นศ.มอ.ปัตตานี แถลงค้านการประกาศท่าทีทางการเมืองของกลุ่มผู้บริหารมหาลัย
ถ้อยแถลงดังกล่าวของมหาวิทยาลัยในข้างต้น ได้สร้างความคับข้องใจให้กับ
อาจารย์ นักศึกษาและบุคลากรจำนวนไม่น้อย
ในการแสดงท่าทีของมหาวิทยาลัยที่มีต่อวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน
โดยข้อเสนอดังกล่าว หาได้ยึดโยงกับความเป็นจริงทางสังคมไม่
หากเป็นแค่นามธรรมยากต่อการปฏิบัติได้จริง
อีกทั้งข้อเสนอดังกล่าวก็หาได้เป็นข้อคิดเห็นที่ได้รับความเห็นชอบจากมวล
สมาชิกทั้งหมดของมหาวิทยาลัย
หากแต่เป็นเพียงข้อเสนอเพื่อสนองต่อทัศนคติหรือรสนิยมทางการเมืองของคนกลุ่ม
หนึ่งเท่านั้น ทางกลุ่มนักศึกษา มอ.ปัตตานี เสรีประชาธิปไตย
จึงได้ตั้งข้อสังเกตกับถ้อยแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
1.
การเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภา ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อเสนอดังกล่าวถือว่าใช้ไม่ได้
ด้วยเหตุที่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบควบคุม
กระบวนการตลอดจนเนื้อหาของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
การที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าตรวจสอบควบคุมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งๆ
ที่ปราศจากอำนาจตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการสถาปนาอำนาจขึ้นมาเอง
อีกทั้งยังเป็นการขยายแดนอำนาจของตนออกไปจนกลายเป็นองค์กรที่อยู่เหนือรัฐ
ธรรมนูญและอยู่เหนือองค์กรทั้งปวงของรัฐ
มีผลเป็นการทำลายหลักนิติรัฐประชาธิปไตยลง
จนก่อให้เกิดสภาวการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุดเด็ดขาด
ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวของมหาวิทยาลัยเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ
และประชาธิปไตยในระยะยาว
2. คัดค้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ
โดยเฉพาะการใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่มาชุมนุม
ข้อเสนอดังกล่าวแม้จะเป็นข้อเสนอที่ดีด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควร
ให้ความรุนแรงกับประชาชน
อีกทั้งการชุมชนอย่างสงบก็เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย
ซึ่งควรเคารพในการแสดงความคิดเห็นของผู้คนเหล่านั้น
และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการชุมนุมดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบประชาธิปไตย
แต่ถึงกระนั้นกลุ่มนักศึกษาก็มีความเห็นสอดคล้องกับข้อเสนอดังกล่าวเพียง
ครึ่งเดียว
เนื่องด้วยการเรียกร้องดังกล่าวเป็นเพียงการเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หาได้รวมไปถึงผู้ชุมนุมไม่
ซึ่งหากติดตามข่าวสารก็จะปรากฏชัดว่าความรุนแรงส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นจากฝ่าย
ใด
3.
ต่อต้านการหมิ่นเบื้องสูงซึ่งแท้จริงควรเป็นต่อต้านการอ้างสถาบันพระมหา
กษัตริย์ เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเสียมากกว่า
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในห้วงระยะเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา
ความขัดแย้งที่สังคมไทยต้องเผชิญนั้นคือความขัดแย้งระหว่าง
พลังทางการเมืองกลุ่มต่างๆ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์
เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม ทำให้เป็นการดึงพระองค์
เข้ามาเกี่ยวพันกับความขัดแย้งทางการเมือง
4. การกล่าวถึงคุณธรรม
จริยธรรม นั้นเป็นการเรียกร้องนามธรรมเลื่อนลอย
หาได้ยึดโยงกับความเป็นจริงในสังคมไม่
อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าคนบางกลุ่มในมหาวิทยาลัยยังคงผูกติดอยู่กับฐานคิด
ประชาธิปไตยแบบชนชั้นนำ
ที่มองว่ารัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากเสียงของคนส่วนใหญ่ของประชาชน
ขาดคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมือง
ก็ด้วยเหตุที่ว่าคนกลุ่มนี้ไม่เคารพในความคิดเห็นของคนอื่น
และมองคนอย่างไม่เท่าเทียมกันมาโดยตลอด
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
กลุ่มนักศึกษา มอ.ปัตตานี เสรีประชาธิปไตย
จึงขอให้ถือเสียว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นของคณะผู้บริหาร
และสมาชิกบางส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ซึ่งถือเป็นเพียงความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
หาได้ถือว่าแถลงการณ์ครอบคลุมความคิดเห็นของสมาชิกทั้งหมดไม่
อีกทั้งยังให้ถือว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นไปในนามของบุคคล
ใช่เป็นในนามมหาวิทยาลัย
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มนักศึกษา มอ.ปัตตานี เสรีประชาธิปไตย จึงมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้
1. คัดค้านการใช้ความรุนแรง และการยั่วยุทั้งจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และฝ่ายผู้ชุมนุม
2. การชุมนุมเรียกร้องควรเป็นไปในวิถีทางการเรียกร้องประชาธิปไตย ใช่เป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องระบอบการ
ปกครองอื่นที่นอกเหนือออกไปจากระบอบประชาธิปไตย
3.
ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 ทั้งฉบับ
โดยยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญประชาชนอย่างแท้จริง
หาได้เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการซ่อนรูปอย่างรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550
4. ขอให้รัฐบาลคืนอำนาจในการตัดสินใจทางการเมืองกลับไปสู่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
กลุ่มนักศึกษา มอ.ปัตตานี เสรีประชาธิปไตย
(อ่านต่อ)