หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"จรัญ ภักดีธนากุล" ถอนตัวจากองค์คณะตุลาการ คดีแก้รัฐธรรมนูญ

"จรัญ ภักดีธนากุล" ถอนตัวจากองค์คณะตุลาการ คดีแก้รัฐธรรมนูญ

 

"จรัญหนีความรับผิดชอบ ไม่ใช่มีมารยาท เพราะถ้าจรัญไม่ถอนตัว ก็ต้องยืนยันว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ ไม่ผิด ม.68 แต่นี่จรัญชิ่งหนีสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้เมื่อปี 2550 (แถมอ้า่งน้ำขุ่นว่าไม่เคยพูดแก้ทั้งฉบับ)

มารยาทหมายถึงไม่กลืนน้ำลาย ไม่กลับคำ และกล้ายืนยันหลักการที่เคยยึดถือ

ถ้าจรัญมีมารยาทจริง ถ้าศาล รธน.เห็นว่าแก้ รธน.ทั้งฉบับไม่ได้ จรัญต้องลาออก

ที่จริง ถ้าจรัญมีมารยาทจริง ร่าง รธน.แล้วก็ไม่ควรมาเป็นตุลาการศาล รธน."

หลังจรัญ ถูกร้องว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี เพราะเคยเป็นกรรมาธิการร่าง รธน.50 ทำให้ขณะนี้เหลือตุลาการศาล รธน.อีก 2 ราย คือนายนุรักษ์ มาประณีต และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ซึ่งเคยเป็นกรรมาธิการยกร่าง รธน.50 นั่งบังลังก์ตุลาการศาล วินิจฉัยคดีนี้

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 หลังพักการไต่สวนพยานบุคคลฝ่ายผู้ร้องในช่วงเช้า เมื่อเปิดบัลลังก์พิจารณาไต่สวนต่อในช่วงบ่าย นายวสันต์ สร้อยพิสุทธ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งให้ฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องทราบว่านายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ขอถอนตัวจากการเป็นองค์คณะตุลาการทั้ง 5 สำนวน เพราะเนื่องจากถูกร้องว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่ประชุมของตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญได้มีมติอนุญาตให้ถอนตัวได้ เพื่อความเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม องค์คณะยังทำหน้าที่วินิจฉัยต่อไปได้ ทำให้เหลือ 8 จากองค์คณะ 9

โดยประธานศาลรัฐธรรมนูญ  กล่าวชี้แจงต่อไปว่า หากนายจรัญ ภักดีธนากุล ร่วมตัดสินใจคดีดังกล่าวทั้ง 5 สำนวน อาจถูกวิจารณ์ว่า รู้คำตอบล่วงหน้า

(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41396

 

จรัญ ภักดีธนากุล (5 ปีที่แล้ว) เสนอให้รับ รธน.50 แล้วค่อยแก้มาตราเดียวเพื่อยกร่างใหม่

 

2007 constitution debate Charan Pakdeethanakul#final: Vote Yes

http://www.youtube.com/watch?v=ve0kcWmbwGw&feature=player_embedded 

 

หมายเหตุ: ตามที่ในวันนี้ (5 ก.ค. 55) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนั่งบัลลังก์ศาล ได้ชี้แจงต่อผู้ถูกร้องจากพรรคเพื่อไทยว่า ในสมัยที่เขาเป็น ส.ส.ร.ปี 2550 นั้นเคยบอกว่าให้รับรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อให้พ้นจากระบอบปฏิวัติรัฐประหาร แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เหมาะไม่ควรตรงไหนก็ให้แก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ยกร่างทั้งฉบับนั้น

ก่อนหน้านี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เมื่อวันที 3 ส.ค. ปี 2550 มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิไตยได้จัดดีเบตระหว่างฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยหนึ่งในผู้อภิปรายฝ่ายสนับสนุนคือจรัญ ภักดีธนากุล สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยในช่วงที่ 2 ของการอภิปราย นายจรัญได้เสนอให้รับรัฐธรรมนูญปี 2550 ไปก่อน เพราะเป็น "สิ่งที่จำเป็นที่สุดของการกลับคืนมาแห่งอำนาจของประชาชนอย่างราบรื่น ชัดเจน แน่นอน " และหลังจากนั้นสามารถแก้ไขมาตราเดียวแบบเดียวกับที่เริ่มร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยนายจรัญยืนยันว่าเป็นวิธีการที่ "ราบรื่น" กว่าการปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยมีรายละเอียดของการอภิปรายดังนี้

(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41395 

เอียง"เอียง"เอียง"

"เอียง"เอียง"เอียง"


http://www.matichon.co.th/online/2012/07/13412881531341288359l.jpgPhoto: หยุดกฎหมายล้างผิด หยุดทำผิดให้เป็นถูก หยุดอ้างอำนาจที่ไม่ได้มาจากปวงชน

เมื่อมีการยึดอำนาจของปวงชนก็จะมีการออกกฎหมายลบล้างความผิดของพวกที่ทำการยึดอำนาจ ซึ่งเป็นความผิดฐานกบฏที่มีโทษถึงประหารชีวิต เหมือนโจรที่ปล้นบ้าน แล้วประกาศว่าการปล้นบ้านไม่เป็นความผิด

ตามด้วยประกาศและคำสั่งของพวกที่ทำการยึดอำนาจของปวงชน และยังให้มีผลทางกฎหมาย แม้ว่าคณะรัฐประหารได้ลงจากอำนาจไปแล้ว เหมือนโจรบังคับให้เจ้าของบ้านต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพวกโจรตลอดไป แม้ว่าพวกมันจะลงจากบ้านไปแล้ว

รวมถึงการอ้างอำนาจของตุลาการที่มีจากการเลือกกันเองของข้าราชการตุลาการที่มิได้ยึดโยงกับประชาชนแม้แต่น้อยที่ใช้อำนาจโดยไม่มีขอบเขต ทั้งๆที่ตุลาการมีหน้าที่เพียงแค่การพิจารณาคดีความตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่มีหน้าที่พิจารณาเรื่องทางการเมืองที่ขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชน 
การที่ตุลาการเข้าแทรกแซงกำกับควบคุมเรื่องทางการเมือง ควบคุมการทำงานของสภาและรัฐบาล ก็เท่ากับเป็นการรวบอำนาจหรือปล้นอำนาจของปวงชนนั่นเอง เท่ากับว่ามีคนที่ไม่ใช่เจ้าของบ้านแต่มาอ้างสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องภายในบ้านแทนเจ้าของบ้าน หรือกระทั่งจัดการขับไล่ ลงโทษหรือกลั่นแกล้งตัวแทนเจ้าของบ้าน

ประชาชนผู้เป็นเจ้าของบ้าน จงลุกขึ้นทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของตน
จงร่วมกันปฏิเสธกฎหมายล้างผิดให้พวกกบฏที่ปล้นอำนาจของประชาชน
จงปฏิเสธบรรดาประกาศ คำสั่งและกฎหมายของโจรที่ปล้นอำนาจของพวกเรา
จงปฏิเสธตุลาการซึ่งไม่ใช่ตัวแทนของพวกเราแต่กลับมาทำลายและริดรอนอำนาจตัวแทนของพวกเรา

ประชาชนทั้งหลายจงรวมตัวกันเพื่อทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของพวกเราคืนจากพวกโจรปล้นอำนาจทั้งหลาย ที่มาในหลากหลายรูปแบบ
เพื่อสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานไทยทุกคน


ตราชูนี้ดูเที่ยง บ่มิเอียงจริงไหมหือ
ขวาซ้ายเท่ากันหรือ รึจะหย่อนอยู่ข้างไหน
เพ่งดูตราชูตั้ง ข้านี้ยังมิแน่ใจ
ที่เที่ยงนั้นเพียงใด ที่ว่าไม่แค่ไหนกัน
ตราชูคู่กฎหมาย ตราขึ้นไว้เพื่อสุขสันต์
สังคมมิป่วนปั่น เพราะกฎข้อบังคับคาน
แต่นี้เพื่อใครหรือ มวลชนฤาเผด็จการ
อ้ำอึ้งตะลึงลาน ศาลที่ไหนไม่เคยมี
เขายึดเราฮึดสู้ กฎว่าสูต้องเป็นผี
เขาร่างอ้างว่าดี เราแก้มั่งช่างระแวง
ตีความหยามทวยราษฎร์ แย่งอำนาจอย่างผาดแผลง
สิ้นคิดบิดตะแบง พลิกชิวหามาเทียบเคียง
สิ้นธรรมเหลืออำนาจ อาละวาดตวาดเถียง
ตราชูนี้ดูเอียง บ่มิเที่ยงเสียแล้วเอย


เกษียร เตชะพีระ


ทางออกจากตุลาการธิปไตยคือทั้งตุลาการและประชาชน จงอย่ากลัวเลย!

"ไม่ใช่อำนาจหรอก แต่เป็นความกลัวต่างหากที่ทำให้เสื่อมทรามลง

"ความกลัวว่าจะสูญเสียอำนาจทำให้ผู้กุมอำนาจเสื่อมทรามลง
และความกลัวโทษทัณฑ์ของอำนาจก็ทำให้ผู้อยู่ใต้อำนาจนั้นเสื่อมทรามลงด้วย"
"ทางออกคือ อย่ากลัวเลย"

อองซานซูจี

 

ล่าสุด ผมได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเสื่อมทรามที่อำนาจตุลาการธิปไตยกระทำให้เกิดขึ้น แก่สถาบันตุลาการในรอบหลายปีที่ผ่านมาหลังรัฐประหาร คปค. ๒๕๔๙ ในบทสัมภาษณ์ นิตยสารสารคดีฉบับ ๘๐ ปีการเมืองไทย (มิ.ย. ๒๕๕๕) ว่า:

"สถาบันและบุคคลที่ใช้อำนาจมากแต่มีสติปัญญากำกับอำนาจน้อยมันเป็นอย่างไร มันก็ชอบธรรมน้อยลง แล้วคนก็หัวเราะเยาะมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดอะไรขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ใช้อำนาจแบบมหัศจรรย์มาก เปิดพจนานุกรมในการตีความบ้างละ เติมคำว่า “อาจจะ” เข้าไปตอนเรื่องเขาพระวิหารบ้างละ ตอนนี้ก็มาตีความมาตรา ๖๘ แบบมหัศจรรย์ลั่นโลก ขัดแย้งกับตัวเองด้วยซ้ำ คนเขาก็ดูเบาสติปัญญาคุณมากขึ้นเรื่อยๆ อำนาจคุณก็มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ คุณยังคงใช้อำนาจนั้นไปได้เรื่อยๆ ก็จริงอยู่ แต่ใครจะฟังคุณ ความยอมรับจะมีแค่ไหน ถ้าคุณใช้อำนาจอย่างเขลา"

เกษียร เตชะพีระ

ศาลเทวดา!!!ตัดสินอย่างไร "ก็ไม่ผิด"มีแห่งเดียวในโลก!!!!!

ศาลเทวดา!!!ตัดสินอย่างไร "ก็ไม่ผิด"มีแห่งเดียวในโลก!!!!! 

 

Posted Image

"ตัดสินล่วงหน้าก็ได้ ตัดสินความผิดย้อนหลังก็ได้ ไม่มีอำนาจก็ตัดสินได้ ศาลเทวดาของไทยไม่มีที่ใดในโลก...อะเมซิ่ง"


Amazing ศาลรัฐธรรมนูญ

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=4NqyWvchzPs

The Daily Dose

หม่อมปลื้ม เผาศาลรัฐธรรมนูญ 

http://www.youtube.com/watch?v=Bg9dp7_fSv4&feature=player_embedded

ปลื้มย้ำ ทักษิณต้องสู้ ก่อนปท จะกู้ไม่กลับ Voice TV

http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&v=Y3r1dXWxrpU&NR=1

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ว่างงานยูโรโซนสูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ คาดอีซีบีหั่นดอกเบี้ย 0.25 %ช่วยแบงก์

ว่างงานยูโรโซนสูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ คาดอีซีบีหั่นดอกเบี้ย 0.25 %ช่วยแบงก์

 

 

ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ว่า เป็นที่คาดการณ์ในวงกว้างว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์นี้เพื่อพยายามสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับ เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินสกุลยูโร (ยูโรโซน) ที่กำลังป่วยหลังจากที่อัตราการว่างงานในภูมิภาคไต่ขึ้นสู่ระดับสูงที่สุด เป็นประวัติการณ์ และผลสำรวจภาคการผลิตสำคัญแสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมอยู่ในสภาพอ่อนแอที่ สุดในรอบ 3 ปี

ความสนใจต่อบทบาทของอีซีบีในการช่วยเหลือยูโรโซนให้หลุดพ้นจากวิกฤตหนี้ กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ได้ข้อสรุปว่าอีซีบีควรจะรับบทบาทในการควบคุมดูแลธนาคารพาณิชย์ของยูโรโซน นอกจากนี้ บรรดาผู้นำยังสนับสนุนมุมมองของนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ที่ว่ากองทุนให้ความช่วยเหลือของยูโรโซนควรจะให้เงินช่วยเหลือกับธนาคารที่ ประสบปัญหาโดยตรง

มีนักวิเคราะห์จำนวนไม่มากที่คาดหวังว่าอีซีบีจะให้ความช่วยเหลือโดยตรง แก่ธนาคารหรือรัฐบาลในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือการซื้อพันธบัตรเพิ่มอีก ในสัปดาห์นี้ ทว่าตลาดหุ้นมีปฏิกิริยาในแบบที่มีแนวโน้มว่าอีซีบีจะตอบสนองต่อข้อมูลทาง เศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดโดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือระดับต่ำ กว่า 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งแรก เป็นการช่วยเหลือธนาคารของยูโรโซนที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงินจากธนาคารกลาง โดยทางอ้อม

"การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 จุด ดูเหมือนว่าเกือบจะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้ว" คาร์สเทน เบอร์เซสกี้ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของไอเอ็นจีในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมระบุไว้ในผลวิจัยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม
ดรากี ได้ส่งเสียงเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นของภาพรวมทางเศรษฐกิจ และนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนคิดว่าอีซีบีควรจะต้องพิจารณาถึงมาตรการที่แข็ง กร้าวมากกว่านี้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50 จุด

จูเลียน คัลโลว์ นักเศรษฐศาสตร์ยุโรปของบาร์เคลย์ส บอกว่า "สถานการณ์อยู่ในสภาวะทางลบมากพอที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจต้องการการกระตุ้นมากขึ้นกว่านี้อย่างเห็นได้ชัด"

สำนักงานสถิติของอียูเปิดเผยวันเดียวกันนี้ว่า ตัวเลขการว่างงานของยูโรโซนเพิ่มเป็น 11.1 เปอร์เซ็นต์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของเขตเศรษฐกิจสกุลเงินร่วม โดยอัตราว่างงานเพิ่มสูงขึ้นในสเปน ซึ่งอยู่ในระดับที่เกือบ 1 ใน 4 คนไม่มีงานทำ โดยทั่วทั้งยูโรโซน จำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นราว 1.8 ล้านคนในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งคนว่างงานที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ในสเปนและกรีซมีมากกว่า 52 เปอร์เซ็นต์

เบอร์เซสกี้บอกว่า ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ "ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยในประเทศยูโรโซนมากเป็นประวัติการณ์" ยกเว้นเพียงแค่ในเยอรมนี ซึ่งอัตราว่างงานยังคงต่ำ ทว่าความเชื่อมั่นก็ลดลงเล็กน้อยเช่นกัน โดยภาคการผลิตของเยอรมนีหดตัวลงด้วยอัตราเร็วที่สุดในรอบ 3 ปี ในเดือนมิถุนายน อ้างอิงจากข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของบริษัทมาร์กิต

(ที่มา)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341365049&grpid=&catid=06&subcatid=0600

วันชาติของสหรัฐอเมริกา เนื้อหาคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกามีว่าอย่างไร

วันชาติของสหรัฐอเมริกา เนื้อหาคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกามีว่าอย่างไร

 

ภาพปกหนังสือต้องห้ามในประเทศไทย

ในโอกาสครบรอบวันชาติอเมริกา ประกาศอิสรภาพ 236 ปี ที่"เทพีเสรีภาพยืนหลับไหล" มองไม่ถึงที่เมืองไทย ปล่อยให้ “โจ-กอร์ดอน” ผู้แปลหนังสือ “King never smile” ข้อหาหมิ่นสถาบัน ศาลลงโทษ 2 ปี 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา เขาคือพลเมืองอเมริกา



วันนี้ (4 ก.ค.55) กว่า 236 ปีของการประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1776 จึงขอยกบางตอนของคำประกาศเอกราชมาไว้ ณ ที่นี้
000

เราให้การยอมรับในความจริงที่แน่แท้ในตัวเองว่า มนุษย์ทุกคนเกิดเกิดมาเสมอภาคเท่าเทียมกัน เราได้รับสิทธิและเสรีภาพจากพระเจ้าผู้สร้างอันมิอาจถูกพรากไปได้ ได้แก่ สิทธิในชีวิต อิสรภาพ และสิทธิที่จะแสวงความสุข และเพื่อธำรงรักษาซึ่งสิทธิดังกล่าว เราจึงต้องจัดตั้งรัฐบาลที่ประกอบด้วยประชาชน เพื่อใช้อำนาจปกครองอย่างเป็นธรรมโดยความยินยอมของประชาชนผู้อยู่ใต้ปกครอง และเมื่อใดที่รัฐบาลไม่ว่าในรูปแบบใดกลายเป็นอุปสรรคทำลายเป้าประสงค์ดัง กล่าว นั่นย่อมเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างรัฐบาลนั้น เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่และวางรากฐานหลักการดังกล่าวขึ้นใหม่ และจัดระเบียบอำนาจในรูปแบบตามที่จะเห็นสมควรว่าเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด ต่อความปลอดภัยและความสุขของประชาชนโดยมีหลักความสง่างามเป็นเงื่อนไขกำหนด ว่ารัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาอย่างยาวนานไม่ควรจะต้องถูกเปลี่ยนแปลงเพราะ สาเหตุเพียงเล็กน้อยชั่วครั้งชั่วคราว เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาได้สอนเราแล้วว่า มนุษย์จะต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดเพื่อแก้ไขสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้้น หากว่าความเลวร้ายที่ยังพอทำเนาก็ย่อมดีกว่าการล้มล้างรูปแบบการปกครองที่ ถือปฏิบัติกันมายาวนาน

แต่เมื่อใดที่ผู้ปกครองมีความประพฤติมิชอบและการล่วงละเมิดสิทธิติดต่อ กันยาวนาน อันแสดงให้เห็นได้ว่ามีเป้าประสงค์ที่จะบั่นทอนการปกครองอันจะนำไปสู่การ ปกครองแบบเผด็จการอย่างสมบูรณ์ นั่นย่อมเป็นสิทธิและหน้าที่ของประชาชนที่จะกำจัดรัฐบาลเช่นนั้นและจัดให้มี ผู้ปกครองใหม่เพื่อความมั่นคงของประชาชนในวันข้างหน้า

โดยที่ดินแดนแห่งนี้ ได้อดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ทรมานดังกล่าวมาแล้ว และบัดนี้ เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองเดิม เป็นเวลา ต่อเนื่องตลอดมา ในประวัติศาสตร์ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันแห่งเกาะบริเตนใหญ่ เป็นประวัติศาสตร์ของความเจ็บปวดรวดร้าวและการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า อันมีเป้าประสงค์เพื่อจัดตั้งระบอบเผด็จการอย่างสมบูรณ์เหนือดินแดนแห่งนี้

เพื่อพิสูจน์ความจริงดังกล่าว จึงจำต้องเปิดเผยให้โลกรู้ความจริงดังนี้กษัตริย์องค์นี้ ได้ปฏิเสธไม่ให้ความเห็นชอบเพื่อออกกฎหมาย ทั้งที่เป็นประโยชน์และความจำเป็นของประชาชนโดยส่วนรวม

กษัตริย์องค์นี้ ได้ห้ามมิให้ผู้ว่าการรัฐของประองค์ผ่านกฎหมายที่มีความสำคัญและความจำเป็น เร่งด่วน แต่ให้ระงับไว้จนกว่าพระองค์จะเห็นชอบ และไม่เคยสนใจใยดีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบกฎหมายดังกล่าวแต่อย่างใด

กษัตริย์องค์นี้ ได้ปฏิเสธไม่ให้ความเห็นชอบกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ในเขตดินแดนใหม่ เว้นแต่ประชาชนเหล่านั้นจะสละสิทธิ การมีตัวแทนในรัฐสภา อันเป็นสิทธิมีค่าสูงสุดประเมินไม่ได้ ซึ่งเป็นที่หวาดหวั่นแก่พวกทรราชย์อย่างยิ่ง

กษัตริย์องค์นี้ ได้เรียกประชุมสภา ณ สถานที่อันไม่ปกติ ไม่สะดวกสบาย ห่างไกลจากที่เก็บบันทึก เพื่อเป้าประสงค์จะบั่นทอนอำนาจของประชาชนให้จำยอมตามความประสงค์ของพระองค์

กษัตริย์องค์นี้ ได้ยุบสภาครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อยืนยันเป้าประสงค์อย่างแข็งขันที่จะเป็นทรราชย์ล่วงละเมิดอำนาจของประชาชน

กษัตริย์องค์นี้ ได้ปฏิเสธตลอดมาที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังจากที่พระองค์ได้ประกาศยุบสภาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้ง ๆ ที่อำนาจนิติบัญญัติได้กลับมาสู่ประชาชนและพร้อมใช้สิทธินั้นได้ ทำให้ประชาชนและรัฐทั้งหลายต้องตกอยู่ภายใต้อันตรายจากการรุกรานภายนอกและ ความไม่สงบภายในประเทศ

กษัตริย์องค์นี้ ได้ขัดขวางการบริหารงานยุติธรรมด้วยการปฏิเสธไม่ให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายจัดตั้งอำนาจตุลาการ
กษัตริย์องค์นี้ ทำให้ผู้พิพากษาขึ้นตรงต่อพระองค์เพียงผู้เดียว

กษัตริย์องค์นี้ ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ ๆ และส่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากมาที่นี่ เพื่อทำลายประชาชนของพวกเรา และแสวงหาประโยชน์ตามอำเภอใจของพวกเขา

กษัตริย์องค์นี้ ได้กำหนดให้กองทัพเป็นอิสระและเหนืออำนาจของประชาชน


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41377

ความแตกแยกในสยามประเทศ "ร้าวลึก-เละเทะ" เกินกว่าจะแก้ไขเยียวยา

ความแตกแยกในสยามประเทศ "ร้าวลึก-เละเทะ" เกินกว่าจะแก้ไขเยียวยา

 



พลันที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบุกขึ้นไปกระชากตัวท่านประธานสภา ผู้เป็นประมุขด้านนิติบัญญัติ ขณะนั่งปฏิบัติหน้าที่บนบัลลังก์ในสภาอันทรงเกียรติ ประเทศไทยก็เป็นอัน "จบเห่" นับแต่วินาทีนั้น

กิริยาอาการแลพฤติกรรมของสมาชิกสภา (ผู้ทรงเกียรติ) แต่ละท่าน เปรียบประหนึ่งฝูงอสูรกายที่พุ่งเข้าตะปบเหยื่ออันโอชะซึ่งวางอยู่ตรงหน้า แววตาถมึงทึง ส่งเสียงดังคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ (แม้จะผ่านมาหลายเพ-ลาแล้วภาพก็ยังติดตาตรึงใจชัดเจน)...สะท้อนให้เห็นถึง วุฒิภาวะทางอารมณ์และระดับสติปัญญาที่แทบไม่ต้องวิจารณ์ให้เปลืองน้ำหมึกว่า สูงส่งอยู่ในขั้นใด

เมืองไทยนั้น "เรียบร้อย" ไปแล้วครับ...ภาษานักเลงเรียกว่า "ช้อยเก็บฉาก"

สยาม ประเทศเริ่มเข้าสู่วิกฤตความร้าวฉาน เมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2548 ก่อนหน้าการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ ซึ่งขณะนั้นได้ประกาศยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน

กระแส "ความเกลียดชังกันและกัน" ของคนไทยได้เริ่มคุกรุ่นขึ้น เมื่อมีการโหมฟืนสุมไฟ "ไม่ยอมรับ" รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในเวลานั้น ซึ่งก็คือรัฐบาลภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ความ "ผิดพลาด" ที่ชาวสยามต้องรับวิบากกรรมร่วมกัน คือการที่คนไทยส่วนหนึ่ง ยอมให้ทหารยกกำลังออกมา "ยึดอำนาจ" ของตน แทนการออกไปใช้อำนาจในคูหาเลือกตั้งที่กำหนดวันไว้แล้ว หลักฐานก็คือพวกเขาได้แสดงความยินดีปรีดาด้วยการออกไปโห่ร้องต้อนรับคณะยึด อำนาจประหนึ่งคนพวกนั้นเป็นวีรบุรุษที่เพิ่งกลับจากสงคราม!

แล้วสยาม ประเทศก็แตกออกเป็น 2 เสี่ยง แบ่งคร่าวๆ เป็น "คนเกลียดทักษิณ" กับ "คนรักทักษิณ" และอาจจะมี "ผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด" อีกจำนวนหนึ่ง

แต่จะไม่นำมาเป็นประเด็นในการเขียนบทความชิ้นนี้

 

(อ่านต่อ)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341373694&grpid=&catid=02&subcatid=0200

The Daily Dose

The Daily Dose

 

 

The Daily Dose 04กค55

http://www.youtube.com/watch?v=i-Wsh3TVDSY&feature=plcp