หน้าเว็บ

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กลุ่มพอกันที! ประณามม็อบรุนแรง วอนเจ้าหน้าที่แยกกองกำลังติดอาวุธออกจากผู้ชุมนุม

กลุ่มพอกันที! ประณามม็อบรุนแรง วอนเจ้าหน้าที่แยกกองกำลังติดอาวุธออกจากผู้ชุมนุม

 

Photo
 
 
ผลงานของ ทหารบก
 
 
พลอากาศโท วัชระ ฤทธาคนี หนึ่งแกนนำที่สะพานผ่านฟ้า บัญชาการสั่งการให้ การ์ดต่อสู้กับตำรวจ และภาพนี้ เขาก็อยู่ในเต้นท์ ขณะที่มีการขว้างระเบิดใส่ตำรวจด้วย

เปิดโฉม มือขว้างระเบิด ที่ผ่านฟ้า
http://www.prachatalk.net/webboard/%E0%B9%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2 


18 ก.พ.2557 กลุ่มพอกันที! ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่ม กปปส.และเครือข่าย ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธแฝงอยู่และใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ขอ คืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ถนนราชดำเนิน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 64 ราย โดยมีเจ้าหน้าตำรวจเสียชีวิตจากอาวุธปืนและบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด พร้อมวิงวอนเจ้าหน้าที่แยกแยะผู้ที่ใช้ความรุนแรงออกจากผู้ชุมนุมทั่วไปซึ่ง ปราศจากอาวุธ และไม่ประนีประนอมผู้ที่ใช้อาวุธ

 
สาส์นจากใจ กลุ่มพอกันที! ฉบับที่ 5
ต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่ ในวันที่ 18 ก.พ. 2557

จากเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดย ศรส. ในวันนี้ 18 ก.พ. 2557 เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และเครือข่าย ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ แต่มีกองกำลังติดอาวุธแฝงอยู่ เห็นได้จากอาวุธที่ใช้นั้นมุ่งหมายทำร้ายชีวิต ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ชีวิต ดังข่าวที่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต กลุ่มพอกันที! ขอประณามผู้ใช้ความรุนแรงในที่ชุมนุมของ กปปส. และเครือข่าย และขอประณามผู้หวังผลทางการเมืองจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ในปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ กลุ่มพอกันที! ขอวิงวอนให้ ศรส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แยกแยะผู้ใช้ความรุนแรงออกจากผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ และจัดการขอคืนพื้นที่ตามหลักสากล โดยต้องไม่ยินยอมให้มีการใช้ความรุนแรงจากฝั่งผู้ชุมนุมอีก ไม่ประนีประนอมกับผู้ใช้อาวุธที่กระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จงออกมานำตนเอง ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยเพื่อประชาธิปไตย

จงออกมานำตนเอง ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยเพื่อประชาธิปไตย



 

มันเปล่าประโยชน์ที่จะหวังว่ารัฐบาลรักษาการจะมีมาตรการเด็ดขาดกับอันธพาลทางการเมือง ที่ก่อความรุนแรงในกรุงเทพฯ และฆ่าตำรวจ

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย และทักษิณ เป็นพวกนักการเมืองนายทุน ที่ทราบดีว่าถ้าจะรุกสู้ทำลายพวกอันธพาลประชาธิปัตย์ เขาต้องตัดขาดแยกทางกับซีกตรงข้ามของชนชั้นปกครองอย่างสิ้นเชิง คือต้องปลดพวก ผบ. ทหาร และนำทหารที่จงรักภักดีกับประชาธิปไตยเข้ามาแทน ต้องปลดตุลาการ ต้องปลด กกต. ชุดนี้ และต้องส่งกองกำลังตำรวจไปจับแกนนำพวกที่ทำผิดกฏหมายทั้งหมด พร้อมกันนั้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องคุมสื่อของรัฐไม่ให้เข้าข้างพวกอันธพาล ถ้าจะทำสำเร็จก็ต้องเชิญมวลชนที่รักประชาธิปไตยออกมาเคลื่อนไหวด้วย และในที่สุดต้องจัดการเลือกตั้งและปฏิรูปการเมืองบนซากศพโครงสร้างอำมาตย์ 

ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ เพื่อไทย และ แกนนำ นปช. ไม่ทำแน่ เพราะถ้าให้เขาเลือกระหว่างการประนีประนอมกับอภิสิทธิ์ชนฝ่ายตรงข้าม หรือการปลุกให้ประชาชนดึงโครงสร้างเก่าลงมาเพื่อสร้างประชาธิปไตย เขาจะเลือกเส้นทางแรกเสมอ

เราต้องเข้าใจอีกว่า หลังการเลือกตั้งปี ๒๕๕๔ ฝ่ายเพื่อไทยมีข้อตกลงกับทหาร เพื่อให้ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างกิน พอม็อบสุเทพโผล่ขึ้นมา ทหารก็มองว่าจะได้ประโยชน์ เพราะเป็นการกดดันให้เพื่อไทยยอมมากขึ้น

ประชาธิปไตยไม่เคยงอกจากข้างบนลงมา ไม่เคยมาจากการกระทำของนายทุน มันเกิดจากคนรากหญ้ารวมตัวกันและนำตนเองต่างหาก   

(ที่มา)
FB Turnleft Socialist Thailand

สภาวะรัฐล้มเหลว ที่ม็อบเทือกและ "เส้นใหญ่" สร้างขึ้นกำลังใกล้จะได้สำเร็จ!!!

สภาวะรัฐล้มเหลว ที่ม็อบเทือกและ "เส้นใหญ่" สร้างขึ้นกำลังใกล้จะได้สำเร็จ!!!



โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์


แนวทางของนายกฯยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยคือ จะไม่แตะต้อง ไม่เผชิญหน้า ไม่ปะทะ ไม่สลายการชุมนุมของม็อบเทือกโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าตำรวจจะบาดเจ็บหรือตายไปกี่ศพ ไม่ว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์จะถูกทำร้ายไปกี่สิบราย ไม่ว่าจะยึด รื้นค้น และทำลายสถานที่ราชการไปกี่แห่ง

จุดยืนของนายกฯยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยคือ จะยื้ออยู่ให้นานที่สุด และจะก้าวลงไปด้วย ปปช. ศาล หรือรัฐประหารเท่านั้น นอกนั้น ก็จะทำงานประจำวันรักษาการไปเรื่อย ๆ

ฝ่ายม็อบเทือกและ "เส้นใหญ่" รู้ว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ ก็ตรงตามที่เขาต้องการพอดีคือ มุ่งสร้างสภาวะ "รัฐล้มเหลว" (failed state) ขึ้นมา ทั้งสถานที่ราชการที่ถูกปิดหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯและตจว. บริการของรัฐหยุดนิ่ง เช่น ประชาชนทั่วประเทศขณะนี้ทำบัตรประชาชนและพาสปอร์ตไม่ได้เพราะขาดวัตถุดิบ

"สงครามตัวแทน (proxy war)"

"สงครามตัวแทน (proxy war)"





ในทัศนะของผม ที่ได้เขียนซ้ำแล้วซ้ำอีก คือ "สงครามตัวแทน (proxy war) ครั้งนี้

ระหว่างอำนาจเก่า/บารมีเก่า กับ อำนาจใหม่/บารมีใหม่
รวมทั้ง เงินทุนเก่า กับ เงินทุนใหม่" และ สื่อเก่า กับ สื่อใหม่ นั้น

ฝ่ายรัฐบาล พท+นปช และแนวร่วม น่าจะเล่นเกมยาว (long game) โดยใช้ขันติ โสรัจจะ อึด ทน หลึก ถึก ก็จะ ชนะ ในบั้นปลาย

ฝ่าย ปชป+ปกกส และแนวร่วม น่าจะเล่นเกมสั้น (short game) รุก แรง ร้อน ก็จะชนะ (เฉพาะหน้า)

น่าเศร้า ที่ ณ บัดนี้ สยามประเทศไทยของเรา
น่าจะมาถึงจุดแตกหักแล้ว
เราจะหลีกหนี จลาจล นองเลือด กาลียุค
ไปได้อย่างไร หนอ
หรือว่า กาลียุค เท่านั้น แหละ ที่จักนำมาซึ่ง
เสรีภาพ เสมอภาค และ ภราดรภาพ ได้ในบั้นปลาย

cK@Sad&Disappointed

นาทีปะทะเดือดในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

นาทีปะทะเดือดในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

  
 
 

มี การปาระเบิดใส่แนวตำรวจก่อน ตำรวจคนหนึ่งเห็นและพยามใช้เท้าเตะ ออกไป แต่เกิดระเบิดพอดี โชคดีที่ตำรววจนายหนึ่ง วิ่งเอาโล่มาวางพอดีเป็นจังหวะกับที่ ระเบิดถูกปามา ระเบิดจึงไม่ได้กระเด็นเข้าไปในกลุ่มตำรวจ
http://www.youtube.com/watch?v=KSgjR4dL3HI&feature=youtube_gdata_player 

ชัดๆ วินาที M79 ยิงจากฝั่งผู้ชุมนุมใส่ตำรวจ
http://www.youtube.com/watch?v=Etmy_aDbxGA 

Thai police and protesters exchange gunfire
http://www.youtube.com/watch?v=VySeWGFzg-M 



มือยิงโผล่มาจากในเต้นท์ ส่องปืนยิงตร. ในภาพสี่เหลี่ยม


https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhFOyHBpw2lHh3j5qcOsmWRBtKZjxP0s37IRcQPsC5bHHoeAcCgBVKh2oR0QfRR7kQcblOsklq9SpW4YHVGQTRzg79WZiccgfyf9MM2aviOnLsMQF9JSqX41pgG9aT04JwdJ5EgIdOkK_c/s1600/1661191_10152236839911955_1920672480_n+%25281%2529.jpg



รอยเตอร์ เผยภาพชุด M79 จากม็อบ กปปส.ยิงใส่ตำรวจ จากบนตึกการบินไทยแยกผ่านฟ้า
http://www.go6tv.com/2014/02/m79.html?m=1
 
อัพเดท: เหตุปะทะที่ผ่านฟ้า เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 64 ราย
(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/02/51827  

ปฏิบัติการขอคืน พื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง ของศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) ซึ่งเป็นพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) และกองทัพธรรม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรภาค 2 (คฝ.บช.ภ.2) ภายใต้คำสั่งของศรส.เข้าปฏิบัติการ  แต่หลังการเข้าเจรจากับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณสะพาน ผ่านฟ้าและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่เป็นผล  กระทั่งเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กปปส.ต้องการให้เรื่องบานปลาย รุนแรงยืดเยื้อ ส่วนไอ้ประยุทธคงนั่งรอดูว่าจะเข้าไปแทรกแซงเมื่อไรอย่างไรเพื่อไม่ให้ชาว โลกประณามได้ ตำรวจก็ถูกม็อบรอยัลลิสต์ดูถูกเหยียดหยาม รัฐบาลถอยสุดตรีน ผลจากการปรองดองมาตลอด เสื้อแดงอดทนเหลือเกิน ต้องรอให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างเดียว เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ? เราจะไม่ลุกขึ้นมาตอบโต้ของคนที่ถูกกดขี่หรือ?

สงครามกลางเมืองคงยากจะเลี่ยง ไม่ว่าเราจะอยากเห็นหรือไม่ก็ตาม สภาพรัฐล้มเหลว ก็คงขยายวงกว้างมากขึ้น

ฝ่ายโน้น คาดหวังว่า เมื่อเดินมาเส้นทางสายนี้ ซักระยะ กองทัพ ก็จะมาล้างไพ่ เข้าเชื่อกันแบบนั้น

แต่ฝ่ายผู้สนับสนุนเพื่อไทย และผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ที่ยังนิ่งๆ จะอดทนได้มากขนาดไหน สิ่งนี้ คือตัวแปรสำคัญ

ถ้าฝ่ายโน้นชนะ ฝ่ายประชาธิปไตยยอมแพ้ การแช่แข็งประชาธิปไตย อีกหลายปี ก็จะตามมา และไม่มีหลักประกันว่า ฝ่ายประชาธิปไตยจะฟื้นตัวได้เมื่อไร

แต่หากประชาธิปไตยรุกสู้ จะสู้แบบไหน ถ้าติดอาวุธ ใช้การทหารนำการเมือง ก็ต้องแลกกับความสูญเสียขนาดใหญ่

แต่ถ้าสู้ทางการเมือง มันก็ไม่ง่าย ต้องใช้เวลา จัดตั้งมวลชน ต้องจัดตั้งกรรมาชีพ ให้นัดหยุดงาน ต้องจัดตั้งชาวนา ให้ยึดพื้นที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งรัฐอำมาตย์

นี่คือโมเดลที่สังคมกำลังเดินหน้าไปสู่จุดนั้น
 

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รู้จักบัณฑิต อานียา จำเลยคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์

รู้จักบัณฑิต อานียา จำเลยคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์




 

อย่ากักขังกันเลยด้วยกฎหมายอัปลักษณ์   มันมีแต่จะทำลายสิ่งที่ปกป้องโดยไม่รู้ตัว

อย่าปิดปากห้ามคนแสดงความเห็นเลยมันไม่ยั่งยืน ค้ำฟ้าค้่ำแผ่นดินไปได้อีกนานหรอก


คุณค่าชีวิตมนุษย์สำคัญที่สุด การแสดงความเห็นเป็นเรื่องธรรมชาติ ในสังคมประชาธิปไตย ไม่ควรมีใครติดคุก ไม่ควรมีใคร เป็นอากง ไม่ควรที่พวกเราจะต้องกลายเป็น "บัณฑิต อานียา นักโทษทางมโนธรรมสำนึก" ต้องปิดปากห้ามพูด

"หวังว่าคนดีทั้งหลายจะให้คุณค่ากับชีวิตมนุษย์"

 "หวังว่าหลักการประชาธิปไตยจะอยู่เหนือประเพณี"

"หวังว่าความเป็นธรรมยังคงมีอยู่ในแผ่นดินนี้"


"ลุงบัณฑิต ศาลไทยใช้วิธีการทำลายความน่าเชื่อถือของนักพูดนักคิดนักเขียนที่พูดเขียนเกี่ยวกับสถาบันหลักของสังคมเช่นสถาบันศาล ด้วยการบอกกับสังคมว่าเขาเป็นโรคจิต ที่มีความผิดปกติทางจิต แยกแยะถูกผิดไม่ออก แต่ยังพอรู้ตัวอยู่บ้างบางเวลา ต้องทำการรักษาต่อเนื่อง ตามก.ม.อาญามาตรา 65 ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือผิด แต่ลดโทษ รอลงอาญา รายงานตัวเป็นเวลา 2 ปี ขัง 98 วัน ซึ่งจำเลยได้รับผิดไปแล้ว....และทนายความยังให้การต่อศาลว่าเขาเป็นโรคจิตตามที่คณะแพทย์วินิจฉัย (จากจดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกาแห่งประเทศไทยเรื่องให้มีการพิจาณาคดี 112 ใหม่,31 ม.ค. 57) การปฏิเสธของลุงบัณฑิตไม่มีค่าอะไรเลย ทั้งไม่มีโอกาสที่จะชี้แจงข้อความที่ถูกพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ แจ้งความจับ และยังมีเลขาธิการองคมนตรีนายหนึ่งเป็นพยานให้ตำรวจนายนี้ด้วย"


เฮือกสุดท้าย ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา บัณฑิต อาณียา ยังยืนขึ้นขอแถลงต่อศาล แม้ว่าผู้พิพากษาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะมีหน้าที่เพียงแกะซองที่ส่งมาจากศาลฎีกาแล้วอ่าน โดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายอะไรมาสั่งให้พิจารณาใหม่ได้ แต่บัณฑิตก็ยังยืนยันที่จะสู้ตามความคิดของเขา

ตลอดการพิจารณาคดีนี้ ตัวบัณฑิตเองในฐานะจำเลยยังไม่เคยขึ้นให้การเลย ขณะที่มีจิตแพทย์มาให้การว่าเขาเป็นโรคจิต

เมื่อในชั้นต้นต่อสู้มาแบบนั้นแล้ว แม้ผ่านมาเกือบ 10 ปีเขาอยากจะเปลี่ยนแนวทางมาต่อสู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ทันที่จะหันหลังกลับได้ ศาลฎีกาพิพากษาว่าสิ่งที่บัณฑิตพูด และเอกสารที่บัณฑิตแจก เป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้จำคุก 4 ปี แต่ขณะทำผิดจำเลยเป็นโรคจิต จึงเห็นควรให้รอลงอาญา

ดูรายละเอียดคดีของบัณฑิต ย้อนหลังได้ที่  

http://freedom.ilaw.or.th/case/69#detail  

บัณฑิต อานียา(โดย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล)
http://www.prachatai.com/journal/2014/02/51805  

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ที่นี่ประเทศไทย!!! ศาลอนุญาตให้ประกันตัว 'สนธิญาณ'

ที่นี่ประเทศไทย!!! ศาลอนุญาตให้ประกันตัว 'สนธิญาณ'



 

"นาย สมยศ พฤกษาเกษมสุข ไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยไปยึดสถานที่ราชการ เขาเป็นบรรณาธิการนิตยสารฉบับหนึ่ง ถูกกล่าวหาผิดมาตรา 112 ญาตขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในวงเงินหลักล้าน ไม่ได้รับการประกันตัว

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ถูกจับกุมข้อหากบฏตาม ป.อาญามาตรา 113 โทษขั้นสูงสุดประหารชีวิต ได้รับการประกันตัวในวงเงินสี่แสนบาท"

ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำ กปปส. ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ 

15 ก.พ. 2557 สำนักข่าวไทยรายงาน ว่านายสนธิญาณถูกนำตัวออกจากกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ปทุมธานี มาที่ศาลอาญารัชดาฯ เพื่อขออำนาจฝากขังผลัดแรก 12 วัน ความผิดฐานร่วมกันกบฏ และค้านการประกันตัว แต่ทนายความยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขัง เตรียมสมุดบัญชีเงินฝาก 500,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัว


(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/02/51797