หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รำลึก 26 เดือนสลายการชุมนุม "แม่พยาบาลเกด" เดินหน้าดันคดี 98 ศพสู่ ICC

รำลึก 26 เดือนสลายการชุมนุม "แม่พยาบาลเกด" เดินหน้าดันคดี 98 ศพสู่ ICC

 


(19 ก.ค.55) เมื่อเวลา 16.30 น. บริเวณฟุตบาทหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ นางพะเยาว์ และนายณัทพัช อัคฮาด มารดาและน้องชายพยาบาลกมลเกด อัคฮาด 1 ใน 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการสลายการชุมนุมเมื่อ 19 พ.ค.53 แถลงข่าว กรณียื่นหนังสือให้รัฐบาลลงนามรับรองเขตอำนาจศาลโลกในการพิจารณาคดีเฉพาะ กรณีการสลายการชุมนุม 98 ศพ ในปี 53 ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการจัดงาน "เวทีรำลึกวีรชนราชประสงค์ ครบ 26 เดือน ร่วมเดินหน้าผลักดันคดีเพื่อนพี่น้อง 98 ศพ ไปสู่ศาลโลก (ICC)" ซึ่งร่วมจัดโดยนางพะเยาว์และเครือข่ายเสรีราษฎร เพื่อวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล

นางพะเยาวร์ กล่าวว่า ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้ายื่นจดหมายให้แก่นายกฯ โดยมีรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ คือนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด มารับแทน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องพิจารณายอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่าง ประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับอาชญากรรมสังหารประชาชนกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

จากการยื่นจดหมายดังกล่าว นางพะเยาว์ เปิดเผยด้วยว่ารองโฆษกประจำสำนักนายกฯ  ได้รับปากว่าจะนำจดหมายยื่นต่อนายกฯ ในทันทีที่นายกฯ เดินทางกลับจากต่างประเทศ นางพะเยาว์ยังย้ำอีกว่า จะติดตามทวงถามตลอดเวลา โดยจะดูท่าทีก่อน 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้หากไม่มีอะไรคืบหน้าจะเดินทางไปทวงถามอีก

สำหรับขั้นตอนการยอมรับอำนาศาลฯ นางพะเยาว์ มองว่าคณะรัฐมนตรีสามารถลงนามเซ็นรับได้เลยโดยไม่ต้องผ่านสภา โดยรัฐบาลควรยอมรับโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก เพราะสถานการณ์ขณะนี้อาจเกิดเหตุดังกล่าวได้

นอกจากนี้ นางพะเยาว์ เปิดเผยว่าวันที่ 9 ส.ค. นี้ จะเดินทางไปเบิกความที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีความ 6 ศพวัดปทุม

"หลักฐานของเรามีเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ เพราะ 6 ศพวัดปทุมถูกฆาตรกรรมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ" นางพะเยาว์ กล่าว

ขณะที่นายณัทพัช อัคฮาด น้องชายของพยาบาลเกด เปิดเผยว่าการเคลื่อนไหวของตนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนเพราะเป็นการ ป้องกันเหตุและหยุดการเจ็บการตายจากการสลายการชุมนุมอีก

กรณีมีการวิจารณ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ที่เคลื่อนไหวเรียกร้อง ให้ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเฉพาะกรณีเมษา-พฤษภา 53 นายณัทพัช กล่าวว่า เนื่องจากตนเองเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรงจึงเคลื่อนไหวเฉพาะ ส่วนนี้ก่อน และเห็นด้วยกับการขยายไปสู่กรณีความรุนแรงกรณีอื่นๆ และหากสำเร็จก็จะเป็นแนวทางและบรรทัดฐานให้กับกรณีอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ตามกำหนดการจะมีกิจกรรมเวทีปราศัยและดนตรีรำลึกในบริเวณดังกล่าว ถึงเวลา 24.00 น โดยมีผู้ปราศรัย ทั้งนักวิชาการและนักกิจกรรม เช่น ดร.ประแสง มงคลศิริ ดารุณี กฤตบุญญาลัย ดร.จารุพรรณ กุลดิลก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย และการโฟนอินของนายจักรภพ เพ็ญแข ในเวลา 20.00 น. พร้อมทั้งบทกวีจากนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ "พ่อน้องเฌอ" ซึ่งเฌอหรือนายสมาพันธ์ ศรีเทพ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 15 พ.ค.53 รวมทั้งจะมีการแสดงดนตรีโดยวงไฟเย็น เป็นต้น

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41636

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา : วิพากษ์วิธีกับขบวนการเสื้อแดงจากใจ อึ๊งภากรณ์

บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา : วิพากษ์วิธีกับขบวนการเสื้อแดงจากใจ อึ๊งภากรณ์

 

 

ChuPitchTV# 76 คุยกับ ใจ อึ๊งภากรณ์

http://www.youtube.com/watch?v=EOC5mjnNXIg&feature=player_embedded#! 



บ้านเมืองไม่ใช่ของเรา เทปนี้คุยกับใจ อึ๊งภากรณ์ ถึงประเทศเยอรมัน ถึงเรื่องมุมมองต่อขบวนการประชาธิปไตยของประชาชนอิยิปต์เปรียบเทียบกับการ เคลื่อนไหวคนเสื้อแดงในเมืองไทย และความแตกต่างของการขยายพื้นที่ประชาธิปไตยในสังคมที่ไม่มีขบวนการแรงงาน เข้าร่วมอย่างประเทศไทย ต่างกับประเทศอื่นๆ อย่างอิยิปต์หรือแม้แต่ในกรีซอย่างไร

(คลิกฟัง)
http://www.prachatai.com/journal/2012/07/41611

Wake Up Thailand

Wake Up Thailand


Wake Up Thailand 18กค55

http://www.youtube.com/watch?v=gSkCE_I4eHo

The Daily Dose

The Daily Dose

 

 

The Daily Dose 18กค5

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=1m-1GYnfpMw 

Divas Cafe

Divas Cafe


แดงโห่ ปชป เฮ นักวิชาการซัด กระแสตีกลับเพื่อไทย Divas Cafe 13มิย55
http://youtu.be/vTCbQdANN1k


วิพากษ์บทความของ นงนุช สิงหเดชะ Divas Cafe 18กค55

http://www.youtube.com/watch?v=BMSiEiFbrZI&feature=player_embedded

“จตุพร” เปิด 3 ทางเลือกแก้ไขรธน.–วอนขอความเมตตาศาลอาญาให้สิทธิประกันตัว

“จตุพร” เปิด 3 ทางเลือกแก้ไขรธน.–วอนขอความเมตตาศาลอาญาให้สิทธิประกันตัว

 

 

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ทิศทางการเคลื่อนไหวของ นปช. ขณะนี้ว่า ต้องรอคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 คน เพราะต้องการให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่ง มีทางเลือก 3 ทาง ประกอบด้วย 1) เดินหน้าโหวตร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม หรือ 2) ทำประชามติ และ 3) แก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

ส่วนสาเหตุที่ต้องรอ เพื่อตัดสินใจบน 3 ทางเลือกนี้ เป็นเพราะสิ่งที่ศาลอธิบาย ไม่ได้อยู่ในมาตราใดของศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น จะต้องดูให้สุดทางจากคำอธิบายฉบับเต็ม เพื่อให้ตกผลึกทั้ง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย และ นปช. ต้องเห็นครบจึงจะตัดสินใจได้

สำหรับท่าทีของ ส.ส.และ สว. 416 คน จะส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่นั้น นายจตุพร กล่าวว่า แต่ละคนต้องตัดสินใจเพราะเป็นทั้งเรื่องส่วนตัวและเป็นอำนาจที่ประชาชนเลือก มา เชื่อว่า ทุกฝ่ายกำลังรอความชัดเจนจากคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีศาลอาญานัดไต่สวนกรณีศาลรัฐธรรมนูญยื่นเพิกถอนการปล่อยตัวชั่ว คราวในวันที่ 23 ก.ค.นี้ว่า เตรียมชี้แจงว่าไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา และไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว อาทิ การเข้าชื่อถอดถอดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการที่ตนขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังไปดูแลบ้านตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญ ก็มีเจตนาป้องกันไม่ให้มือที่ 3 ก่อเหตุการณ์ความวุ่นวายภายหลังศาลอ่านคำวินิจฉัย ไม่มีข้อเท็จจริงใดเป็นการข่มขู่แต่อย่างใด จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่การพิจารณาคดี วันที่มีการไต่สวน จนถึงวันที่มีการวินิจฉัย ตนได้ห้ามประชาชนไม่ให้ไปรวมตัวที่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังมีคำถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคู่กรณีกับตนเองกรณีศาลฯได้ แจ้งความกล่าวหาตนในชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2553 คดียังไม่สิ้นสุด ดังนั้น ศาลฯ ใช้อำนาจวินิจฉัยคดีตนเองได้อย่างไร ฉะนั้น หวังว่า เมื่อนำความไปเรียนต่อศาลอาญาแล้ว ก็หวังว่าจะได้รับความเมตตาและความยุติธรรม

 

(อ่านต่อ)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1342524598&grpid=&catid=02&subcatid=0202

ก้าวฝ่า “ความเงียบงัน” - A Walk Through "the Silence

ก้าวฝ่า “ความเงียบงัน” - A Walk Through "the Silence

 


"ในความเงียบงัน
มีคนร่ำไห้
มีคนกู่ตะโกน
มีคนก้าวเดินไปทีละก้าว-ทีละก้าว
เดินฝ่าความเงียบนั้น
โดยไม่มีใครได้ยิน
ในความเงียบงัน
คนเหล่านั้นยังคงก้าวเดินไป
ทีละก้าว-ทีละก้าว
ก้าวฝ่าความเงียบงันนี้ไป"


ความตั้งใจที่จะทำโฟโต้โมเสค (Photo Mosaic) ชุดนี้  เริ่มขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว (2554) ท่ามกลางความเงียบงันอันเหลือทนของสังคมไทยต่อ “กรณีมาตรา 112”
 

แรกทีเดียวผมตั้งใจจะทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จออกมาก่อนกลางเดือนมกราคม 2555 เพื่อจัดแสดงในงาน “กลับสู่แสงสว่าง” (15 - 22 มกราคม 2555) ที่กลุ่ม “กวีราษฎร์” จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตามแนวทางของ “คณะนิติราษฎร์”  โดยได้ทำภาพร่างเอาไว้แล้ว  แต่ก็ต้องตัดสินใจชะลอไว้ก่อน เนื่องจากในขณะนั้นผมมีภาพถ่ายกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “มาตรา” 112 อยู่เพียงประมาณ 600-700 ภาพ ขณะที่ความละเอียดของภาพเต็มตามที่ผมคำนวณเอาไว้นั้นจำเป็นต้องใช้อย่างน้อย 1,000 ภาพในการนำมาเรียงต่อกัน หาไม่แล้วภาพที่ออกมาก็จะไม่ละเอียดเท่าที่ตั้งใจไว้
 

กลางดึกของคืนวันที่ 26 พฤษภาคม ภาพ A Walk Through "the Silence” # 1  - ภาพแรกของงานชุดนี้ - เสร็จสมบูรณ์ลงด้วยภาพถ่ายจำนวน 1,457 ภาพ ที่ถูกผม crop เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสทีละภาพ ก่อนจัดเรียงโดยไม่ซ้ำเป็นภาพขนาด 60 x 90 เซนติเมตร ตามภาพธีม (theme) - ซึ่งเป็นภาพเท้าและท่อนขาที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนของผู้ต้องหาคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผู้หนึ่ง ซึ่งผมถ่ายไว้ในวันที่เขาถูกพิพากษาจำคุก - ก่อนถูกนำไปพิมพ์ลงบนแคนวาสและจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะ “เรื่องเล่าของมนุษย์ล่องหน” เมื่อวันที่ 2-22 มิถุนายน 2555 ที่เชียงใหม่ ร่วมกับงานของเพื่อนศิลปินอีก 15 คน (จัดโดยกลุ่ม Unseen Thailand )


ผ่านไปอีกเกือบสองเดือน - 17 กรกฎาคม 2555  A Walk Through "the Silence” # 2  จึงได้เสร็จสมบูรณ์ตามมา ด้วยภาพถ่ายทั้งหมด 1,430 ภาพ ซึ่งจะพิมพ์ลงบนแคนวาสขนาด 180.44 x 42.52 เซนติเมตร


 

ในฐานะคนทำงานศิลปะตัวเล็กๆ ที่ไม่โด่งดัง ผมย่อมไม่กล้าคาดหวังว่าผลงานของตัวเองจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือก่อผลสะเทือน ใดๆ โดยเฉพาะกับ “ความเงียบงัน” ที่ดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่ง

สิ่งเดียวที่พอจะคาดหวังกระทั่งคาดคั้นได้ก็คงมีแต่เพียงตัวเองเท่านั้น - ผมตั้งใจจะทำภาพชุด A Walk Through "the Silence" ออกมาให้สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจ (คืออย่างน้อยชุดนี้จะมี 5 ภาพ) ภายในปีนี้ให้ได้

และหากจะสามารถคาดหวังต่อภาพชุดนี้ได้บ้าง สิ่งที่ผมอยากให้มันสำแดงออกมาก็คือ  การบอกว่าท่ามกลาง “ความเงียบงัน” ที่เราต่างเผชิญอยู่นี้ ไม่ได้มีแต่ความว่างเปล่า และยิ่งไม่ใช่ความ “นิ่งงัน” อย่างที่บางคนอาจหมิ่นแคลน ลำพอง หรือแม้แต่ลอบทอดถอนใจ หากแต่ยังมีความเคลื่อนไหว และมีคนจำนวนมากที่ยังคงพยายามจะ “ก้าวฝ่า” มันไป

แต่ถ้าหาก A Walk Through "the Silence" จะสามารถทำได้มากกว่านี้ ผมก็คงได้แต่ยินดีกับมัน

(ที่มา)
http://blogazine.in.th/blogs/karnt/post/3518