หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

ขอเชิญพี่น้องเสื้อ แดง Download คลิปรายการ Thursday Talk
ประจำวันพฤหัสบดีที่ 29-09-2011 เวลา 22.00 น.-23.00 น.
ตามเวลาในประเทศไทย โดยทีมงาน KonthaiUK
ประเด็น: " เราจะปฏิรูปประเทศไทยและลบล้างผลพวงรัฐประหารอย่างไร "
ดำเนินรายการโดย: DJ.Cheeky & Prof.Ji Ungpakorn
แขกรับเชิญพิเศษ:อ. ใจ อึ๊งภากรณ์



  
 MediaFire > > MP3  60.00 นาที

4Shared > > MP3  60.00นาที
ตอบนักวิชาการสลิ่ม!!!

คำถามเรื่องการต่อสู้นอกระบบกฎหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐคืนจาก "สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาไท www.prachatai.com


ใจ อึ๊งภากรณ์ขอตอบ....



ถาม: ถ้านาย ก.ทำรัฐประหารและได้อำนาจรัฐมา. เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่?


ตอบ: ต้องดูว่ากฏหมายมาจากไหนและมีความเป็นธรรมและส่งเสริมประชาธิปไตยหรือไม่ ในระบบประชาธิปไตยการต่อสู้นอกรัฐสภา เช่นการนัดหยุดงานหรือการประท้วงมีความชอบธรรมเต็มที่ และนอกจากนี้กลุ่มนิติราษฏร์กำลังสู้ในกรอบกฏหมาย


ถาม: ถ้านาย ข. ได้อำนาจรัฐมาโดยถูกต้อง แต่ต่อมานาย ข.เป็นเผด็จการ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่มีหนทางตามกฏหมายจะเอานาย ข. ออกจากตำแหน่งได้ เราจะต่อสู้นอกระบบกฏหมายเพื่อเอาอำนาจรัฐกลับคืนมาได้หรือไม่"?


ตอบ: เราจะใช้ทุกวิธีทางในกรอบอุดมการณ์ประชาธิปไตย เช่นรณรงค์ไม่เลือกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป การเดินขบวน และการนัดหยุดงาน โดยเป้าหมายคือประชาธิปไตย แต่การทำรัฐประหารเป็นเรื่องอื่น เพราะไม่ได้สร้างประชาธิปไตย ตรงข้ามกัน


     ในกรณีทักษิณ คนที่ไม่เห็นด้วยสามารถรณรงค์ตามกรอบประชาธิปไตยได้ แต่ปรากฏว่าพวกนักวิชาการเสื้อเหลืองมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกไทยรักไทย "โง่" "เข้าไม่ถึงข้อมูล" และ "ถูกจูงเหมือนควาย" ซึ่งเป็นการป้ายร้ายประชาชนไทย และมันนำไปสู่ความคิดว่าควรลดเสียงประชาชนตามสูตรพันพธมิตรฯ หรือการแต่งตั้ง สว. ครึ่งหนึ่งโดยทหาร

    

สมคิด เลิศไพฑูรย์ กำลังขยันแก้ตัวสำหรับการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และคัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์

เบื้องหลังพวกเสื้อเหลืองที่คัดค้านข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

กลุ่มพลังหลักที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ประกอบไปด้วย กลุ่มที่ไม่พอใจกับประชาธิปไตย โดยเฉพาะในกองทัพ เครือข่ายองค์มนตรี หมู่ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่โกรธทักษิณ และปัญญาชนกับนักการเมืองเสรีนิยม กลุ่มพลังที่อยู่เบื้องหลังรัฐประหารมีจุดร่วมในการดูถูกและเกลียดชังคนจน สำหรับเขา การมีประชาธิปไตย “มากไป” ให้อำนาจ“มากเกินไป”กับคนจน ที่ลงคะแนนเสียงและส่งเสริมให้รัฐบาลใช้เงินอย่าง “ไม่ระมัดระวัง” ในการให้สวัสดิการ สำหรับคนเหล่านี้ที่สนับสนุนรัฐประหาร ประเทศไทยแบ่งแยกระหว่าง  “ชนชั้นกลางที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตย” และ “คนจนในชนบทและเมืองที่โง่และขาดความรู้” แต่ความจริงตรงกันข้าม คนจนเข้าใจและสนับสนุนประชาธิปไตย ในขณะที่คนที่ใครๆ เรียกว่าเป็นคนชั้นกลางใช้ทุกวิถีทางที่จะปกป้องอภิสิทธิ์ของตนเอง พวกที่เรียกหารัฐประหารหลงคิดว่าตัวเองคือ “ชาติ” โดยดูถูกและหันหลังให้พลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ

     สิ่งที่แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ไม่พอใจคือ การขึ้นมาเป็นรัฐบาลของไทยรักไทย ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมือง โดยที่ไทยรักไทยทำสัญญาทางสังคมกับประชาชนว่าจะมีนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นรูปธรรม เช่นนโยบาย “สามสิบบาทรักษาทุกโรค” นโยบาย “กองทุนหมู่บ้าน” และนโยบายที่พักหนี้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลไทยรักไทยนำมาทำจริงๆ หลังจากที่ชนะการเลือกตั้ง เป้าหมายของไทยรักไทยคือการพัฒนาเศรษฐกิจกับสังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ โดยเฉพาะหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ และรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่มองว่าคนจนควรจะเป็น “ผู้ร่วมพัฒนา” โดยไม่มองว่าคนจนเป็น “ภาระ” หรือเป็น “คนโง่” สรุปแล้ว ไทยรักไทย สามารถทำแนวร่วมประชาธิปไตยกับประชาชนส่วนใหญ่ และครองใจประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนจน อย่างไรก็ตาม พรรคไทยรักไทย ไม่ใช่พรรคสังคมนิยม เพราะเป็นพรรคของนายทุนใหญ่ และเป็นพรรคที่มองว่าทุนนิยมไทยจะได้ประโยชน์จากการดึงประชาชนส่วนใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นทางเศรษฐกิจ

     นี่คือสาเหตุที่ไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง และยังชนะจนถึงทุกวันนี้ภายใต้ชื่อพรรคเพื่อไทย การครองใจประชาชนด้วยนโยบายตามกระบวนการประชาธิปไตยนี้ คือสิ่งที่พวกนักวิชาการชนชั้นกลาง พวกเอ็นจีโอ พวกทหาร พวกข้าราชการชั้นสูง พวกนายทุนหัวเก่า และพรรคประชาธิปัตย์รับไม่ได้     ความไม่พอใจของแนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยม ไม่สามารถนำไปสู่การคัดค้าน ไทยรักไทย ด้วยวิธีประชาธิปไตยได้ เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นสำเร็จ พวกนี้จะต้องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาที่เสนอประโยชน์กับคนจนมากกว่าที่ ไทยรักไทย เคยเสนออีก คือต้องเสนอให้เพิ่มสวัสดิการและเร่งพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ ด้วยการเพิ่มงบประมาณรัฐและการเก็บภาษีจากคนรวย   แนวร่วมเผด็จการอนุรักษ์นิยมนี้ เคยชินมานานกับการมีอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ผ่านเครือข่าย “ผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญ” เช่นทหาร องค์มนตรี เจ้าพ่อ และนายทุนใหญ่ หรือผ่านระบบการเลือกตั้งที่ใช้เงินซื้อเสียงอย่างเดียว โดยไม่มีการเสนอนโยบายอะไรเป็นรูปธรรม และไม่มีการให้ความสนใจกับคนจนแต่อย่างใด

     วัฒนธรรมดั้งเดิมของชนชั้นปกครองไทย คือ “วัฒนธรรมคอกหมู” ที่มีการร่วมกันหรือพลัดกันกินผลประโยชน์ที่มาจากการขยันทำงานของประชาชนชั้นล่างล้านๆ คน เวลาอำมาตย์ คนชั้นกลาง หรือพันธมิตรฯ พูดถึง “การคอร์รับชั่น”  “การผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์” “การมีผลประโยชน์ทับซ้อน” หรือ “การใช้อำนาจเกินหน้าที่” ของทักษิณ เขาไม่ได้พูดถึงการเอารัดเอาเปรียบประชาชนธรรมดาที่มีมานาน หรือการที่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมเท่าที่ควร หรือการโกงกินของนักการเมืองทุกพรรค หรือของทหาร เขาหมายถึงปัญหาเฉพาะหน้าของพวกอภิสิทธิ์ชนที่เริ่มถูกเขี่ยออกจากผลประโยชน์ในคอกหมูมากกว่า นี่คือสาเหตุที่เขาทำรัฐประหาร แล้วแก้รัฐธรรมนูญจากที่เคยเป็น เพื่อลดอำนาจของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมาก เขาอยากหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุค “ประชาธิปไตยคอกหมู”

     ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนสนับสนุนทักษิณหรือไทยรักไทย เพราะรัฐบาลทักษิณนอกจากจะไม่ยอมกระจายรายได้สู่คนส่วนใหญ่เท่าที่ควร ผ่านระบบรัฐสวัสดิการและการเก็บภาษีจากคนรวยแล้ว ยังเป็นรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิมนุษยชน ในภาคใต้และสงครามยาเสพติด แต่การทำลายประชาธิปไตยของพวกที่สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยาและผลพวงทั้งหมดที่ตามมา ทำให้เราไม่สามารถกำจัดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการคอร์รับชั่นในสังคมไทยไปอีกนาน ทำให้ประชาชนเสื้อแดงถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็นเมื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสันติ และเป็นการหมุนนาฬิกากลับไปสู่ยุคมืดแห่งเผด็จการและอิทธิพลของโจรในกองทัพ

หนุนนิติราษฎร์ กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน คัดค้านแถลงการณ์สภาทนายความ

(28 ก.ย.54) กลุ่มทนายความและนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์คัดค้านแถลงการณ์ ของสภาทนายความ ย้ำ “การรัฐประหาร” ถือเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ทั้ง ผู้ก่อการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ต้องรับผิดร่วมกันหรือแทนกันตามความหนักเบาแห่งการกระทำ โดยไม่มีข้อยกเว้น

http://www.prachatai.com/journal/2011/09/37115

ยกฟ้องอีก 1 แพะคดีเสื้อแดงหลังถูกทหารซ้อมขังฟรีกว่าเดือน-พี่ชายดา ตอร์ปิโด ได้ประกันแล้ว

29 กันยายน 2554 เวลา 10.00 น. ผู้พิพากษาศาลแขวงดุสิต ห้องพิจารณาคดี 2 ได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1529/2553 ระหว่างพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวงโจทก์กับ นายบุญยัง เมืองแสน จำเลย ในข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดย ศาลได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐานของโจทก์แล้ว เห็นว่า จำเลยไม่เกี่ยวกับการชุมนุม ไม่มีจุดประสงค์ที่จะไปก่อความวุ่นวายตามที่โจทก์ฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง ปล่อยตัวจำเลยไป

http://www.prachatai.com/journal/2011/09/37127
คณะนิติราษฏร์ออกแถลงการณ์กร้าว ไม่ก้มหัว-ยอมจำนนรัฐประหาร พร้อมขอบคุณ ปชช. ที่ให้กำลังใจ-สนับสนุน 
 
รูปภาพ


ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(28 ก.ย.) คณะนิติราษฏร์ ได้เผยแพร่เอกสารในเวปไซต์ โดยระบุว่า สารถึงผู้อ่าน-ถึงประชาชนผู้รักในนิติรัฐ-ประชาธิปไตย โดยเนื้อดังนี้ว่า สืบเนื่องจากข้อเสนอทางวิชาการ “5 ปี รัฐประหาร 1 ปี นิติราษฏร์” และคำชี้แจงรายละเอียดของข้อเสนอให้ “ลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549″ ซึ่งคณะนิติราษฎร์ ได้เปิดแถลงข้อเสนอต่อประชาชนผู้สนใจ และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 และ 25 ก.ย. 2554 ตามลำดับ ปรากฎว่ามีผู้เขียนบทความ จดหมาย คำกลอน รวมทั้งส่งอีเมลมาถึงคณะนิติราษฏร์จำนวนมาก ทั้งที่ให้กำลังใจ สนับสนุนข้อเสนอ รวมทั้งเสนอแนะเพิ่มเติม และทั้งที่ตั้งคำถาม แสดงความไม่เห็นด้วย หรือต่อว่าด่าทอ แต่ด้วยสมาชิกของคณะนิติราษฎร์ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือตอบกลับอีเมลเหล่านั้นได้ทั้งหมด จึงขอส่งสารมายังทุกท่านว่า

คณะ นิติราษฏร์ ได้รับสารเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว และขอขอบคุณในทุกคำให้กำลังใจและสนับสนุนของประชาชนผู้มีใจรักในนิติรัฐ – ประชาธิปไตย และปฏิเสธ ไม่ก้มหัว หรือยอมจำนนต่อรัฐประหารไม่ว่า ณ เวลาใด ๆ ขอขอบคุณและชื่นชมทุกท่านที่พร้อมร่วมกันยืนยันว่า ในที่สุดแล้ว ประชาชนคือรัฐาธิปัตย์ที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตย เป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และมีความชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการลบล้างผลพวงจากการประกอบอาชญากรรมยึด อำนาจไปจากมือประชาชน

คณะ นิติราษฏร์ จะน้อมรับและตอบข้อสงสัยในคำวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอฯ ก็ต่อเมื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้นได้อ่านและทำความเข้าใจทุกถ้อยแถลง ของข้อเสนอฯ อย่างละเอียดเพียงพอแล้ว ด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานหลักการแห่งกฎหมาย และขอแสดงความเสียดาย แต่ไม่แสดงความท้อใจเมื่อเราพบว่า ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่จำนนต่อรัฐประหาร พร้อมสยบยอมต่ออำนาจอื่นใด เหยียบย่ำหลักการ และมองข้ามหัวประชาชน

ที่มา
http://www.isnhotnews.com/%E0%B8%84%E0% ... %E0%B8%B2/

หรือ
http://www.enlightened-jurists.com/blog/48

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

ถึงคิว "ประสงค์ สุ่นศิริ"จวกกลุ่มนิติราษฎร์ เอื้อประโยชน์ให้คนๆ เดียว

http://www.thairath.co.th/content/pol/204848

 ออกมาเตือนรัฐบาล หากทำเพื่อช่วย "ทักษิณ" คนเดียว อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย 19 ก.ย.49
จวกกลุ่มนิติราษฎร์ ออกแถลงการณ์ไม่เหมาะสม เอื้อประโยชน์ให้คนๆ เดียว ซัดนักวิชาการบางรายมีผลประโยชน์แอบแฝง..

.....เสื้อแดงเตรียมพร้อมมุ่งหน้าไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมกัน โดยไม่ต้องนัดหมาย
  เตรียมความพร้อมไว้เลยพี่น้อง เพราะขณะนี้ไอ้หมาแก่เขี้ยวดำคาบไป๊ ออกมาเห่าขู่ประชาชนแล้ว  หมาตัวนี้อาจเป็นตัวสุดท้ายของบรรดาหมาทั้งหลายพันธ์ที่มันเลี้ยงไว้ ทั้งหมากระเป๋า ทั้งหมาปักกิ่ง รวมไปถึงหมาขี้เรื้อนก็ออกมาจะหมดกรงและ คงถึงแวลาหมาพันธ์พิบู จะปล่อยออกมาเห่าและกัดคนตามแผนของพวกมัน


จงเตรียมพร้อม เพราะพวกเราไม่มีอะไรจะเสียแล้วมีแต่พวกมันแหละครอบครัวพวกมันก็ต้องได้รับผลที่พวกมันร่วมมือกระทำด้วย  ท่องไว้พี่น้อง  อิยิป
ตูนีเซีย ลิเบีย