หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เทปลับ และการเมืองของอำมาตย์

เทปลับ และการเมืองของอำมาตย์

 



โดย อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์


แม้จะถูกเรียกว่าอำมาตย์เหมือนกัน แต่อำมาตย์นั้นประกอบด้วยคนหลายกลุ่มมาก และด้วยเหตุดังนั้นจึงมีความขัดแย้งกันเองเสมอ และแม้ว่าบางครั้งพวกเขาแก้ปัญหาความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่พื้นฐานที่แท้จริงของการแก้ปัญหาคือ รอมชอม หากในที่สุดต้องจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน ฝ่ายแพ้ก็ควรนอนหงายแต่โดยดี ฝ่ายชนะจะไม่กระทืบฝ่ายแพ้ หากจะพาไปส่งขึ้นเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ หรือไต้หวัน หากทำได้ก็-ออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อไม่ให้ฝ่ายใด ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ต้องลำบากในคุก

ไพร่ข้างนอกไม่เกี่ยว และหากเข้ามาเกี่ยว อำมาตย์กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่มีวิธีจัดการอย่างไร นอกจากใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนเท่านั้น อย่างที่ได้ใช้มาแล้วใน 14 ตุลา, 6 ตุลา, พฤษภามหาโหด 35, และพฤษภาอำมหิต 53 ในทรรศนะของอำมาตย์ ชีวิตและสวัสดิภาพของไพร่ไม่มีความหมายอย่างไร ไพร่ตายพันเหมือนแมลงวันตายตัว (นึง)

นี่คือสารที่ผมอ่านได้จาก เทปลับŽ ซึ่งอื้อฉาวอยู่เวลานี้ (และพูดกันตรงไปตรงมาเสียเลยว่า เทปนี้เป็นของจริง ไม่มีใครหลอกลวงทำขึ้น และไม่ได้ถูกตัดต่อ) และที่น่าสังเกตมากก็คือ ศัตรูของทักษิณและรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือ ปชป. ไม่ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาวิจารณ์เลย ได้แต่ยุว่ากระทบกระเทือนต่ออำมาตย์ขุนทหาร แสดงว่าการรอมชอม (หรือที่เรียกกันว่าเกี้ยเซี้ย) ยังไม่ครอบคลุมอำมาตย์ทุกกลุ่ม เจาะเอาแต่กลุ่มอำนาจระดับบนเท่านั้น อำมาตย์กลุ่มตกขบวนและบริวารจึงเดือดร้อนเป็นที่ยิ่ง

นับตั้งแต่ เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นรับตำแหน่งในระยะแรกแล้ว ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มอำมาตย์มีสูงขึ้น เพราะขุนทหารไม่ไว้วางใจ (แสดงว่าในกองทัพเองต้องมีบริวารฝ่ายอำมาตย์อีกฝ่ายหนึ่ง หรือคนที่มีแนวโน้มจะถูกดึงไปอยู่พอสมควร) จะคุมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้อย่างไร ผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงสุดฝ่ายอำมาตย์ ซึ่งในเทปลับที่ถอดออกมาเรียกว่า xxx จึงเรียก ผบ.ทัพบก และรัฐมนตรีกลาโหมขณะนั้นมาพบ และบอกให้ทำงานร่วมกัน ผมเดาว่า xxx คงมีวิธีจะคุมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เนียนกว่าการให้กองทัพแข็งข้อต่อรัฐบาลที่ ชนะการเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น

ต้องเข้าใจด้วยว่า คุณทักษิณถูกรัฐประหาร (ซึ่งก็อยู่ในกติกาการแย่งอำนาจกันของอำมาตย์ เมื่อพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ รอมชอมŽ ระหว่างอำมาตย์ด้วยกันอย่างไม่เพียงพอ) ในสภาพที่สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว การต่อสู้แย่งอำนาจจึงไม่จบลง ที่เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากของอำมาตย์ตกลงพร้อมใจกันที่จะถอดคุณทักษิณจาก ตำแหน่ง เนื่องจากมีไพร่อีกกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาหนุนฝ่ายคุณทักษิณ หนุนมากกว่าที่ไพร่เคยหนุนมาแล้ว จนขนาดจัดตั้งขบวนการของตนเองออกมาเคลื่อนไหวได้อย่างเปิดเผย

และ นั่นอาจทำให้คุณทักษิณวางแผนนอกเกมอำมาตย์ในระยะแรก นั่นคือ หวังจะใช้กำลังของไพร่ในการคืนอำนาจ (หรืออย่างน้อยก็คืนชื่อเสียงเกียรติยศ และทรัพย์สิน) ช่วงนั้นจะมีการโฟนอินในการชุมนุมของเสื้อแดงเกือบทุกครั้ง และในช่วงการเผชิญหน้าระหว่างไพร่และอำมาตย์ ทั้งในปี 52 และ 53 กำปั้นของคุณทักษิณจึงชูขึ้น เพื่อระดมกำลังไพร่เต็มที่ หวังจะบีบให้รัฐบาลอำมาตย์ยอมลาออกแต่โดยดี


วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ละครนิรโทษกรรมเป็นโอกาสของทั้งสองฝ่ายที่จะเบี่ยงเบนประเด็น

ละครนิรโทษกรรมเป็นโอกาสของทั้งสองฝ่ายที่จะเบี่ยงเบนประเด็น







การวิ่งเต้นโวยวายเรื่องร่างกฏหมายนิรโทษกรรมที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ จากทั้งสองฝ่าย คือฝ่าย “แช่แข็ง” กับฝ่าย “รัฐบาลเพื่อไทย” เป็นโอกาสทองสำหรับผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทยและพวกอนุรักษ์นิยมรวมถึงทหาร เพราะมันทำให้ประเด็นสำคัญๆ หายไป นั้นคือการสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในไทยด้วยการนำทหารและนักการเมืองที่สั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาล การลงโทษผู้ที่ก่อรัฐประหาร และการยกเลิกกฏหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยเฉพาะ112

สำหรับฝ่ายแช่แข็งอนุรักษ์เผด็จการ การถกเถียงกลายเป็นการต่อรองกับเพื่อไทยและทักษิณ มีการพยายามยกเรื่องทักษิณมาพูดตามเคย และปกปิดอาชญากรรมของทหารและประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นการกดดันให้นักโทษการเมืองติดคุกนานๆ ต่อไป และเพื่อไม่ให้แตะกฏหมาย112 ที่ปกป้องทหารด้วยหน้ากากกษัตริย์

สำหรับรัฐบาลเพื่อไทย และนปช. ความสับสนและข่าวลือต่างๆ รวมถึงการมีร่างกฏหมายนิรโทษกรรมร้อยแปดฉบับ เป็นโอกาสดีสำหรับพวกนี้ ที่จะสร้างความคลุมเครือ ให้เสื้อแดงนิ่งเฉยไม่ออกมาชุมนุม และยอมรับการประนีประนอมแย่ๆ กับทหาร กับการจบลงแย่ๆ ด้วยความรู้สึกว่า “อย่างน้อยเราได้บางอย่าง” แต่ได้อะไรนั้นอีกเรื่อง

คำถามที่เราควรถามคือ พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลมาหลายปีแล้ว ทำไมไม่มีการนำนายพลและนักการเมืองมือเปื้อนเลือดมาขึ้นศาล ทำไมนักโทษการเมืองเสื้อแดงไม่ถูกปล่อยในขณะที่พวกปิดสนามบินมีเสรีภาพ และทำไมไม่ทำอะไรกับกฏหมายแย่ๆ อย่าง 112?

คนอย่าง สมยศ สุรชัย ดาตอร์ปิโด ไม่เคยก่ออาชญากรรมและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เพื่อไทยกับ นปช. มองว่า “ต้อง” ติดคุกตลอดชีวิต ในขณะที่อาชญากรแท้ที่มีเสรีภาพลอยนวล เช่น ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ อนุพงษ์ และสนธิ นี่คือสูตรสำหรับการปกป้องสังคมไทยที่ไร้สิทธิมนุษยชน 

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48104

Wake up Thailand

 Wake up Thailand 


 
 
Wake up Thailand ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 2
6 ศพวัดปทุมฯ ใกล้ได้ความยุติธรรม 
http://www.dailymotion.com/video/x12tr14_6-ศพว-ดปท-มฯ-ใกล-ได-ความย
 
Wake up Thailand ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 1 
จากม็อบสู่สภา และชะตาคนในคุก
http://www.dailymotion.com/video/x12tq62_จากม-อบส-สภา-และชะตาคนในค 
 
Wake up Thailand ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 2
Coffee with : ธีรัตถ์ รัตนเสวี 
http://www.dailymotion.com/video/x12s9bo_coffee-with-ธ-ร-ตถ-ร-ตนเส 
 
Wake up Thailand ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 1 
ทำไมประชาธิปัตย์ต้องทำ คนติดคุกขนาดนี้
http://www.dailymotion.com/video/x12s7pt_ทำไมประชาธ-ป-ตย-ต-องทำ-คนต-ดค-กขน
  

Divas Cafe

Divas Cafe

 


Divas Cafe ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556
จุดไม่ติด..มันผิดวัน
http://www.dailymotion.com/video/x12tu7g_จ-ดไม-ต-

Divas Cafe ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556
ทุกคนเป็น "สัตว์การเมือง" 
http://www.dailymotion.com/video/x12sci7_ท-กคนเป-น-ส-ตว-การเม-อ 

ฟังคำสั่งไต่สวนการตาย ‘อากง’ 30 ต.ค.- ภรรยาฟ้องยื่นศาลปกครองฟ้องราชทัณฑ์

ฟังคำสั่งไต่สวนการตาย ‘อากง’ 30 ต.ค.- ภรรยาฟ้องยื่นศาลปกครองฟ้องราชทัณฑ์



8 ส.ค.56  ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ มีการไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำ อช. 10/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องไต่สวนการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง อายุ 61 ปี ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.55 โดยในวันนี้มี นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจชันสูตรพลิกศพนายอำพลที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  เบิกความเป็นปากสุดท้าย ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งวันที่ 30 ต.ค.นี้ เวลา 9.00 น. เพื่อระบุว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด รวมถึงสาเหตุและพฤติการณ์การตายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150

ทั้งนี้ นายอำพล ถูกจับกุมฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาทและแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ตั้งแต่กลางปี2553  จากกรณีส่ง SMS จำนวน 4 ข้อความให้เลขานุการอดีตนายกรัฐมนตรี ศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี ระหว่างถูกคุมขังยื่นประกัน 8 ครั้งแต่ศาลปฏิเสธ จนกระทั่งจำเลยเกิดอาการปวดท้องและถูกนำส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในวันที่ 4 พ.ค.55 และต่อมาเสียชีวิตลงในวันที่ 8 พ.ค.55

น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความนายอำพล กล่าวถึงคำเบิกความของ นพ.กิติภูมิโดยสรุปว่า  สภาพศพของนายอำพลนั้นมีท้องโต หน้าท้องตึงใส เมื่อผ่าพบน้ำในช่องท้องจำนวนมากราว 2 ลิตร ไม่พบมะเร็งที่ลิ้น แต่พบมะเร็งที่จุดใหม่คือบริเวณตับ และปรากฏจุดมะเร็งตามผนังช่องท้อง มีความเห็นว่า นายอำพลเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม แต่ไม่ได้เสียชีวิตจากมะเร็ง หากแต่เพราะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากมีน้ำในช่องท้องจำนวนมาก  และตามประวัติการรักษาในเวชระเบียน พบว่าไม่มีการเจาะน้ำในช่องท้องออก ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเนื่องจากน้ำไปดันกระบังลม มีผลต่อการสูบฉีดหัวใจ ซึ่งพบว่ามีการให้ยาขับปัสสาวะ ให้ยาลดการบีบตัวของหัวใจ แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48098 

เอเชียบุ๊คส์ ถอน 'นายใน'-'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ' ออกจากชั้น

เอเชียบุ๊คส์ ถอน 'นายใน'-'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ' ออกจากชั้น

 


 


(8 ส.ค.56) เพจสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เผย แพร่เอกสารจากเอเชียบุ๊คส์ ซึ่งส่งถึงสาขาต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเก็บคืนหนังสือ 3 รายการ ภายในวันที่ 10 ส.ค. ประกอบด้วย "นายใน" สมัยรัชกาลที่ 6 และ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อฯ ทั้งฉบับปกแข็งและปกอ่อน ด้วยเหตุผลว่า หนังสือภาษาไทยดังกล่าวมีเนื้อหาค่อนข้างเปราะบางกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงขอเรียกเก็บคืนหนังสือทั้ง 3 รายการ

จากการสอบถามไปยังเอเชียบุ๊ค ผู้บริหารคนหนึ่งรับว่า ได้สั่งเก็บหนังสือดังกล่าวจริง อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

สภารับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ด้วยเสียงข้างมาก 300 ต่อ 124 เสียง

สภารับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ด้วยเสียงข้างมาก 300 ต่อ 124 เสียง

 


 
ผ่านแล้ว! สภามีมติรับหลักการ ร่าง นิรโทษฯ เสนอ กมธ.35คน ครม.ชง"สนธิ บังฯ"-ปชป.ส่ง"แก้วสรร"
(8 ส.ค.56) มติชนออนไลน์ รายงาน ว่า ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 16.30 น. หลังจากมีการถกเถียงว่าให้มีการปิดการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เสนอโดยนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ เพื่อไทย หรือไม่นั้น ประธานในที่ประชุม นายเจริญ จรรย์โกมล ได้เปิดให้มีการลงมติ ซึ่งเสียงข้างมาก 300 เสียงเห็นควรให้ปิดการอภิปราย  ขณะที่ 126 เสียง เห็นควรให้เปิดอภิปรายต่อ งดออกเสียง 6 เสียง โดยที่ประชุมในขณะนั้นมี 323 เสียง

ต่อมานายเจริญ ก็เปิดให้ลงคะแนนมติรับหลักการวาระที่ 1 ทันที และเป็นไปตามคาดคือเสียงส่วนใหญ่ 300 เสียง รับหลักการ ส่วนไม่รับหลักการมีเพียงแค่ 124 เสียง งดออกเสียง 14 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง โดยที่ประชุมในขณะนั้นมี 437 เสียง จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการตั้งคณะกรรมาธิการ 

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48092