หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

การปรองดองของยิ่งลักษณ์ได้แต่ปกป้องอำนาจอำมาตย์

การปรองดองของยิ่งลักษณ์ได้แต่ปกป้องอำนาจอำมาตย์

 

โดยใจ อึ๊งภากรณ์

 

สองปีหลังจากที่ทหารฆ่าประชาชนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์ และ 9 เดือนหลังชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย เราเห็นได้ชัดว่าเพื่อไทย นายกยิ่งลักษณ์ และอดีตนายกทักษิณ ปรองดองกับทหารมือเปื้อนเลือดบนซากศพคนเสื้อแดง พร้อมกับหันหลังให้กับนักโทษการเมือง ไม่ว่าใครจะแก้ตัวต่างๆ นาๆ ให้รัฐบาล แต่ผมขอยืนยันตรงนี้

 

 ทั้งๆ ที่เสื้อแดงจำนวนมากเลือกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่รัฐบาลตอบแทนด้วยความกระตือรือร้นในแสดงความเป็นมิตรกับอาชญากรอย่าง ประยุทธ์ และอนุพงษ์ และแทนที่จะนำฆาตกรมาขึ้นศาล มีการเลื่อนขั้นและเอาใจทหารมือเปื้อนเลือดแทน นักการเมืองอย่างอภิสิทธิ์และสุเทพก็ลอยนวลเช่นกัน แต่ในกรณีหลังมีการเล่นละครในสภาเพื่อสร้างภาพว่าอยู่คนละข้าง ในความเป็นจริงทั้งสองพรรคการเมืองนี้ไม่ได้อยู่ข้างประชาชน แต่อยู่ข้างอำมาตย์

 

การที่รัฐบาลเพื่อไทย นำโดยรัฐมนตรีที่มีภาพอื้อฉาวอย่างเฉลิม หรือขี้ข้าเสื้อเหลืองอย่างอนุดิษฐ์ เน้นการเร่งใช้กฏหมายเผด็จการ 112 มากขึ้นตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง อาจเป็นความพยายามของพรรคเพื่อไทยและทักษิณที่จะพิสูจน์ “ความจงรักภักดี” แต่ที่สำคัญกว่านั้น เป็นการพิสูจน์ว่าเพื่อไทย ยิ่งลักษณ์ และทักษิณ พร้อมจะคลานและถ่อมตัวต่อกองทัพ และพร้อมจะให้กองทัพมีอำนาจพิเศษนอกรัฐธรรมนูญในการกำหนดสังคมการเมืองไทย เพราะกฏหมาย 112 มีความสำคัญที่สุดในการปกป้องทหาร เพื่อให้ทหารสามารถอ้างความชอบธรรมจากสถาบันกษัตริย์ในทุกอย่างที่ทหารทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำรัฐประหาร หรือฆ่าประชาชน 

 

กฏหมายเผด็จการ 112 ถูกใช้ในการทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และทำลายประชาธิปไตยมานาน ทุกวันนี้นักโทษ 112 จำนวนมากติดคุกอยู่ในสภาพย่ำแย่ คนอย่างคุณสมยศไม่ได้รับการประกันทั้งๆ ที่ยังไม่มีการตัดสินคดี และคนอย่างอ.สุรชัยหรืออากง ถูกกดดันด้วยอายุและสุขภาพ ให้ “สารภาพผิด” เพื่อหวังได้รับอภัยโทษในอนาคต แต่รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาปฏิเสธที่จะแก้กฏหมายชั่วอันนี้ 

นักการเมืองเพื่อไทยอาจอ้าง “ภัยจากรัฐประหาร” เพื่อให้ความชอบธรรมกับการปรองดองแบบยอมจำนน แต่ในทางปฏิบัตินโยบายการปรองดองของรัฐบาลมีผลในการปกป้องอำนาจทหารที่จะทำรัฐประหารอีกในอนาคต ซึ่งคล้ายๆ กับสถานการณ์ในพม่าทุกวันนี้ 

 

นอกจากปัญหา 112 และการไม่ยอมนำฆาตกรมาขึ้นศาลแล้ว ยังไม่มีมาตรการอะไรที่มีความหมายในการปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงนอกจากการตั้งคุกพิเศษ อีกสาเหตุหนึ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยไม่ยอมนำทหารและคนอย่างอภิสิทธิ์มาขึ้นศาลก็อาจเพราะกลัวว่า อาจจะมีคนที่รักความเป็นธรรม เรียกร้องให้นำทักษิณและทหารมาขึ้นศาลในฐานะที่ฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ตากใบด้วย 

ทักษิณคงอยากจะปรองดองแบบจับมือกับอำมาตย์ เพื่อหวังกลับประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ ในขณะเดียวกันมีการยกฟ้อง จักรภพ เพ็ญแข ในคดี 112 ซึ่งอาจเป็นการ “เอาใจ” ทักษิณเพราะคุณจักรภพเคยใกล้ชิดกับทักษิณ แต่นั้นไม่ได้พิสูจน์ว่าคุณจักรภพต้องการปรองดองแบบนี้กับอำมาตย์ เราคงต้องถามเจ้าตัวเอง การโยนเงินให้ผู้ที่ได้ผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่การปรองดองหรือการเยียวยาที่แท้จริง มันเหมือนการโยนเงินให้ครอบครัวคนจนโดยเศรษฐี หลังจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะชีวิตวีรชนประชาธิปไตย ตั้งค่าเป็นเงินทองไม่ได้ และยิ่งกว่านั้นเงินนี้มาจากภาษีประชาชนคนจนเอง ไม่ได้เป็นการจ่ายค่าชดเชยโดยทหารฆาตกรจากกระเป๋าตนเองแต่อย่างใด การโยนเงินให้ครอบครัวพลเรือนที่ถูกทหารฆ่าในภาคใต้ก็ไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองในภาคใต้แต่อย่างใดอีกด้วย เราจะปล่อยให้พวกนั้นซื้อความสงบด้วยเงินของเราเองแบบนี้หรือ? 

แกนนำ นปช. อาจพูดจานามธรรมเรื่องการไม่ทอดทิ้งวีรชนและการช่วยนักโทษ และอาจมีการเสนอปฏิรูปรัฐธรรมนูญเล็กๆ น้อยๆ แต่ในรูปธรรมบทบาทหลักของ นปช. คือการสลายขบวนการและระงับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแท้ และไม่มีการรณรงค์ให้แก้หรือยกเลิก 112 โดย นปช. แต่อย่างใด 

 

ในขณะที่เพื่อไทย ทหาร และวัง ปรองดองกันเพื่อรักษาสถานภาพของอำมาตย์ และขณะที่คณะกรรมการปรองดองของรัฐสภามีประธานที่เคยทำรัฐประหารเพื่อล้มล้างระบบประชาธิปไตย แสงสว่างแห่งความหวังอยู่ที่คณะนิติราษฏร์ที่ต้องการลบผลพวงรัฐประหาร และอยู่ที่ขบวนการเพื่อปฏิรูป 112 คนก้าวหน้าทุกคนควรช่วยกันสร้างขบวนการมวลชนเพื่อผลักดันสิ่งเหล่านี้ เพราะถ้าเราไม่เคลื่อนไหว การปรองดองก็จะเป็นแค่การปกป้องอำมาตย์บนซากศพวีรชน 


(ที่มา)
http://redthaisocialist.com/

สมุดโน้ตหน้าปก "สตาลิน" ถูกต้านหนักในรัสเซีย ชี้ช่วยสร้าง "ภาพบวก" ให้ผู้นำเผด็จการ

สมุดโน้ตหน้าปก "สตาลิน" ถูกต้านหนักในรัสเซีย ชี้ช่วยสร้าง "ภาพบวก" ให้ผู้นำเผด็จการ

 





สมุด โน้ตสำหรับนักเรียน ซึ่งมีภาพปกเป็นรูป "โจเซฟ สตาลิน" อดีตผู้นำเผด็จการของโซเวียต ก่อให้เกิดให้ข้อถกเถียงขึ้นมากมาย ภายหลังถูกวางจำหน่ายในรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยภาพของสตาลินบนหน้าปกสมุดดังกล่าว เป็นภาพของอดีตผู้นำเผด็จการที่แต่งกายในเครื่องแบบทหารเต็มยศ ซึ่งประดับเหรียญตรามากมาย


อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนชี้ว่า ภาพของอดีตผู้นำซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนสังหารผู้คนไปนับล้านชีวิต ไม่ควรจะถูกนำเสนอออกมาอย่างเป็นบวกเช่นนี้


ขณะที่ผู้จัดพิมพ์สมุดบันทึกเจ้าปัญหา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมุดชุด "ผู้มีชื่อเสียงของรัสเซีย" ปฏิเสธที่จะเก็บสมุดที่ตนเองผลิตขึ้นออกจากท้องตลาด


นอกจากนี้ สมุดที่มีรูปสตาลินบนหน้าปกยังถูกวิพากวิจารณ์จากคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล


"เมื่อเยาวชนได้พบเห็นภาพปกอันงดงามของสมุด ที่เป็นรูปสตาลินผู้ไว้หนวดและหล่อเหลา พวกเขาก็จะพลอยเข้าใจไปว่าอดีตผู้นำคนนี้คือวีรบุรุษ" นักประวัติศาสตร์ชื่อ นายนิโคไล สวานิดเซ ระบุในแถลงการณ์ของคณะกรรมาธิการ


อย่างไรก็ดี นายอังเดร เฟอร์เซนโก้ รมว.ศึกษาธิการของรัสเซีย ออกมายอมรับว่า แม้เขาจะรู้สึกไม่ชอบใจกับสมุดบันทึกดังกล่าวเช่นกัน แต่ก็ไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะสามารถสั่งห้ามมิให้สมุดรุ่นดังกล่าวออกวางขายในท้องตลาดได้


ทั้งนี้ โจเซฟ สตาลิน ปกครองสหภาพโซเวียต ในระหว่างปี ค.ศ.1922-1953 นักประวัติศาสตร์ระบุว่า เขามีส่วนต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของประชาชนหลายสิบล้านคน ทว่า สตาลินก็ได้รับยกย่องจากบทบาทการเป็นผู้นำประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


และเมื่อวลาดิมีร์ ปูติน ขึ้นสู่อำนาจ ภาพลักษณ์ของสตาลินก็เริ่มได้รับการฟื้นฟูให้เป็นบวกยิ่งขึ้นในสังคมรัสเซีย

(บีบีซี)


(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333818052&grpid=03&catid=&subcatid= 

"อ.สมศักดิ์" ชี้คำ "ไม่ปรองดองกับฆาตกร" ของจตุพรเหมือนโวหารหลอกชาวบ้าน แนะแยกนิรโทษ "คนธรรมดา" ทุกฝ่าย

"อ.สมศักดิ์" ชี้คำ "ไม่ปรองดองกับฆาตกร" ของจตุพรเหมือนโวหารหลอกชาวบ้าน แนะแยกนิรโทษ "คนธรรมดา" ทุกฝ่าย

 


 

นายสม ศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์คำอภิปรายของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาวาระรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติสภาผู้แทน ราษฎร(กมธ.ปรองดอง)  เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งเสนอ "ข้อเสนอนิติราษฎร์-สมศักดิ์" เพื่อแยกคดีการเมืองหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ ของ "บุคคลระดับนำทางการเมือง" ออกจากคดีของ "บุคคลธรรมดา" และลบล้างผลพวงรัฐประหาร ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ที่จตุพรอภิปรายในสภา "ไม่ปรองดองกับฆาตกร" นี่เป็นแค่โวหารนะ

ไม่ แน่ใจว่า บรรดาเสื้อแดง และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ตระหนักไหมว่า แม้จะมีการโต้กับ ปชป. "ดุเดือด" ในสภา รวมถึงการพูดประโยคนี้นั้น

แต่ความจริง การที่เพื่อไทย ใช้เสียงข้างมาก ผลักดันและรับรองรายงานของ กมธ.ปรองดอง (ที่วางอยู่บนรายงานสถาบันพระปกเกล้า) น้้น

คือการรับรองนัยยะของข้อเสนอ กมธ. ที่ว่า ให้นิรโทษกรรมทุกฝ่าย ทุกระดับ รวมถึง อภิสิทธิ์ สุเทพ ไม่ต้องพูดถึง ทหารระดับบัญชาการทั้งหลาย ที่ จตุพร ด่าเป็น "ฆาตกร" ด้วย

ดังนั้น การพูดของจตุพรนี้ จึงเป็นเพียงโวหาร เท่านั้น มติที่จตุพรและเพื่อไทยลงสนับสนุน มันตรงกันข้ามกับโวหารนี้เลย

...............

ดัง ที่ผมเขียนไปนานแล้วเหมือนกันว่า ในที่สุด ไม่มีทางที่จะนิรโทษกรรมทักษิณได้ ถ้าไม่นิรโทษกรรม สุเทพ อภิสิทธิ์ ทหาร ฯลฯ ("ฆาตรกร" ในคำของจตุพรเอง) ไปพร้อมๆ กันด้วย

ที่ผมเสนอมานานว่า ควรแยกกรณีคุณทักษิณออกจากเสื้อแดงระดับธรรมดา (และพันธมิตรฯระดับธรรมดา) ก็เพราะว่า 

นอกจากจะแฟร์สำหรับเสื้อแดงธรรมดาๆ โดยเฉพาะที่ยังติดคุก มาเกือบ 2 ปีแล้ว (รวมถึงแม้พวกที่ได้ประกัน แต่ยังต้องสู้คดี)

 

(อ่านต่อ)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1333718393&grpid=&catid=02&subcatid=0202

Free Somyot !

Free Somyot ! 

 

 

free somyot.mpg

http://www.youtube.com/watch?v=aZ9MeO2PlJ0&feature=youtu.be 

http://www.youtube.com/watch?v=bbKIFIrdZiY&feature=related 

The Universal Declaration of Human Rights

 http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=hTlrSYbCbHE#!