หน้าเว็บ

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การ์ตูนโปกฮา ซานตา"ปึ้ง" หอบทักษิณ กลับไทย

ภารกิจหนักของซานตา หอบของขวัญ(ทักษิณ)กับไทย

โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์  มติชน

 


  

แกะรอย"เกาเหลารัฐบาลปู" เกมแห่งการต่อรองผลประโยชน์
 

















แม้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเพิ่งทำหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองไปเพียง 4 เดือน

เป็น 4 เดือนที่รัฐบาลเดินมาอย่าง "ซวนเซ" ทั้งจากปมปัญหาทางการเมือง วิกฤตมหาอุทกภัย และข้อกล่าวหาในการจัดซื้อถุงยังชีพ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น "ปัจจัย" สำคัญที่ส่งผลต่อ "ครม.ปู 1"

แต่ กระนั้น "ศึกนอก" ที่รัฐบาลต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ดูเหมือนจะไม่ "สาหัส" เท่ากับ "ศึกใน" ที่คนในพรรคเพื่อไทย ต่าง "ขยัน" สร้าง "แรงกระเพื่อม" ให้เกิดขึ้นในการบริหารงานของกระทรวงต่างๆ

เริ่มมาตั้งแต่ "เกาเหลา" ชามแรก ในกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเกิดขึ้นหลังจากแถลงนโยบายของรัฐบาลไม่นาน ระหว่าง วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ กับ บุญรื่น ศรีธเรศ รมช.ศึกษาธิการ ที่เกิดปัญหาในการแบ่งหน้าที่ระหว่าง 1 รมว. กับ 2 รมช.

โดย เรื่องดังกล่าว "ป้ารื่น" นำความฟ้อง "นายกฯปู" ในการประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย โดยจากเดิมที่ยึดการแบ่งงานตามรายภาค กลายเป็นว่าถูก "วรวัจน์" รวบอำนาจหน้าที่ไว้เพียงคนเดียว ทำให้ "รมช." สถานะไม่ต่างอะไรไปจากผู้ตรวจราชการของกระทรวง

นอกจากนี้ยังมีความไม่พอใจของ ส.ส.ต่อการตัดสินใจ "โยกย้าย" และ "วางตัว" ข้าราชการระดับสูงอย่างไม่เหมาะสมกับงาน

โดย เฉพาะการแต่งตั้ง ประเสริฐ บุญเรือง จากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) อย่างไม่สอบถามความเห็นของ ส.ส.ในพรรคเพื่อไทย ที่สำคัญคนในพรรคมองว่า "ประเสริฐ" คือคนของพรรคภูมิใจไทย จนทำให้ "นายใหญ่" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต้อง "ยกหู" มาเคลียร์กับ "วรวัจน์" เป็นการส่วนตัวจนทำให้เรื่องจบ

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323231506&grpid=01&catid=&subcatid=
"กี้ร์" เปิดใจหนีไปทำไร่อ้อยที่เขมร เพราะตกเป็นเป้าในการไล่ล่า-ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทย




นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เเกนนำคนเสื้อเเดง กล่าวผ่านรายการคืบหน้าข่าว เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ว่า เพิ่งกลับประเทศไทยเมื่อ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เเละกำลังไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาหลบหนีไปอยู่ไหน นายอริสมันต์กล่าวว่า ตนไปอยู่ไหนก็เป็นไปตามรายงานข่าวของสื่อมวลชน เช่น กัมพูชา โดยตนไปทำพืชไร่ คือ อ้อย ตอนนี้ตนผิวดำขึ้นนิดหน่อย ส่วนน้ำหนักตัวลดลงนั้น เป็นเพราะไปฟิตร่างกายเพื่อให้เป็นอริสมันต์คนก่อน

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323246673&grpid=00&catid=&subcatid=

ไม่ให้ประกันตัวกี้ร์เข้าคุกแม้ปรับลุคใหม่แล้ว
 

















ปรับลุคใหม่แต่ยังไม่รอด-อริ สมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้เข้ามอบตัวสู้คดีที่ DSI กับธาริต เพ็งดิษฐ์ แล้ว โดยกล่าวว่าตัดสินใจเข้ามอบตัวหลังจากที่ฟังพระราชดำรัสในหลวง ที่ต้องการเห็นประเทศชาติสงบสุข และทุกคนต้องรู้จัก "ให้อภัย" กัน พร้อมให้สัญญาว่าจะปรับลุคใหม่ จากที่แข็งกร้าวให้สุภาพเรียบร้อยมากขึ้น

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดศาลไม่ให้นายอริสมันต์ประกันตัวและส่งขังคุกเรือน จำพิเศษกรุงเทพ อ้างว่าแม้เข้ามอบตัว แต่ก็หนีหมายจับไปนาน อัตราโทษหนักเกรงจะหลบหนี



(อ่านต่อ)
http://thaienews.blogspot.com/2011/12/blog-post_07.html
วิวาทะ "เฉลิม-อภิสิทธิ์" ผลสอบคดี 91 ศพแดง
 








 
 




ที่ มา - สาระในคำสัมภาษณ์ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตอบโต้กันกรณีผลการสอบสวนเหตุสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ เมื่อเดือน
พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
รองนายกรัฐมนตรี 

 
"...การ เปิดสำนวนผลการสอบสวนของทางการญี่ปุ่น เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะเรื่องนี้ทางตำรวจญี่ปุ่นบอกผมเอง เพราะเห็นเราเป็นคนจริงจัง ที่สำคัญทหารเขาก็บอกชัดเจนว่าปฏิบัติตามหน้าที่ ปฏิบัติตามคำสั่งของ ศอฉ. .."


"เมื่อเช้านี้ (6 ธันวาคม) ตำรวจญี่ปุ่นติดต่อมา พร้อมส่งสำนวนการสืบสวนการตายของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต สื่อมวลชนชาวญี่ปุ่น ประจำสำนักข่าวรอยเตอร์ จำนวน 60 หน้า ซึ่งทางสำนักข่าวรอยเตอร์ได้ทำการว่าจ้างนักสืบสากลสืบสวนคดีตั้งแต่นักข่าว เสียชีวิตระหว่างการทำข่าวการชุมนุสมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สี่แยกคอกวัว (10 เมษายน 2553) ซึ่งที่ตำรวจส่งสำนวนให้กับทางการไทย เพราะก่อนหน้านี้ไม่กล้าส่งให้รัฐบาลชุดก่อน (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เพราะแนวทางการสอบสวนไม่ตรงกับนักสืบอิสระ แต่เขารู้ว่ารัฐบาลนี้เอาจริง จึงไว้ใจส่งสำนวนให้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องให้กองการต่างประเทศของตำรวจดำเนินการแปลสำนวน

ขอ ฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะผมกลับมาอ่านข่าวตอนหลังพบว่านายอภิสิทธิ์นั้นเข้าใจผิดที่ว่า ผมไปชี้นำตำรวจให้สอบสวนนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ในขณะนั้น

แต่ พนักงานอัยการเห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เป็นบุคคลสำคัญ จึงสอบสวน เพราะเรื่องนี้เป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ทำให้ตายเขาก็ไม่สอบสวนคดี ทำการชันสูตรพลิกศพ โดยส่งสำนวนให้ศาล

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323228185&grpid=01&catid=&subcatid=
คลิป"ผู้พิพากษาขอโทษ"ที่คนในแวดวงตุลาการไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้กับบ้านเมืองได้

อดีตผู้พิพากษาขอโทษ
­
http://www.youtube.com/watch?v=biVBPWJBkXs&feature=player_embedded 

อดีตผู้พิพากษา สถิตย์ ไพเราะ 1/2
http://www.youtube.com/watch?v=pa40PSNkA5s&feature=player_embedded 

อดีตผู้พิพากษา สถิตย์ ไพเราะ 2/2
http://www.youtube.com/watch?v=2zAoSQar45g&feature=player_embedded 



จดหมายจากคน (คุก) รักทักษิณ : สภาพที่ต้อง ‘รับสารภาพ’ (2)

 

ผมนคร สังสุวรรณ์ (เนย) xxxxxxxxxxxxxxxxxx จ.ราชบุรี โดนจับวันที่ 19 พ.ค.53 คดี พรก.ฉุกเฉิน วิทยุสื่อสาร รับของโจร หมายเลขประจำตัวผู้ต้องขัง xxxx/53 แดน 8 อายุ 33 ปี เริ่มแรกผมอยู่ที่ผ่านฟ้าแยกคอกวัว เป็นการ์ด น.ปช. ของ ส.จ.สุทัศน์ แฟนชื่อเปิ้ล เป็นแกนนำ น.ป.น ภาพตะวันตก
ตอนสลายการชุมนุมผ่านฟ้า ผมก็อยู่ในเหตุการ แล้วก็ย้ายมาราชประสงค์ ผมก็มาตั้งเต็นท์ที่หน้าสยามพารากอน ผมก็เป็นการ์ดเฝ้าเต็นท์ ทำครัวเลี้ยงคนที่ผ่านไปมา จนวันที่ 19 พ.ค.53 เวลา 12.00 น. มีการสละ การชุมนุม ผมกับ ส.จ.สุทัศน์หนีไปอยู่ในวัดปทุม แล้วก็ไม่เจอกันเลย ผมอยู่ในวัดปทุมมีบุกคนไม่ทราบนามเข้ามาทำร้ายร่างกายพวกเสื้อแดงที่ใส่ชุด การ์ด หรือมีบัตร น.ป.ช. ผมก็โดนทำร้าย ก็หนีออกมาจากพวกที่ทำร้าย บ้างคนโดนมีดฟัน พวกที่ทำร้ายส่วนมากเป็นคนงานก่อสร้างหลังวัดปทุม คอยทำร้ายร่างกายหรือใช้มีดดาบฟัน ไม่ให้ออกไปทางนั้น หลังวัด บ้างคนโดนทำร้ายและถูกจับตัวส่งให้ทหาร ผมจึงหนีออกทางหน้าวัด เพราะผมโดนพวกไม่ทราบนามทำร้ายร่างกายใช้มีดดาบไล่ฟัน ขืนอยู่ในวัดคงตาย หนีออกจากวัดปทุม เวลา 12.00 น. ผมก็แอบเผาบัตร น.ป.ช. และชุดการ์ด

ช่วงที่หนีออกมาเป็นเวลาที่มีพนักงานดับไฟมา ผมจึงเดินไปถาม เขาบอกว่าออกได้ปลอดภัย ผมก็เดินออกไปผ่านสยามพารากอนเกือบถึงแยกมาบุญครอง ทหารที่แอบซุ้มออกมาประ 20 นาย บนสะพาน ผมจึงวิ่งไปแอบในเต็นท์ที่มีสิ่งของวางกระจุยกระจาย ทหารเห็นก็ตรงเข้ามาเอาปืนจี้และทำร้ายร่างกายผม และให้ผมถือถุงสีดำที่ไม่ทราบว่ามีอะไรไปด้วย พอให้ผมถือถุงไปก็ให้ผมเดินนำหน้า ทหารเดินตามหลัง เอาปืนจี้ตามหลังไปจนถึงที่มีทหารตั้งด่านบนสะพาน และส่งตัวผมให้พวกทหารด้วยกันและให้เปิดถุง จึงรู้ว่ามี ระเบิด 2 ลูก วอร์ดำปิดเครื่องไว 1 เครื่อง มือถือ 40 เครื่อง และเลยจากด่านทหารประมาณ 50 เมตร มีเป็นด่านตำรวจ ส.น.ปทุมวัน ทหารนำตัวผมไปส่งตำรวจ พร้อมของกลางและถ่ายรูปไว้

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2011/12/38200