หน้าเว็บ

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ยกฟ้อง! คดีโปรแกรมเมอร์ถูกกล่าวหาโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นสถาบัน

ยกฟ้อง! คดีโปรแกรมเมอร์ถูกกล่าวหาโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นสถาบัน


ฝากรูป

31 ต.ค.55 เวลาประมาณ 9.50 น. ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลอาญา รัชดา ผู้พิพากษานั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.4857/2554 ที่นายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง เป็นจำเลยในความผิดตามมาตรา 112 และ มาตรา 3, 14, 17 โดยศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตาม ฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค 2

(อ่านคำพิพากษาฉบับย่อด้านล่าง)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะผู้พิพากษาในคดีนี้ได้แก่ ผู้พิพากษาณรงค์เดช นวลมณี ผู้พิพากษาสุรพล โตศักดิ์ และผู้พิพากษาอิสริยา ยงพาณิชย์ ส่วนบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีวันนี้มีผู้เข้าร่วมฟังคำพิพากษาจนเต็มห้อง ทั้งสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ขณะที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ประกาศว่าผู้สื่อข่าวสามารถรับคำพิพากษาฉบับ ย่อได้ที่สำนักเลขานุการศาลอาญา

หลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษาสุรภักดิ์มีอาการยิ้มแย้มและเข้าสวมกอด มารดาก่อนจะถูกคุมตัวไปยังเรือนจำ และคาดว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯในช่วงเย็นวันนี้

สุรภักดิ์กล่าวในภายหลังว่า การประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่มาตราในรัฐธรรมนูญกลับกับมีค่าไม่เท่ากัน การไม่ได้รับการประกันตัวทำให้เขามีความยากลำบากในการต่อสู้คดีอย่างมาก ต้องอยู่ในเรือนจำเกือบ 1 ปี 2 เดือน ทำให้สูญเสียทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการงาน ครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจเยียวยาได้ รัฐไทยมีงบประมาณปกป้ององค์กรต่างๆ มากมายแต่กลับไม่มีการปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

ธิติพงษ์ ศรีแสน ทนายความของสุภักดิ์ กล่าวว่า ไม่ว่าคดีอะไรก็ตาม ถ้าจำเลยต้องติดคุกในระหว่างพิจารณาคดีจะทำให้จำเลยเสียเปรียบ โดยเฉพาะกฎหมายไทยเป็นระบบกล่าวหา และคดีลักษณะนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคซับซ้อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราควรพูดกันมากกว่าสิทธิการประกันตัวตามที่รัฐธรรมนูญรับรองซึ่งพูด กันมามากแล้ว ก็คือ อำนาจของการไม่ให้ประกันของแต่ละส่วนว่ามีอำนาจแค่ไหน หากเราวางระบบให้ดี ก็จะปิดช่องการใช้ดุลยพินิจที่อาจละเมิดสิทธิประชาชนได้

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/10/43413

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การปรองดองจอมปลอม ทรยศต่อวีรชน

แดงสังคมนิยม

การปรองดองจอมปลอม ทรยศต่อวีรชน


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
 

หลัง ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ความจริงเรื่อง “การปรองดอง” เห็นได้อย่างชัดเจน คือมันเป็นการทรยศต่อวีรชนเสื้อแดงที่เสียสละเลือดเนื้อในการต่อสู้กับ อำมาตย์ และเป็นการทรยศต่อนักโทษการเมืองเสื้อแดง รวมถึงนักโทษ 112 ด้วย

การปรองดองบนซากศพวีรชนและบนความปวดร้าวของนักโทษครั้งนี้ มาจากข้อตกลงระหว่างทักษิณกับฝ่ายทหาร มีการตกลงกันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสถานภาพของสถาบันกษัตริย์ ไม่แก้/ยกเลิกกฏหมายเผด็จการ 112 ไม่ปฏิรูประบบศาล ไม่ปล่อยนักโทษการเมือง และจะไม่มีการนำฆาตกร(ใจหมา)ที่ฆ่าประชาชนเสื้อแดงมาขึ้นศาล ในข้อตกลงนี้ทางทหารก็จะปล่อยให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ต่อไป ในแง่หนึ่งรัฐบาลนี้เป็นประโยชน์กับทหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะสามารถคุมเสื้อแดงส่วนใหญ่ได้ผ่านแกนนำ นปช. ส่วนทักษิณและพรรคพวกมีความหวังว่าอดีตนายกจะได้กลับเมืองไทยในอนาคตอันใกล้

ทั้งๆ ที่นักวิชาการไทยและตะวันตกจำนวนมากหลงเชื่อว่ากษัตริย์ไทยมีอำนาจสั่งการ และแทรกแซงการเมือง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่าน “เครือข่ายกษัตริย์” แต่ในความเป็นจริงกษัตริย์ไทยเป็นคนอ่อนแอไร้อำนาจและถูกใช้โดยทหาร ข้าราชการชั้นสูงและนายทุนมาตลอด มีการเชิดชูและสร้างกษัตริย์ขึ้นมาให้ดูเหมือนมีอำนาจ แต่มันเป็นภาพหลอกลวงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับชนชั้นปกครองไทยต่างหาก วิกฤตและความขัดแย้งในสังคมไทยไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายกษัตริย์กับ ทักษิณแต่อย่างใด แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองที่สร้างอำนาจผ่านการเลือกตั้ง กับทหารและข้าราชการที่ไม่มีฐานจากการเลือกตั้ง และทั้งสองฝ่ายพยายามหาความชอบธรรมจากการใช้กษัตริย์

ขบวนการเสื้อแดงมีความสัมพันธ์เชิงวิภาษวิธีกับทักษิณ คือส่วนใหญ่รักทักษิณเพราะเห็นด้วยกับนโยบายการเมือง แต่ในขณะเดียวกันคนเสื้อแดงมีเป้าหมายในการต่อสู้ของตนเองด้วย คือสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมและความเท่าเทียมทางสังคม ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของทักษิณและพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าเป้าหมายของเสื้อแดงนี้จะบรรลุความสำเร็จ เสื้อแดงก้าวหน้าจะต้องรวมตัวกันเป็นองค์กรทางการเมืองที่อิสระจากพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. เพื่อผลักดันข้อเสนอของนิติราษฏร์ เพื่อให้มีการปล่อยนักโทษการเมือง และเพื่อให้มีการนำทหารและนักการเมืองที่ฆ่าประชาชนมาลงโทษ

(ที่มา)
http://redthaisocialist.com/2011-01-20-12-41-04/380-2012-10-29-19-31-49.html 

สืบทอดเจตนารมณ์ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ และภารกิจต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด

สืบทอดเจตนารมณ์ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ และภารกิจต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด




ลุงนวมทอง ITV#1
http://www.youtube.com/watch?v=TqQPdMk0E_A&feature=relmfu 

ลุงนวมทอง ITV# 2
http://www.youtube.com/watch?v=yMdb3_3NOxw&feature=autoplay&list=PL4D812B300E644863&playnext 

เพลงวีรชน นวมทอง ไพรวัลย์
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=5I4sRYa3wqM 


31 ตุลาคม 2549 นวมทอง ไพรวัลย์  ผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก่อร่างประวัติศาสตร์ของสามัญชน ผู้คัดค้านอำนาจเผด็จการรัฐประหาร พิทักษ์ประชาธิปไตย

สำหรับคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตย คงไม่มีใครลืมประวัติศาสตร์ของสามัญชนที่ชื่อ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ผู้คัดค้านอำนาจเผด็จการรัฐประหาร พิทักษ์ประชาธิปไตย

คืนวันที่ 31 ตุลาคม 2549 นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด) โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้

ใน คืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ ที่ว่า


ตื่นเถิดเสรีชน
อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอกกระบอกปืน
หรือทนคลื่นกระแสเรา

แผ่นดินมีหินชาติ
ที่ดาดาษความโฉดเขลา
ปลิ้นปล้อนตะลอนเอา
ประโยชน์เข้าเฉพาะตน


ก่อนหน้านั้น  เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 นายนวมทอง ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และได้รับบาดเจ็บสาหัส
นวมทอง ไพรวัลย์ ได้สละชีพกระทำอัตวินิบาตรกรรม เพื่อให้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความหมายสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ความอัปยศอัปลักษณ์ของอำนาจรัฐประหาร

นวม ทอง ไพรวัลย์ จึงเป็นสัญญลักษ์แห่งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่ปรารถนาถึงสังคมไทยเป็นสังคมที่มี ‘เสรีภาพ เสมอภาคและภราดรภาพ’ ไม่ต่างไปจากความใฝ่ฝันของคณะราษฎร เมื่อปี 2475 แต่อย่างใดเลย


อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ความขัดแย้ง ระหว่าง ‘ฝ่ายอำนาจอำมาตยาธิปไตย’ กับ ‘ฝ่ายพลังประชาธิปไตย’ ก็ยังไม่จบสิ้น นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากปัญหารากเหง้าของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มาจาก ‘ระบอบอำมาตยาธิปไตย’ โดย ‘อำมาตยาธิปไตย’ และเพื่อ ‘อำมาตยาธิปไตย’

แม้ว่า ภายหลังจากการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลตามหลักการประชาธิปไตยรัฐสภา แต่ความขัดแย้งดังกล่าวยังไม่จบสิ้น เนื่องด้วยมีการเคลื่อนไหวของ ‘ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย’ เพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีขึ้นอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน รวมทั้งรัฐบาลพลเรือนก็ยังไม่สามารถควบคุมกองทัพได้โดยตรงเนื่องจากมีพร บ.กลาโหมเป็นอุปสรรคขัดขวาง


(อ่านต่อ)
http://prachatai3.info/journal/2012/10/43410?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook

"หากไม่พูดความจริง ความยุติธรรมและการปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร"


"หากไม่พูดความจริง ความยุติธรรมและการปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร"
 



อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล หนึ่งในนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ วิพากษ์ข้อเสนอปรองดองบนฐานคิดสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งนอกจากจะมีข้อเสนอข้อหนึ่งให้มีการ "นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง" แล้วยังมีการยกเว้นการพูด "ความจริง" บางเรื่อง โดยกล่าวว่า:


"...ในทางการเมือง การปรองดองที่กำลังจะทำกันอยู่อย่างข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งตนเห็นว่ามีข้อดีอยู่ เช่นบทที่ว่าด้วยตัวอย่างการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองจากต่างประเทศ 10 ประเทศ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องทฤษฎี เกี่ยวกับความยุติธรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน และทฤษฎีเรื่องความปรองดองแห่งชาติ แต่สองส่วนที่ดีมากนี้ถูกทำลายลงทั้งหมดจากข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าฯเอง เพราะทฤษฎี เกี่ยวกับความยุติธรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน และทฤษฎีเรื่องความปรองดองแห่งชาติ ไม่ว่าจะใช้ตำรากี่เล่มก็เหมือนกันหมด คือ ต้องพูดความจริง ประเด็นต้นเหตุความขัดแย้งต้องกล้าพูดออกมาให้หมดทุกเรื่อง แต่ข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าไม่พูดเรื่องม.112 ใครทำรัฐประหารก็ไม่พูด เรื่องสถาบันกษัตริย์ก็ไม่ให้พูดแล้วจะปรองดองกันได้อย่างไร"



อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล

เว็บไซต์ประชาธรรม, 20 พฤษภาคม 2555 
ที่มา: http://www.prachatham.com/detail.htm?code=n6_20052012_01

ตอบข้อโต้แย้งประกาศคณะราษฎร ว่าด้วยการกีดกันการศึกษาของราษฎรในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ตอบข้อโต้แย้งประกาศคณะราษฎร ว่าด้วยการกีดกันการศึกษาของราษฎรในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์


 

 

 

 

 

 


 

โดย พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล

 

"ประกาศคณะราษฎร" ในตอนที่กล่าวว่า "มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กินว่า ราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่เพราะเกรงว่า ราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลัง คน"๑

เรามักจะพบ "ข้อโต้แย้ง" ข้อความในประกาศคณะราษฎรในท่อนความดังกล่าวทำนองว่า "ถ้าเจ้ากีดกันสามัญชนในการเข้าถึงการศึกษาแล้ว จะมีคนจบนอก อย่างปรีดี พนมยงค์ พจน์ พหลโยธิน ฯลฯ ได้อย่างไร?"

ในชั้นต้นเราอาจพิเคราะห์ได้ว่า ผู้เป็นเสี้ยนหนามทางความคิดความรับรู้ เช่น บรรดากบฎผู้มีบุญในสมัย ร.๕ (กบฎผู้มีบุญ คือ ผู้ที่มีชาวบ้านยกย่องนับถือตามท้องถิ่นต่างๆ จนรัฐบาลกษัตริย์เกรงว่าจะกระทบต่อพระบรมเดชานุภาพของกษัตริย์ จึงต้องปราบปราม เช่น ครูบาศรีวิชัย เป็นต้น) ทั้งปรากฏในข้อโจมตีของรัชกาลที่ ๕ ว่า ประชาชนเป็นพวกไม่รู้จักคิด ("แต่ก่อนมาพระบรมราโชบายอันใดที่จะทำไปไม่ใคร่จะได้แสดงให้ราษฎรทราบเพราะ เหตุว่าถึงทราบก็ปราศจากความคิด หรือกลับคิดเห็นการให้ผิดไปโดยมิได้แกล้ง"๒) ฉะนั้น เพื่อ "ผนึกความรู้เข้าสู่ส่วนกลาง" จึงต้องให้การศึกษาแก่คนพวกนี้

Wake up Thailand

Wake up Thailand

 

ประจำวันอังคารที่ 30 ตุลาคม 2555    
แดงอย่าขยับ
http://www.dailymotion.com/video/xupa06 



ประจำวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2555       
แช่เเข็งประเทศไทยสไตล์เสธอ้าย
http://www.dailymotion.com/video/xuobrz

The Daily Dose

The Daily Dose


  

ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2555
ชุมนุมในคูเวตเรียกร้อง ปชต.เกิน 20 คนไม่ได้
http://www.dailymotion.com/video/xuppun 


ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2555 
รีบระบายข้าวตามข้อเสนอวิโรจน์ ณ ระนอง 
http://www.dailymotion.com/video/xuost6