หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาการ ย้อนแย้ง ทิศทาง ของ ′กปปส.′ หอก สนอง คืน

อาการ ย้อนแย้ง ทิศทาง ของ ′กปปส.′ หอก สนอง คืน


 



นับแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคประชาธิปัตย์ ดำเนินการเคลื่อนไหวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 เป็นต้นมา ปรากฏลักษณะอัน "ย้อนแย้ง" มากมาย

1 เรียกร้อง "ประชาธิปไตย" แต่ไม่เอา "การเลือกตั้ง"
ที่น่าสนใจไม่เพียงแต่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งประกาศยืนหยัดใน "แนวทางรัฐสภา" ตั้งแต่แรกก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2489 จะออกมาปฏิเสธหลักการของตน

หากแม้กระทั่ง "กกต." ก็ไม่แฮปปี้กับ "การเลือกตั้ง"

ทั้งๆ ที่นามเต็มของ กกต.คือ "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจนี้ให้กับ กกต.อย่างถึงที่สุดและสิ้นเชิง

1 การแสดงตน "เป็นกลาง" ของกลไก "อำนาจรัฐ"
ทั้งๆ ที่ กปปส.ประกาศอย่างไม่ปิดบังอำพรางต้องการ "การปฏิวัติประชาชน" ต้องการล้มรัฐบาลอันมาตามวิถีแห่งรัฐธรรมนูญ

ที่สำคัญก็คือต้องการเป็น "รัฎฐาธิปัตย์"
แต่ก็มีกลไกแห่ง "อำนาจรัฐ" จำนวนมากที่อยู่ได้เพราะเงินภาษีของประชาชนแสดงตนเป็น "คนกลาง" ไม่เข้าข้างฝ่ายใด

ลักษณะ "ย้อนแย้ง" นี้ชวนให้ "พะอืดพะอม"

ยิ่งมองอย่างหยั่งลึกเข้าไป "ภายใน" การเคลื่อนไหวและการขยับในแต่ละจังหวะก้าวของ กปปส.ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ยิ่งมากด้วยความ "ย้อนแย้ง" กับตนเอง

'การเมือง' เร่งเร้า เข้าเขต′สุญญากาศ′ ก้าวสู่ บทอวสาน ?

'การเมือง' เร่งเร้า เข้าเขต′สุญญากาศ′ ก้าวสู่ บทอวสาน ?


 

ขณะที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ขับไล่ระบอบทักษิณตกอยู่ในสภาพ "หมดมุข" การเมืองไทยก็ปรากฏความเคลื่อนไหวใหม่ขึ้นมา

หนึ่งคือ ความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่มีมติเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเข้ารับข้อกล่าวหากรณีเพิกเฉยต่อความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

เป็นความเคลื่อนไหวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่าเร็วไปเมื่อเทียบการดำเนินการในคดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่า คดีนี้ ป.ป.ช.ไต่สวน 21 วันก็เรียกแจ้งข้อหา ขณะที่คดีของนายอภิสิทธิ์ใช้เวลา 5 ปียังไม่เสร็จ

หนึ่งคือ ความเคลื่อนไหวของนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ที่ร้องต่อศาลแพ่งให้ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และศาลมีคำสั่ง 2 ประการใหญ่ๆ คือ ไม่เพิกถอนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากแต่ยกเลิกคำสั่ง 9 ข้อที่ศูนย์รักษาความสงบอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินประกาศใช้

เป็นผลให้ ศรส.ไม่สามารถสั่งการใช้กำลังสลายการชุมนุม ไม่สามารถปิดกั้นการจราจร ไม่สามารถตรวจสอบเคมีภัณฑ์ และอื่นๆ

กระทั่งดูเหมือนว่า รัฐบาลแม้จะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ก็ไม่สามารถบังคับใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้

หนึ่งคือ ปมข้อสงสัยทางกฎหมายเกี่ยวกับระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับผิดชอบ

นั่นคือ ระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ระบุให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้ง

การจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกได้ ต้องมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด

จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 475 คนถึงจะเปิดการประชุมได้

"ซีล" บอกงี้ !!! "ทร." บอกงี้ !!!

"ซีล" บอกงี้ !  "ทร." บอกงี้ !




"ซีล" บอกงี้ !


"มีคนหนึ่งส่งมาให้อ่าน....

ไอ้ วินัยเนี่ย จบ ตท.16 นนร.73 เป็นเสื้อเหลืองโดยสายเลือด เป็นลูกน้อง บิ๊กปุ้ย พล.ร.อ.พิจารณ์ ธีรเนตร ผบ.กองเรือยุทธการ ซึ่งการให้ข่าวของมันตอนนี้ ทำให้ภาพพจน์ของหน่วยซีล และกองเรือยุทธการ รวมทั้ง ทร.เอง ก็ถูกมองว่าเอนเอี
ยงไปทางผู้ชุมนุม บิ๊กปุ้ย น่าจะมีปัญหาแน่ๆ

 
ไอ้ วินัย และ พล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.นสศ. เคยเอาสมุดปกขาว มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ตอนปี 2553 แล้วว่า มีการนำกองกำลังต่างชาติมา ก่อเหตุในพื้นที่การชุมนุม (ข้ออ้างทั้งเพ) มีการแจงรายละเอียดการปฏิบัติงานของ พลซุ่มยิงของหน่วยเมื่อปี 2553 ซึ่งกูบอกได้เลยว่า มันร่วมมือกันทำเอกสาร ทั้ง ทร. และ ทบ.

ดัง นั้น การอ้างเรื่องกองกำลังต่างชาติในตอนนี้ของไอ้วินัย คือการปล่อยข่าวลวง หรือ IO ทางการทหาร ก็คือ สร้างข่าวลวง ข่าวหลอก ทำให้คนเชื่อว่ามีกองกาลังต่างชาติติดอาวุธมาก่อเหตุในประเทศไทย ซึ่งวิธีการแบบนี้ แนะนำให้วินัย ไปใส่ยกทรงออกมาแถลงข่าวด้วยคราวหน้า เพราะ เหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้น (มีลูกน้องมึง เป็นหนอน มาขายมึงให้กูฟังแล้วไอ้วินัยเอ๋ย ระดับร.ท. ถือ น.อ.มีตั้งหลายคน มึงไปสั่งสอบเอาก็แล้วกัน)

 
หน่วย ซีล ของ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ได้ส่งคนของหน่วย เข้ามาก่อเหตุที่บริเวณชมัยมรุเชษฐ์ ในวันที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุม เป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 20 นาย เผลอๆ ไอ้โมงที่คลุมหน้านั่นก็เป็นไอ้วินัยเองกระมัง เอกสารลงเวลาทำงานพวกเอ็งปลอมกันได้ “ง่ายนิดเดียว”

หน่วย ซีล มันถูกฝึกมา หลายคนฝึกพูดภาษากัมพูชา และพูดได้เบื้องต้น ไอ้พวกนี้โหด ฆ่าทั้งผู้ชุมนุม และฝ่ายเดียวกันเอง เพื่อหวังจะบรรลุภารกิจ และภารกิจนี้คือ ล้มรัฐบาลทุกวิถีทาง มันไม่สนใจหรอกว่าฆ่าแดง หรือฆ่าเหลือง ขอให้มันสร้างสถานการณ์สาเร็จก็พอ (ยังไม่แน่ใจนะว่าที่ตราดฝีมือใคร แต่ที่ชมัยมรุเชษฐ์ ฝีมือซีล 20 กว่านายนั่นแน่นอน) โดยก่อนเกิดเหตุ หรือ ระหว่างก่อเหตุ หรือหลังเกิดเหตุ ซีลกลุ่มนี้ จะแกล้งสื่อสารพูดคุยภาษาเขมรให้คนได้ยิน ซึ่งพวกนี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรแข็งแรงมาก แค่พูดกันนิดๆ หน่อย คนก็คิดไปแล้วว่าพวกคนต่างชาติ (ก็เข้าทางมันพอดี) 




 
"ทร." บอกงี้ ! 

หวังดีต่อประเทศชาติ?

หวังดีต่อประเทศชาติ?


 




Photo: “ถ้ามึงออกมา มึงตาย”

วินาที การ์ดม็อบโล้นอิสระ ปีนกำแพงด้านหลังออฟฟิต
Voice TV พร้อมชี้หน้าตะโกนใส่พนักงานข่มขู่ 
โดย  อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร

การคงอยู่ของการชุมนุมในขณะนี้ แม้ว่าจะสูญเสียความชอบธรรมไปมากแล้ว เพราะสนับสนุนการใช้ความรุนแรง มีการใช้กำลังอาวุธ ผู้ชุมนุมข่มขู่คุกคามประชาชน สื่อ และเจ้าหน้าที่รัฐรายวัน รวมทั้งไม่สามารถปกป้องดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ แต่ทำไมยังมีใครพยายามเลี้ยงกระแสการชุมนุมนี้ไว้

หากดูเฉพาะในฝ่ายของผู้ชุมนุมเองแล้ว ผมเชื่อว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมมีความแตกต่างกันมากมายหลายกลุ่ม หลายวัตถุประสงค์ ภายใต้จุดร่วมเดียวกันคือ "หวังดีต่อประเทศชาติ" หากเรายึดเอาความหวังดีต่อประเทศชาติเป็นแกนพิจารณาหลัก ผมว่าคู่ขัดแย้งต่างๆ ก็น่าจะพอคุยกันได้ 

เหมาะหรือไม่ ที่โหนเจ้า โหนชาวนา โหนเด็ก เด็กเป็นเหยื่อ ? ใครอยู่เบื้องหลังม๊อบอัธพาล???

เหมาะหรือไม่ ที่โหนเจ้า โหนชาวนา โหนเด็ก เด็กเป็นเหยื่อ ?  ใครอยู่เบื้องหลังม๊อบอัธพาล???






“ผมพยายามไม่ให้ลูกผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนี้อยู่แล้ว ผมมีความตั้งใจว่าการชุมนุมเนี่ยมันมีปัญหา พักหลังมันยืดเยื้อและมีการสูญเสียตลอด
...อยากให้บ้านเมืองสงบสุขจริงๆแล้วก็ส่วนหนึ่งคืออยากให้ทุกอย่างมันจบเร็ว ๆ เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียเพิ่มขึ้น"

ทนากร ยศอุบล
บิดาของเด็ก 2 คนที่เสียชีวิตในเหตุระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริกล่าว
http://www.youtube.com/watch?v=C1NuZFS8GYE

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิกฤตในยูเครน

วิกฤตในยูเครน


 
ยูเครนบนทางแพร่งความรุนแรง การเมืองภูมิภาคนิยมและการต่างประเทศกับมหาอำนาจ
http://www.prachatai.com/journal/2014/02/51910 
 
"มวลชนส่วนใหญ่ถูกนำโดยชนชั้นปกครองสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยากตีสนิทกับสหภาพยุโรปหรือ อียู และอีกกลุ่มชื่นชมรัสเซีย วิกฤตนี้ระเบิดขึ้นเมื่อรัฐบาลปฏิเสธข้อตกลงกับอียู ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเข้ายึดจตุรัสกลางเมือง และฝ่ายรัฐบาลพยายามสลายการชุมนุม

การเมืองยูเครนถูกครอบงำโดยมหาเศรษฐีมาเฟีย มี 5 “ผู้มีอิทธิพล” คุม สส. 100 คน จาก สส. ทั้งหมด 447 คน ทุกพรรคนิยมนโยบายเสรีนิยมกลไกตลาด ที่ขยายความเหลื่อมล้ำและตรงข้ามกับผลประโยชน์กรรมาชีพ พรรครัฐบาลชื่นชมรัสเซีย พรรคฝ่ายค้านสองพรรคชื่นชมอียู นอกจากนี้มีพรรคฟาสซิสต์เข้ามาร่วมในความรุนแรงด้วย 

“สหภาพแรงงานอิสระเมืองเคียฟ” ประกาศว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของเรา ชัยชนะสำหรับรัฐบาลจะแปลว่าคนงานถูกปราบ ชัยชนะของฝ่ายค้านก็ไม่มีอะไรดี เราจะไปให้กรรมาชีพเสียชีพเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายค้านไม่ได้” "

กบฏกระฎุมพี (1)

กบฏกระฎุมพี (1)



 
กบฏกระฎุมพี (2)

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากรู้ แต่คงไม่ได้รู้แน่ชัดตลอดชาติ นอกจากจะมีใครสักคนลงไปเก็บข้อมูลในที่ชุมนุมของ กปปส.อย่างต่อเนื่องยาวนานพอสมควร แล้วเผยแพร่ข้อมูลที่ได้มา หรือวิเคราะห์ให้ได้คำอธิบายอะไรบางอย่าง

สิ่งที่ผมอยากรู้และเข้าใจก็คือ บทบาทและจินตนาการทางการเมืองของกระฎุมพีไทยในปัจจุบัน

จาก ข้อมูลที่พอหาได้ ทั้งในสื่อและสื่อสังคม ทำให้เข้าใจว่า ในกลุ่มผู้ชุมนุมของ กปปส. เมื่อตัดคนจำนวนมากที่มาจากภาคใต้ ตัดการ์ดซึ่งต้องจ้างเข้ามารักษาความปลอดภัยจำนวนมากแล้ว คนกลุ่มใหญ่ที่เหลืออยู่คือกระฎุมพี หรือที่ผมเคยเรียกว่าคนชั้นกลางระดับกลางขึ้นไป

เขาเหล่านี้ เข้าไปร่วมชุมนุมกับขบวนการที่มีเป้าหมายขัดแย้งกับระบบคุณค่าและหลักการของ ประชาธิปไตยอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ทำไม และดังที่กล่าวแล้วว่า ผมคงไม่สามารถตอบปัญหาเช่นนี้ได้เองตลอดชาติ ที่จะพูดต่อไปนี้จึงเป็นเพียงการสังเกตจากหลักกว้างๆ เท่านั้น สักวันหนึ่ง นักวิชาการที่ลงไปศึกษาวิจัยจริง ก็จะพบว่าขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่เขาเก็บได้จากการวิจัย

ที่เรียก ว่ากระฎุมพีในที่นี้ ผมหมายถึงคนชั้นกลางในตระกูลที่เติบโตทางเศรษฐกิจมาพร้อมกับนโยบายพัฒนาของ ระบอบสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ การขยายการศึกษาเพื่อรับการลงทุนด้านธุรกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทำให้พวกเขาได้รับการศึกษาสูงขึ้น เขยิบเข้าไปเป็นคนงานคอปกขาว แล้วก็เขยิบต่อไปถึงระดับบริหาร ตั้งแต่ชั้นสูงถึงชั้นกลางๆ ลูกหลานของเขาซึ่งบัดนี้ก็เป็นหนุ่มสาว ได้รับการศึกษาสูงกว่าคนทั่วไป และกำลังไต่เต้าอยู่ในบรรไดของหน้าที่การงานต่างๆ ซึ่งดูจะมีอนาคต (prospect) ดีกว่าพ่อแม่ของเขาเสียอีก

ฝรั่งคนหนึ่งเขียนหนังสือ เกี่ยวกับการถดถอยของประชาธิปไตยทั่วโลก และถูกอ้างในสื่อไทยบ่อยๆ กล่าวว่าประชาธิปไตยกำลังถูกคนชั้นกลางในหลายประเทศทั่วโลกปฏิเสธ ผมคิดว่าผู้เขียนสรุปอย่างหยาบเกินไป เพราะเรื่องนี้ต้องดู "คนชั้นกลาง" ในแต่ละสังคมให้ดี เพราะถึงถูกเรียกเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันมากทีเดียว