การแก้รัฐธรรมนูญ 50 ถึงทางตัน
โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ที่มา: “โลกวันนี้วันสุข”
ฉบับวันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2556
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า
แกนนำพรรคเพื่อไทยได้เลือกที่จะไม่เดินหน้าประชุมรัฐสภาลงมติผ่านร่างแก้ไข
รัฐธรรมนูญ ม.291 วาระสามโดยทันที หากแต่จะใช้เส้นทางการทำประชามติ
ตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ “แนะนำ” ไว้
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึง “สภาวะล้มละลายทางหลักกฎหมาย”
ของระบบตุลาการในประเทศไทยอย่างชัดเจน
อันเป็นผลที่ฝ่ายเผด็จการใช้ตุลาการเป็นเครื่องมือสนับสนุนกลุ่มคนที่เป็น
พวกของตน ไปทำลายล้างกลุ่มการเมืองที่ตนคิดว่า
เป็นศัตรูให้ตุลาการลากตีความตัวบทกฎหมายเอาตามใจชอบ ไม่ใยดีต่อหลักนิติรัฐ
เพื่อไปบรรลุเป้าทางการเมือง
ผลก็คือ ทุกคนที่ถูกกระทำ รวมทั้งพรรคเพื่อไทย
จึงต้องเดินตามแนวทางและวิธีการเดียวกันเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งก็คือใช้หลักการ
“ตุลาการวิบัติ” หาช่องทางกฎหมาย เลี่ยงบาลี
เพื่อหลบหลีกการถูกกระทำจากตุลาการฝ่ายเผด็จการ
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291
ซึ่งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลได้ดำเนินไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญอย่าง
เคร่งครัดระมัดระวัง แต่ก็ยังถูกแทรกแซงโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่
“ลากตีความ ม.68” เพิ่มอำนาจให้กับตนเอง กระทำ “ตุลาการรัฐประหาร”
ยกระดับอำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้กลายเป็นอำนาจอธิปไตยสัมบูรณ์เหนือ
อำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ เลยเถิดไปถึงกับ “แนะนำ”
ให้ทำประชามติถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ทั้งที่ไม่มีระบุในที่ใดของรัฐธรรมนูญ กลายเป็นการ
“เขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยตุลาการเพียงไม่กี่คน”
สถานการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่อทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล
และสมาชิกวุฒิสภาที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่างเลือกที่จะทิ้งหลักการ
ประชาธิปไตย เกียรติและศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติ
ปฏิเสธที่จะลงมติไม่รับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
จนทำให้การลงมติผ่านวาระสามแก้ไข ม.291 ต้อง “แท้ง” ไปในที่สุด
สาเหตุคือ สส.และสว.พวกนี้ส่วนใหญ่ล้วนขี้ขลาดตาขาว
ไร้ซึ่งหลักการและความกล้าหาญที่จะยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยไปให้ถึงที่สุด
พอได้ยินว่า เป็น “คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ” ก็พากันตกใจสุดขีด
หันหลังวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น