หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วาทกรรม “ความขัดแย้ง”

วาทกรรม “ความขัดแย้ง”

 

 

โดยนักปรัชญาชายขอบ

 

จริงๆ แล้ว ปัญหาสังคมไทยเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า ความขัดแย้งตามที่เป็นจริงเป็นปัญหาที่ยากเกินกว่าจะแก้ไขได้ แต่อยู่ที่มีการใช้ “วาทกรรมความขัดแย้ง” เพื่อสกัดกั้น และ/หรือปิดทางการแก้ปัญหา


ตัวอย่างเช่น การอ้างเรื่องความขัดแย้งและความรุนแรงที่ “คาดว่า” จะเกิดขึ้น เพื่อ “ปิดพื้นที่” ในธรรมศาสตร์ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวแก้ ม.112 มหาวิทยาลัยมหาสารคามห้ามใช้พื้นที่อภิปรายปัญหา ม.112 การที่ ผบ.ทบ.และคุณเฉลิม อยู่บำรุง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ออกมาประสานเสียงให้นิติราษฎร์หยุดเคลื่อนไหวรณรงค์แก้ ม.112 (ที่จริงเป็นบทบาทของ ครก.112) โดยอ้างว่า จะเกิดความขัดแย้งทางสังคม หรือทหารอาจจะหมดความอดทน

แล้วยังมีกรณีอื่นๆ อีก เช่น ประชาธิปัตย์คัดค้านการเยียวยาผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยข้ออ้างที่ว่า จะก่อให้เกิด “ความขัดแย้งรอบใหม่” เป็นต้น

น่าสังเกตว่า “ความขัดแย้ง” ที่อ้างถึง คือความขัดแย้งที่ “คาดว่า” จะเกิดขึ้น ฉะนั้น ความขัดแย้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นดังกล่าวมันจึงเป็น “วาทกรรม” (discourse) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเป้าหมายทางการเมือง นั่นคือเพื่อยุติข้อเสนอแก้ ม.112 และข้อเสนอลบล้างผลพวกรัฐประหารของนิติราษฎร์ และยุติการเยียวยา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการดำเนินการใดๆ ของฝ่ายตรงข้ามที่ขัดแย้งกับความคิดเห็น จุดยืนทางการเมือง และ/หรือที่จะกระทบต่อสถานะ อำนาจ ผลประโยชน์ และโอกาสทางการเมืองของฝ่ายตน

 

(อ่านต่อ) 

http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39165

แผ่นเสียงตกร่อง:วิวาทะเรื่องนักสันติวิธี สุรพศ ทวีศักดิ์-เกษียร เตชะพีระ

แผ่นเสียงตกร่อง:วิวาทะเรื่องนักสันติวิธี สุรพศ ทวีศักดิ์-เกษียร เตชะพีระ

 

ในสถานการณ์การเมืองที่มีการเผชิญหน้าและมีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง  มักจะมีกลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกว่านักสันติวิธีปรากฎตัวขึ้น ความขัดแย้งในช่วง มีนา-พฤษภา53 ก็เช่นกัน หากแต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ยุติแต่กลับบานปลายไปสู่ความรุนแรงก่อให้เกิด บาดแผลใหญ่อีกครั้งในสังคมไทย จุดยืนและท่าทีของนักสันติวิธีจึงเป็นสิ่งที่ถูกสังคมตั้งคำถามต่อมา


การตั้งคำถามของสุรพศ ทวีศักดิ์ และความเห็นต่างของเกษียร เตชะพีระ บนพื้นที่ออนไลน์(เฟซบุ๊ค)จึงเป็นสิ่งที่ช่วยจุดประกายการแลกเปลี่ยนค้นหาคำ ตอบสำหรับทุกคนที่เจ็บปวดต่อความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้น

 


สุรพศ ทวีศักดิ์
‎"นักสันติวิธี" ขอรับ!

เวลาผมฟัง “นักสันติวิธี” ในบ้านเราตลอดระยะเวลาร่วมครึ่งทศวรรษมานี้ผมมักได้ยิน “เสียงซ้ำๆ” ราวกับ “แผ่นเสียงตกร่อง” ประมาณนี้
-สังคมเรามีการแบ่งขั้วเลือกข้างกันอย่างชัดเจน
-แต่ละข้างเลือกที่จะฟังและได้ยินเฉพาะความคิดความเห็นของพวกเดียวกันเองเท่านั้น
-เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังถูกหว่านกระจายไปทั่ว และถูกบ่มเพาะขึ้นทั่วสังคม
-เราจะให้ความสำคัญเฉพาะเหตุผลอย่างเดียวไม่ได้ เพราะทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่ามีเหตุผล ต้องให้ความสำคัญกับอารมณ์ของคนด้วย

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39180 

คุยกับนักปรัชญาชายขอบ ว่าด้วยความดีที่ไม่หลากหลาย

คุยกับนักปรัชญาชายขอบ ว่าด้วยความดีที่ไม่หลากหลาย

 

บทสนทนาใต้ร่มพุทธศาสนาในสังคมไทยในฐานะเครื่องมือทางการเมืองที่ถูก อธิบายว่าปลอดพ้นจากการเมือง “ปัจจุบันเราใช้ธรรมะเป็น ‘วาทกรรม’ เพื่อตอบสนองจุดประสงค์อื่นๆ เช่น ยกย่องสถานะศักดิ์สิทธิ์ทางชนชั้น ใช้อ้างในการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อยกตัวเอง พวกตัวเองให้สูงส่งแล้วกดอีกฝ่ายให้ต่ำลง”...

 

ประชาไทคุยกับสุรพศ ทวีศักดิ์ หรือ “นักปรัชญาชายขอบ” ในฐานะที่เป็นนักวิชาการด้านปรัชญาศาสนา ซึ่งวิพากษ์บทบาทพระสงฆ์ในทางสังคมการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง เราถามเขาในหลายๆ คำถามที่คาใจเกี่ยวกับบทบาทของพุทธศาสนาและคำสอนแบบพุทธๆ ในสังคมไทยซึ่งลักลั่นอิหลักอิเหลื่อในการอ้างอิงมาใช้รองรับความชอบธรรมใน ทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันกลับถูกมองว่าบริสุทธิ์หลุดพ้นจากการเมือง

ตกลงว่าศาสนาพุทธสอนให้คนเป็นคนดีหรือไม่
อยู่ที่เราจะนิยาม “คนดี” ว่าอย่างไร ในทางจริยธรรมคนดีมีความสัมพันธ์กับความดี แต่ “ความดี” มันมีสองความหมายคือ 1) คุณธรรม หมายถึงคุณสมบัติที่ดีบางอย่างที่เราต้องสร้างขึ้นเป็นลักษณะนิสัยของตนเอง เช่น ความมีปัญญา ความกล้าหาญ ความอดทน ความเสียสละ การมีจิตใจที่รักความยุติธรรม

2) จริยธรรม คือหลักการ หรือกฎที่คนเราพึงยึดถือปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งมีหลากหลาย เช่น หลักจริยธรรมของศาสนาต่างๆ หลักจริยธรรมสากลคือ หลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ความยุติธรรม

จะเห็นว่าคุณธรรมเป็นเรื่องที่แต่ละคนจะสร้างขึ้นในตัวเอง แต่จริยธรรมเป็นหลักการในการอยู่ร่วมกัน หลักสิทธิมนุษยชนหรือกติกาในสังคมประชาธิปไตยก็สร้างขึ้นจากการยอมรับคุณค่า ตามหลักจริยธรรมสากล

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39187

รีวิวหนังสือ A Life’s Work โดย พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์

รีวิวหนังสือ A Life’s Work โดย พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์

 

“งานชิ้นนี้ไม่ได้เข้ายึดครองการอธิบายเกี่ยวกับสถาบันฯโดยตรง
แต่เป็นงานที่พยายามให้สถาบันกษัตริย์ผ่านเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ให้ง่ายขึ้น”


ปลายปีที่ผ่านมามีการออกหนังสือ King Bhumibol Adulyadej, A Life’s Work: Thailand’s Monarchy in Perspective หนังสือเล่มนี้เป็นที่สนใจของปัญญาชนทั้งสายอนุรักษ์นิยมและสายวิพากษ์ โดยถือว่าเป็น “เสียง” ที่ออกมาจากทางฝ่ายสถาบันพระมหากษัตริย์หลังจากที่ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ ทางการเมืองโดยเฉพาะตั้งแต่รัฐประหาร พ.ศ.2549 เป็นต้นมา 

พอล เอ็ม แฮนด์ลีย์ นักข่าวผู้เขียนหนังสือเล่มสำคัญคือ The King Never Smiles: A Biography of Thailand’s Bhumibol Adulaydej ซึ่งเป็นหนังสือต้องห้ามในประเทศไทย ได้เขียนบทรีวิวหนังสือเล่มนี้ในเวบไซต์นิวมันดาลา [http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2012/01/16/review-of-a-life%E2%80%99s-work-tlcnmrev-xxxi/] ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในกระทู้นี้ และมุมมองต่อหนังสือเล่มนี้อันแตกต่างกันไปอย่างสำคัญ 

คณะนักเขียนแสงสำนึกเห็นว่า บทรีวิวนี้มีประโยชน์ในการจะเปิดพื้นที่การอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องสถาบันพระ มหากษัตริย์ไทยในสมัยใหม่ จึงแปลและเรียบเรียงมาแลกเปลี่ยนกับผู้ที่สนใจ 

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39186

ด่วน ปาฐกถา หาทุนแก้ ‘112’ เปลี่ยนสถานที่ เหตุที่เดิมหวั่นกระแสต้าน

ด่วน ปาฐกถา หาทุนแก้ ‘112’ เปลี่ยนสถานที่ เหตุที่เดิมหวั่นกระแสต้าน


ปาฐกถาของ ธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง ‘ระบอบสังคมการเมืองที่ฝืนการเปลี่ยนแปลงคืออันตรายที่แท้จริง’ และเสวนาเรื่อง "สถาบันกษัตริย์กับสังคมประชาธิปไตย" เปลี่ยนสถานที่เป็นโรงแรมรัตนโกสินทร์ เริ่มเวลา 17.30 น.

9 ก.พ. กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ แจ้งข่าวว่า งาน "จิบน้ำชาสังสรรค์สนทนาเพื่อหารายได้สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอนิติราษฎร์" ที่กำหนดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ ห้องจิตรลดา โรงแรมเอสดีอเวนิว (ตรงข้ามเซ็นทรัลปิ่นเกล้า) ถูกเจ้าของสถานที่ยกเลิกกะทันหัน โดยอ้างเหตุความสะดวก และหวั่นวิตกต่อกระแสต่อต้าน

เปลี่ยนสถานที่และเวลา
เป็นห้องราชาโรงแรมรัตนโกสินทร์ (ใกล้สนามหลวง)
กำหนดการใหม่เริ่มเวลา 17.30 -22.30
17.30 รับประทานอาหารเย็น
19.30 ปาฐกถาโดย ดร..ธงชัย วินิจจะกูล
เสวนา โดย อ.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ.สุรพศ ทวีศักดิ์ และ อ.พิชิต ลิขิตสมบูรณ์
(บัตรจำหน่ายหมดแล้ว)

ข้อมูลเพิ่มเติม:http://www.ccaa112.org/web/?p=440
   
(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39174

ท่านที่พูดนี้ พูดโดยดูสถานการณ์เป็นหลัก เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ

ท่านที่พูดนี้ พูดโดยดูสถานการณ์เป็นหลัก เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ



"คนแก่ลวงโลกตีสองหน้า"   

ส. ศิวรักษ์ - สมคิดสมควรลาออก

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=OPGzmDuqlqM#!

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 09/02/55 เอาแต่ใจตัวเอง....!

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 09/02/55 เอาแต่ใจตัวเอง....!



Posted Image

เอาแต่ใจ..ตัวเอง เก่งวิปริต
ไม่สนความ ถูกผิด จิตหวั่นไหว
จึงจบลง ด้วยเรื่องเศร้า เอาแต่ใจ
สันดานใคร สันดานมัน ดูกันเอง....

เอาแต่ใจ..ฉีกธนบัตร ยัดลงถัง
เห็นหรือยัง แค่น้อยใจ ใช่ข่มเหง
ไม่แยแส บุพการี ที่กระเตง
ทำอวดเก่ง โง่เง่า เอาแต่ใจ....

คนบางคน ฉีกคุณธรรม ระยำถ่อย
พูดพล่อยๆ มารยา สุดสาไถย
บอกยึดหลัก รัฐสภา ประชาธิปไตย
การกระทำ สุดจัญไร ไร้จริยธรรม....

ฉีกรัฐธรรมนูญ เอาแต่ใจ ในอำนาจ
เติมอุบาทว์ อัปรีย์ แล้วยีย่ำ
ประชาชน หม่นหมอง ต้องรับกรรม
เลวระยำ เกินมนุษย์ สุดบรรยาย....

เอาแต่ใจ..จ้องฉีกกัน ขยันฉีก
แสร้งหลบหลีก ปี้ป่น จนฉิบหาย
ทุกหย่อมหญ้า จึงตกต่ำ ถูกทำลาย
โง่ซ้ำซาก แถมวุ่นวาย ตายทั้งเป็น....

ใบมีดโกน อาบส้นตีน ลิ้นสองแฉก
สร้างแตกแยก แค่ไหน ใครก็เห็น
แกล้งยากจน ต้อยต่ำ สุดลำเค็ญ
แต่ซ่อนเร้น ความระยำ โคตรขำมัน....

๓ บลา / ๙ ก.พ.๕๕
http://3blabla.blogspot.com