เสวนาหนึ่งเดือนหลังรัฐประหาร: สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนร้องคสช.ยกเลิกการใช้กฏอัยการศึกทั่ว
ประเทศ, ยกเลิกการประกาศห้ามชุมนุมและการดำเนินคดีในศาลทหาร
ด้านน.พ.นิรันดร์ จากกสม. ติงใช้กฎอัยการศึกเป็น ‘ยาแรง’
ไม่อาจนำสังคมสู่การปรองดองได้
23 มิ.ย. 2557 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ร่วมกับคณะกรรมการนิติศาสตร์สากล
และสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว
'หนึ่งเดือนหลังรัฐประหาร : สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย' (One Month
after the Coup d'etat: The State of Human Rights in Thailand
งานแถลงข่าวครั้งนี้มี Mr.Sam Zarifi ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย
แปซิฟิก คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และน.ส.เยาวลักษณ์ อนุพันธ์
ตัวแทนจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมแถลง ณ
สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย
น.พ.นิรันดร์ เปิดเผยว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กสม.
ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้มีประกาศยุบ กสม.
จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยมี พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.
2542 รองรับ
และมีพันธะกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่ง กสม.
มีมติให้เรื่องร้องเรียนภายหลังการรัฐประหารอยู่ในความดูแลของคณะอนุกรรมการ
ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนที่อยู่ในความดูแลของคณะอนุกรรมการ
แบ่งได้เป็น 4 เรื่อง คือ
1.
กลุ่มบุคคลที่ถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีเนื่องจากขัดคำสั่ง คสช.
และส่วนหนึ่งไม่มารายงานตัว ซึ่ง คสช.
มีอำนาจควบคุมตัวโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเป็นเวลา 7 วัน
เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ในกรณีที่มีปัญหา
คือญาติไม่ทราบสถานที่ควบคุมตัวและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม
และบางคนถูกควบคุมตัวมากกว่า 7 วัน เช่น กรณี น.ส.กริชสุดา คุณะเสน
ที่ถูกจับที่ จ.ชลบุรี