หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

คำต่อคำ : ทำไม "วรเจตน์" เดินหน้าลั่น "ไม่ปล่อยให้การทำร้ายนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิต"

คำต่อคำ : ทำไม "วรเจตน์" เดินหน้าลั่น "ไม่ปล่อยให้การทำร้ายนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิต"



"วรเจตน์"ขณะชี้จุดเกิดเหตุ ที่คณะนิติศาสตร์ มธ. ค่ำวันที่ 29 ก.พ.55

 

พลันที่เหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย “วรเจตน์ ภาคีรัตน์” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1ในสมาชิกคนสำคัญของ “กลุ่มนิติราษฎร์” เกิดขึ้นเมื่อประมาณบ่ายสามโมงกว่า ของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 การสื่อสารกันในโลกออนไลน์ เกิดขึ้นอย่างฉับไว ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอ “ข้อเท็จจริง” หรือ “ความคิดเห็น” ก็ล้วนแล้วแต่เป็นความเคลื่อนไหว ที่ผลักดันสถานการณ์ให้เกิดความสั่นสะเทือน แต่ไม่ว่าความสั่นสะเทือนจะสร้างแรงกระเพื่อม ออกไปไกลกว่าจุดเกิดเหตุแค่ไหน สิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ คือการอธิบายจากปากคำ ของอาจารย์ผู้นี้ กรณี 2 คนร้ายดักรอทำร้ายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมคำพูดทิ้งท้ายอย่างท้าทายว่า ถ้าเปิดกล้องวงจรปิดก็จะรู้เองว่าเป็นใคร
      


“มติชนออนไลน์” เรียบเรียงถ้อยคำในการแถลงของ “วรเจตน์” ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาทั้ง ชีวิตจากเหตุการณ์นี้ และฝากถึงสื่อมวลชนให้นำเสนอหลักการ ในประเด็นที่ละเอียดอ่อน เพื่อป้องกันความไม่เข้าใจแล้วมาทำร้ายผู้อื่นอีก

@ อาจารย์ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผม ขับรถเข้ามาที่คณะ(นิติศาสตร์ มธ.)วันนี้(29 ก.พ. 2555) ประมาณ บ่ายสามโมงสี่สิบกว่านาที เพราะช่วงเช้าไปบรรยายที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ให้อาจารย์ไชยันต์ ไชยพร เมื่อบรรยายเสร็จก็นั่งทานข้าวกับอาจารย์ไชยันต์ แล้วก็เดินดูหนังสือนิดหน่อย แล้วแวะไปหาหมอที่โรงพยาบาลหัวเฉียว แล้วเข้ามาที่คณะ เพราะผมมีประชุมตอน 4 โมงเย็น

พอขับรถเข้ามาก็จอดรถแล้วผมก็เก็บของในรถสักพักหนึ่ง แล้วผมก็ลงจากรถ แล้วพอดีเจออาจารย์อีกท่านหนึ่ง ท่านจอดรถข้างหลังผม พอลงจากรถก็หันไปคุยกับอาจารย์ท่านนั้น แล้วตอนคุยอยู่ อาจารย์ท่านนั้น ก็มองไปที่ข้างหลังผม เหมือนกับมีคนเดินมาข้างหลัง ผมก็ยังไม่ทันอะไร 


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330548142&grpid=01&catid=&subcatid=

ถ่อย เถื่อนและบัดซบ อย่างที่สุดสำหรับ นัก "ชก" เพื่อสถาบัน...

ถ่อย เถื่อนและบัดซบ อย่างที่สุดสำหรับ นัก "ชก" เพื่อสถาบัน...

 

ภาพที่โพสต์


ถ่อย ..เถื่อน.และบัดซบ.อย่างที่สุดสำหรับ นัก"ชก" เพื่อสถาบัน ..สำหรับนาย..คู่แฝด..สถุน..ซึ่งเชื่อว่าคงไม่ใช่เพราะความเถื่อนความถ่อย แค่ นายคู่แฝด สถุน นี่เท่านั้น วงศ์วานว่านเครือ อย่างพ่อของนาย สถุน นี่ยังว่าสมควรแล้ว ซึ่งน่าจะมีระดับ บิ๊กอยู่ข้างหลังอีกต่างหาก

ซึ่งคงไม่แปลกอะไรสำหรับ นายคู่แฝดสถุน ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ..เพราะสื่อ และนักวิชาการ ..สถุน ..บัดซบ ..ที่โพนทนาอยู่ทุกวัน เรื่อง แก้ 112 เพื่อล้มเจ้า


นายคู่แฝด สถุน นี่ก็คงเป็นได้รับแนวความคิดเดียวกันกับ สื่อและนักวิชาการ สถุนเหล่านั้น


แต่นายคู่แฝดนี้ต้องการ แสดงตัวว่าข้านี่แน่ ข้าเป็นนักเลง ข้าจะแสดงให้ดูด้วยการไป ชก หน้า คนที่คิดต่าง ซึ่งเป็นความคิดที่บัดซบ..เถื่อนถ่อย.ที่ใช้กำลังแทนสมอง ซึ่งพ้นสมัยไปนานแล้ว


อย่าง นายดารา คนนึงที่ประกาศปาวๆ ว่า ใครล้มเจ้าเจอกู นี่ก็แสดงความเถื่อนถ่อย ของการใช้กำลังมากกว่าสติปัญญา


ข้ออ้างที่สุดจะ คลาสสิค คือ ทำเพื่อปกป้องสถาบัน.....ซึ่งพลอยให้ใครต่อใครรวมทั้งตำรวจ ..ไม่ค่อยยากจะไปยุ่งนัก


แต่หารู้ไม่ว่า ยิ่งมีพวกเถื่อน พวกถ่อย ออกมาแสดงอาการปกป้องสถาบันด้วยความรุนแรง เถื่อนถ่อยมากเท่าไหร่ นั่นคือยิ่งทำให้สถาบันเสื่อมลงมากเท่านั้น ทำให้ประชาชนเพิ่มความเกลียดชังมากขึ้นไปทุกๆ


เคยศึกษา การปฏิวัติในฝรั่งเศส มั่งไหม ก็เพราะไอ้พวกเถื่อนถ่อย ปกป้อง และกระทำรุนแรง ต่อประชาชนคนเห็นต่างอย่างนี้ไง ซึ่งเพิ่มความเกลียดชังให้ประชาชนมากๆขึ้น ...สิ่งที่กระทำนึกว่าปกป้อง แต่กลับเป็นตรงข้าม


กลัวเหลือเกิน ..ไอ้พวกเถื่อถ่อยและบัดซบ..อย่างนี้นี่แหละ ที่จะทำให้ ...สถาบันต้องล้ม... 



(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=AQmLflhF1JE#!

วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ย้อนร้อยคดีไออีซี-พฤติการณ์จำเลยร่วม "สนธิ" ละม้ายคล้ายคลึงคดี "เอ็มกรุ๊ป"

ย้อนร้อยคดีไออีซี-พฤติการณ์จำเลยร่วม "สนธิ" ละม้ายคล้ายคลึงคดี "เอ็มกรุ๊ป"


 

การรับสารภาพของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในฐานะกรรมการบริษัท แมเนจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำเลยในคดียื่นเอกสารเท็จค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัทเดอะ เอ็มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวม 6ครั้ง จำนวน 1,078 ล้านบาท ต่อศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาคอการเมืองและนักกฎหมายไม่น้อยทีเดียว

หากต้องการยื้อคดีออกไปได้อีกนายสนธิสามารถสู้คดีด้วยการปฏิเสธข้อ กล่าวหาเพราะคดีนี้ยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปี2539 อีกทั้งฐานความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 307  311  312(2) ประกอบ 313 มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน20ปี


น่าแปลกตรงที่นายสนธิกลับรับสารภาพอย่างหมดเปลือกและขอเมตตาธรรมจากศาล


"ผมเพียงแต่ขำเท่านั้นเองว่าผมผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ผมโดนไป 80 ปี ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่คนที่ค้ายาเสพติด หรือไม่ได้ไปเผาบ้านเผาเมืองใคร แต่ไม่เป็นไร ในฐานะที่ผมรับสารภาพก่อนการสืบคดีสิ้นสุด ศาลสถิตยุติธรรมมีมติจะพิพากษาผมอย่างไร ผมยอมรับในมตินั้น ไม่ตัดพ้อต่อว่า เพราะผมต้องการทำให้ผมเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเมื่อผิดต้องยอมรับผิด"

  
(อ่านต่อ)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330523717&grpid=01&catid=&subcatid=

รวมปฏิกิริยาจากเฟซบุ๊ก ต่อกรณี "วรเจตน์ ภาคีรัตน์" โดนทำร้ายร่างกาย

รวมปฏิกิริยาจากเฟซบุ๊ก ต่อกรณี "วรเจตน์ ภาคีรัตน์" โดนทำร้ายร่างกาย

 

ภาพที่โพสต์
ภาพผู้ต้องสงสัยว่าหน้าตัวเมียที่ไปดักทำร้ายอ.วรเจตน์
กล้องวงจรปิดของคณะนิติศาสตร์ มธ. จับภาพชาย 2 คน ที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ทำร้ายนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ (ภาพข่าวจาก ธนัชพงศ์ คงสาย สำนักข่าวเนชั่น)

 

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


เพิ่งออนไลน์ เห็นข่าว อ.วรเจตน์ ...

พูดไม่ออกเลย


.......


ขณะที่คงต้องรอให้ จนท.ทำการสืบสวนออกมา ซึ่งควรจะมีความคืบหน้า เพราะมีทั้งภาพถ่ายวงจรปิดคนร้ายและเลขทะเบียนรถ แต่มีประเด็นที่ผมอยากตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ คือตั้งแต่ได้อ่านรายงานข่าวแล้ว ความรู้สึกของผม "นี่ไม่ใช่เรื่องของ ′พวกคลั่ง′ ทำแบบบังเอิญ" แต่ส่อไปในทางเป็นการกระทำแบบมีการ "สั่ง" มากกว่า


พูดจริงๆว่า อ่านรายงานข่าวและคุยถามยืนยันรายละเอียดจาก อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล แล้ว ชวนให้คิดถึงตอนต้นปีกลายที่ผมกำลังมีเรื่องคือ ลักษณะ คล้ายกันมาก ชาย 2 คน นั่งมอเตอร์ไซค์ มารออยู่เป็นวัน (กรณี อ.วรเจตน์ เห็นว่ามามากกว่า วันนี้ด้วย เคยมาวันอื่นแล้ว และรอตั้งแต่ 11 โมง จนบ่าย) แล้วก็ไม่กลัวเรื่องกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน หรือคนในหมู่บ้านจะเห็นหน้าตาด้วย (รวมทั้ง เลขทะเบียนรถมอเตอร์ไซต์ ก็มีจดไว้) ... ลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่ลักษณะของ "พวกคลั่ง" ธรรมดาๆ ที่บังเอิญเจอหน้า ก็ทำร้าย


ผมพูดนี้ ไม่ใช่ต้องการให้สรุปโดยเด็ดขาด เพียงแต่เช่นเดียวกับ จนท. ในการสืบสวนเรื่องใด จะต้องดูรูปการณ์ของเรื่อง ซึ่งโดยรูปการณ์ของเรื่อง มัน "ส่อ" ไปทางแบบที่ว่าจริงๆ


----------


ความรู้สึกตอนนี้คือโกรธ เพิ่มขึ้นๆ

ส่วนหนึ่งของความโกรธ คือ นึกย้อนหลังไปเมื่อเดือนมกรา ช่วงที่มี คนใน รบ.บางคน และสื่อบางฉบับ ... ออกมาโจมตี นิติราษฎร์ รายวัน


คนเหล่านี้ (ทั้งคนใน รบ. และสื่อ) จะต้องรับผิดชอบทางคุณธรรมอะไรหรือไม่ ที่ช่วยกันสร้าง "กระแส" และ "บรรยากาศ" ของความไม่มีเหตุผล ความ "คลั่ง"?


ต่อให้เรื่องนี้เป็นการ "สั่ง" ไมใช่เรื่องของการทำร้ายแบบทำเองหรือบังเอิญของปัจเจกชนบางคน


การสร้างบรรยากาศหรือกระแสไร้เหตุผล คลั่งรายวัน ในเดือนก่อน ก็เป็น "แบ็กกราวน์" หรือการ "ปูทาง" สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้


คล้ายๆ ตอนที่ปีกลาย อภิสิทธ์ ปล่อยให้ทหาร ออกมา "ตบเท้า" รายวัน ขู่คนเรื่อง "ล้มสถาบัน" นั่นแหละ


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330513409&grpid=01&catid=&subcatid=

"สมศักดิ์ เจียมฯ" เขียนถึง "ณัฐวุฒิ-นปช.-พท." ถ้าไม่ทำในสิ่งควรทำ แล้ว "จะเลือกกันไปทำไมครับ?"

"สมศักดิ์ เจียมฯ" เขียนถึง "ณัฐวุฒิ-นปช.-พท." ถ้าไม่ทำในสิ่งควรทำ แล้ว "จะเลือกกันไปทำไมครับ?"

 

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล



นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก วิพากษ์วิจารณ์ความคับแคบของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และการทำงานของรมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลเพื่อไทย มีเนื้อหาดังนี้ 

----------

วันก่อนคุณณัฐวุฒิ พูดที่โบนันซ่า ว่า นปช.(เสื้อแดง) ไมใช่สู้เพื่อคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่สู้เพื่อคนทุกสีเสื้อ เพื่อประชาชนทุกคน

ก็เรียกว่าพูดดี พูดถูกล่ะครับ เหมือนที่ก่อนหน้านี้ หลายเดือนก่อน คุณจตุพรประกาศว่า เป้าหมายคือสู้เพื่อความยุติธรรมนั่นแหละ

ปัญหาคือ การกระทำของ นปช. และแม้แต่คุณณัฐวุฒิหรือจตุพรเอง บ่อยครั้ง มันไม่ match (บรรจบ ประสาน) กับการพูดดีแบบนี้น่ะครับ

เอากรณี อากง ก็ได้

อากง ไม่ใช่คนเสื้อแดง (บางคนว่า เป็นเสื้อเหลืองด้วยซ้ำ แต่จริงๆ ผมก็ว่าไม่ใช่)

การตัดสินอากงนั้น แม้แต่รอยัลลิสต์หลายคนยัง "ช็อค" ยังรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลมากๆ

แต่ นปช. ใช้เวลาถึงเกือบ 1 เดือน จึงค่อย "อุบอิบๆ" เอ่ยกรณีอากงขึ้นมา แบบเสียไม่ได้

.........

ปัญหา นปช. แต่ไหนแต่ไร คือ ความคับแคบ


อย่างผมเคยยกตัวอย่างเรียกร้องว่า คุณสมยศ นี่ นปช. น่าจะเชิญไปขึ้นเวที นปช. ก็ไม่เคยได้ขึ้น อะไรแบบนั้น


แต่ที่สำคัญและกว้างกว่าตัวอย่างสมยศคือ
นปช. ตลอดมา "คับแคบ" ในแง่เป้าหมายการต่อสู้ คือ อะไรที่ไม่ใช่เกี่ยวกับ ทักษิณ หรือ เพื่อไทย นปช. ก็ไม่ยอมแตะต้องจริงๆ

ไม่อยากยกซ้ำว่า แม้แต่พวกตัวเอง ที่ตอนนี้ติดคุกครึ่งร้อย นปช. ทำอะไรมากกว่านี้ได้แน่ๆ แต่ก็ไม่ทำ


เพราะ "ยุทธศาสตร์ปรองดอง" ใหญ่ ของคุณทักษิณ-เพื่อไทย นั่นแหละ


เปรม - นปช. เคยด่าสาดเสียเทเสีย ก็เงียบได้

ประยุทธ์ - นปช. เคยด่าสาดเสียเทเสีย ก็เงียบได้

คือยกตัวอย่างได้ไม่รู้จักจบจักสิ้นหรอกครับ ถ้าจะยกมาจริงๆ


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330444713&grpid=01&catid=&subcatid=

"แกนนำนิติราษฎร์" เผยนาทีถูกรุมทำร้าย ตร.รู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว เคยร่วมเผาหุ่นประท้วง (ชมคลิป)

"แกนนำนิติราษฎร์" เผยนาทีถูกรุมทำร้าย ตร.รู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว เคยร่วมเผาหุ่นประท้วง (ชมคลิป)

 

 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.เอกรัตน์  เปาอินทร์ รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียน บุกทำร้ายนายวรเจตน์  ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ที่บริเวณลานจอดรถตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จึงนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดบริเวณลานจอดรถตึกคณะ นิติศาสตร์ พบรถยนต์มิซูบิชิ แลนเซอร์อีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน ญล 3601 กทม. ของนายวรเจตน์ จอดอยู่ ส่วนนายวรเจตน์ พลเมืองดีได้นำส่ง รพ.ธนบุรี ไปก่อนหน้านี้


สอบสวนรปภ.ของมหาวิทยาลัย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. นายวรเจตน์ขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ จากนั้นเดินขึ้นไปบนตึกคณะนิติศาสตร์ประมาณ 15 นาที จึงลงมาที่รถของตัวเองอีกครั้ง เพื่อมาเอาเอกสารและหนังสือ ระหว่างนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับจยย.มาคนหนึ่งสวมเสื้อสีส้ม กางเกงยีนส์อีกคนสวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ ตัดผมรองทรง อายุประมาณ 25-30 ปี  จากนั้นคนใส่เสื้อสีส้มได้เข้ามาชกนายวรเจตน์ จนล้มคว่ำลงไปกับพื้น ใบหน้าและตาบวมเป่ง  ส่วนคนร้ายอีกคนใส่เสื้อดำขับรถจักรยานยนต์จอดรออยู่ หลังเกิดเหตุขับหนีไปทางด้านหน้ามหาวิทยาลัย
 

 

(อ่านต่อ)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1330523059&grpid=00&catid=&subcatid=

วรเจตน์ยันไม่ยุติบทบาททางวิชาการ นครบาลจัดกำลังคุ้มครอง

วรเจตน์ยันไม่ยุติบทบาททางวิชาการ นครบาลจัดกำลังคุ้มครอง



วรเจตน์ ภาคีรัตน์ (แฟ้มภาพ)

 

นายวรเจตน์กล่าวว่า จะไม่ลดบทบาทตัวเองและจะทำงานวิชาการต่อไป เพราะเป็นการทำไปบนหลักการที่ถูกต้อง วางอยู่บนเหตุผลและเสนอให้สาธารณะได้ตรึกตรอง ถ้าไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยก็ควรโต้แย้งด้วยเหตุด้วยผล โดยเขากล่าวว่าข้อเสนอของเขาก็มีคนไม่เข้าใจ โดยยกตัวอย่างกรณีที่มีคนโฟนอินเข้าไปพูดคุยกับนายวีระ ธีรภัทรว่า อยากจะตัดคอกลุ่มนิติราษฎร์ทั้งๆ ที่ไม่เข้าว่าเขาเสนออะไร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า นอกจากนี้เคยมีกรณีคนขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปที่ มธ. ศูนย์ลำปางมาบอกนักศึกษาว่าฝากบอกนิติราษฎร์ว่ามาลำปางเมื่อไหร่จะไปยิง


“ผมคิดว่าคนที่สนับสนุนผมอย่างน้อยก็ต้องมีสติมีเหตุมีผล คงไม่ปล่อยให้เรื่องขัดแย้งบานปลายไป ที่น่าเศร้าคือผมเปิดใจพูด แต่หลายคนปิดหูไม่ฟัง และเกิดความไม่เข้าใจแบบนี้ คนที่ทำร้ายผม ไม่รู้จักผม ไม่รู้จักอุปนิสัยกันมาก่อนแต่สามารถทำร้ายกันได้ ผมคิดว่ามันต้องมีเรื่องผิดปกติแน่ๆ ในการสื่อสารและเรียนสื่อมวลชนว่าหลายเรื่องเป็นประเด็นละเอียดอ่อนและขอให้ นำเสนอเป็นหลักเป็นการ"
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/02/39461