หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์ เก็บข้อมูลโทษประหารชีวิตในไทย

กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์ เก็บข้อมูลโทษประหารชีวิตในไทย


 

กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์ ที่ใช้ละครเวทีถ่ายทอดความจริงและเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาเยือนประเทศไทย ศึกษาเรื่องการตัดสินโทษประหารชีวิตเพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำหรับละครเวที เรื่องใหม่ 
 
​กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์ ที่ใช้ละครเวทีเป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน สื่อสารความจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นในเบลารุส รวมทั้งต่อกรกับการเซ็นเซอร์ในระบอบเผด็จการ ออกตระเวนเดินสายเยือนประเทศที่มีกฎหมายตัดสินโทษประหารชีวิต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทยเพื่อเก็บข้อมูลเรื่องการใช้โทษประหารชีวิตและผลกระทบภายในประเทศ สำหรับเตรียมรับละครเรื่องใหม่ที่พวกเขาจะเปิดการแสดงในเดือนตุลาคมนี้ ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
 
โอกาสนี้กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์ยัง ได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์งานแสดงและสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษย ชนกับกลุ่มละคร ศิลปิน และผู้สนใจในประเทศไทย  พวกเขาเล่าว่า กลุ่มละครเบลารุสเธียเตอร์ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินโทษประหารชีวิต ทั้งนี้เนื่องจากที่เบลารุสโทษประหารชีวิตนั้นส่วนใหญ่จะถูกใช้กับนักโทษการ เมือง , นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน และบางครั้งก็ถูกจัดฉากขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมทำให้นักโทษหลายคนตกเป็นเหยื่อ สิ่งที่คณะละครต้องการคือ ตีแผ่ความจริงที่เกิดขึ้นในเบลารุส และต้องการแรงสนุบสนุนจากคนทำละครทั่วโลก เมื่อมีมิตรจากต่างประเทศมากขึ้น ก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่ประชาชนในเบาลารุสจะร่วมต่อสู้เพื่อเสรีประชาธิปไตย
 
กลุ่มละครเบลารุสฟรีเธียเตอร์กลุ่มนี้ต้อง เปิดการแสดงอย่างลับๆ และเผชิญความเสี่ยงสูงมาก ก่อนหน้านี้การแสดงหลายครั้งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจู่โจม ตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้ชมละครจะได้รับการติดต่อผ่านข้อความทางโทรศัพท์มือถือเพื่อนัดพบ สถานที่ ปัจจุบันพวกเขาได้ใช้บ้านร้างแห่งหนึ่งที่เบลารุสเป็นโรงละคร อย่างไรก็ตามพวกเขา กล่าวว่า แรงผลักดันของพวกเขา คือ การแสดงที่น่าสนใจและมีรสนิยมทางศิลปะ และพวกเขาคือแรงบันดาลใจที่แท้จริง
 
(ที่มา)

กลุ่มกรีนพีซ ร้อง 3 ปท.EU ปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 12 แห่ง

กลุ่มกรีนพีซ ร้อง 3 ปท.EU ปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 12 แห่ง

 

กลุ่มกรีนพีซ ร้อง 3 ปท.EU ปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 12 แห่ง


กลุ่มกรีนพีซได้เรียกร้องให้ 3 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 12 แห่งในทันที เนื่องจากผลการทดสอบเพื่อประเมินความปลอดภัยของเตาปฏิกรณ์  โดยอียูนั้นได้มีการมองข้ามข้อผิดพลาดของเตาดังกล่าวหลายประการ
         
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รายงานของกรีนพีซระบุว่า เตาปฏิกรณ์ 12 แห่งนั้น ตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียม อังกฤษ และฝรั่งเศส
      
โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางอียูได้ทำการทดสอบความสามารถในการรับมือกับภาวะวิกฤต เพื่อทดสอบความยืดหยุ่นของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 143 แห่งที่โรงงานผลิตพลังงานในสหภาพยุโรปว่า จะสามารถรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวและเหตุน้ำท่วมได้หรือไม่ หลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มโรงไฟฟ้าฟูกุชิม่า ไดอิชิที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2554
       
โดยกรีนพีซระบุว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้มีการพิจารณาถึงข้อผิดพลาดที่รุนแรง และยังไม่ได้นำสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นมาเป็นบทเรียนแต่อย่างใด

(คลิกฟัง)

รวบรวมการประท้วงนิวเคลียร์ทั่วโลก

 

 
 

(คลิกฟัง)

หมอตุลย์-สมศักดิ์ เจียมฯ ร่วมเวที "อึด ฮึด ฟัง" เปิดใจคุยเรื่องมาตรา 112-สถาบันฯ

หมอตุลย์-สมศักดิ์ เจียมฯ ร่วมเวที "อึด ฮึด ฟัง" เปิดใจคุยเรื่องมาตรา 112-สถาบันฯ

Posted Image




(16 ส.ค.55) มีการจัดสานเสวนา ประเด็น “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์...เสรีภาพในการแสดงออกและมาตรา 112” ภายใต้โครงการเวทีสันติประชาธิปไตย จัดโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือและสนับสนุนของ โครงการสะพานเสริมสร้างประชาธิปไตย และ USAID ที่ห้องประชุม ศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเสวนาดังกล่าวมีผู้ร่วมพูดคุยจากกลุ่มต่างๆ อาทิ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มธ. ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดอะเนชั่น นิธิวัต วรรณศิริ ผู้ประสานงานเครือข่ายเสรีราษฎร สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ เครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยจากมาตรา 112 พล.ท.อิสระ วัชรประทีป อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 1 พลเอกไวพจน์ ศรีนวล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมศรี หาญอนันทสุข ผู้อำนวยการเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (มูลนิธิอันเฟรล) สกุล สื่อทรงธรรม มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ฯลฯ

'นายแน่มาก' 18-08-2012

'นายแน่มาก' 18-08-2012 


Posted Image


(คลิกฟัง)

แถลงการณ์นายอัสเตอร์ดัมกรณีกองทัพไทยเข้าแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท

แถลงการณ์นายอัสเตอร์ดัมกรณีกองทัพไทยเข้าแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท

 


 

ในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 หนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยมติชนรายงาน ว่าผู้บัญชาการทหารบก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชามอบหมายให้ พ.ท.สายัณห์ ขุนขจีฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญาต่อนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ปรึกษากฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.)

การแจ้งความเกิดจากคำปราศรัยของนายอัมสเตอร์ดัมในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 วันครบรอบที่กองทัพปราบปรามการชุมุนมอย่างทารุณซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของ ประชาชน 98 ราย ในระหว่างการปราศรัย ซึ่งสามารถเข้าไปดูวิดีโอแบบเต็มได้ที่นี่ นาย อัมสเตอร์ดัมประณามประวัติการสังหารหมู่พลเรือนของกองทัพไทยและวิจารณ์ รัฐบาลสหรัฐว่าขายอาวุธและฝึกกองทัพไทยเพื่อสังหารพลเรือนอยู่เป็นประจำ คำปราศรัยของนายอัมสเตอร์ดัมถูกแปลเป็นภาษาไทย ดังนั้นจึงมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อล่ามด้วยเช่นกัน พลเอกประยุทธ์กล่าวหาว่าข้อความดังกล่าวทำลายชื่อเสียงของกองทัพไทย

ข่าวเรื่องการแจ้งความทางอาญาต่อนายอัมสเตอร์ดัมและล่ามเกิดขึ้นในปลาย สัปดาห์นี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กองทัพไทยและอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ออก มาข่มขู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีหน้าที่สอบสวนการปราบปรามการชุมนุมปี 2553 อย่างเปิดเผย รวมถึงตอบโต้สื่อที่ถามเรื่องการใช้พลซุ่มยิงสังหารประชาชนในปี 2553 อย่างรุนแรง เป็นเรื่องชัดเจนที่นายอภิสิทธิ์และพลเอกประยุทธ์รู้สึกจนตรอกมากขึ้น เรื่อยๆ ในความพยายามที่จะปกป้องระบบการทำผิดแล้วลอยนวลซึ่งบ่งบอกถึงถึงความมี ประสิทธิภาพของการทำงานของนายอัมสเตอร์ดัมและทีมงาน

นายอัมสเตอร์ดัมยังคงยืนยันตามคำปราศรัยของเขาและมุ่งมั่นทำงานเพื่อนำ ตัวผู้นำระดับสูง (รวมถึงพลเอกประยุทธ์และอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) มาลงโทษในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ก่อขึ้นในระหว่างการปรามปรามการ ชุมนุมของคนเสื้อแดงในเดือนเมษายนและพฤษภาคมปี 2553 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนในครั้งนี้คือ คนที่สังหารพลเรือนเพื่อปกป้องอำนาจและอภิสิทธิ์ของตนจะไม่สามารถรอดพ้นจาก การรับผิดในการกระทำของพวกเขาอย่างแน่นอน
  
(ที่มา)
http://robertamsterdam.com/thai/

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แอฟริกาใต้ปะทะเดือด "ตำรวจ-คนงานเหมือง" เสียชีวิตกว่า 30 คน

แอฟริกาใต้ปะทะเดือด "ตำรวจ-คนงานเหมือง" เสียชีวิตกว่า 30 คน


 

รัฐมนตรีกระทรวงตำรวจแอฟริกาใต้แถลงวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 30 คน จากเหตุปะทะระหว่างตำรวจและคนงานที่ก่อการประท้วงในเหมืองทองคำขาวในแอฟริกา ใต้ 



เหตุความรุนแรงเกิดขึ้นที่เหมืองมารีกานาของบริษัทลอนมิน ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตามข้อมูลของผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ตำรวจเปิดฉากยิงคนงานเหมืองซึ่งมีเพียงท่อนไม้และมีดเป็นอาวุธ หลังคนงานติดอาวุธเข้าประชิดเจ้าหน้าที่ที่กำลังปิดล้อมพื้นที่

กระทรวงตำรวจเผยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 30 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ขณะที่สหภาพคนงานเหมืองแห่งชาติระบุยอด 36 คน

เหมืองทองคำขาวลอนมิน กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเหตุรุนแรงต่อข้อพิพาทด้านค่าจ้าง และยิ่งเลวร้ายลงจากความตึงเครียดระหว่างสองสหภาพการค้าที่เป็นปฏิปักษ์กัน โดยเหตุการณืในครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 คน

สื่อมวลชนเรียกเหตุการณ์ปะทะดังกล่าวว่าเป็นเหตุสังหารหมู่มารีกานา รายงานระบุว่า เหตุประท้วงของคนงานที่ยืดเยื้อนานสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 10 คน เป็นตำรวจ 2 นาย

เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุนองเลือดที่สุด นับตั้งแต่การสิ้นสุดของนโยบายการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1345191222&grpid=&catid=06&subcatid=0600

คำสั่งรักษาด่านศอฉ.ใช้ "พลแม่นปืน" หากผู้ก่อเหตุปะปนผู้ชุมนุม - หากยิงไม่ได้ให้ใช้ "สไนเปอร์"

คำสั่งรักษาด่านศอฉ.ใช้ "พลแม่นปืน" หากผู้ก่อเหตุปะปนผู้ชุมนุม - หากยิงไม่ได้ให้ใช้ "สไนเปอร์"


 
เปิดเอกสาร “ศอฉ.” เผยแนวทางปฏิบัติการใช้อาวุธเพื่อรักษาที่ตั้งสำคัญ จุดตรวจ ด่านตรวจ ของช่วงสลายชุมนุม เม.ย. – พ.ค. 53 ระบุหากมีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธแล้วอยู่ปะปนกับผู้ชุมนุม ให้เจ้าหน้าที่งดใช้อาวุธยกเว้นถ้าในหน่วยมี “พลแม่นปืน” ให้ทำการยิงเพื่อหยุดยั้งการก่อเหตุได้ และหากไม่สามารถยิงได้ สามารถร้องขอ “พลซุ่มยิง (Sniper)” จาก ศอฉ. ได้ 

18 ส.ค. 55 – ผู้สื่อข่าวประชาไท ได้รับเอกสาร ส่วนราชการ สยก.ศอฉ. ที่ กห.1407.55 (สยก.) ลงวันที่ 17 เม.ย. 53 เรื่อง “ขออนุมัติแนวทางการปฏิบัติในการใช้อาวุธเพื่อ รปภ. ที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ รวมทั้งการปฏิบัติ ณ จุดตรวจ/ด่านตรวจและสายตรวจเคลื่อนที่” ลงนามโดย พล.ท.อักษรา เกิดผล หน.สยก.ศอฉ. เสนอ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. ในเวลานั้น

โดยเอกสารมีทั้งหมด 5 หน้า ใจความสำคัญคือการระบุแนวทางปฏิบัติ หากมี “ผู้ก่อการร้ายแฝงตัวมากับกลุ่มผู้ชุมนุม และใช้อาวุธ/วัตถุระเบิดต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์”

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/08/42125