรัฐ "ดิบ" ผ่านกลไกรัฐ เช่น "คุก ศาล ทหาร ตำรวจ" เพื่อควบคุมสังคม
หรือ
ว่าเราถูกสอนว่า
สังคมไทยเต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีหน้าตาในสังคมเป็นคนดี
พร้อมจะมอบความเป็นอยู่ที่ดี ความยุติธรรมให้กับประชาชน
แต่พอมีพรรคการเมืองที่ให้ประโยชน์กับประชาชนถูกยึดอำนาจ คนดี
เหล่านี้กลับสนับสนุนการยึดอำนาจนั้น รวมถึงสนับสนุนการเข่นฆ่าประชาชน
ที่ออกมาต่อสู้กับเผด็จการ
(อ่านต่อ)
http://turnleftthai.blogspot.dk/2012/06/blog-post_21.html
๒๔ มิถุนา' .. ล้มจ้าว เข้าปกครอง ปกป้องรัฐธรรมนูญ
๒๔ มิถุนา' .. ล้มจ้าว เข้าปกครอง ปกป้องรัฐธรรมนูญ
เมื่อกษัตริย์ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้ คงจะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การหาเป็นไปตามความหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริตมีการรับสินบนในการก่อสร้าง ซื้อของใช้ในราชการหากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม
ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์นี้ มิได้ปกครองประเทศเพื่อราษฎร ตามที่รัฐบาลอื่นๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่า ไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดรัจฉานไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นแทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่ละเล็กแต่ละน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎรเป็นต้นว่า จะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้เจ้าได้กินว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษา ที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังตน
ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎรไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศมีอิสรภาพพ้นมาจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบ และกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง บ้านเมืองกำลังอัตคัดฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนาเพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการผู้น้อย นายสิบและเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำ จึงสมควรที่สนองคุณราษฎร ซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเหลือเท่าไรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรมปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย
เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือนที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎร์ และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎร์เห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลายๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎร์ไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้นจึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังมิได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎร์ได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูก ลดอำนาจลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้นอยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา
ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่า ราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุกๆ คนจะมีงานทำเพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคน ตั้งหลายร้อยล้านมาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎร์จะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการโดยอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฎหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คณะราษฎร์ได้วางไว้มีอยู่ว่า
1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
2. จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้กาประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
3. ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่)
5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 5 ประการดังกล่าวข้างต้น
6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลาย จงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎร์ให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วฟ้าดินนี้ให้สำเร็จ คณะราษฎร์ขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมาย พึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร์นี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตรหลาน เหลน ของราษฎรเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมสมบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพพ้นจากความเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา คือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐที่เรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็พึงจะบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
คณะราษฎร์ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
คณะราษฎร์ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





