หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หมาทั้งนั้นที่ซุ่มยิงประชาชน

หมาทั้งนั้นที่ซุ่มยิงประชาชน

ล้อมฆ่าประชาชน......โดย ทหารของประชาชน ...แดกภาษีประชาชน โดยผู้กดขี่ ขี่คอประชาชน ...
(ไอ้ฆาตกรประยุทธ มันบอก "ไม่เคยซุ่มยิงสลายชุมนุม")


  
...เมื่อพยัคฆ์ ทิ้งลาย......ใช่พยัคฆ์ 
เขี้ยวเล็บหัก คาปาก...อยากมักใหญ่ 
เสียงคำราม...ดุจคายกาก สำรากกระไร 
เหมือนสุนัข รับใช้........ใช่พยัคฆ์

Sniper คืออะไร



เปิด!! หลักฐาน!คำสั่งให้ใช้สไนเปอร์!!



 
 
รวบรวมภาพ-คลิป: ทหารซุ่มยิงประชาชน-วัดปทุมวนาราม-บ่อนไก่

http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05

www.google.dk/search?q=ภาพทหารซุ่มยิงประชาชน&hl=da&client=firefox-a&hs=sj1&rls=org.moz 

ASEAN Weekly: อาเซียนร่วมสมัย: พรมแดนใหม่ในยุคไซเบอร์

ASEAN Weekly: อาเซียนร่วมสมัย: พรมแดนใหม่ในยุคไซเบอร์



(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=4HrLv-2G5Vs&feature=player_embedded 


อาเซียนวีคลีย์สัปดาห์นี้ เปลี่ยนบรรยากาศมาฟังการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ "อาเซียนร่วมสมัย: พรมแดนใหม่ในยุคไซเบอร์" โดย ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาฟังการ เปรียบเทียบลักษณะของรากเหง้าและความเชื่อมโยงกันของคนในอุษาคเนย์ ครั้งอดีตกาลกับปัจจุบันและความแตกต่างระหว่างยุคสมัยที่เป็นประชาคมอาเซียน ในปัจจุบัน

ฟังมุมมองจากการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนในโลกออนไลน์และปฏิกิริยา จากรัฐในประเทศสมาชิกอาเซียน ฟังการวิเคราะห์ความพยายามของรัฐต่างๆ ในอา เซียนที่จะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว โดยละเลยประเด็นปัญหาพื้นฐานเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชนอย่างมากมาย
หัวข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายสาธารณะ "วิพากษ์วัฒนธรรมจากร่วมรากสู่ร่วมสมัย" ในเทศกาล "ASEAN FESTIVAL" ในวันที่ 16 ส.ค.2555 ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/08/42113

สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง "การให้สัตยาบรรณ ICC เพื่อป้องกันการสังหารหมู่ประชาชน"

สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง "การให้สัตยาบรรณ ICC เพื่อป้องกันการสังหารหมู่ประชาชน"

 

Posted Image 

พบกันที่เชียงใหม่ 18 ส.ค 55 ถ่ายทอดทางสื่อออนไลน์ โดย http://www.thaivoice.org/


ฝากถึง คณาจารย์ ที่เป็นวิทยากรในการสัมมนาเชิงวิชาการครั้งนี้

ควรพูดด้วยว่า สำหรับ ประเทศไทย ควรดำเนินการใน 2 ขั้นตอน


ขั้นตอนแรก คือ การแถลงยอมรับอำนาจ ของ ศาลICC เพื่อให้สามารถดำเนินคดี ย้อนหลัง กับ การสังหารหมู่ประชาชน ในอดีต


และขั้นตอนที่สอง ต้องทำหลังจากได้ทำขั้นตอนแรกแล้ว คือ การให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญากรุงโรม แบบมีเงื่อนไข คือ

1 การให้สัตยาบันแบบนี้ ประเทศไทยไม่อาจขอเพิกถอน ได้ ในภายหลัง ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ ก็ตาม

2 การให้สัตยาบัน ให้มีผลผูกพัน เมื่อ ศาล ICC ได้มีคำพิพากษา คดี การสังหารหมู่ประชาชน ในอดีต ที่ได้ฟ้องไปก่อนหน้า แล้ว


3 ในระหว่างที่ การให้สัตยาบันยัง ไม่มีผลผูกพัน ... ถ้าได้มีการก่อคดีสังหารหมู่ประชาชนขึ้นใหม่ในภายหลัง..... ให้ถือว่า การให้สัตยาบันนี้ มีผลเป็นการ ยอมรับเขตอำนาจของศาล ICC ในคดีใหม่ที่เกิดขึ้นในภายหลัง ด้วยอีกโสดหนึ่ง เพื่อการฟ้องร้องคดีใหม่ ที่เกิดในภายหลัง ต่อศาล ICC ได้ โดยไม่ต้องมีการแถลง ยอมรับอำนาจศาล ICC ใหม่อีกครั้งหนึ่ง


เหตุผลก็คือ ที่ต้องทำ 2 ขั้นตอน
เพราะ การให้สัตยาบันเพียงอย่างเดียว จะไม่มีผลย้อนหลัง กับคดี ที่เกิดขึ้นก่อนการให้สัตยาบัน

ถ้าลุยการให้สัตยาบัน แต่เพียง เรื่องเดียว ...ฆาตกรในคดีก่อนหน้า ก็จะลอยนวล เพราะ ฟ้องศาลICC ไม่ได้ .. ขอรับ

“เหวง”จี้ รมว.ยุติธรรมส่งคำประกาศรับ ICC ให้นายกฯ แดงย่อยเห็นต่างให้สัตยาบันชัวร์กว่า

“เหวง”จี้ รมว.ยุติธรรมส่งคำประกาศรับ ICC ให้นายกฯ แดงย่อยเห็นต่างให้สัตยาบันชัวร์กว่า

 
นางกรรณิการ์ นีลเซ่น ผู้แทนสหภาพเพื่อประชาธิปไตยประชาชน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงความกังวลจากสมาชิกของสหภาพฯ ในการให้ข่าวก่อนหน้ากับ ประชาไท (link ข่าว http://prachatai.com/journal/2012/08/41934 )ที่มีคำพูดของตนเองถึงกิจกรรมดังกล่าวก่อนหน้าว่า “เป็นคนเสื้อแดงแต่พี่ทำเพื่อคนทุกคน ทุกสี ทุกชาติ ทุกศาสนา ถึงจะเป็นสีเหลืองสีแดงสีเขียว จะเป็นสลิ่มสิงคโปร์ลอดช่อง พี่ทำเพื่อทุกคน..” นั้นจะทำให้คนกลุ่มอื่นรู้สึกต่อต้านพวกตน จึงกล่าวย้ำถึงเจตนาในการทำกิจกรรมนี้ทำเพื่อทุกคนทุกสี จึงของอภัยในการใช้คำดังกล่าวมาด้วย


หวังนำ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ขึ้นศาลโลกสั่งฆ่าประชาชน ซัด ปชป.สร้างฉากดันรัฐลงสัตยาบัน ดันแกนนำพรรครอดคดี ขณะที่แดงกลุ่มย่อยยื่นรายชื่อต่อรัฐสภาให้สัตยาบันฯ ชี้แม้ อภิสิทธิ์รอด แต่ทั้งนี้ชัวร์และป้องกันเหตุในอนาคต

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 55  สำนักข่าวไทย รายงานว่า  นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ส่งมอบคำประกาศ “ยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับอาชญากรรมสังหาร ประชาชนกลาง กทม. ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 53” ให้แก่นายทะเบียนศาลอาญาระหว่างประเทศ

นพ.เหวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเคยยื่นเรื่องนี้ผ่านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว แต่ทราบว่าต้องยื่นให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อขอให้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อผลักดันเรื่องนี้ในรูปแบบของรัฐบาล หากมีการส่งเรื่องนี้ไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ก็จะต้องเป็นไปตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ในข้อ 12 ข้อย่อย 3 ว่า รัฐที่ยอมรับเขตอำนาจศาลต้องร่วมมือกับศาลโลกโดยไม่ชักช้า หรือไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสังหารหมู่ขึ้นอีกในอนาคต

นพ.เหวง กล่าวว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐบาลลงนามในสัตยาบันรับเขตอำนาจศาลโลก เพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีฆ่าตัดตอนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ตามมาตรา 190 และเป็นคนละเรื่อง เพราะหากมีการลงนามในสัตยาบันก็จะไม่สามารถเอาผิดย้อนหลังได้ จึงเป็นเพียงเรื่องการสร้างฉากของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อที่จะให้ไม่สามารถ เอาผิดต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ในคดีสังหารประชาชนได้ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ต้องการเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ จริงก็สามารถยื่นหนังสือในลักษณะเดียวกับพวกตน โดยระบุเป็นกรณีของการฆ่าตัดตอน และยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อรัฐบาลได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์รู้เรื่องนี้ดี แต่ไม่ทำ ขอท้าให้พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องได้เลย เพราะนายสุรพงษ์ พร้อมรับเรื่องอยู่แล้ว

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/08/42108

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มิติทางศาสนาของคนรักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียง

มิติทางศาสนาของคนรักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียง

 

โดย ประวิตร โรจนพฤกษ์
@PravitR


วิธีหนึ่งที่เราจะสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคนไทยจำนวนหนึ่งเชื่อและยึดมั่น ใน ‘ความดี’ และ ‘คนดี’ อย่างที่ตรวจสอบและวิพากษ์ไม่ได้ นั่นคือการมองความเชื่อและการยึดมั่นของคนเหล่านั้นต่อสถาบันกษัตริย์และ ในหลวงผ่านมิติทางศาสนา

ในสังคมที่ผู้คนจำนวนมิน้อยเชื่อว่านักการเมืองส่วนใหญ่นั้นโกงกิน เลวและเห็นแต่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง (ซึ่งเป็นผลพวงของสังคมที่สามารถตรวจสอบวิพากษ์นักการเมืองได้มากขึ้นเป็น ลำดับ) ผู้คนจำนวนไม่น้อยถวิลหาความดีและคนดีแบบมิต้องสงสัยหรือถ้าสงสัยก็ต้องถูก ห้ามมิให้วิพากษ์หรือแสดงข้อกังขาสงสัยในที่สาธารณะ การยึดมั่นยกย่องให้สถาบันกษัตริย์และในหลวงเป็นสถาบันและบุคคลที่ดีเหนือ ความสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้นจึงมีมิติทางศาสนาเหมือนผู้เคร่งครัดหรือยึดติดกับศาสนา (religious extremism and fundamentalism) ที่จะยอมให้ศาสนาและพระเจ้าของพวกเขาถูกผู้ใดหมิ่นหรือวิพากษ์วิจารณ์มิได้ เพราะความ ‘ศักดิ์สิทธิ์’ จะลดลงหรืออาจหมดไปหากปล่อยให้ความเชื่อของพวกเขาและสถาบันฯ รวมถึงผู้ที่พวกเขายึดมั่นถูกตั้งคำถามหรือวิพากษ์ได้

หากการบูชาสถาบันกษัตริย์เป็นศาสนาและกษัตริย์เป็นดุจพระเจ้าในสายตาผู้ ที่รักเจ้าอย่างไม่รู้จักพอเพียง คำสอนของในหลวง หรือพระราชดำริที่รวมเป็นเล่มๆ และมีขายตามร้านหนังสือทั่วไปย่อมไม่ต่างจากพระคัมภีร์ที่สื่อกระแสหลักไม่ ว่าทีวี วิทยุหรือหนังสือพิมพ์มักนำมาผลิตซ้ำๆ ซ้ำๆ ซ้ำๆ และถี่ๆ อย่างไม่มีวันพอเพียง

ในศาสนาที่มีพระผู้เป็นเจ้าแต่พระองค์เดียว ย่อมต้องมีซาตาน

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/08/42074