หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

กล้าดี...ก็ลองดู??!!??
 
แก้วสรร อติโพธิ

ถาม ทราบมาว่ากำลังมีการพูดคุยเตรียมงานกระบวนการถอดถอน 3 ป.คือ นายกฯ ปู, รองฯ เป็ดเหลิม และรัฐมนตรีประชา จากกรณีฎีกาแดง ที่ขอพระราชทานอภัยโทษให้คุณทักษิณ ใช่หรือไม่

ตอบ ถ้า 3 ป. นี้กล้านำฎีกาแดงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยถวายคำแนะนำให้พระราชทานอภัยโทษคุณทักษิณ ก็ต้องเจอคำร้องของประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 เข้าชื่อกันสองหมื่นคนขึ้นไป ขอให้วุฒิสภาถอดถอนจากตำแหน่ง ฐาน “มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือ กฎหมาย” อย่างแน่นอน

ถาม เอาสักสามล้านชื่อเท่าคนเสื้อแดงในฎีกาแดงจะได้ไหม

ตอบ ได้สองหมื่นก็ยื่นทันที อย่าไปเคลื่อนไหวล่าชื่ออะไรให้มาก ต้องเข้าใจว่านี่เป็นกระบวนการทางกฎหมายไม่ใช่การเมือง มีไว้เพื่อเป็นทางออกของสังคม จะได้ไม่ต้องใช้การเมืองข้างถนนจนบ้านเมืองระส่ำระสาย

ถาม เอาฐานทางกฎหมายอะไรไปกล่าวหาว่า 3 ป.ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ก็รองฯ เป็ดเขาประกาศแล้วนี่ครับว่า เรื่องการอภัยโทษนี่ คนหนีคุกก็อภัยได้ ไม่เห็นมีกฎหมายห้ามไว้ที่ตรงไหน ใครหน้าไหนก็อย่ามาขวางมิให้ฎีกาแดงนี้ไปถึงในหลวงได้ อย่าเป็นอันขาด

ตอบ ถ้าเป็นแดนเอกชนคือเรื่องส่วนบุคคล เช่น รองฯ เป็ดจะทำสัญญาเล่นแชร์เปียหวยกับพรรคพวกก็ย่อมทำได้ กฎหมายก็รับบังคับให้ตามเจตนาทั้งๆ ที่ในประมวลกฎหมายแพ่งฯ ส่วนที่ว่าด้วยเอกเทศสัญญานั้น ไม่มีบทบัญญัติรองรับสัญญาเล่นแชร์อยู่เลยก็ตาม เหตุทั้งนี้ก็เพราะแดนเอกชนนี้ เป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ถ้ากฎหมายไม่ห้าม แต่ถ้ารองฯ เป็ด ออกจากบ้านมานั่งที่ทำเนียบฯ สวมอำนาจหน้าที่สาธารณะแล้ว ตรงนี้เป็นแดนมหาชน ที่กฎหมายมหาชนวางฐานคิดไว้ไม่เหมือนกฎหมายเอกชน ถ้า รองฯ เป็ดแตกฉานกฎหมายจริงดั่งอ้างก็ต้องรู้พื้นฐานนี้

ถาม พื้นฐานอะไร

ตอบ กฎหมายมหาชนยึดถือนิติรัฐ ไม่ใช่นิติลัด กำหนดให้ชาวบ้านเคารพกฎหมายไม่ใช่เคารพคนที่ใช้กฎหมาย ถ้ารองฯ เป็ดสั่งการใดโดยนอกเหนือกฎหมาย ชาวบ้านก็โต้แย้งปฏิเสธความผูกพันได้เสมอ รองฯ เป็ดจะอ้างว่าตัวเองเป็นดาวฤกษ์มีแสงมีอำนาจอยู่ในตัว ถ้ากฎหมายไม่ห้ามไว้ รองฯ เป็ดย่อมทำได้ทุกอย่าง อย่างนี้ไม่ได้

ถาม รองฯ เป็ดเขาบอกว่า เรื่องอภัยโทษนี่เป็นพระราชอำนาจแล้วแต่จะทรงพระกรุณาหรือไม่ ไม่ใช่หรือ

ตอบ หลัก The King can do no wrong นี่นำมาใช้นำมาเข้าใจกันลวกๆผิดๆ อยู่เสมอ ในหลวงเองท่านก็เคยทรงเปรยๆ ตำหนิมาครั้งหนึ่งแล้ว รองฯ เป็ดควรต้องเข้าใจระบบผู้รับสนองพระบรมราชโองการให้ดีว่า อำนาจอภัยโทษนี้ต้องมีฝ่ายบริหารคือ นายกฯ รัฐมนตรี เป็นผู้นำฎีกาและข้อมูลพร้อมความเห็นของรัฐมนตรียุติธรรม ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงวินิจฉัย เมื่อทรงวินิจฉัยอย่างไร นายกรัฐมนตรีก็จะรับสนองพระบรมราชโองการอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนในชั้นฝ่ายบริหารนี้มันมีกฎหมาย มีระเบียบ และธรรมเนียมวางเป็นแนวเป็นทางไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

โดยระบบรับสนองพระบรมราชโองการเช่นที่กล่าวมา รัฐมนตรี 3 ป. ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องก่อน จะรับแล้วโยนฎีกาอะไรให้ในหลวงง่ายๆ โดยบอกว่า“เป็นพระราชอำนาจ แล้วแต่จะทรงพระกรุณา” ไม่ได้การจัดการกับฎีกาแดงให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าถวายเช่น นี้ จึงเป็นการปฏิบัติราชการชนิดหนึ่งที่ต้องทำ และต้องทำให้ถูกต้องตามครรลองที่มีอยู่แล้ว ซึ่งถ้า 3 ป.นี้จงใจฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อใดก็ถูกถอดถอนได้

ถาม “การจัดการกับฎีกาให้ถูกต้อง” นี้ หมายถึงการจัดการใดบ้าง

ตอบ ถ้าดูทั้งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา,กฎหมายราชทัณฑ์,ระเบียบและแนวปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์และเรือนจำแล้ว ฎีกาแดงนี้มีปัญหาดังนี้

1.เจ้าของฎีกาไม่ถูกต้อง

2.ไม่มีกฎเกณฑ์ของราชทัณฑ์รองรับการยกโทษให้คนหนีคดี

3.ขัดต่อหลักการปกครองโดยกฎหมาย

ถาม คนเสื้อแดงตั้งสามล้านคนเป็นเจ้าของฎีกาไม่ได้หรือ

ตอบ การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการสื่อสารตรงระหว่างผู้ต้องโทษหรือคนในครอบครัว กับพระมหากรุณาธิคุณ ไม่ใช่เรื่องของคนนอก ซึ่งฎีกาแดงนี้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบแล้ว พบว่าชื่อ 3 ล้านชื่อ มีคนจริงๆ อยู่ 2 ล้านคน

เป็น ”ชินวัตร” 3 คน มีที่นับเป็นคนในครอบครัวได้คนเดียวคือ น้องชายคุณทักษิณ ชื่อ พายัพ ชินวัตร ซึ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่มายืนยันฎีกาตามที่ทางกรมเขาเรียกไป เรื่องถึงได้ช้าอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องตรงนี้ก็เดินเรื่องต่อไปไม่ได้

ถาม เห็นมีข่าวว่าคุณพายัพเขาพร้อมจะมายืนยันแล้วนะครับ

ตอบ ถ้ามาจริงๆ ลูกบอลก็จะไหลมาเข้าเท้ากรมราชทัณฑ์ว่า ต้องรวบรวมข้อมูลและทำความเห็นเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นชั้น แรกก่อน ซึ่งตรงนี้ก็จะพบว่า หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติทั้งปวงที่มีอยู่ ล้วนวางไว้สำหรับกรณีผู้ต้องคำพิพากษากำลังถูกบังคับโทษอยู่ทั้งสิ้น แล้วจึงมีข้อมูลในระหว่างถูกบังคับโทษมาอ้างอิงขอพระราชทานอภัยโทษทั้งสิ้น (ยกเว้นกรณีรอการประหารชีวิต ที่ขอพระราชทานอภัยโทษได้โดยพลันใน 60 วัน)

ถาม แล้วกรณีฎีกาแดงนี้ กรมราชทัณฑ์จะทำอย่างไร

ตอบ ก็ต้องรายงานตามตรงว่าไม่มีกฎหมายและระเบียบราชทัณฑ์รองรับ ข้างรัฐมนตรียุติธรรมและนายกรัฐมนตรีก็ต้องสั่งระงับฎีกานั้นไป ทราบว่าที่ผ่านมาก็ทำกันเช่นนี้หลายครั้งแล้ว กรณีฎีกาแดงนี้ถ้าไม่สองมาตรฐานก็ต้องสั่งระงับไปเช่นกัน และด้วยเหตุเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อระงับแล้ว นายกฯ ก็ควรถวายรายงานให้ทรงทราบด้วยอีกทางหนึ่ง

ถาม พวกเสื้อแดงจะโวยวายได้ไหมว่าฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจระงับฎีกาของตน

ตอบ หน้าที่ของฝ่ายบริหารคือต้องตรวจทานฎีกาให้ถูกต้องตรงตามครรลองของกระบวนการ ยุติธรรมที่วางไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งเมื่อไม่มีกฎเกณฑ์รองรับเลยก็เสนอไปไม่ได้ คุณจะเอาของเถื่อนไปถวายให้ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างนั้นหรือ

ถาม ก็รองฯ เป็ดเขายืนยันนอนยันว่าเป็นพระราชอำนาจ เราจะไประงับฎีกาไม่ได้

ตอบ นั่นเป็นชั้นทรงพระราชวินิจฉัย ที่แล้วแต่จะทรงพระกรุณา แต่ในชั้นบริหารมันต้องกลั่นกรองให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะคุณคือผู้รับผิดชอบในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วที่พร่ำก้าบๆ อ้างว่ากฎหมายไม่ห้ามๆๆ..อยู่นั่นน่ะ รองฯ เป็ดไม่เห็นหรือว่า คำขอตามฎีกานี้มันขัดต่อหลักการปกครองโดยกฎหมายของระบบนิติรัฐอย่างชัดเจน มาก..มันยิ่งกว่า “ไม่ห้าม” เสียอีกนะคุณ

ถาม ขัดอย่างไร

ตอบ การอภัยโทษเป็นเรื่องต้องโทษแล้วสำนึกผิดกลับตัวกลับใจ มีพัฒนาการที่ดีในคุกหรือมีเหตุเฉพาะตัวอื่นๆ เช่น เจ็บป่วยใกล้ตาย ทั้งหมดนี้เป็นเหตุเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นหลังพิพากษา จึงขออภัยโทษเป็นการเฉพาะรายได้ แต่การต้องโทษแล้วหนีคดีนั้น พฤติการณ์ในคดีศาลตัดสินไปแล้วว่าผิด เหตุลดหย่อนเฉพาะตัวถ้ามี ศาลก็ดูไปแล้วว่ามีหรือไม่ ขั้นต่อไปก็ต้องเข้าคุกก่อน ถ้าเรายอมให้พ้นโทษได้โดยไม่ต้องโทษใดเลย อย่างนี้ไม่ใช่การอภัยโทษแล้วล่ะครับ มันเท่ากับเรายอมให้ 3 ป.ใช้อำนาจบริหารมาทำลายผลคำพิพากษาอันเป็นที่สุดเลยนั่นเอง

ถาม แล้วมันเสียหายอย่างไร

ตอบ มันไม่เสมอภาคชัดๆ คนอื่นศาลพิพากษาว่าทำผิดก็ติดคุก แต่คนนี้ไม่ต้องไม่ต้องก็เพราะอำนาจตุลาการหมดความเด็ดขาด ตัดสินเด็ดขาดแล้วก็ไม่ยุติ ดันมีอำนาจบริหารโผล่มาทำลายผลคำพิพากษาได้เสียอีก

หลักความเสมอภาคภายใต้กฎหมายและหลักแบ่งแยกอำนาจนี้ รัฐธรรมนูญไทยอาราธนามาเป็นเสาเอกของระบบนิติรัฐไทยเนิ่นนานแล้ว มีบทบัญญัติปรากฏให้เห็นอยู่หลายมาตรา ถ้า 3 ป. ขืนเดินหน้าถวายฎีกาพร้อมความเห็นให้คุณทักษิณพ้นคำพิพากษาเมื่อใด ก็โดนข้อหาจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแน่นอน

ถาม เขาทำหน้าตายส่งฎีกาไปโดยไม่ถวายความเห็นประกอบได้ไหม

ตอบ ก็เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง คือจงใจละเว้นไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โยนความรับผิดชอบให้พระเจ้าแผ่นดินโดยมิบังควร

กล้าดี...ก็ลองดู
 
http://www.thaipost.net/news/090911/44725
 
เสื้อแดงอีกหลายล้านคน
ไม่ยอมรับกระบวนการอันเป็นเหตุแห่งการพิพากษาครั้งนี้
นับตั้งแต่การปล้นอำนาจรัฐเมื่อ 19 ก.ย. 2549
ต่อมามีการตั้ง คตส.เหี้ย และระบบกฎหมา (พิมพ์ไม่ผิดครับ)
รวมถึงกระบวนการไม่ยุติธรรมทั้งมวลเพื่อให้มีการตัดสินคดีแบบนี้
เราต้องการชำระสิ่งเหล่านี้ให้คืนสู่สภาพเดิมทั้งมวล...เข้าใจ๋
?!?

รูปภาพ

รูปภาพ
 

ห้องกบ สัมภาษณ์ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม 10 09 54

ฉีกหน้ากาก เบื้องหน้าเบื้องหลัง ระบบ อำมาตยา จับแก้ผ้า หมด!!

http://www.youtube.com/watch?v=vwlWAhNSH80&feature=player_embedded

การเมืองเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ300

การเมืองเรื่อง300-นาย บุญสม ทาวิจิตร ประธานสหภาพแรงงานจังหวัดสระบุรี นำกลุ่มผู้ใช้แรงงานในจังหวัดสระบุรีรวมตัวกันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัด ขอพบผู้ว่าฯเพื่อทวงสัญญาขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวันทั่วประเทศในทันทีต่อรัฐบาล สำหรับนายบุญสมเป็นเลขาธิการคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ซึ่งมีนายชาลี ลอยสูง อดีตกรรมการพรรคการเมืองใหม่เป็นประธาน

โดย เปลวเทียน ส่องทาง


รัฐบาล ต้องไม่ไหวเอนไปตามการคัดค้านของนายทุนและเครือข่ายอำมาตยาธิปไตย ทั้งหลาย และจงมุ่งมั่นทำตามนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ มิใช่เพียง 7 จังหวัดนำร่องเท่านั้น (อ่านต่อ)

การ์ตูนเซียสี ไทยรัฐ วันเสาร์ที่ ๑๐ ก.ย.๕๔
รูปภาพ

ถึงเป็นเงา..ก็เงา..อำมหิต
เงาซาดิสต์..เงาโฉด..เงาโหดร้าย
เงาของคน..สั่งล่า..ฆ่าคนตาย
เงาฉิบหาย..พวกอันธพาล..สามานย์ชน....

คนเบื้องลึก..เบื้องหลัง..ยังคลั่งแค้น
มันสุดแสน..เจ็บร้าว..คราวปี้ป่น
จึงแอบแฝง..สิ่งชั่ว..ทุกตัวตน
หวังหลอกคน..โง่เซ่อ..ให้เอออวย....

ภาพสั่งฆ่า..ย้อนยอก..ตามหลอกหลอน
ไม่สังวรณ์..แสร้งมุบมิบ..หวังหยิบฉวย
ใต้เงามืด..ภาพจัญไร..ไอ้ตัวซวย
มันฉาบด้วย..เงาแสง..แห่งมืดมน....

หรือเอากฎ..แห่งกรรม..ตอกย้ำให้
ยิ่งเฉไฉ..ใช้มารยา..พาสับสน
ยิ่งต้องรับ..โทษทัณฑ์..ในบันดล
สักกี่ล้าน..พูดวกวน..ไม่พ้นกรรม....

๓ บลา / บ่าย ๑๐ ก.ย.๕๔

ก่อนจะมี "สภา น.ส.พ."

วันที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 21:30:00 น.



โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน


(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 9 กันยายน 2554)สภา การหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 โดยในระหว่างนั้นกำลังมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 พอดี แล้วดันมีการกำหนดให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาควบคุมหนังสือพิมพ์ปรากฏอยู่ในร่าง รัฐธรรมนูญดังกล่าว

ผู้หลักผู้ใหญ่ของวงการ ซึ่งผ่านการต่อสู้อำนาจเผด็จการมายาวนาน รู้ว่านี่คือช่องทางที่อำนาจภายนอกจะเข้ามาควบคุมหนังสือพิมพ์

จึงมีการจัดประชุมเจ้าของ บรรณาธิการ เพื่อป้องกันเสรีภาพหนังสือพิมพ์

มีการลงมติให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นรวบรวมความเห็นของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ โดยคณะทำงานชุดนี้มี นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ และนายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ จากเครือมติชนเข้าร่วมอยู่ด้วย

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีความเห็นพ้องต้องกันให้จัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติขึ้น

"เพื่อ แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งมวลพร้อมที่จะดำเนินการควบคุมกันเอง เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักการพื้นฐานในเรื่องเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นหลักประกันความรับผิดชอบในการเสนอข่าวสาร และแสดงความคิดเห็นของผู้ประกอบวิชาชีพนี้"
ผ่านมา 14 ปี

เครือมติชน-ข่าวสด ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด ต้องตัดสินใจลาออก
เพราะถึงจุดที่ต้องบอกว่า เจตนารมณ์ในตอนก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ฯนั้น ได้ถูกละเมิดอย่างร้ายแรง

นั่นคือการยอมให้คนบางกลุ่มนำกระบวนการสอบสวนหนังสือพิมพ์ เพื่อไปรองรับผลประโยชน์ของพรรคการเมืองอย่างชัดเจน

นั่นคือปล่อยให้มีการจงใจหาเรื่องสอบสวนเครือมติชน-ข่าวสด ภายใต้การแทรกแซงของอิทธิพลทางการเมือง

เริ่ม ต้นจากการสอบอีเมล์ให้สินบนแล้วไม่มีอะไร จากนั้นก็เพิ่มหัวข้อสอบสวนใหม่ว่า มติชนและข่าวสดเสนอข่าวและภาพเอนเอียงเข้าข้างพรรคเพื่อไทย

ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของหัวหน้าพรรคการเมือง สอดรับกับจดหมายส่วนตัวที่แสดงความภักดีต่อพรรคการเมือง

แล้วในวันที่อนุกรรมการสรุปผลสอบ ก็รีบร้อนนำมาแถลงข่าว จากนั้นรีบเดินทางไปยังสำนักงาน กกต. เพื่อให้การในคดียุบพรรคการเมือง

ยัง มีประเด็นการละเมิดจรรยาบรรณของสภาการหนังสือพิมพ์ฯเองอีก โดยเปิดเผยชื่อเจ้าของนามปากกา อันเป็นการทำลายหลักคุ้มครองคอลัมนิสต์ให้สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ได้อย่างมีเสรีภาพ

สำคัญสุด การปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เข้ามากดดันการพาดหัวข่าวและการเลือกรูปของหนังสือพิมพ์ได้ นั่นคือการเปิดทางให้อำนาจภายนอก อำนาจรัฐ เข้ามาควบคุมหนังสือพิมพ์อย่างง่ายดาย
ทั้งหมดนี้จึงนำมาสู่บทสรุปของการลาออก

แต่ มิได้หมายความว่า มติชน-ข่าวสดจะไม่มีใครควบคุมตรวจสอบ เพราะประชาชนคนอ่านนั่นแหละคือผู้ตรวจสอบสำคัญสุด การซื้อหรือไม่ซื้อในแต่ละวันมีผลมหาศาลยิ่งกว่าสิ่งใด

ถ้าประชาชนเห็นว่าบิดเบือนเอนเอียง เขาตัดสินเอง ฉบับไหนฉบับนั้นต้องยอดตก มีจำนวนพิมพ์เพียงน้อยนิด

ยังไม่นับขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์ การตรวจภาษี ต่างๆนานา

อีกทั้งเครือมติชน-ข่าวสด พิสูจน์ตัวเองมาตลอดเวลากว่า 30 ปีแล้ว

หุ หุ ก่อนจะมีสภาการหนังสือพิมพ์ฯซะอีก


แม้วติดคุก?
นักเลงโบราณเขียน:[img]http://www.unblockedproxy.net

"จาก พฤติกรรมไล่ล่า พตท.ทักษิณ โดยอาศัยคำพิพากษาข้างต้นอย่าบ้าคลั่ง ทำให้คนปกติต้องกลับมาคิดว่า “แท้จริงแล้ว คนกลุ่มนี้มีเจตนาอะไร?” มีความต้องการอะไรที่มากไปกว่าความต้องการให้ พตท.ทักษิณ มาเข้าคุกหรือไม่ คำถามจำนวนมาก...คงยากที่จะได้รับคำตอบเพราะคนกลุ่มนี้ได้ยึดติดกับตัว พตท.ทักษิณไปแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่า ถ้าไม่อ้างถึง พตท.ทักษิณ แล้วก็จะไม่มีปัญญาทำอะไรให้เป็นมรรคผล...แล้วทำให้อยากรู้ว่า ผลที่คนพวกนี้อยากได้ คืออะไร?"
เพื่อน ๆ อยากจะรู้กันบ้างไหมครับ?
ผลที่คนพวกนี้อยากได้ คืออะไร
ตอนนี้ทั่วโลกจับตาดู"สงครามกลางเมือง"ของไทยกันมากขึ้นทุกที  เมื่อมีคู่สงคราม ก็ต้องมีถูกฝ่ายหนึ่ง เเละผิดอีกฝ่ายหนึ่งหนึ่ง ฝ่ายท่านทักษิณระยะหลังเริ่มมีรัฐบาลประเทศต่างๆสนับสนุนเพิ่มขึ้น จนน่าเป็นอันตรายต่อฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก
ผมจึงขอเดาว่า ผลที่คนพวกนี้อยากได้ก็คือ เพื่อนำเรื่องฏีกาไปประกาศเป็นทางการต่อประเทศต่างๆว่า
ในที่สุดท่านทักษิณก็ยอมรับเเล้วว่าตัวเองเป็นผู้ผิด
หลักฐานยืนยันคือ ท่าน (ผ่านคนเสื้อเเดง)ได้ทำฎีกาขอรับการอภัยผิดจากประมุขของชาติไทย หากใครก็ตามถ้าไม่ได้ทำผิด คงไม่ขอร้องให้ผู้ใดยกโทษให้ตัวเป็นเเน่...
ความจริง พวกเราได้มาถกเถียงเรื่องนี้กันจนเเทบจะตีกันตาย
เเต่เจ้าของเรื่องเอง คือท่านทักษิณ ทำไมถึงได้เงียบเชียบเหลือเกิน ถ้าท่านไม่ต้องการ ท่านน่าจะออกมาพูดได้เเล้ว? ไม่น่าจะปล่อยให้เรื่องอึมครึมขนาดนี้ หรือถ้าเกิดท่านจะเดินหน้าขอการอภัยโทษจริงๆ ?!?
เราจะไปทำอะไรท่านได้ละครับ...
ผมคนหนึ่งละ อยากให้ท่านกลับเมืองไทยอย่างที่สุด
เเต่ไม่ใช่กลับมาได้เพราะเขายกโทษความผิด (ซึ่งไม่มี)ให้

ความต่างในความเหมือน

:lookhere:
รูปภาพ

_________________
รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว เสมือน อยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง

ชังกันบ่แลเหลียวตาต่อกันนา เหมือน ขอบฟ้ามาป้องป่าไม้มาบัง