หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

(บทความเก่า)สองก้าวข้าม เพื่อปฏิวัติประชาธิปไตย ยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกภาพ ยุทธวิธีที่หลากหลาย

ศิวะ รณยุทธ์
28 ธันวาคม 2552


ความคลี่คลายของสถานการณ์ ของการต่อสู้ของผู้รักประชาธิปไตยในหลายเดือนมานี้ ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่จะจัดขบวนใหม่ของการต่อสู้ให้เหมาะสม เพราะปรากฏการณ์ที่ชัดเจนได้ยืนยันว่า กลุ่มอำมาตย์(พันธมิตรข้าราชการ+ทุน อภิสิทธิ์ ที่หนุนหลังโดยราชสำนัก) ยังคงดื้อรั้นที่จะยึดกุมอำนาจเผด็จการซ่อนรูปแบบ ‘โต๊ะแชร์’ เพื่อแบ่งปันผลระโยชน์ต่างตอบแทนกันในคนจำนวนน้อยนิดเอาไว้ในกำมือต่อไป ภายใต้โครงสร้างรัฐซ้อนรัฐอันซับซ้อนในนาม ‘ประชาธิปไตยรู้รักสามัคคี’ ที่ลวงโลก 

ถึง แม้ว่า สถานการณ์จะเอื้ออำนวยให้การเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาชน แต่คำถามเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่เหมาะสมในการต่อสู้เพื่อเอาชนะ ศัตรูของประชาธิปไตยยังดำรงอยู่มิได้ขาดว่า จะดำเนินการขับเคลื่อนกันต่อไปอย่างไรเพื่อพัฒนาสมรรถนะของพลังประชาธิปไตย จากปริมาณสู่คุณภาพ แล้วแปรเปลี่ยนไปบรรลุชัยชนะเหนือพลังเผด็จการทุกรูปแบบ

 
ข้อ เขียนชิ้นนี้ ถือเป็นการให้คำอธิบายกับข้อเสนอเดิมที่ว่าด้วยการสร้าง ‘ยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกภาพ ยุทธวิธีที่หลากหลาย’ เมื่อหลายเดือนก่อน โดยสาระสำคัญที่ต้องการย้ำให้เห็นว่า การจะบรรลุเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ยุทธวิธีดังกล่าวได้ จะต้องผ่านการก้าวข้าม 2 อุปสรรคสำคัญของขบวนการประชาธิปไตยให้ได้เสียก่อนนั่นคือ
 
1)    ก้าวข้ามทางอุดมการณ์ 
2)    ก้าวข้ามทางการจัดตั้ง

ข้อเสนอ 2 ก้าวข้ามนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากข้อสรุปของอันโตนิโอ กัมชี่ที่ว่าด้วย อำนาจนำ ที่มีข้อเสนอสำคัญคือ การ เปลี่ยนแปลงสังคมที่แท้จริง จำเป็นต้องเปลี่ยนจิตสำนึกของสังคมในทางการเมืองและวัฒนธรรมด้วย นอกเหนือจากการยึดครองอำนาจรัฐทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการยอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีการบังคับกดขี่ ซึ่งจะทำได้จะต้องเอาชนะในสงคราม 2 ด้านพร้อมกันไปคือ สงครามอุดมการณ์(และวัฒนธรรม) กับ สงครามขับเคลื่อนทางการจัดตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับ เหมา เจ๋อ ตง ในส่วนที่ว่า “หากจะปฏิวัติต้องมีทฤษฎีปฏิวัติ และมีองค์กรจัดตั้งเพื่อปฏิวัติ” นั่นเอง  

ก้าวข้ามทางอุดมการณ

แม้ว่านักสู้เพื่อประชาธิปไตยไทยจะได้ผ่านบทเรียนมาครั้งแล้วครั้งเล่าในการ ต่อสู้กับเผด็จการหลากรูปแบบ แต่ย่างก้าวของประชาธิปไตยที่ยั่งยืนก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับอุปสรรคทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งยังไม่สามารถก้าวข้ามได้
 
 อุปสรรคทางด้านอุดมการณ์(และวัฒนธรรม)ที่ยังแฝงเร้นและยังไม่อาจก้าวข้ามได้ พ้นดังที่ได้สรุปอย่างย่นย่อต่อไปนี้คือ สิ่งที่เราต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ก่อนจะนำไปสู่เรื่องของการจัดตั้งที่จะส่งผลเป็นรูปธรรม

 

(อ่านต่อ)

http://prachatai.com/journal/2010/01/27206

ศึกษาโซลิดาริตี้ในโปแลนด์: บทเรียนสำหรับผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดง

ศึกษาโซลิดาริตี้ในโปแลนด์: บทเรียนสำหรับผู้รักประชาธิปไตย-คนเสื้อแดง

โดย ศิวะ รณยุทธ์


สำหรับผู้รักเสรีภาพ และยุติธรรมแล้ว การลุกขึ้นสู้ของขบวนการโซลิดาริตี้ ที่มีแกนนำหลักคือสหภาพแรงงานอู่ต่อเรือในเมืองกดั๊งสก์ของโปแลนด์ คือแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ระบอบโซเวียตตามแนวทางลัทธิเลนินนั้น ยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับสังคมมนุษย์

ผลพวงการลุกขึ้นสู้ของขบวนการถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยบั่นทอนอย่างรุนแรง ให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย สิ้นสุดยุคของสงครามเย็นในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1991(พ.ศ. 2534) นั้น ปัจจุบันได้คลี่คลายไปจากขบวนการทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่สั่นสะเทือนโลก กลายเป็นพลังทางสังคมที่แตกซ่านไปจนเหลือสภาพเดิมค่อนข้างน้อย ในขณะที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ-สังคมของโปแลนด์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุน นิยมโลกที่เชื่อมติดกับสหภาพยุโรปอย่างลึกซึ้ง

การทบทวนสถานการณ์ของขบวนการโซลิดาริตี้ทั้งระหว่างการต่อสู้และหลังจาก การล่มสลายของโซเวียต จึงเป็นบทเรียนที่ผู้รักเสรีภาพ ยุติรรม และประชาธิปไตยไทย ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร จำต้องศึกษาทบทวนอย่างจริงจัง มิใช่ปล่อยให้ผ่านเลยไปกับสายลม 

โซลิดาริตี้ เกิดขึ้นจากการรวมตัวสร้างเอกภาพของการต่อสู้อำนาจเผด็จการของพรรค คอมมิวนิสต์ แต่เมื่อคอมมิวนิสต์ล่มสลายเอกภาพดังกล่าว ก็แปลงสภาพเป็นเอกภาพของความหลากหลายภายใต้สังคมประชาธิปไตยที่โซลิดาริตี้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพลัง มิใช่ในฐานะพลังหลักอีกต่อไป


(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/01/3898

กดหัวประชาชน

กดหัวประชาชน
 
Posted Image





หยาดน้ำตาประชาไทยในวันนี้ 
ไหลเกือบท่วมปฐพีแล้วพี่เอ๋ย
ถ้าความจริงสามารถอ้างเหมือนอย่างเคย 
ก็จะเอ่ยและจะอ้างอย่างไม่กลัว
นี่มีปากก็ถูกปิดจนมิดเม้ม
มันแทะเล็มถุยรดและกดหัว 
ปัญหาต่างต่างนั้นก็พันพัว
ไม่อยากโทษใครชั่วเพราะกลัวตาย 
ถ้าขอได้จะขอกันในวันนี้ 
ขอให้สิทธิ์เสรีอย่าสูญหาย 
ถ้าเลือดไทยจะหลั่งโลมจนโซมกาย 
ก็ขอตายด้วยศักดิ์ศรีเสรีชน

พิมพ์ครั้งแรกใน ประชาชาติรายวัน ฉบับวันที่ 6 ตุลาคม 2516

ย้อนอดีต-ดูตัวเอง

ย้อนอดีต-ดูตัวเอง


 

เมื่อตอนเริ่มต้นปี พ.ศ.ใหม่ มักมีคำกล่าวกันทั่วไปว่า ต้องเป็นปีที่ดีแน่นอน ผู้คนในสังคมไทยจะเต็มไปด้วยความสุข เพราะเป็นปีสองห้าฮ่าฮ่า เสียงหัวเราะสนุกสนานเริงร่าจะเกลื่อนไปทั้งเมือง


แต่ในความเป็นจริง ปมปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยยังฝังลึก และยังไปไม่ถึงบทสรุปสุดท้าย

เมื่อเปิดฉากปีสองห้าฮ่าฮ่ามาไม่ถึงเดือน

ก็ส่งเสียงคำรามใส่กัน

กลุ่มม็อบเส้นใหญ่ นักเคลื่อนไหวการเมืองแนวอนุรักษนิยมขวาจัด ไม่รอช้าเรียกหาทหารให้ออกมาปฏิวัติรัฐประหาร
ทั้งที่เป็นไปไม่ได้เลยในความจริง

ทหาร ที่ไหนจะกล้าออกมาล้มรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งด้วยเสียงสนับสนุนจากคน 15 ล้าน ทั้งเป็นพลังที่เพิ่งแสดงออกมาหมาดๆ แค่ 6 เดือนที่ผ่านมานี้เอง

เป็นพลังที่ยังมีลักษณะสดๆ ร้อนๆ ยังไม่ได้จืดจางอะไรเลย

ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลนี้ มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนแท้ๆ หาใช่ไปจัดตั้งกันในค่ายทหาร ผ่านอำนาจพิเศษไม่
จุดกำเนิดที่มาของรัฐบาลนี้ จึงมีความชอบธรรมมากกว่า และมีลักษณะก้าวหน้ากว่า

เหลือเพียงในการทำงานในฐานะผู้บริหารบ้านเมืองที่เป็นจริง จะพัฒนาก้าวหน้าไปด้วย หรือจะทำกันเละเทะ ฆ่าตัวตายเองหรือเปล่าเท่านั้น

โดยรวมแล้ว สังคมไทยก็ต้องเคลื่อนไปข้างหน้าตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ

สิ่งใหม่ต้องมาแทนที่สิ่งเก่า

มนุษย์จะมุ่งสู่อิสรภาพ แหวกทลายกฎเกณฑ์อันล้าหลัง อันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครขัดขวางได้

ขนาดกิจการใต้ดินโบร่ำโราณบ่อนการพนัน ยังต้องเพิ่มสีสันหาสาวมาโชว์อกโชว์เปลือยเพื่อเรียกลูกค้า ว่ากันให้ครบสูตรการมอมเมา

อันนี้แค่ยกตัวอย่างเล่นๆ หาได้สนับสนุนการพนันและการละเมิดสตรี

ขณะที่สังคมไทยก็ค่อยๆ ขับเคลื่อนไปข้างหน้าตามลำดับ

แต่พวกย่ำอยู่กับที่ ยังพยายามงัดเอามุขเก่าๆ ออกมาเล่น

 
(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1327665259&grpid=&catid=02&subcatid=0207

พท.ฉะนิติราษฎร์รับงานล้มเจ้า

พท.ฉะนิติราษฎร์รับงานล้มเจ้า

ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย



“ยงยุทธ” ย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทยตั้ง ส.ส.ร.3 แก้ รธน.2550 การันตีเรื่องแก้ไขมาตรา
112 ไม่อยู่ในหัว ลั่นกลุ่มนิติราษฎร์เคลื่อนไหวเป็นเรื่องส่วนตัว
ใครทำผิดต้องรับผิดชอบตัวเอง ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย “นิวัฒน์ธำรง”
รีบตัดตอนเพื่อไทยชัดเจนชงแค่แก้มาตรา 291 ปัดเกมสับขาหลอกปล่อยเครือข่ายชงแก้มาตรา
112 เชื่อแก้ รธน.ไม่เป็นชนวนปฏิวัติ
ชี้ทหารก็รักประชาธิปไตยเหมือนนักการเมืองและประชาชน เพื่อไทยจวกยับกลุ่ม

นิติราษฎร์รับจ๊อบมาล้มรัฐบาล ชี้เสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นความพยายามวางกับดัก
หวังปลุกให้เกิดชนวนความวุ่นวายในบ้านเมืองนำไปสู่การปฏิวัติ
ติงข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์เป็นข้อเสนอที่ดี แต่ล้ำหน้าไปหน่อย
ชี้การนำเสนอต้องมีเทคนิคและรู้จังหวะเวลา ผบ.ทบ.บอกเลิกพูดเรื่องมาตรา 112 แล้ว
“จตุพร” เปิดปฏิทินเสื้อแดงยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ1ก.พ. เสื้อแดงภาคเหนือนำโดย
ส.ส.เพื่อไทยยื่นแก้ รธน. ส่วน 9 ก.พ. “ธิดา” นำ นปช.แดงทั้งแผ่นดินยื่นร่างแก้ไข
รธน. ก่อนที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะยื่นสมทบภายหลัง



(อ่านต่อ)
http://www.thairath....ewspaper/233792 


 

112 วัดใจ ส.ส.เพื่อไทย? 


  ภาพที่โพสต์

ผศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแกนนำกลุ่มสันติประชาธรรม เตือนว่า แม้จะมีกระแสต่อต้านการแก้ไขมาตรา 112 มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่สามารถกลบเสียงให้แก้ไขได้ “ดิฉันเตือนว่ายิ่งมีการใช้กฎหมายมาตรา 112 อย่างรุนแรงมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อในลำดับต้นๆของโลกเลยที เดียว ทั้งที่เรื่องสิทธิเสรีภาพในด้านอื่นๆมีการขยายตัวอย่างมาก ประเทศไทยมีความเจริญทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่เรื่องทางการเมืองขณะนี้กลับถดถอยตกต่ำ แล้วยังมาเจอกฎหมายที่ลงโทษคนด้วยการส่งข้อความ SMS อย่างกรณีของอากง ถือเป็นกรณีที่ช็อกความรู้สึกผู้คนเป็นจำนวนมาก

อาจารย์พวงทองฝากถึงรัฐบาลเพื่อไทยว่า การที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศจะไม่แก้ไขมาตรา 112 ทั้งยังเดินหน้าปราบเว็บไซต์หมิ่นฯอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ามีความจง รักภักดีในรูปแบบต่างๆ ทำให้ประชาชนที่เลือกเข้ามาในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมารู้สึกว่ากำลังถูก พรรคเพื่อไทยหักหลัง และกำลังทำร้ายประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย


“ดิฉันขอเตือนว่าสิ่งเหล่านี้ประชาชนจะไม่ลืมง่ายๆ และในที่สุดแล้วคนที่จะสูญเสียนอกจากประชาชนที่ถูกพวกคุณกดทับเรื่องสิทธิ เสรีภาพแล้ว พรรคเพื่อไทยเองก็จะไม่ได้อะไรจากครั้งนี้เลย”