หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ศาลรธน.ฝรั่งเศส คว่ำแผนเก็บภาษีมหาเศรษฐี 75%

ศาลรธน.ฝรั่งเศส คว่ำแผนเก็บภาษีมหาเศรษฐี 75%




คณะกรรมการศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส คว่ำแผนเก็บภาษีกลุ่มผู้มีฐานะดี ในอัตราร้อยละ 75 ที่เสนอโดยประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์จากพรรคสังคมนิยม โดยยกเหตุผลขัดต่อรัฐธรรมนูญ

การขึ้นภาษีผู้ที่มีรายได้ 1 ล้านยูโรต่อปี (ประมาณ 40 ล้านบาท) ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงหลักของนายออลลองด์ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจต่อภาคธุรกิจของประเทศ และทำให้ผู้ที่มีฐานะบางรายถึงขั้นประกาศที่จะอพยพไปอยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลฝรั่งเศสเเผยว่า จะมีการปรับปรุงนโยบายด้านภาษีใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับคำร้องเรียนของคณะกรรมการ

ในคำประกาศเมื่อวานนี้ (29 ธ.ค.) คณะกรรมการศาลรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส เปิดเผยว่า อัตราภาษีใหม่นี้ บกพร่องต่อการพิจารณาถึงความเสมอภาค ก่อนที่มันจะกลายเป็นภาระของประชาชน เนื่องจากมีความแตกต่างจากภาษีเงินได้ในรูปแบบอื่น และควรถูกนำไปบังคับใช้ในรายบุคคล ไม่ใช่ในระดับครัวเรือน

ชาวอินเดียยังรวมตัวประท้วงเหตุรุมโทรมนศ.หญิงในกรุงนิวเดลี

ชาวอินเดียยังรวมตัวประท้วงเหตุรุมโทรมนศ.หญิงในกรุงนิวเดลี



"อินเดีย"ยังประท้วงต้านข่มขืน
http://www.2poto.com/component/option,com_community/Itemid,179/groupid,55/task,video/userid,75/vide


ประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันที่กรุงนิวเดลี เพื่อประท้วงต่อเหตุการณ์รุมโทรมนักศีกษาหญิงวัย 23 ปี ที่เพิ่งเสียชีวิตและประกอบพิธีฌาปนกิจไปเมื่อวานนี้

ประชาชนจำนวนมากยกเลิกการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อวันอาลัยแต่นักศึกษาแพทย์เหยื่อข่มขืน ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนที่จะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพเมื่อเช้าวานนี้ ที่สุสานในกรุงนิวเดลี

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการชุมนุมทั่วประเทศเพื่อประท้วงให้ รัฐบาลหามาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สตรี โดย 6 ผู้ถูกกล่าวหาถูกจับกุมตัวแล้ว และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง ทั้งหมดอาจต้องรับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
 

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356942778&grpid=&catid=06&subcatid=0600

สภาคองเกรสดันสุดตัวช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนเผชิญวิกฤต"หน้าผาการคลัง"

สภาคองเกรสดันสุดตัวช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนเผชิญวิกฤต"หน้าผาการคลัง"

 




วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน หัวหน้าคณะสมาชิกรัฐสภา ใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายอย่างเต็มที่ในการหาทางแก้ปัญหาที่เกิดจากการขึ้น ภาษีและปรับลดรายจ่าย หรือที่รู้จักกันในชื่อ"หน้าผาการคลัง"

ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะร่วมลงมติในมาตรการประนีประนอม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นชอบ และหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ก่อนเส้นตายในวันที่ 1 มกราคมนี้ อาจทำให้สหรัฐฯต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เร่งกดดันให้พรรครีพับลิกันเพื่อยอมรับข้อเสนอดังกล่าว โดยกล่าวตำหนิว่าพยายามหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้มีการขึ้นภาษีแก่คนที่มีฐานะดี

การเจรจาระหว่างแกนนำพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันช่วงสุดสัปดาห์ที่ ผ่านมา ไม่สามารถประนีประนอมกันได้เรื่องเลี่ยงการขึ้นภาษีและลดค่าใช้จ่าย ขนานใหญ่ที่จะทำเศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ส.ว.แฮร์รี รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาพรรคเดโมแครตเรียกประชุมวุฒิสภาในเวลา 11.00 น.วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ( 23.00 น.วันนี้ ตามเวลาในไทย) และยอมรับว่าทั้งสองพรรคยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่มาก ขณะที่ ส.ว.มิตช์ แมคคอนเนล แกนนำวุฒิสภาพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เดโมแครตไม่ตอบรับข้อเสนอของรีพับลิกันเรื่องตัดลดโครงการสวัสดิการสังคม

วุฒิสมาชิกมิตช์ แมคคอนเนล ยื่นข้อเสนอไปยังนายแฮร์รี รีด ผู้นำเสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อมิให้เกิดภาวะหน้าผาการคลังแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่ได้รับคตอบ ทำให้มองไม่เห็นว่า ข้อตกลงจะมีขึ้นระหว่างพรรคเดโมแครตกับรีพับลิกัน ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาบรรลุผลสำเร็จได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่ได้ย่อท้อ ได้หันไปหารองประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อให้ช่วยเข้ามาแก้ปัญหาความชะงักงันที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ด้านนายรีดได้กล่าวว่า ข้อเสนอของรีพับลิกันที่จะให้ตัดทอนผลประโยชน์ของประชาชนในด้านสวัสดิการ สังคมลงเพื่อแลกเปลี่ยนกับการบรรลุข้อตกลงนั้น พรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356929113&grpid=&catid=06&subcatid=0600

คลิป"ใบตองแห้ง" วิจารณ์ "เพื่อไทย" ชม "ประชาธิปัตย์" ต้อนรับปีใหม่ 2556

คลิป"ใบตองแห้ง" วิจารณ์ "เพื่อไทย" ชม "ประชาธิปัตย์" ต้อนรับปีใหม่ 2556


 
"ผมมองประชาธิปัตย์ในแง่ดี ไม่ขึ้นเลย เพราะผมไม่ชอบวัฒนธรรมแบบประชาธิปัตย์ ซึ่งเล่นการเมืองแบบที่เห็นอยู่ เพื่อเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ซึ่งเป็นวลี ประนามประชาธิปัตย์ ติดตัวอยู่ตลอด"

 
ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ รอยต่อแห่งปีที่การแบ่งสีเลือกข้างยังดำรงอยู่ทุกแห่งหน ไม่เว้นแม่แต่วงการสื่อมวลชน "มติชนออนไลน์" สัมภาษณ์ "อธึกกิต แสวงสุข" เจ้าของนามปากกา "ใบตองแห้ง" คอลัมนิสต์ฝีปากกล้า ผู้มีจุดยืนในแนวทางเดียวกับ "คนเสื้อแดง" แม้ว่าเจ้าตัวจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม บทสนทนาชิ้นนี้ จงใจให้ "ใบตองแห้ง" วิจารณ์ "พรรคเพื่อไทย" และขบวน "คนเสื้อแดง" ขณะเดียวกันให้มอง "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ในแง่บวก อย่างไรก็ดี เขาแถมท้ายด้วยการวิจารณ์ "ตัวเอง" ในฐานะ "สื่อมวลชน" 
 
(อ่านต่อ)

สรุปเหตุการณ์สำคัญ ด้าน"เศรษฐกิจ" 10 เรื่องดัง แห่งปี 55

สรุปเหตุการณ์สำคัญ ด้าน"เศรษฐกิจ" 10 เรื่องดัง แห่งปี 55 


 
ขอส่งท้ายปี 2555 ด้วยการสรุปเหตุการณ์โด่งดังในปีมะโรง โดยคัดเลือกมาประมาณ 10 เรื่องสำคัญ
 
ศึกในส.อ.ท.ร้อนข้ามปีมะเส็ง

กลาย เป็นประเด็นร้อนข้ามปีขององค์กรที่มีอายุเก่าแก่กว่า 40 ปี อย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. อันเนื่องมาจากปัญหาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาททั่วประเทศ ที่รัฐบาลกำหนดให้มีผลวันที่ 1 มกราคม 2556 เหตุเพราะสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการต่างจังหวัด นำโดยนายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ ส.อ.ท.รู้สึกขัดใจที่นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ทำหน้าที่ในการบรรเทาผลกระทบต่อสมาชิกน้อยไปหน่อย ไม่กล้าต่อรองกับภาครัฐในการยืดเวลาประกาศปรับขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ออกไปก่อน จึงได้จัดประชุมนัดพิเศษเพื่อมีมติขับนายพยุงศักดิ์พ้นสภาพประธาน ส.อ.ท. แต่นายพยุงศักดิ์เห็นว่า การจัดประชุมและมีมติดังกล่าวผิดกฎหมาย พร้อมทั้งเปิดประเด็นปมทุจริตโครงการฝึกอบรมแรงงานของกระทรวงแรงงาน ว่ามีสมาชิก ส.อ.ท.บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เป็นการตอบโต้กลับอีกฝ่ายหนึ่ง กระทั่งเรื่องยืดเยื้อมาถึงปลายปี ต่างฝ่ายต่างแยกเวทีจัดประชุม โดยซีกนายธนิตยื่นข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่ายเพื่อไกล่เกลี่ย แต่ฟากนายพยุงศักดิ์ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมขู่ว่าจะฟ้องร้องหากฝ่ายนายธนิตนำชื่อของ ส.อ.ท.ไปสร้างประโยชน์หรือใช้ดำเนินการใดๆ ที่สุดนายธนิตยอมถอยหนึ่งก้าวขอนัดหารือนายพยุงศักดิ์หลังปีใหม่ เพื่อตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ตั้งเป้าจะจบปัญหาก่อนวันที่ 21 มกราคม 2556 ซึ่งเป็นวันนัดประชุมกรรมการ ส.อ.ท.

แต่หากไม่ได้ข้อ สรุป คงได้เห็นภาพการขอเข้าใช้สถานที่จัดประชุมโดยมีตำรวจรายล้อมตามคำสั่งของนาย พยุงศักดิ์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว รวมทั้งการฟ้องร้องทางคดีที่ขู่ไว้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2555

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356924461&grpid=01&catid=&subcatid=

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

"การเมือง"ปี 56 "เดือด"ข้ามศักราช สัญญาณจาก"ป๋าเปรม"

"การเมือง"ปี 56 "เดือด"ข้ามศักราช สัญญาณจาก"ป๋าเปรม"

 



สัปดาห์สุดท้ายปี 2555 การเมืองไทยยังร้อนฉ่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ประชุมพนักงานสอบสวนคดี 99 ศพกันอีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อดำเนินคดีข้อหาพยายาม ฆ่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 เป็นเจ้าทุกข์ กล่าวหาศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เป็นผู้กระทำ

ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบ

เท่ากับว่า นอกจากคดี "ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล" แล้ว ข้อหา "พยายามฆ่า" ยังเป็นอีกกระทงหนึ่งที่ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ถูกกล่าวหา

และ นับจากนี้เป็นต้นไป ผู้ได้รับบาดเจ็บจะทยอยกันเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวนมีทีท่าจะดำเนินการเป็นรายคดีซึ่งตามกระแสข่าวที่สะพัด กรมสอบสวนคดีพิเศษรับสำนวนจากตำรวจมาแล้ว

เบื้องต้นระบุว่า มีรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บในสำนวน 700 ราย ขณะที่มีคำยืนยันว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บในช่วงเวลาดังกล่าวพุ่งสูงถึง 2,000 ราย

คดีนี้ย่อมสร้างความร้อนฉ่าให้ฟากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับฝ่ายรัฐบาล เรื่องสุดฮอตต้องเร่งดำเนินการ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ล่าสุดมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ เพื่อหาทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้ง นี้หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่เปิดให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งหมด อาจเข้าข่ายล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม

โทษฐานล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้นสาหัส...ถึงยุบพรรค

มีคำแนะนำว่า การดำเนินการใดๆ กับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สมควรแก้เป็นรายมาตรา และทำประชามติ

ผลจากคำวินิจฉัยทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ต้องสะดุดลงที่วาระ 3 เพราะเกิดข้อสงสัยตามมาหลายประการ โดยเฉพาะการทำประชามติ
  
(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1356842726&grpid=01&catid=&subcatid=

สัมภาษณ์ วรดุลย์ ตุลารักษ์ ก่อนค่าแรง 300 ทั้งแผ่นดิน(1 ม.ค.นี้)

สัมภาษณ์ วรดุลย์ ตุลารักษ์ ก่อนค่าแรง 300 ทั้งแผ่นดิน(1 ม.ค.นี้)

 

 


นับตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้ชูนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศ ในช่วงเลือกตั้งปีที่แล้ว ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงหาเสียงและหลังจากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ออกมากล่าวว่านโยบายนี่จะทำให้คนตกงาน[1] แต่หลังจากนั้นในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานายอภิสิทธิ์[2] ก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายทวงนโยบายนี้ โดยอ้างว่า “ท่านได้สร้างความคาดหวังไว้แล้ว ท่านต้องทำ และ ทำทันทีอย่างที่ได้ประกาศไว้" และ ล่าสุด(29 ธ.ค.)นายอภิสิทธิ์[3]  ก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกระบบการดูชดเชยอุตสหกรรมที่ตกอยู่ภายใต้ความ เสียงจากนโยบายนี้  และยังมองว่ารัฐดำเนินการไปน้อยและไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบที่แตกต่างด้วย

อย่างไรก็ตามการขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศก็เข้าใกล้ความจริงมากแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการขึ้นใน 7 จังหวัดนำร่อง และเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมาก็ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วว่าให้จังหวัดที่เหลือมี การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ในวันที่ 1 ม.ค.56 นี้ จึงยิ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในส่วนที่สนับสนุนและคัดค้าน โดยเฉพาะบรรดาภาคธุรกิจที่ออกมาขู่ว่าจะมีการย้ายฐานการผลิตปิดโรงงาน เป็นต้น แน่นอนว่านโยบายที่จะมีการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท นี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำที่ก้าวกระโดดเท่านั้น ยังหมายรวมถึงการขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ ที่จากเดิมมีการแบ่งโซนค่าจ้าง สิ่งนี้จะคาดการณ์ได้ว่าย่อมส่งผลต่อโครงสร้างตลาดแรงงานและระบบเศรษฐกิจใน อนาคตอย่างแน่นอน ดังนั้น ก่อนจะถึงวัน ดี-เดย์ 1 ม.ค.นี้ ทางประชาไท จึงได้สัมภาษณ์คุณวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัยด้านเศรษฐกิจและแรงงาน เพื่อพิจารณ์นโยบายนี้ และมองไปข้างหน้าประเทศไทยหลัง 300 บาททั้งแผ่นดินว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/12/44448