ส่งท้ายปีเก่า 2555 ส่องบทบาท "สื่อไทย" "พิษ" จากรัฐประหาร 2549
แวดวงสื่อประเทศไทย ปี พ.ศ.2555 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป หากมองในเชิงสรุป ถือเป็นอีกปีหนึ่งของความขัดแย้งภายในวงการ
เป็นความขัดแย้งในเรื่องแนวคิด และมาตรฐานการทำหน้าที่สื่อ
ขณะที่องค์กรสื่อเอง ยังไม่สามารถกำหนดจุดยืนและท่าทีที่เหมาะสมได้ในสถานการณ์ต่างๆ
ปัญหาสำคัญของวงการสื่อ ได้แก่ การถูกแทรกแซงจากอำนาจภายนอก
ข้อ
เขียนของนักวิชาการอิสระทางด้านสื่อ
ตลอดจนคอลัมนิสต์-นักเขียนที่จับตามองบทบาทสื่อ วิเคราะห์คล้ายๆ
กันอยู่ประเด็นหนึ่งว่า ต้นเหตุของความ "เป๋" ของสื่อไทยบางส่วน
เป็นผลจากการถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจที่มีบทบาททางการตั้งแต่หลังการรัฐ
ประหารเมื่อปี 2549
นักวิชาการอย่าง พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ถึงกับชี้ว่า สื่อไทยนั้นมือเปื้อนเลือดไม่แพ้ฝ่ายอื่นๆ
ในวิกฤตการเมืองที่มีประชาชนล้มตายมากมาย
รัฐประหารปี 2549 อาจจะดูผิดที่ผิดทาง และไม่ช่วยให้ผู้นำรัฐประหารได้ดีทางการเมืองอย่างจีรังยั่งยืน
แต่
ความสำเร็จของการรัฐประหารหากมองจากมุมของผู้ก่อการรัฐประหาร คือการสร้าง
"เครือข่ายอำนาจ" ผ่านทางรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยังทำหน้าที่ต่อต้าน "ทักษิณ"
อย่างแข็งขันมาจนปัจจุบัน
แม้ผู้นำรัฐประหาร อย่าง พล.อ.สนธิ
บุญยรัตกลิน จะเกิดอาการ "ตาสว่าง"
และพยายามจะล้มรัฐธรรมนูญที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเองแท้ๆ ก็ยังทำไม่สำเร็จ
หนึ่งใน "เครือข่าย" ที่คณะรัฐประหารและรัฐธรรมนูญ 2550 สร้างขึ้น ก็คือเครือข่ายของสื่อมวลชนนี่เอง
ตอนรัฐประหาร 2549 สื่อไทยจำนวนมากรับไม่ได้กับท่าทีผู้นำที่แข็งกร้าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น
แต่การรัฐประหาร 2549 ทำให้สถานการณ์พลิกไปอีก เนื่องจากสื่อจำนวนหนึ่ง เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวเดินผิดทาง
แม้จะไม่ชอบทักษิณ แต่ก็รับไม่ได้ที่จะโค่นล้มกันด้วยวิธีการนอกระบบ
สื่อ
หลายสำนัก พยายามตีปี๊บโหมชื่นชมรัฐประหาร
เสนอข่าวความน่ารักกุ๊กกิ๊กของการยึดอำนาจ มีเด็กนักเรียนไปถ่ายรูปกับรถถัง
ประชาชนนำดอกไม้ไปให้ นำโคโยตี้ไปเต้นให้ทหารชม
แต่ไม่ช่วยให้การรัฐประหารกลายเป็นความถูกต้องขึ้นมาได้
การ
แจกจ่ายตำแหน่งทางการเมือง ในสภานิติบัญญัติบ้าง ในสภาร่างรัฐธรรมนูญบ้าง
ให้กับบุคคลจากวงการสื่อ แม้กระทั่งคนระดับ "ประธานสภาหนังสือพิมพ์"
และนายกสมาคมนักข่าวฯ ขณะนั้น ก็ยังเข้าไปอยู่ในวงจรนี้
ทำให้สื่อบางส่วนเทใจให้กับภารกิจต่อต้านทักษิณ และสนับสนุนรัฐบาลหลังการรัฐประหารที่นำโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
และสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เป็นรัฐบาลด้วยการสนับสนุนของกองทัพ แม้ไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 จากการเลือกตั้งก็ตาม
กรณี
ดังกล่าว เป็นสาเหตุของวิกฤตการเมืองใหญ่ในเวลาต่อมา
เมื่อคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาล
ด้วยการชุมนุมใหญ่ในเดือนเมษายน 2552
แต่ถูกสลาย และชุมนุมอีกครั้งในปี 2553 ถูกสลายด้วยกำลังทหาร
มีผู้เสียชีวิต 99-100 ศพ บาดเจ็บ 2,000 ราย
ก่อนสลายม็อบในเดือนเมษายน 2553 มีคอลัมนิสต์จากสื่อบางฉบับเขียนเชียร์ให้รัฐบาลใช้มาตรการรุนแรง โดยให้นายกฯ ยอมมือเปื้อนเลือด
(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356769335&grpid=01&catid=&subcatid=