หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ชาตินิยมกับชาติพันธุ์นิยม

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

"คน ไทยไม่ทิ้งกัน" นี่คงเป็นคำขวัญที่สร้างความประทับใจมากสุดในน้ำท่วมคราวนี้ จึงมีผู้เอาไปแต่งเป็นเพลงหรือแทรกอยู่ในเนื้อเพลงปลุกปลอบใจ ที่มีการแต่งกันหลายเพลงในช่วงนี้

ผมนึกถามตัวเองว่า แล้วใครเป็น "คนไทย" วะ ที่ชัดเจนแน่นอนอย่างหนึ่งคือ แรงงานพม่าไม่ใช่แน่ เพราะเขาถูกทิ้งให้เผชิญภัยพิบัติอย่างน่าเวทนาจำนวนมาก รายได้ก็ขาด อาหารก็ไม่มีใครเอาไปแจก พูดขอความช่วยเหลือกับใครก็ไม่มีใครรู้เรื่อง

ทั้ง นี้ เพราะเขาไม่ได้ถือสัญชาติไทย จึงไม่ใช่ "คนไทย" เท่านั้นหรือ แต่ก็ได้ยินเขาพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่า คนเหล่านี้คือแรงงานที่ขาดไม่ได้ในเศรษฐกิจไทย (เพราะแรงงานที่ถือสัญชาติไทยมีไม่พอ) เขาคือคนที่มาช่วยพยุงให้อุตสาหกรรมของ "คนไทย" ดำเนินต่อไปได้ไม่ใช่หรือ

แต่ ในทางตรงกันข้าม ในบรรดา "คนไทย" ที่ไม่ถูกทิ้งนั้น มีคนเชื้อสายจีนอยู่มาก เพราะอะไร? เพราะเขาถือสัญชาติไทยตามกฎหมาย เขาจึงเป็น "คนไทย" กระนั้นหรือ

อีกกลุ่มใหญ่เบ้อเริ่มคือคนเชื้อสายมลายูในภาคใต้ เขาเป็น "คนไทย" ด้วยหรือไม่ หรือเป็นเท่ากับ "คนไทย" ทั่วไปหรือไม่ เมื่อตอนที่เกิดกรณีตากใบซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วมร้อย ความเห็นในสื่อสังคมจำนวนมาก แสดงความสะใจอย่างเปิดเผย แถมอีกหลายคนยังเสนอว่า เมื่อเขาไม่พอใจประเทศไทย เขาก็ควรออกไปจากประเทศนี้

ทำนองเดียวกับที่ดาราทีวีคนหนึ่ง ซึ่งกล่าวสุนทร(?)พจน์ในคราวรับรางวัลอะไรสักอย่าง แล้วบอกว่า ใครที่ไม่ชอบ "พ่อ" ก็ควรออกไปจาก "บ้านของพ่อ"

แล้วยังพวกเสื้อแดงอีก เขาเป็น "คนไทย" เหมือนและเท่ากับคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ หรือไม่ ความตายและความบาดเจ็บของเขาจึงได้รับการจดจำน้อยกว่าซากตึก


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1322197326&grpid=&catid=50&subcatid=5000
Tough Love: จดหมายถึง ดร. ทักษิณและรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ผ่าน ดร. สุนัย (ในยุโรป)

(บางตอนของจดหมาย จากคุณ เพียงดิน รักไทย
ในนามมิตรสหายในภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (The Thai Alliance for Human Rights)


มวล ชนเสื้อแดงเอาใจช่วยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์มาตลอด แต่อย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์ ทนไม่ไหวกับการฝากความหวังในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างการปกครองกับ ดร. ทักษิณ แล้ว และเริ่มไม่ชอบขี้หน้า ดร. ทักษิณ ไม่หลงเสน่ห์คุณยิ่งลักษณ์ ไม่เชื่อน้ำยาของ นปช. และเริ่มจะสร้างความรู้สึกต่อต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ฝากบอกพวกท่านว่า เสื้อแดงไม่ใช่หมูในอวยของพวกท่าน และ หากกลุ่มนี้แยกตัวออกจากเพื่อไทย ก็ไม่แน่ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งคงมาก่อนสี่ปี พวกท่านจะนอน มาอีก เพราะแค่ส่วนหนึ่งของคนกลุ่มหัวก้าวหน้านี้ หากนับแล้วได้ถึงห้าล้าน เพื่อไทยก็หนาวล่ะครับ

 และพวกนี้ไม่แคร์ว่าบ้านเมืองจะแย่เพราะเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะพวก เขาพร้อมสำหรับการแตกหักแล้วเช่นกัน ดีกว่าการรอคอยไปแล้วรู้สึกเหมือนควายถูกสนตะพายใช้งานไปทุกวันคืน และภาพที่ชัดขึ้นคือ ดร. ทักษิณและรัฐบาลที่เขาเลือกไป ไปอวยคนที่สั่งฆ่าพี่น้องเขา และเลื่อนยศให้กับคนที่ลงมือฆ่าพวกเขา แถมยอมให้กลไกของฝ่ายที่เข่นฆ่าประชาชนคุมจุดยุทธศาสตร์ทางอำนาจที่สำคัญ ๆ เสียทั้งสิ้น เพียงเพื่ออะไรก็ไม่ชัดเจน แต่ไม่ใช่ประโยชน์ที่พี่น้องสัมผัสได้เลย ปัญหาที่เราถูกกดขี่ข่มเหง ทั้งทางกาย (การถูกจับคุมกุมขังและคุกคาม) และทางจิตใจ (อันรวมถึงความเจ็บปวดจากการทนรับบทพจมานแห่งบ้านควายทอง ที่ไม่ได้มีอำนาจบารมีในการกำกับรัฐมนตรีใด ๆ เลย) นี่

ยังไม่นับการได้เห็นภาพบาดตาของการทำเฉยชา ปล่อยให้สมุนเหี้ยออกมาพล่ามผ่านสื่อทุกสื่อ โดยที่รมต. นิ่งเฉยเป็นยัยงั่ง และรม ต. ไอซีที ที่ขยันในเรื่องโง่ ๆ จนคดีความและการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองหนักไม่น้อยกว่าสมัย รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ นี่ยังไม่นับการทำงานของ รมต.ยุติธรรม ที่ปล่อยให้คดีความของพี่น้องเสื้อแดงถูกเขายื้อการกักขังพี่น้องผู้โชคร้าย รุกคืบสร้างคดีใหม่และไม่เคยมีความคืบหน้าของคดียึดสนามบินและทำเนียบของ เหี้ยเหลือง การฆ่าประชาชนของนักการเมืองและทหารสมุนเหี้ย และขณะที่ภาพเหล่านี้เจ็บปวดมากจนจะทนไม่ไหวแล้ว เรากลับเห็นภาพคุณ ยิ่งลักษณ์ คณะรัฐมนตรี สส. และดร. ทักษิณ ชวนอวยเหี้ยแทบไม่เว้นวัน เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่า ปัญหาที่ต้องแก้ คือปัญหาอำนาจและกลไกเหี้ย ๆ ทั้งนั้น ทำเหมือนคนโง่ สู้ไปแกล้งมึนไป กราบไป

ไม่รู้ว่าเขาไม่ยอมปรองดองด้วย เขาจะหลอกไปติดกับดัก โดยที่คนได้มีไม่กี่คน และหนึ่งในนั้น ก็คือตระกูลชินวัตร และท่านผู้ทรงเกียรติที่ยังอยู่ในอำนาจ ณ วันนี้

(อ่านต่อ)
http://www.internetfreedom.us/forum/viewtopic.php?f=2&t=16948
เผือกร้อนในมือ"ศาลรธน." "ตู่ตกเก้าอี้" โดมิโนการเมือง ?

 

แม้ "ตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะประกาศไปแล้วล่วงหน้าว่าจะไม่ต่อสู้ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก "รู้ผลล่วงหน้า" แล้ว แต่โดยกระบวนการที่กำลังเดินหน้าจากนี้ไปนับว่าน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง

"งาน ใหญ่" ที่พูดว่ารออยู่นอกสภานั้น คาดหวังกันได้ว่า "จตุพร" จะกลับไปเล่นบทถนัดก่อนที่จะได้เป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือ การเป็นหัวหอกเดินนำหน้ากลุ่มคนเสื้อแดงในการขับเคลื่อนเกมการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่น้ำหนักจะมุ่งเพื่อ "นายใหญ่" เป็นสำคัญด้วย 


แต่ถ้าพิจารณาในเงื่อนเวลาที่คาดว่า "คำตอบสุดท้าย" ของการชี้ขาดสถานภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรนั้น สมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ กกต. บอกกล่าวถึงขั้นตอนและกระบวนการพิจารณานั้นอาจจะยืดเยื้อยาวนานหลายเดือน เพราะแค่คาดการณ์กันว่ากว่าหนังสือเสนอให้ถอดถอนนายจตุพรจะถึงมือศาลรัฐ ธรรมนูญเชื่อว่าจะ กินเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ส่วนขั้นตอนการพิจารณานั้นก็น่าจะ 5-6 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงของกรณีสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรนั้น "ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน" เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายล้วนๆ ทั้งรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายหลัก และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ ในยุคที่มี วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะพลิกมาตรฐานการทำงานเดิมๆ ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1322816849&grpid=01&catid=&subcatid=