หน้าเว็บ

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ไอ้ฆาตกรๆๆๆ ที่นี้มีคนตายๆๆๆ

ไอ้ฆาตกรๆๆๆ ที่นี้มีคนตายๆๆๆ


 
 
ขอเชิญ “คนเสื้อแดง” ไปตะโกนพร้อมกันดังๆ ว่า
ไอ้ฆาตกรๆๆๆ ที่นี้มีคนตายๆๆๆ
ที่ราชประสงค์ 10 พ.ย. 56 เวลา 12.00 น.- 19.00 น.

พรรคเพื่อไทยตั้งใจหักหลังวีรชนตั้งแต่แรก

พรรคเพื่อไทยตั้งใจหักหลังวีรชนตั้งแต่แรก 



 
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

ตั้งแต่การเลือกตั้งในปี ๒๕๕๔ ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ตั้งใจจะจับมือกับทหารมือเปื้อนเลือด และหักหลังวีรชนเสื้อแดงที่เสียชีวิต พร้อมกับทอดทิ้งนักโทษการเมืองคดี 112 เป้าหมายคือการประนีประนอมกับทหาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอำนาจในสังคมไทยและพร้อมจะอ้างอิงสถาบันกษัตริย์ที่ อ่อนแอเพื่อความชอบธรรมของทหารเอง ทักษิณและเพื่อไทยต้องการจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของ “สมาคมอำมาตย์” และเลิกความขัดแย้งที่เกิดจากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา

เรื่องนี้ผู้เขียนเตือนไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี ๒๕๕๔ หลังการเลือกตั้งแค่หนึ่งเดือน คือเขียนไว้ตอนนั้นว่า เรา เริ่มเห็นภาพของข้อตกลงระหว่างอำมาตย์กับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ และเพื่อให้แกนนำเพื่อไทยถูกกลืนกลับไปเป็นพรรคพวกของอำมาตย์เหมือนเดิม เพราะพรรคไทยรักไทยในอดีตก็เคยเป็นพวกเดียวกับอำมาตย์ก่อนที่จะทะเลาะกัน” สัญญาณสำคัญที่ยิ่งลักษณ์ส่งออกมาคือการไปคบค้าสมาคมยิ้มแย้มแจ่มใสกับ ประยุทธ์และเปรม พร้อมกับการใช้ 112 ต่อไป และสำหรับเสื้อแดงที่หมดปัญญาและได้แต่แก้ตัวให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาอย่าง ต่อเนื่อง ผู้เขียนเคยเสนอในปีนั้นว่า “รัฐบาลนี้ไม่ได้อ่อนแอถ้ารู้จักทำแนวร่วมกับมวลชนเสื้อแดงที่ทำให้รัฐบาลนี้ชนะการเลือกตั้งแต่แรก” แต่การอาศัยพลังมวลชนไม่ใช่วัตถุประสงค์ของรัฐบาลตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง เพราะมันจะ “เสี่ยง” กับการสร้างสังคมไทยที่ก้าวหน้าและมีประชาธิปไตยมากกว่านี้

ทักษิณพร้อมจะถุยน้ำลายใส่ไพร่เสื้อแดงที่ต่อสู้กับทหารและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ตนเองได้กลับบ้าน แต่สมยศ ดา ตอร์บิโด และนักโทษ 112 คนอื่น จะไม่ได้กลับบ้าน คนที่ต้องไปอยู่ต่างแดนเพราะกฏหมายชั่วช้าเผด็จการนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านเช่น กัน

ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้พยายามสื่อว่าคนเสื้อแดง “ตายฟรี” หรือ “ติดคุกฟรี” แต่อย่างใด เพราะถ้าคนธรรมดาไม่สู้ เสรีภาพจะไม่มีวันเกิด เราต้องรู้ทันพวกข้างบนว่าเขาย่อมหักหลังคนเล็กๆ เสมอ ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมว่าคนเสื้อแดงจำนวนมากไม่ได้สู้เพื่อใครคนใดคน หนึ่ง เพียงแต่ว่าเราปล่อยให้พวก “ผู้ใหญ่” กำหนดแนวทางการนำ แทนที่เราจะนำตนเอง

แกนนำ นปช. ไม่เคยออกมาเสนอให้ยกเลิก 112 และไม่เคยเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษ 112 ยิ่งกว่านั้นไม่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านการหักหลังของรัฐบาลเลย สรุปแล้วแกนนำ นปช. ไม่ต้องการให้เสื้อแดง “ก้าวพ้น” การเป็นลูกน้องทักษิณ นั้นคือสาเหตุที่คนก้าวหน้าเสนอให้เคลื่อนไหวอิสระจาก นปช. มานาน ปัญหาคือคนที่ก้าวหน้าไม่ยอมจัดตั้งทางการเมือง พร้อมจะมีแค่กลุ่มกระจัดกระจายที่แยกกันเคลื่อนไหวและมีคำแถลง “หางว่าว” ที่มีหลายสิบองค์กร แต่เกือบไม่มีมวลชน องค์กรผีนั้นเอง ส่วนคนที่อยากจัดตั้งองค์กรทางการเมืองอย่างจริงจังก็เล็กเกินไปในขณะนี้

ใครที่วิเคราะห์สังคมไทยจากมุมมองชนชั้น และพร้อมจะเปิดหูเปิดตาถึงธาตุแท้ของทักษิณ ยิ่งลักษณ์ หรือพรรคไทยรักไทย-พรรคเพื่อไทย จะสามารถเข้าใจตรงนี้มาแต่แรก ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง อย่าลืมว่าทักษิณเป็นนายทุนใหญ่ที่มีส่วนในการเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าในปา ตานี หรือในสงครามต้านยาเสพติด และอย่าลืมว่าทักษิณก็เป็นคนที่ใช้ “เสื้อเหลือง”ก่อนพันธมิตรฯ ทักษิณและเพื่อไทยก็พร้อมจะใช้ 112 ต่อไป ไม่ใช่แค่ไม่ยกเลิกเท่านั้น

คนที่ตอนนี้มีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ โดยการต่อต้านกฏหมายนิรโทษกรรม “เหมาเข่ง” ของรัฐบาลเพื่อไทย มีสองประเภท ประเภทแรกเป็นคนที่มีการจัดตั้งทางการเมือง คืออยู่ในกลุ่มฝ่ายซ้ายที่มีการร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองจากจุด ยืนชนชั้น องค์กร “เลี้ยวซ้าย” เป็นตัวอย่างที่ดี ประเภทที่สองเป็นปัจเจกชนที่กระตือรือร้นที่จะรักษาอุดมการณ์ท่ามกลางการถูก ชักชวนให้ “หมอบคลานหรือเลิก” จากพวกที่หันหลังให้วีรชน ปัจเจกชนแบบนี้น่าเคารพ แต่เขามีจุดอ่อนเพราะส่วนใหญ่ขาดการวิเคราะห์แบบรวมหมู่ของคนที่เป็นสมาชิก องค์กร ปัจเจกชนแบบนี้หลายคนจึงเสียจุดยืนไปแล้ว หมดบทบาทก้าวหน้าทางการเมืองโดยสิ้นเชิง

อาจารย์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ยังคงอุดมการณ์ แต่ล่าสุดเขียนถึง “แนวร่วมของคนก้าวหน้ากับพรรคเพื่อไทย” ที่อาจถึงจุดจบแล้ว การมองแนวร่วมแบบนั้นมีปัญหา เพราะเคยพาคนไปตั้งความหวังเท็จกับยิ่งลักษณ์ ทักษิณ หรือแม้แต่แกนนำ นปช. ผู้เขียนและ “เลี้ยวซ้าย” เตือนว่าเราต้องไม่ทำแนวร่วมกับพรรคนายทุนมาตั้งแต่แรกเริ่มการก่อตั้งของ เสื้อแดง เราเสนอแทนว่าควรทำแนวร่วมกับ “มวลชน” เสื้อแดง ไม่ใช่กับพรรคเพื่อไทยหรือแกนนำ นปช. และแนวร่วมนี้เรายังทำได้กับเสื้อแดงที่ปฏิเสธกฏหมายเหมาเข่ง

การที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยรวมทักษิณเข้าไปในการนิรโทษกรรม มีปัญหาอีกแง่หนึ่งด้วยคือ เปิดช่องทางให้พวกสลิ่มปฏิกิริยาที่สนับสนุนรัฐประหาร สามารถออกมาสร้างภาพด้วยการปฏิเสธกฏหมายเหมาเข่ง สรุปแล้วมันไม่มีอะไรดีเลย

เลือกตั้งครั้งต่อไป คนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยไม่ควรลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทยเป็นอันขาด และแน่นอนไม่ควรเลือกพรรคประชาธิปัตย์ บางคนอาจสงสัยว่าจะทำอะไรดี คำตอบง่ายๆ คือ “กาช่องไม่เลือกใคร” การเลือกตั้งสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของ “การเมือง”

เวลาคัดค้านการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เราต้องยืนยันว่ามันจะไม่นำไปสู่สันติภาพแต่อย่างใด เพราะมันเป็นการประกาศอนุญาตให้ทหารและนักการเมืองเข่นฆ่าประชาชนอีกในอนาคต เพราะฆาตกรของรัฐลอยนวลเสมอ ๑๔ ตุลา, ๖ ตุลา, พฤษภา ๓๕, ตากใบ และราชประสงค์ คือหลักฐาน

เวลาคัดค้านการนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เราต้องยืนยันอีกด้วยว่าปัญหาสำคัญคือการปล่อยให้นักโทษ 112 ติดคุกต่อไป โดยไม่มีการยกเลิกกฏหมายนี้ อย่าลืมว่านักโทษ 112 เป็นนักโทษทางความคิด ไม่เหมือนพวกเสื้อเหลืองที่ใช้ความรุนแรงในการปิดสนามบินแต่ไม่เคยติดคุก

ทุกวันนี้ผู้ที่น้อมรับหรือสนับสนุนกฏหมายนิรโทษกรรมฆาตกร ไม่ว่าจะด้วยข้อแก้ตัวอะไร ล้วนแต่เป็นศัตรูทางการเมืองกับฝ่ายประชาธิปไตย และเป็นศัตรูทางการเมืองกับผมด้วย

(ที่มา)
TurnleftThailand เลี้ยวซ้าย

วัฒนธรรมที่ผู้กระทำผิดที่มีอำนาจลอยนวล (Impunity) หยั่งรากลึกต่อไป

วัฒนธรรมที่ผู้กระทำผิดที่มีอำนาจลอยนวล (Impunity) หยั่งรากลึกต่อไป

 

เมื่อยิ่งลักษณ์ ส่งสัญญาณถอยเข้ามุม หันกลับมองพี่เลี้ยงด้วยใจระทึก! จะโยนผ้าหรือจะสู้ต่อ!
 
ทักษิณ"แนะกลืนเลือดหันหน้าจูบปาก"



‘ทักษิณ’ แถลงขอรับความเจ็บปวดไว้เอง หวังให้ประเทศเดินหน้า


นายกฯบอกว่า "การนิรโทษกรรม ไม่ได้หมายความว่าจะลืมบทเรียน แต่ต้องเรียนรู้และเข้าใจ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก" 

หึหึ!!! คนไทยจะเรียนรู้ เข้าใจ และจะไม่เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนอีกได้ยังไง ถ้าไม่สนใจไต่สวนหาความจริง เอาคนผิดมารับโทษ การนิรโทษกรรมแบบที่เพื่อไทยเพิ่งทำ และเคยทำกันมาก่อนหน้านี้ ก็คือการทำให้โอกาสดังกล่าว "เป็นศูนย์" ทำให้วัฒนธรรมที่ผู้กระทำผิดที่มีอำนาจลอยนวล (Impunity) หยั่งรากลึกต่อไป ทำให้โอกาสที่จะสร้างสังคมปชต.ที่เคารพในสิทธิมนุษยชนกลับกลายเป็นศูนย์ 

นี่แหละคือความหมายของ Set Zero ที่แท้จริง

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ส.ส. อังกฤษร้องสอบการงดจ่ายภาษีเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

ส.ส. อังกฤษร้องสอบการงดจ่ายภาษีเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์

 

Poundbury, near Dorchester

คณะกรรมการส.ส. ด้านตรวจสอบบัญชีสาธารณะ เรียกร้องกรมคลังและสาธารณะตรวจสอบลักษณะการเว้นภาษีธุรกิจของดยุคแห่ง คอร์นวอลล์ ชี้ให้ประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมเหนือคู่แข่งธุรกิจ
 
5 พฤศจิกายน 2556 เว็บไซต์เดอะการ์เดียนรายงานว่า คณะกรรมาธิการ ส.ส.ด้านการตรวจสอบบัญชีสาธารณะของอังกฤษ ได้เรียกร้อให้กรมคลังตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อประเมินว่าดยุคแห่ง คอร์นวอลล์ หรือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ “ทำการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด” หรือไม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยจากสาธารณะและสื่อมวลชนอย่างเดอะ การ์เดียน ที่ก่อนหน้านี้เคยรายงานว่าดยุคแห่งคอร์นวอลล์ หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีจากธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนต่างๆ

(อ่านต่อ)

พรรคเพื่อไทยยอมถอน 'สุดซอย' - พร้อมเคารพวุฒิสภาตัดสินใจ

พรรคเพื่อไทยยอมถอน 'สุดซอย' - พร้อมเคารพวุฒิสภาตัดสินใจ

 


 

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุว่าจะเคารพการตัดสินใจของวุฒิสภากรณี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยไม่ต้องการให้สังคมเกิดความวุ่นวาย พร้อมถอยเพื่อให้คุยกันได้ โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

5 พ.ย. 2556 - ตามที่ในวันนี้ (5 พ.ย.) พรรคเพื่อไทยมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคนั้น ล่าสุด เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย รายงานว่า ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้แถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค ระบุว่าพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามติดตามรับฟังวันนี้สิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ ดำเนินการเป็นแนวนโยบายฟังให้เยอะคิดให้มาก การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ครั้งนี้ เราอยากเห็นความขัดแย้งให้ยุติลง อยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้ สังคมไทยมุ่งหวังจากผู้คนต่างๆ อยากเห็นประเทศเดินหน้าเป็นเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค หลังผ่านวาระที่ 3 จากสภาผู้แทนราษฎร ความต้องการอยากเห็นประเทศเดินหน้า แต่ข่าวสารที่ได้มีการพูดจาทำความเข้าใจประชาชนก็คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เช่น เนื้อหาสาระไม่ได้ตรงความเป็นจริงสับสน ทำให้ข้อขัดแย้งไม่ยุติ

(อ่านต่อ)

เจริญเถิดมหาลัยไทย

เจริญเถิดมหาลัยไทย
 

มหาลัย คาราบาว

 
มหิดลประกาศงดการสอนพรุ่งนี้ ค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
จุฬาฯ ฮือเดินขบวนต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ตุลาการออกแถลงการณ์ค้านนิรโทษฯ
หมอต้านนิรโทษฯ คึกคัก เอ็นจีโอร่อน จม.ร้อง สว.ยับยั้ง
จุฬาฯ -องค์กรประชาสังคม แถลงค้านร่างนิรโทษเหมาเข่ง 
http://www.prachatai.com/journal/2013/11/49571  องค์การ-สภานศ.ธรรมศาสตร์ค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ วอนวุฒิสภาไม่เห็นชอบ ยึดหลักวาระ1


สุรพศ ทวีศักดิ์ 
อ.สุรพศ ทวีศักดิ์

"ขอโทษนะครับ ที่ทำกัน "ทั้งมหาลัย" น่ะ (ต้าน "เหมาเข่ง" เพื่อ "ไล่ทักษิณ" ไม่ได้บอกว่าทักษิณไม่ควรถูกไล่เพราะ เรื่องนี้นะ แต่ป้ายที่คุณชู ไม่มี "ต้านฆาตกรฆ่าประชาชน" เลย มีแต่ป้ายไล่ทักษิณ,ยิงลักษณ์) ไม่ได้ช่วยให้เกิด "แสงสว่างทางปัญญา" เท่าเสี้ยวหนึ่งของ "นิติราฎร์" ไม่ถึง 10 คนทำ"

ก่อน 19 กันยา
มหาลัยลุกขึ้นมาเดินตามป้าย-
"ไล่ทักษิณออกไป"
จากประเทศใครเสียที
 

สลายการชุมนุมปี 53
มหาลัยไม่ถามถึงคนที่-
สั่งฆ่าประชาชี
มหาลัยที่ดีเป็นกลาง

รณรงค์แก้ 112
มองมหาลัยไร้ร้าง
หลายที่ไม่มีทาง
ให้พูดร่าง 112 อย่างเสรี

บัดนี้ต้าน “(ไม่) เหมาเข่ง”
มหาลัยบรรเลงเต็มที่
ชูป้ายไล่ “ทักษิณอัปรีย์”
ไม่มีป้ายต้าน “ฆาตกร”

เจริญเถิดมหาลัยไทย
ขจัดคนจัญไรออกไปก่อน
แล้วประกาศชัยถวายพระพร
นิรันดรสถิตเหนือชีวิตข้าฯ เทอญ

นักปรัชญาชายขอบ
5 พ.ย.56
 
 
 
  

นักศึกษา มช. ค้านเซ็ตซีโร่ เรียกร้องวุฒิสภาใช้อำนาจยับยั้ง

นักศึกษา มช. ค้านเซ็ตซีโร่ เรียกร้องวุฒิสภาใช้อำนาจยับยั้ง


กลุ่ม "นักศึกษา มช. คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ค้านเหมาเข่ง เพราะผู้สั่งสลายชุมนุม-จนท.รัฐ-นักการเมืองคดีทุจริตได้ประโยชน์ และก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เรียกร้องวุฒิสภาใช้อำนาจยับยั้ง แนะให้ยึดฉบับวรชัย เหมะ และเสนอนิรโทษกรรมผู้ถูกฟ้อง ม.112 ด้วย


5 พ.ย. 2556 - วันนี้ที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษากลุ่ม "นักศึกษา มช. คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ได้ออกแถลงการณ์ "นักศึกษา มช. คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง-สุดซอย" โดยมีรายละเอียดของแถลงการณ์มีใจความดังนี้


"ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราช บัญญัตินิรโทษกรรมฯ และได้ลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ วาระที่ 3 จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 314 คน ลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 310 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 แล้วนั้น ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ มีสาระสำคัญอยู่ว่า ให้นิรโทษกรรมแก่บุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดที่ เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง หรือความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 รวมตลอดถึงองค์กรหรือหน่วยงาน ที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ถึงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2556 ทั้งที่กระทำในฐานะตัวการ ผู้ใช้  ผู้สนับสนุน หรือผู้ถูกใช้ ไม่เป็นความผิดต่อไปและให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและ ความรับผิดโดยสิ้นเชิง แต่ไม่นิรโทษกรรมให้แก่บุคคลที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112


ซึ่งการผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯใน วาระที่ 3 นี้ กลุ่มนักศึกษา มช. คัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรม ได้จัดให้มีการประชุมลงมติ และได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าวดังต่อไปนี้