หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ชำระกฎหมาย ที่ไม่โปร่งใส ชำระกระบวนการยุติธรรมที่ 2 มาตรฐาน

ชำระกฎหมาย ที่ไม่โปร่งใส ชำระกระบวนการยุติธรรมที่ 2 มาตรฐาน
  



ถึงเวลาแล้ว ที่ประชาชนจะลุกฮือ
ชำระกฎหมาย ที่ไม่โปร่งใส
ชำระกระบวนการยุติธรรมที่ 2 มาตรฐาน
เอาคนเลวๆออกไป ให้คนดีมีโอกาสทำงานเพื่อประชาชน

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ฤาจะมี......หางแดงแล้ว?

ฤาจะมี......หางแดงแล้ว?

 


 

 















ไอ้เหี้ยสั่งฆ่า ไอ้เหี้ยออกไป 
http://www.youtube.com/watch?v=PQUC1tosf4Q&feature=player_embedded 


Inequality and Injustice in Thailand.
(ความไม่เท่าเทียม และ ความอยุุติธรรม ในประเทศไทย)


กองซากศพ เลือด น้ำตา คนคุก  เขาเหล่านี้พลีชีวิตหาความยุติธรรม เอาประชาธิปไตย ให้อำนาจพวกคุณ จะใช้ศพกี่ศพ จะใช้เลือดกี่ลิตร จะใช้น้ำตากี่ถัง ที่เป็นบันใดแห่งอำนาจคุณ


Posted Image  

(อ่านต่อ)

"รวมใจแสดงความจงรักภักดี" ในมาตรฐานสมัยใหม่ ไม่ได้

"รวมใจแสดงความจงรักภักดี" ในมาตรฐานสมัยใหม่ ไม่ได้





ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์จะเรียกว่าเป็นการ "รวมใจแสดงความจงรักภักดี" ในมาตรฐานสมัยใหม่ ไม่ได้

"รวมใจ" ในบรรทัดฐานสมัยใหม่ จะต้องมี "เสรี" ทีจะ "รวม" ได้ คือจะต้องเริ่มจากการมีเสรีทีจะเลือกทำ (ก) หรือ (ข) ได้เหมือนๆกัน เช่น กรณีทีรู้จักกันดี เราสามารถเลือกจะ "รวมใจ" กัน ด่า อภิสิทธิ์/ยิ่งลักษณ์ หรือ เลือกทีจะ "รวมใจ" เชียร์ อภิสิทธิ์/ยิ่งลักษณ์ ก็ได้ (ซึงอันทีจริง ในสังคมสมัยใหม่ ไม่่มีใครสติไม่ดีพอจะคิดว่า คนทุกคนในสังคม สามารถทีจะ "รวมใจ" ทำ ก (ด่า อภิสิทธิ์/ยิ่งลักษณ์) หรือ ข (เชียร์ อภิสิทธิ์/ยิ่งลักษณ์) ได้เหมือนกันทุกคนอยุ่แล้ว)

สรุปแล้ว ปรากฏการณ์ทีเห็นเกียวกับสถาบันกษัตริย์ จึงไมใช่เรื่อง "รวมใจแสดงความจงรักภักดี" แต่เป็น ผลของการบังคับ ตั้งแต่เกิด อนุบาล และตลอด 24 ชม. ให้ทำได้อย่างเดียวเท่าน้น ทำอย่างอืน (โดยไม่เดือดร้อนเหมือนๆกัน) ไม่ได้

ประชาชนจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ!!!

ประชาชนจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ!!!


มีอยู่ 2 ประเทศ ที่เหลือแบบนี้ในโลก !!!

มีอยู่ 2 ประเทศ ที่เหลือแบบนี้ในโลก !!!




สมเพชประเทศนี้ ที่ทั้งๆที่เจริญทางวัตถุไม่น้อย มีระดับการศึกษาทีสุงไม่น้อย แต่กลับทำเป็นลืม หลักการสามัญสำนึกง่ายๆ ทีว่า

อะไรที่อ้างว่า ดีวิเศษ แต่ไม่ยอมให้พิสูจน์ จะถือว่า ดีวิเศษ จริงๆ ได้อย่างไร?

(แน่นอน ถ้าให้พิสูจน์ ก็ต้องให้ ตรวจสอบ เสนอข้อมูล มุมมองทีต่างๆกันออกไป ให้ผุ้คนมาดีเบต มาพิจารณา พินิจ พิเคราะห์ ข้อมูล ความเห็น ต่างๆกันเหล่านั้น และใช้วิจารณญาณโดยเสรี ทีจะตัดสินว่า ที่ว่า ดีวิเศษ นัน ดีวิเศษ จริงหรือไม่)

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ใครเป็นผู้ตรวจสอบ?

ใครเป็นผู้ตรวจสอบ?






5 ธันวา ของทุกๆปี


5 ธันวา ของทุกๆปี




ปิดถนน บังคับใส่เสื้อเฉพาะสี บังคับจงรักภักดี แถมทั้งหมดยังต้องเสียเงินจัดงานให้.....
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

ความป่าเถื่อนของสถาบันกษัตริย์ไทย

สถาบันกษัตริย์ไทยเป็นสัญลักษณ์ของความล้าหลัง ป่าเถื่อน และความเหลื่อมล้ำ
ชนชั้นปกครองไทยพยายามกล่อมเกลาให้เราเชื่อว่า นายภูมิพลเป็นทั้ง “กษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์” และ “กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” พร้อมกัน การ ที่ความเชื่อนี้ไม่สมเหตุสมผลไม่สำคัญ เพราะมีการรณรงค์ผ่านโรงเรียนและสื่อให้เราเชื่อว่ากษัตริย์มีอำนาจเหนือ ชีวิตของเรา มีการสั่งสอนให้เราทั้งรักและทั้งกลัวอำนาจกษัตริย์ และในบรรยากาศแบบนี้ โดยเฉพาะบรรยากาศความกลัว เหตุผลและปัญญาก็สูญหายไปง่าย ข้อเสนอของชนชั้นปกครองนี้ เป็นความพยายามให้ประชาชนเชื่อว่าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการจงรักภักดีต่อและเกรงกลัวผู้ปกครองที่เป็นเสมือนพระเจ้าหรือเทวดา ความคิดนี้เป็นความพยายามที่จะหลอกเรา เพื่อปกป้องอำนาจและอภิสิทธิ์ของชนชั้นปกครองทั้งชนชั้น โดยเฉพาะทหาร ข้าราชการชั้นสูง และนายทุนใหญ่

ถ้า เราจะ “ตาสว่าง” จริง เราต้องเลิกจงรักภักดี และต้องเข้าใจว่านายภูมิพลอ่อนแอไร้อุดมการณ์ และเป็นเครื่องมือของทหาร เราต้องมองว่าทหารเป็นศัตรูสำคัญที่สุดของประชาธิปไตย
 
ใน ยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์นองเลือดที่ราชประสงค์และการเงียบเฉยของนายภูมิพล รวมถึงพฤติกรรมสนับสนุนพันธมารของราชินีและลูกชาย ประชาชนเสื้อแดงจำนวนมาก หลายล้านคนทั่วประเทศ กลายเป็น “ผู้เคยรักเจ้า” มีการเปลี่ยนจากการ “รัก” ไปเป็นการ “เกลียดชัง” และเวลาคน เสื้อแดงพันๆ คนตะโกนร้องว่า “เหี้ยสั่งฆ่า” ที่ราชประสงค์ในวันที่ ๑๙ กันยาที่ผ่านมา เขาหมายถึงนายภูมิพล ซึ่งมันไม่จริง.... แต่อย่างน้อยคนก็เลิกรักเจ้า ตรงนั้นเป็นเรื่องดี
 
สิ่ง หนึ่งที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังสลัดออกจากหัวไม่ได้คือ “ความกลัว” ที่มีต่อนายภูมิพลและราชวงศ์ เพราะยังเชื่อใน “อำนาจ”ของกษัตริย์ที่ทหารและคนชั้นสูงกล่อมเกลาให้เราเชื่อ ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเห็นทะลุนิยาย และเริ่มเข้าใจว่านายภูมิพลเป็นแค่สัญลักษณ์ของลัทธิกษัตริย์ เป็นตรายางเพื่อประทับตราความชอบธรรมให้ทหาร แต่เป็นตรายางที่ร่ำรวยมหาศาล คนเสื้อแดงต้องพยายามฝ่าฟันความรู้สึกกลัวนายภูมิพล และเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกสมเพชดูถูกกษัตริย์และราชวงศ์แทน ดูถูกสมเพชในแง่ที่พวกนี้ไม่มีปัญญาและความสามารถอะไร แต่กลับชื่นชมในนิยายที่ทำให้ตนเองเป็นเทวดา และเราต้องสมเพชที่เขาไม่มีความกล้าหรือศีลธรรมพอที่จะรับผิดชอบอะไร กล้าแต่รับผลประโยชน์จนรวยเท่าฟ้าเท่านั้น 
 
ภาพ ของสถาบันกษัตริย์ที่ดูเข้มแข็งและมีอำนาจ ที่ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางความกลัว เป็นภาพลวงตา ภาพลวงตานี้มีวัตถุประสงค์อะไรสำหรับชนชั้นปกครอง? 
 
การ สร้างภาพของกษัตริย์ว่ามีอำนาจสูงสุดดุจเทวดา เป็นวิธีหาความชอบธรรมให้กับตนเองของชนชั้นปกครองไทย พูดง่ายๆ พวกทหาร ข้าราชการชั้นสูง และนักการเมือง รวมถึงนายทุนใหญ่ เป็นผู้ที่มีอำนาจจริงในสังคม และเป็นผู้ที่ตัดสินใจทำอะไรเองเสมอ เขาเป็น “เหี้ยที่สั่งฆ่าประชาชน” แต่เขาจะสร้างภาพว่าทำทุกอย่างเพื่อกษัตริย์ หรือทำตามคำสั่งของกษัตริย์หรือราชินี ส่วนนายภูมิพลในฐานะกษัตริย์ ก็มีหน้าที่ในการประทับตรา ชม และให้ความชอบธรรมกับสิ่งที่ชนชั้นปกครองทำ การปราศรัยของนายภูมิพลมักจะมีลักษณะกำกวมตีความได้หลายด้าน บ่อยครั้งไม่มีสาระอะไรมากมาย แต่นั้นคือโอกาสของชนชั้นปกครองที่จะตีความเข้าข้างตนเอง และเป็นโอกาสของนายภูมิพลที่จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แต่อย่าหลงคิดว่านายภูมิพลเป็นเหยื่อ เขากอบโกยผลประโยชน์มากมายจนเป็นกษัตริย์ที่รวยที่สุดในโลก และเป็นคนไทยที่รวยที่สุดอีกด้วย
 
ถ้านายภูมิพลจริงใจในคำพูดของตนเอง เรื่องการ “ช่วยคนจน” เขาจะต้องกระทำบางอย่างเป็นรูปธรรมคือ
1. สละมหาสมบัติทั้งหลายในธนาคาร บริษัทใหญ่ฯลฯ และยกให้ประชาชนไทย เพื่อเป็นกองทุนสร้างรัฐสวัสดิการ
2. ประกาศขายวังทั้งหมด แล้วนำเงินนี้เข้ากองทุนเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ โดยสงวนบ้านพักขนาดเล็กพอเหมาะให้ตนเองอยู่
3. แจ้งรัฐบาลว่าจะปฏิเสธเงินจากภาษีประชาชน และจะเลี้ยงดูตนเองด้วยรายได้พอเหมาะ เช่นเงินเดือนเท่ากับนายกรัฐมนตรี
4. สั่งให้คนอื่นในครอบครัวทำเช่นกัน และให้ออกไปทำงาน แทนที่จะแบมือรับเงินประชาชน
 
การ ใช้กษัตริย์เป็นเครื่องมือแบบนี้ของชนชั้นปกครองไทย มีกฎหมายหมิ่นและกฎหมายคอมพิวเตอร์ไว้เพื่อบังคับความจงรักภักดี และข้อหา “ล้มเจ้า” กลายเป็นข้ออ้างในการเข่นฆ่าประชาชนกลางเมืองด้วย มันเกิดขึ้นในวันที่ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ และอีกครั้งใน เมษา/พฤษภา ๒๕๕๓
 
มัน มีวิธีเดียวที่เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้คือ เราต้องล้มอำมาตย์ ลดอำนาจและบทบาทของทหาร และยกเลิกสถาบันกษัตริย์ แล้วเราจะมีโอกาสสร้างประชาธิปไตย
 
ถ้า เราศึกษาประวัติศาสตร์ไทยเราจะพบว่าในรอบ 200 ปีที่ผ่านมาสถาบันกษัตริย์ไทยเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง จากสถาบันในระบบศักดินา ไปเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจรวมศูนย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในช่วงรัชกาลที่ ๕ และในการปฏิวัติปี ๒๔๗๕ เปลี่ยนอีกครั้งเป็น “ประมุขภายใต้อำนาจทหาร” ตั้งแต่ ๒๔๗๕ ถึงปัจจุบัน นายภูมิพลไม่เคยล้มอำนาจทหารและขึ้นมาเป็นใหญ่ได้เลย เพราะเมื่อเผด็จการถนอมหรือสุจินดาถูกประชาชนคัดค้าน ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม และ พฤษภาคม ๓๕ นายภูมิพลเป็นแค่ประมุขรับใช้ของทหารส่วนอื่น องค์มนตรี และนายทุน โดยที่มีการรอดูว่าใครชนะ แล้วให้นายภูมิพลออกมาปกป้องผลประโยชน์ของอำมาตย์ต่อ ผ่านการแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ หรือการออกโทรทัศน์
 
การรณรงค์ให้ประชาชนชื่นชมและให้ความสำคัญกับกษัตริย์ภูมิพลหลัง ๒๔๗๕ เริ่มในสมัยจอมพลสฤษดิ์ และมีการทำอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่มีการรณรงค์แบบนี้โดยฝ่ายทหาร ข้าราชการ และนายทุน คนอย่างนายภูมิพลคงไม่มีปัญญาจะผลักดันความสำคัญของตนเองได้ เพราะเขาเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ ขี้ขลาด หลงตนเอง และคบค้าสมาคมกับมนุษย์คนอื่นไม่เป็น อย่าลืมว่าเพื่อนแท้ของนายภูมิพลคือหมา และสาเหตุที่เขาไม่ยิ้มก็เป็นเพราะเขาเป็นคนขี้อายที่ไม่มีเพื่อน ในภาพรวมครอบครัวของนายภูมิพลเป็นครอบครัวพิการที่ไร้ความอบอุ่นและเต็มไป ด้วยคนเพี้ยน
 
เครือ ข่ายของชนชั้นปกครองที่สนับสนุนและปกป้องสถาบันกษัตริย์ประกอบไปด้วยชนชั้น ปกครองทั้งหมด รวมถึงอดีตนายกทักษิณและนายทุนใหญ่อื่นๆ อีกด้วย ชนชั้นปกครองไทยทั้งชนชั้น รวมทุกซีก ทุกกลุ่ม และนักการเมืองพรรคเพื่อไทยจำนวน มากอีกด้วย ได้ประโยชน์จากการมีกษัตริย์เป็นประมุข และได้ประโยชน์จากการห้ามไม่ให้เราวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน เพราะทำให้เราไม่ตั้งคำถามกับระบบความเหลื่อมล้ำในสังคม
 
ใน กรณีอดีตนายกทักษิณ เขาชื่นชมระบบกษัตริย์ แต่ถูกทหารและกลุ่มอนุรักษ์นิยม แย่ง “สิทธิ์ที่จะอ้างความชอบธรรมจากกษัตริย์” ผ่านรัฐประหาร ๑๙ กันยาและเหตุการณ์อื่นๆ 

“ลัทธิ กษัตริย์” การบูชากษัตริย์เหมือนเทวดา การหมอบคลาน การใช้ราชศัพท์ การชมลัทธิเศรษฐกิจพอเพียง หรือการประกาศความจงรักภักดี ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย ทุกวันนี้คนเสื้อแดงจำนวนมากเข้าใจประเด็นนี้ได้ดี นี่คือสิ่งที่สร้างความกลัวในหมู่ชนชั้นปกครองไทย เพราะถ้าประชาชนไม่ศรัทธาในกษัตริย์ และไม่ศรัทธาในระบบศาล ทหารและข้าราชการชั้นสูงจะอ้างความชอบธรรมอะไรในการแทรกแซงการเมือง การทำลายประชาธิปไตย และการกอบโกยผลประโยชน์?.... จงกลัวต่อไปเถิดพวกอำมาตย์ เพราะสักวันหนึ่งประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
 
(ที่มา)

บทบาทแท้ของนายภูมิพล
(ที่มา)