หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กลุ่มนักเรียน-เยาวชนปฏิบัติสมาธิที่ มธ. เรียกร้องคนไทยชุมนุมอย่างมีสติ

กลุ่มนักเรียน-เยาวชนปฏิบัติสมาธิที่ มธ. เรียกร้องคนไทยชุมนุมอย่างมีสติ



"เรามิได้คาดหวังว่าจะมีผู้ร่วมมากมายนัก แต่ขอให้ถือว่าเป็นจุดสะท้อนหนึ่งในขบวนการสังคม ที่ต้องการความขัดแย้ง อย่างไม่เสียเลือดเสียเนื้อ-การใส่ร้ายโจมตีสาดเสียเทเสีย เราต้องการเหตุผล เรามีบทเรียนจากอดีตมาพอแล้ว ที่ปัจจุบันเราจะต้องไม่ซ้ำรอย" เนติวิทย์ระบุในสเตตัสของเขา

John Lennon - Imagine
http://www.youtube.com/watch?v=XLgYAHHkPFs 


Imagine there's no heaven
ลองจิตนาการว่าโลกนี้ไม่มีสวรรค์สิ
It's easy if you try
มันง่ายดายหากเธอจะลอง
No hell below us
ไม่มีนรกใต้ฝ่าเท้าเรา
Above us only sky
มีแต่ท้องฟ้าเบื้องบนเท่านั้น
Imagine all the people living for today
ลองจิตนาการถึงทุกคนจะใช้ชีวิตเพื่อวันนี้
Imagine there's no countries
ลองจิตนาการว่าโลกนี้ไม่มีประเทศ
It isn't hard to do

มันไม่ยากหรอกถ้าจะทำ
Nothing to kill or die for 
ไม่มีอะไรที่ต้องฆ่าหรือต้องตายแทน
And no religion too
และไม่มีศาสนาอีก
Imagine all the people living life in peace
ลองจินตนาการถึงทุกคนที่ใช้ชีวิตอย่าสงบ


* You, you may say
เธอคงกล่าวว่า
I'm a dreamer, but I'm not the only one
ฉันมันนักฝัน,แต่ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่คิดเช่นนี้
I hope some day you'll join us

หวังว่าสักวันเธอจะร่วมฝันด้วยกัน
And the world will be as one
และทั้งโลกจะรวมเป็นหนึ่งเดียว

Imagine no possessions
ลองจิตนาการว่าไม่มีอะไรต้องครอบครอง
I wonder if you can
ฉันคงประหลาดใจถ้าเธอทำ
No need for greed or hunger
ไม่ต้องการความยิ่งใหญ่หรือหิวโหย
A brotherhood of man
เราทุกคนจะเป็นพวกเดียวกัน
Imagine all the people sharing all the world
ลองจินตนาการว่าทุกคนจะแบ่งปันโลกแก่กันและกันสิ


(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/11/49840 

ให้โอกาสประชาธิปไตยไทยสักครั้ง

ให้โอกาสประชาธิปไตยไทยสักครั้ง

 

 
โดย พีระ เจริญวัฒนนุกูล
 

แนวทางการต่อสู้ของผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อรัฐบาลคือ การรอคอยเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งโดยไม่พยายามล้ม รัฐบาลด้วยวิธีการต่างๆ

หลังจากเกิดความพยายามในการเสนอ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมเหม่าเข่งซึ่งได้รับการประท้วงจากหลายภาคส่วน การเมืองระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งในสภาได้เผชิญหน้ากับความท้าทาย อีกครั้งเมื่อ “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ”  (กปท) ได้ยกระดับการประท้วงจากการต่อต้าน พ.ร.บ. ไปสู่ความพยายามโค่นล้มรัฐบาล

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ดังกล่าว กอปรกับการที่ผู้เขียนได้เปิดอ่านบทความของ Ian Baruma ที่ชื่อว่า “Give Democracy a Chance in Egypt” อีกครั้ง ผู้เขียนจึงเกิดข้อคิดอันเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ของกลุ่มพลังที่คอยออกมา ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถามวิถีประชาธิปไตย บทความชิ้นนี้มุ่งในการวิเคราะห์ถึงผลกระทบอันเกิดจากพฤติกรรมของกลุ่มพลัง ที่พยายามโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยบทความชิ้นนี้เสนอว่ากลุ่มพลังดังกล่าวนั้นได้สร้างวงจรอุบาทว์ที่ตนเอง พยายามต่อต้านขึ้นมาซึ่งส่งผลให้ประชาธิปไตยไทยวนเวียนอยู่กับการเมืองแบบ ที่เป็น “ตัวแทนประชาธิปไตย ปะทะ ตัวแทนเผด็จการ”  ไม่เป็นที่สิ้นสุด

ก่อนหน้าที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จะถูกรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 นั้น กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมได้รวมพลังกันเพื่อประท้วงรัฐบาลที่มีแนวโน้มไปใน ทางอำนาจนิยมในสมัยทักษิณ กลุ่มพลังดังกล่าวที่รู้จักกันในนาม “พันธมิตรประชาคมเพื่อประชาธิปไตย” นั้นได้ปลุกมวลชนหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักกิจกรรม ผู้นำสหภาพ หรือไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา เพื่อแสดงพลังประชาชนต่อต้านรัฐบาลทักษิณ
อย่างไรก็ดี การรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 นั้นได้สร้างวิกฤติการความชอบธรรมทางการเมืองขึ้นมา กล่าวคือ ปัญญาชน นักวิชาการ นักศึกษา หรือผู้นำองค์กรต่างๆหลายกลุ่มที่เคยเข้าร่วมกับพันธมิตรฯนั้นได้ถูกผลักออก มาเพื่อแสดงออกคัดค้านถึงวิถีทางการแก้ไขความขัดแย้งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ผ่านการใช้กลไกรัฐประหาร

มวลชนหลายกลุ่มได้เริ่มมองปัญหาทางการเมืองอันเกิดจากวิกฤติการณ์ความชอบ ธรรมผ่านกรอบแว่นแบบ “ประชาธิปไตย ปะทะ เผด็จการ” ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวนั้น กลุ่มคนที่นิยมประชาธิปไตยได้ให้ความสำคัญต่อวิธีการมากกว่าเป้าหมาย ซึ่ง หมายความว่าพวกเขาให้ความสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตยมากกว่าระบอบเผด็จการ กล่าวคือ จากพรรคไทยรักไทยที่ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนนั้นได้เปลี่ยนสภาพ มาเป็นตัวแทนของพลังประชาธิปไตยที่ต่อสู้กับระบอบเผด็จการ

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เขาพระวิหาร-ชาตินิยม-ประชาคมอาเซียน ขวากหนามของโลกไร้พรมแดน

เขาพระวิหาร-ชาตินิยม-ประชาคมอาเซียน ขวากหนามของโลกไร้พรมแดน


 

"กรณีไทยกัมพูชา เกิดจากประวัติศาสตร์บาดแผลช้ำเลือดช้ำหนอง การแก้ปัญหาคือ เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้รอบด้านทั้งของเราและประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนการมองเหรียญต้องมองทั้ง 2 ด้าน ดังที่มีภาษิตของรัสเซีย ที่บอกว่า ถ้าคุณไม่รู้ประวัติศาสตร์ก็ตาบอดข้างหนึ่ง แต่ถ้าคุณเชื่อประวัติศาสตร์โดยไม่มีข้อกังขาคุณตาบอด 2 ข้าง"

อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ได้รับรางวัล “ผู้มีคุณูปการดีเด่นด้านเอเชียอาคเนย์ศึกษา” จาก Association for Asian Studies


พบกับ อ.ชาญวิทย์ และมุมมองที่หลากหลายต่อปัญหาความขัดแย้งเขาพระวิหารหลังคำตัดสินของศาลโลกได้ที่งาน 

เขาพระวิหาร-ชาตินิยม-ประชาคมอาเซียน
ขวากหนามของโลกไร้พรมแดน


ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้
ห้อง ศศ.301 คณะศิลปศาสตร์
ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์
ตั้งแต่เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป
 
 
 
 

แสดงพลัง "สงบสยบความรุนแรง" เพื่อสังคมไทยที่มีเหตุผล และสติ

แสดงพลัง "สงบสยบความรุนแรง" เพื่อสังคมไทยที่มีเหตุผล และสติ


 

นับวันสถานการณ์บ้านเมืองยิ่งเร่าร้อน หากคงต้องใช้ถ้อยคำรุนแรง ไร้เหตุผล และ Hate speech คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำไปสู่หายนะเช่นในอดีตที่ผ่านมา

ในฐานะเยาวชน พลเมืองไทย ขอสนับสนุนการชุมนุมอย่างมีสติ ปราศจากความรุนแรง เคารพในสิทธิส่วนตัว และส่วนรวม

เราจึงขอเชิญเพื่อนเยาวชน และเพื่อนผู้ใหญ่ทุกท่านร่วมนั่งสมาธิ เรียกร้องคนไทยชุมนุมกันอย่างมีสติ สนับสนุนสันติภาพ การเมืองที่มีสติ สนับสนุนความขัดแย้งอย่างมีเหตุผล และสังคมประชาธิปไตย

กำหนดการ
10.00 พบกัน ณ ประตูใหญ่ศิลปากร ฝั่งสนามหลวง
10.00 - 10.30 นั่งสมาธิ
10.30 - 11.00 เดินไปยังประติมากรรม 6 ตุลาเพื่อรำลึกถึงสถานการณ์ความรุนแรงในอดีต
11.00 - 12.00 กินข้าวกัน

จัดโดย: กลุ่มเยาวชนสนับสนุนสันติวิธี
สมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทย

*กิจกรรมนี้ไม่ผูกโยงกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง
เป็นสากล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อีเมล
pridisewa@gmail.com (เนติวิทย์)

The country's situation is getting intense as day goes by. If vitriol, lack of compassion, and hate speech continue, a disaster that had happened in the past would return inevitably.

As young citizens of Thailand supporting for people's rallies with consciousness and respect for the rights of oneself as well as the whole,

We invite fellow youths and adults to meditate advocating for Thais to rally with consciousness, peace, and politic with consciousness. We advocate for conflict confrontation with the use of reasons, legitimacy, and democracy.

Program
10.00 Meet at the entrance door of Silpakorn University.
10.00 - 10.30 Meditate.
10.30 - 11.00 Walk to the 6th October sculpture in memorial of the past situation of cruelty and intensity.
11.00 - 12.00 Have a meal together

Organized by: กลุ่มเยาวชนสนับสนุนสันติวิธี
สมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทย

P.S. This event does not involve any particular religious, but nationally.

For more information, email : pridisewa@gmail.com

คำวินิจฉัย"ศาล รธน." ปัจจัยจบ"ม็อบนกหวีด"?

คำวินิจฉัย"ศาล รธน." ปัจจัยจบ"ม็อบนกหวีด"?

 




จะจบได้จริงภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน ตามที่แกนนำคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ได้ประกาศไว้หรือไม่

เพราะหากดูปัจจัยและเงื่อนไขจากฝั่งของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมถอยแบบสุดซอย ทั้งการยอมถอนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวม 6 ฉบับ ออกจากระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งที่ประชุมวุฒิสภา ได้มีมติเอกฉันท์ไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ส่งคืนให้กับสภาผู้แทนราษฎรวัดใจอีกครั้งหลัง 180 วัน แต่ดูจากสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ คาดว่ารัฐบาลจะไม่กล้าหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเรียกม็อบอีกเป็นแน่ โดยมีคำมั่นสัญญายืนยันผ่านสัตยาบันของ 4 พรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะไม่หยิบยกร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาในลักษณะนิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาอีก

หากแต่การถอยของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ผ่านวิธีการต่างๆ ยังไม่อาจทำให้ม็อบราชดำเนินของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีความจริงใจยอมถอยจริง จึงนำมาซึ่งการยกระดับการเคลื่อนไหวชุมนุม ผ่านการแสดงอารยะขัดขืน 4 ข้อ คือ 1.ให้ทุกคนทุกบริษัท ทุกหน่วยงานราชการ หยุดงานตั้งแต่วันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2.ขอให้บรรดาพ่อค้านักธุรกิจ 

ช่วยกรุณาไปปรึกษากันว่า วิธีปฏิบัติในการชะลอการชำระภาษี อย่าให้รัฐบาลมีเงินภาษีออกมาใช้ 3.ต่อสู้ด้วยสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ของเราคนไทยคือ ธงชาติ ขอให้ทุกบ้าน ทุกสำนักงาน ชักธงชาติขึ้นทั่วประเทศ ติดธงชาติไว้บนเสื้อผ้า ร่างกาย รถยนต์ แขวนคอด้วยนกหวีด ไปไหนมาไหนพกไป 2 อย่าง คือนกหวีดและธงชาติ และ 4.ถ้าประชาชนพบเห็นนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ไม่ต้องพูดด้วย ไม่ต้องทำอะไร ให้หยิบนกหวีดเป่าใส่อย่างเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับรัฐบาล

หากจะประเมินปัจจัยที่จะทำให้ม็อบราชดำเนินจบได้ตามที่แกนนำอย่าง "สุเทพ" ได้ประกาศไว้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนั้น เหตุการณ์ทางการเมืองที่น่าจับตามองคือ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในคดีแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา จากสายสรรหา และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สั่งระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ ส.ว. 200 คน มาจากการเลือกตั้ง และให้ยุบ 6 พรรคร่วมรัฐบาลที่ ส.ส.ในสังกัดร่วมลงชื่อเห็นชอบกับการแก้ไข และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารของ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเป็นเวลา 5 ปี

ประเด็นที่กลุ่มผู้ยื่นคำร้อง คาดหวังว่าจะสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ นั่นคือ เรื่องผลประโยชน์ขัดกัน คือ ส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตัวเองลงสมัคร ส.ว.ครั้งหน้าได้ จากเดิมที่เป็น ส.ว.ติดต่อกันเกิน 1 วาระไม่ได้ รวมทั้งมีการแก้ไขให้ "ลูก เมีย สามี" ลงสมัคร ส.ว.ได้ โดยจะโยงให้เห็นว่าอาจส่งผลให้ระบบตรวจสอบถ่วงดุลมีปัญหา รวมทั้งกระบวนการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับ การประชุม อย่างการกดบัตรแทนกันของสมาชิกรัฐสภา

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ระบบยุติธรรมแบบนี้มีวุฒิภาวะทางเหตุผลอย่างไร?

ระบบยุติธรรมแบบนี้มีวุฒิภาวะทางเหตุผลอย่างไร?





https://www.youtube.com/watch?v=i4brfDY9HyE#t=28


สุรพศ ทวีศักดิ์
อ.สุรพศ ทวีศักดิ์


"คำพูดที่ศาลตัดสินว่า "หมิ่นฯ" (เช่น "หมิ่น ร.4 กระทบถึงองค์ปัจจุบันและความมั่นคง ของรัฐ" เป็นต้น) ซึ่งศาลอ้างว่า "น่าจะ" ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ...นั้น

คิดด้วยเหตุผลอย่างไรก็คิดไม่ออกว่า ไอ้คำพูดพวกนั้นมันก่อให้เกิด "ผลเสียหายที่เป็นจริง" เทียบเท่ากับเศษเสี้ยวของการอ้างสถาบันกษัตริย์ทำรัฐประหาร และใช้สัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ต่อสู้ทางการเมืองแบ่งแยกประชาชนเป็นฝ่าย "จงรักภักดี-ไม่จงรักภักดี" ได้อย่างไร

เห็นไหมครับ แม้แต่ "ผลเสียหายต่อสถาบันกษัตริย์" ก็ถูกพิจารณาอย่างอคติ!
 

การอ้างสถาบันกษัตริย์ทำรัฐประหาร และใช้สัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ต่อสู้ทางการเมืองแบ่งแยกประชาชนเป็นฝ่าย "จงรักภักดี-ไม่จงรักภักดี" ต่างหากที่ส่ง "ผลที่เป็นจริง" ทำให้สถาบันกษัตริย์เสียหายมากกว่า และกระทบต่อความมั่นคงของ "รัฐประชาธิปไตย" มากกว่า

แต่ระบบยุติธรรมไทยที่อ้างการปกป้องพระเกียยรติของสถาบันกษัตริย์และความมั่นคงของรัฐเป็นจุดยืนในการพิจารณาตัดสินคดี ก็ไม่เคยดำเนินการใดๆที่เป็นการป้องปรามหรือให้ยุติการอ้างสถาบันกษัตริย์ทำรัฐประหาร และใช้สัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ต่อสู้ทางการเมืองแบ่งแยกประชาชนเป็นฝ่าย "จงรักภักดี-ไม่จงรักภักดี" แต่อย่างใด"   

อนาคต "ม็อบ" กับ ความชอบธรรม ในการ "ชุมนุม"

อนาคต "ม็อบ" กับ ความชอบธรรม ในการ "ชุมนุม"


 
ถามว่าเหตุใดการชุมนุมของแนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน อันนำโดย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจึงไม่ประสบความสำเร็จ

ตอบว่า อยู่ที่ "ความชอบธรรม"
แม้จะมีองค์การพิทักษ์สยามอันนำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ กับ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ เข้ามาเสริม ก็ไม่สามารถระดมคนเข้าร่วมได้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ยังดำรงสถานภาพม็อบ "เรือนร้อย"

ถามว่าเหตุใดการยกระดับการชุมนุมของ "สนามหลวง" ประสานกับการเคลื่อนไหวของ "หน้ากากขาว" ถึงกับประกาศจัดตั้ง "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" โดยปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินีตั้งแต่เดือนสิงหาคม จึงไม่ประสบผลสำเร็จ

ตอบว่า อยู่ที่ "ความชอบธรรม"
แม้ จะมีกองทัพธรรมอันมีสันติอโศกเป็นแบ๊ก แม้จะมีมือจากพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปแตะสัมผัส แม้จะพยายามขับเคลื่อนจากสวนลุมพินีไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาลและแยกสายไปอุรุ พงษ์

ก็ยังดำรงสถานภาพม็อบ "เรือนร้อย" อยู่ไม่แปรเปลี่ยน

ปัญหา "ความชอบธรรม" จึงสำคัญเป็นอย่างมากในการชุมนุม ในการเคลื่อนไหวและก่อกระแสทางการเมือง

ต้องยอมรับว่าการจัดม็อบของพรรคประชาธิปัตย์โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าจะเป็นที่สามเสน ไม่ว่าจะเป็นบนถนนราชดำเนิน

ต่างจาก "สนามหลวง" เมื่อเดือนพฤษภาคม

ต่างจาก "สวนลุมพินี" เมื่อเดือนสิงหาคม

ต่างจาก "แยกอุรุพงษ์" เมื่อเดือนตุลาคม

นั่นก็คือ ม็อบของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เพียงแต่จะมี "มวลชน" ของตนเองในพื้นที่ กทม.อยู่แล้วโดยพื้นฐาน

หากยังอาศัยร่าง พ.ร.บ. "นิรโทษกรรม" มาจุดให้กลายเป็น "กระแส"