หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Wake Up Thailand

Wake Up Thailand




Wake Up Thailand 06กค55

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=VctBd9Eoy5M

จตุพร Hot Topic 06กค55

จตุพร Hot Topic 06กค55

 

 

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=qlxO3Kh9ySo&feature=share

"นปช." ลั่นถ้าตุลาการไม่ลาออก คนเสื้อแดงจะปรากฎตัว 3-4 แสนคน

"นปช." ลั่นถ้าตุลาการไม่ลาออก คนเสื้อแดงจะปรากฎตัว 3-4 แสนคน

 

6 7 55 ข่าวค่ำDNN ธิดา ชี้ตุลาการศาล รธน ต้องลาออก

http://www.youtube.com/watch?v=zVbgtHMjKoU&feature=player_embedded



เมื่อวันที่  6 ก.ค. 2555 นางธิดา โตจิราการ ประธาน นปช. แถลงข่าวที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้ เหมือนโรงเรียนการเมือง ที่เปิดทั่วประเทศ โดยเครือข่ายระบอบอำมาตย์ เปิดตัว เปิดหน้ามาแสดงหมดแล้ว ปรากฎการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีเนื้อแท้ว่า ใครคือ เครือข่ายระบอบอำมาตย์ ปรากฎตัวออกมา แม้กระทั่งคอมมิวนิสต์ ก็ยังมีอำมาตย์ นอกจากนั้น นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปลือยกายอย่างล่อนจ้อน แสดงจุดยืนว่าตัวเองคือใคร ประกอบกับ เรื่องราวที่ศาลรัฐรรมนูญ ใครฟ้องร้อง ใครสนับสนุนการฟ้อง และตุลาการแต่ละท่านเป็นอย่างไร

สำหรับการถอนตัวจากองคณะ ของนายจรัญ ภักดีธนากุล เป็นเรื่องดี แต่ทางที่ดี ควรลาออกจากตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่ถอนตัว ส่วนนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เคยให้ความเห็นว่าควรแก้รัฐธรรมนูญ 2550 โดยวิธีแก้ไขมาตรา 291 และมี ส.ส.ร. แต่ทำไมขณะนี้ ยังนั่งเป็นตุลาการ เช่นเดียวกับอีก 2 คน ที่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ประกอบด้วยนายนุรักษ์ มาประณีต และนายสุพจน์ ไข่มุก ทั้ง 3 คน ควรลาออกไปจากตุลาการ


นางธิดา กล่าวต่อไปว่า ถ้าตุลาการไม่ลาออก คนเสื้อแดงจะมาปรากฎตัว 3-4 แสนคน ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร เราจะมาปรากฎตัว เพื่อบอกว่าเราไม่ยอมรับตุลาการคณะนี้ ขอให้พี่น้องทางบ้าน โหลดแบบฟอร์ม ส่งแฟกซ์ ถ่าย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องใช้ทะเบียนบ้าน มาเข้าชื่อถอดถอนตามแบบฉบับคนเสื้อแดง พร้อมการปรากฎตัว ไม่ต่ำกว่า 3 แสนคน 


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341561227&grpid=00&catid=&subcatid= 

สานเสวนาว่าด้วยศรัทธาต่อสถาบันตุลาการ / ตำนานฐานรากและการเลิกเชื่อ

สานเสวนาว่าด้วยศรัทธาต่อสถาบันตุลาการ / ตำนานฐานรากและการเลิกเชื่อ

 




 

 

 

 

  ภาพจำลองอุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำ (Allegory of the Cave) ของเพลโต

ในบทสนทนาปรัชญาเรื่อง The Republic

ภาพจำลองอุปมานิทัศน์เรื่องถ้ำ (Allegory of the Cave) ของเพลโต

ในบทสนทนาปรัชญาเรื่อง The Republi

โดย เกษียร เตชะพีระ


ความขัดแย้งเรื่องอำนาจบัญญัติรัฐธรรมนูญระหว่างรัฐสภากับ ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็น ประเด็นสานเสวนาในหมู่เพื่อนเฟซบุ๊กของผม มีประเด็นเกี่ยวข้องแตกแขนงออกไปน่าสนใจ ผมขออนุญาตนำมาเรียบเรียงเล่าต่อดังนี้:

1) ตำนานฐานรากและการเลิกเชื่อ

คุณ CL อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่นที่ไปสอนอยู่ที่ออสเตรเลีย:

เรื่อง ศรัทธานั้นจะว่าไปก็จริงอยู่เพราะการที่คนเราศรัทธาอะไรสักอย่างหนึ่งบางที มันก็ไม่มีเหตุผลว่าทำไมหรือเพราะอะไร จะไปตัดสินว่าถูกหรือผิดก็ไม่มีใครรู้ได้เพราะมันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ล้วนๆ เช่น ความเชื่อในเรื่องศาสนา หรือปูชนียบุคคลรูปเคารพต่างๆ (เหมือนที่อาจารย์เกษียรเคยเขียนว่าควร handle with care หรือจัดการอย่างระมัดระวัง)

แต่ในเรื่องของสถาบันตุลาการนั้น มันเกี่ยวข้องยึดโยงกับคนมากมายหลายกลุ่มในสังคม ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งกลุ่มคนที่ศรัทธาทั้งตัวและหัวใจและกลุ่มคนที่ยอมเชื่อ ในกรอบเหล่านั้น ไม่ใช่เพราะศรัทธาแต่เพราะเชื่อว่ามีหลักการและเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อ การใช้เรื่องของศรัทธาเข้ามาอธิบายว่าควรเชื่อในคำตัดสินของศาลแม้ว่าจะขาด หลักการและเหตุผลที่เป็นที่ยอมรับเลยฟังดูไม่ค่อย make sense (สมเหตุสมผล) เท่าไหร่

ผมแสดงความเห็นกลับไปว่า:

คำว่าสังคมดำรงอยู่ด้วย ศรัทธามีเค้าความจริงอยู่ ในทางปรัชญาการเมืองผมเรียกมันว่า foundational myth/foundational fiction หรือตำนาน/นิยายฐานรากของรัฐ เป็นฐานความเชื่อร่วมกัน และสังคมหวงแหนระแวดระวังมาก ห้ามท้า ห้ามถาม แต่ละรัฐก็จะยึดถือตำนานฐานรากต่างกันไป มันสำคัญขนาดทำให้ความต่างในหมู่ประชากรไม่ว่าชนชั้น ชนชาติ เพศ ศาสนา ฯลฯ จางเจือลดความหมาย และก็สำคัญขนาดทำให้ความเหมือนทุกอย่างไม่มีน้ำหนัก ถ้าแตกต่างไม่ยอมรับกัน เรื่องนี้ตำนานฐานรากสำคัญเพราะมันช่วยระดมพลังคนในรัฐมาร่วมกันทำภารกิจรวม หมู่ยากๆ ได้ สละหยาดเหงื่อแรงงานทรัพย์สินกระทั่งชีวิตเลือดเนื้อได้ แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้คนในรัฐลุกขึ้นมาฆ่ากันได้ด้วย


(อ่านต่อ) 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341557524&grpid=&catid=02&subcatid=0200

ต้องการรัฐบาลเด็กดี

ต้องการรัฐบาลเด็กดี

 

โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

 

ข้อกล่าวหาที่มีผู้ยื่นร้องต่อศาลรัฐ ธรรมนูญให้วินิจฉัย กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 นั้น มีถ้อยความกล่าวหา รัฐบาล ส.ส. ส.ว. ประธานสภา เอาไว้อย่างดุเดือด ซึ่งผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองกล่าวขวัญกันอย่างมาก

เช่นที่ระบุว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในมาตรา 68

ด้านหนึ่ง การวินิจฉัยตามตัวบทกฎหมาย คงต้องรอฟังมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกันต่อไป หลังจากเพิ่งไต่สวนพยานเสร็จไปหมาดๆ

แต่ อีกด้าน มองผ่านสายตาประชาชนเอง เขาก็งงกันทั่วว่า ในเมื่อรัฐบาลขณะนี้ ได้อำนาจทางการเมืองมาอยู่ในมือแล้ว นั่งบริหารประเทศมาเกือบปีแล้ว

แถมเป็นอำนาจจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเป๊ะๆ

แล้วเขาจะกระทำการเพื่อให้ได้อำนาจมาโดยมิชอบอีกอย่างไรกัน

รวม ทั้งมองเห็นอย่างชัดเจนได้ว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่รัฐบาลและพรรคร่วมลงมือแก้ไข จนเป็นเหตุให้ถูกยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว

เป็นรัฐธรรมนูญจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341563923&grpid=&catid=02&subcatid=0200

ลุงธง แจ่มศรี อดีตเลขาธิการ พคท.ประกาศชัดว่า พวก ทปท.รอ.หน้าศาล ฯ คือพวกลวงโลกทั้งสิ้น

ลุงธง แจ่มศรี อดีตเลขาธิการ พคท.ประกาศชัดว่า พวก ทปท.รอ.หน้าศาล ฯ คือพวกลวงโลกทั้งสิ้น

 

 

ปฏิกิริยา จากอดีตเลขาธิการพคท.ธง แจ่มศรี ซึ่งอายุ 90 กว่าปีแล้ว ที่ออกเอกสารว่าเป็นการกระทำที่อัปยศของคนบางส่วน ที่ร่วมมือกันให้ได้มีการแสดงนี้ออกมา แต่ไม่ใช่มติชาวพรรค และอดีต ทปท.แต่ประการใด

ผมเคยมีโอกาสพบผู้เฒ่าท่านนี้ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว พร้อมกับมิตรสหายอีกหลายคน (โปรด ทราบว่า ผมไม่เคยเป็นสมาชิกสันนิบาตเยาวชน หรือ ย. ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค หรือ ส. แต่ประการใด แค่ตามเพื่อน ๆ ที่เคยร่วมต่อสู้กันมาบ้างไปสนทนากับท่านด้วยเท่านั้น)

ครั้งนั้นได้รับรู้ว่าลุงธง แจ่มศรีนั้น ต่อต้านพวกเหลือง สลิ่ม รวมทั้ง อดีต พคท.ที่ไปร่วมกับพวกไอ้ลิ้มอย่างชัดเจน เพราะมีข่าวฝ่ายยุทธศาสตร์ของไอ้ลิ้มหลายคนที่เป็นอดีตฝ่ายนำในเขตงานบางเขต ของ พคท. เข้าไปร่วมงานกับแก๊งค์พันธมิตรอยู่ ลุงธงไม่พอใจมากกับการอ้างตัวว่าเคยเป็นนักรบประชาชนแบบ ทปท.แล้วไปรับใช้เผด็จการศักดินาอำมาตย์ รวมทั้งคนกลุ่มนั้นยังแอบไปหลอกลวงจัดตั้งอดีต ทปท.จำนวนหนึ่งให้กับศัตรูประชาชนอีกด้วย

แถลงการณ์จากลุงธงกระจายไปยังอดีตชาวพรรค ฯ เรียกร้องให้วิเคราะห์สถานการณ์และแยกมิตรแยกศัตรูให้ชัดเจน หนึ่งในความเห็นของลุงธงก็คือ รัฐบาลทักษิณ แม้จะไม่ใช่ฝ่ายกรรมาชีพ แต่ก็มีลักษณะเป็นฝ่ายก้าวหน้า ไม่ใช่พวกอนุรักษ์นิยมเผด็จการโบราณ ขอบอกว่า ความเห็นของลุงธงนั้น แม้จะเป็นสิ่งที่อดีตชาวพรรค ฯ ที่เคยเป็น ย.และ ส.จำนวนมาก มองออกมาก่อนแล้ว แต่ก็สร้างความยินดีให้พวกเขาอย่างมาก เนื่องจากหลายคนกำลัง "เง็ง" กับพฤติกรรมของพวกที่ไปร่วมกับฝ่ายนั้นว่า ตกลงอุดมการณ์เพื่อพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ของเขามันไปอยู่ที่ไหน

คนพวกนั้นอ้างอุดมการณ์มาหลอกลวงสหายเก่าว่า การเข้าร่วมกับฝ่ายล้าหลังของพวกเขานั้น เพียงเพื่อใช้เป็นแนวทางนำไปสู่สังคมอุดมคติเท่านั้น พวกเขาไม่ได้เห็นด้วยกับกลุ่มล้าหลังแต่ประการใด บางคนถึงขนาดบอกว่า เมื่อพวกเขาที่แทรกซึมอยู่ในพันธมิตรทำการยึดอำนาจรัฐได้สำเร็จ ก็ถึงเวลาที่จะจัดการกับพวกที่เขาร่วมมือด้วยเพื่อบรรลุเป้าหมาย และยืนยันจะเอาสังคมอุดมคติมาสู่ประเทศชาติให้ได้

แต่ความจริงก็ปิดไม่อยู่ เพราะกลุ่มคนพวกนี้วันนี้ร่ำรวยรับทรัพย์และอำนาจกันเป็นแถว ๆ บางคนเคยเป็น สนช. ที่ปรึกษารัฐมนตรี ฯลฯ แต่ก็ยังคงลวงโลกและเพื่อนมิตรร่วมรบร่วมเป็นร่วมตายแบบหน้าตาเฉย อ้างว่ายังคงมั่นคงในอุดมการณ์ และต่้อสู้เพื่อสังคมเป็นธรรม แต่ไม่มีใครเชื่อหรือคบหาสมาคมกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว นอกจากแก๊งค์เดียวกันเท่านั้น

อย่าแปลกใจที่พรรคการเมืองใหม่ เน้นเรื่องเลือกตั้ง 30% และสรรหา 70% นี่เป็นแนวที่มาจากอิทธิพลทางความคิดของพวกนั้น อ้างว่าการเลือกตั้งแบบปัจจุบันนั้น ฝ่ายอื่นไม่มีทางเข้าสภาได้เลย ซึ่งก็จริง เพราะพรรคการเมืองใหม่นั้นบางตัวได้คะแนนไม่ถึง 10 เสียงก็มี (คือได้เฉพาะจากญาติพี่น้องของพวกตัวเองเท่านั้น)

วุฒิสมาชิกสรรหาในวุฒิสภาตามรัดทำมะนวยหัวคูนฉบับนี้ เป็นแบบจำลองความพยายามของพวกเขาที่พอจะได้ผลบ้าง

ลุงธงต่อ ต้านมาตั้งแต่ครั้งนั้น ดังนั้น การออกมาแถลงของลุงธงครั้งนี้จึงตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า พคท.รอ. ที่อยู่หน้าศาลรัฐธรรมนูญกลุ่มนี้ ไม่ใช่ ทปท.ที่แท้จริงแต่ประการใด มีเพียงสองสามคน ที่เป็นอดีตสหายนำตามเขตงาน ที่ไปรับเงินมา แล้วหาเด็ก ๆ รับจ้างมาแต่งตัว ทปท.เท่านั้น เห็นไหมว่าบางคนอายุยังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ มันจะเคยเป็น ทปท.เข้าไปได้ยังไง เรื่องมันจบมากว่าสามสิบปีแล้ว
 

(ที่มา)http://www.internetofreedom.com/index.php?/topic/11591

(ที่มา)http://thaienews.blogspot.dk/2012/07/blog-post_07.html 

"ศาลรธน."นัดแถลงปิดคดีแล้ว 11 ก.ค.!!! ฟังคำวินิจฉัยล้มล้างปกครอง 13 ก.ค.

"ศาลรธน."นัดแถลงปิดคดีแล้ว 11 ก.ค.!!! ฟังคำวินิจฉัยล้มล้างปกครอง 13 ก.ค.

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 21.00 น. ภายหลังไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้องเสร็จสิ้น 7 ปาก เป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ในฐานะผู้ร้องแจ้งต่อประสงค์จะยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี  ทั้งนี้นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า "คดีนี้หากทอดเวลาการพิจารณาไปนานจะเป็นเรื่องไม่มงคลทั้งสิ้น ถ้าตัดสินเร็วเกินไปก็หาลุกลี้ลุกลนมีธงตัดสินช้าไปก็ดึงเกม ทำอะไรก็ผิดหมด ถ้าท่านจะแถลงปิดคดี ศาลก็อนุญาตให้วันพุธหน้า(วันที่ 11 กรกฎาคม) ส่วนวันศุกร์ (วันที่13 กรกฎาคม)ศาลจะตัดสิน"

จากนั้น นายวสันต์ได้อ่านรายงานกระบวนการวิธีพิจารณาว่าคดีเป็นอันเสร็จการพิจารณา หากคู่กรณีรายใดจะประสงค์ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยื่น ภายในวันที่ 11 กรกฎาคม หากไม่ยื่นถือว่าไม่ติดใจ พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยในเวลา 14.00 น. วันที่ 13 กรกฎาคมนี้


(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1341583993&grpid=00&catid=&subcatid=