วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555
อัพเดทสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองในสหภาพยุโรป (1)
วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรปปัจจุบันเป็นผลพวงโดยตรงจากวิกฤตทางการ
เงินโลกในปี 2007 ที่มีจุดกำเนิดมาจากวิกฤติบ้านและอสังหาริมทรัพย์
(subprime mortgages) ในสหรัฐอเมริกา ที่มีการปั่นหุ้น สร้างฟองสบู่ และ
ค้ากำไรทางการเงินของพวกกลุ่มทุนธนาคาร สำหรับตัวอย่างคล้ายๆ
กันที่พอนึกภาพได้ง่ายๆ ในไทยก็คือ วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี พ.ศ.2540
SOTUS การสืบทอดระบบขูดรีด
SOTUS การสืบทอดระบบขูดรีด
โดย กองบรรณาธิการ เลี้ยวซ้าย
จากบทความใน นสพ.เลี้ยวซ้าย ๒๕๔๗
เดือนมิถุนายน
เดือนนรกที่ให้รุ่นพี่เลวใช้กดขี่นักศึกษาใหม่เวียนมาบรรจบอีกแล้ว
ตลอดเดือนนี้หากไปเดินดูตามมหาวิทยาลัยต่างๆ
จะพบว่าช่วงเขากำลังต้อนรับน้องใหม่
แต่ไม่ใช่การร้องรำทำเพลงสนุกสนานแบบที่เราเห็นในทีวีตอนเอ็นท์ติดใหม่ๆ
อีกแล้ว เดือนนี้เป็นเดือนนรกสำหรับนักศึกษาปี 1
เพราะพวกเขาจะถูกรุ่นพี่กดขี่เยี่ยงทาส
ราวกับรุ่นพี่ได้รับอำนาจจากฮิตเลอร์ให้มาลงโทษเชลย
มันคือมิถุนาทมิฬในเดือนมิถุนาทมิฬ
จะมีการเปิดห้องเชียร์ ให้นักศึกษาปี 1 เข้าไปนั่งในห้องเรียนแคบๆ
ให้รุ่นพี่ใช้อำนาจภายใต้ระบบโซตัส (SOTUS) ทำการ ว้าก หรือการตะคอกข่มขู่
เสียดสีดูถูกต่างๆ นานาราวกับน้องไม่ใช่คน มีการบังคับให้น้อง
บูมหรือตะโกนดังๆ ในเพลงที่ร้องแทบไม่เป็นสำเนียง
...ที่เริ่มต้นเป็นเสียงหวีดร้องของผู้หญิง
ตามมาด้วยการเลียนเสียงระเบิดของผู้ชาย ตามด้วยภาษาคนป่าอีกสองวรรค
แล้วก็ภาษาต่างด้าวยุโรป แปลออกมาจากน้ำเสียงที่โอหังว่า “ข้าคือใคร
ข้าจะบอกให้ก็ได้ (แล้วก็ลงชื่อสถาบัน)”
ลงท้ายด้วยเสียงหวีดร้องและเสียงเลียนแบบระเบิด และปรบมือให้ตัวเอง
ที่เก่งกล้าตะโกนอะไรบ้าๆทำนองนี้ออกมาได้ และดัง!?
(อ่านต่อ)
http://turnleftthai.blogspot.dk/2011/06/sotus.html
แก้ปมขัดแย้งพรบ ปรองดอง Divas Cafe 06มิย55
แก้ปมขัดแย้งพรบ ปรองดอง Divas Cafe 06มิย55
(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=D56hf4GPHnE
ประท้วงผูกผ้าดำที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ
ประท้วงผูกผ้าดำที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ
คณะทำงานเครือข่ายประชาธิปไตยนำผ้าดำไปผูกที่ป้ายศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่เห็นด้วยที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งสภาให้ระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในมาตรา 291 ณ หน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อ 6 มิถุนายน 2555
(ที่มา)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338962056&grpid=&catid=03&subcatid=0305
“ปล่อยนักโทษการเมือง” คือความรับผิดชอบทางศีลธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย
“ปล่อยนักโทษการเมือง” คือความรับผิดชอบทางศีลธรรมของรัฐบาลเพื่อไทย
โดยนักปรัชญาชายขอบ
เมื่อยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย
เราจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอ “ลบล้างผลพวงรัฐประหาร” ของนิติราษฎร์
ซึ่งมีผลให้การดำเนินการของ คตส.เป็นโมฆะ และคดีต่างๆ
ของคุณทักษิณต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ
การปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยอ้างว่าทักษิณได้ประโยชน์
หรือเป็นข้อเสนอล้างผิดให้ทักษิณ
(ที่จริงไม่ได้ล้างเพียงแต่ยืนยันสิทธิในการพิสูจน์ตนเองภายใต้หลักความเสมอ
ภาคทางกฎหมาย) ย่อมเท่ากับปฏิเสธหลักนิติรัฐ นิติธรรม
เพราะเป็นการยอมรับสภาพความเป็นนิติรัฐ นิติธรรม
ของระบบอำนาจที่ได้มาจากการทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตย
ที่สำคัญการปฏิเสธเช่นนั้นยังเป็นการสร้าง “มายาคติ” ว่า
“ทักษิณคือศูนย์กลางของปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดอง”
ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริงคือการรัฐประหารทำลายหลักการแห่งนิติรัฐ
นิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย
ทว่าตลกร้ายของสังคมไทยคือ
ทำไมมวลชนของคนชั้นกลางในเมืองรับไม่ได้อย่างเด็ดขาดกับการขายหุ้นในตลาด
หลักทรัพย์ไม่เสียภาษี
แต่ยอมรับได้กับรัฐประหารและกระบวนการเอาผิดนักการเมืองและพรรคการเมืองโดย
ระบบอำนาจของรัฐประหาร
การรับไม่ได้เด็ดขาดกับความผิดน้อย
กว่า (การทำผิดกฎหมาย)
กับการยอมรับได้และให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันแก่ความผิดที่มากกว่า
(ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มระบอบประชาธิปไตย) ในกรณีตัวอย่างนี้
เป็นเรื่องไม่อาจเข้าใจได้
หรืออธิบายไม่ได้ด้วยตรรกะที่อ้างอิงหลักจริยธรรมทางการเมือง หลักการ
อุดมการณ์ประชาธิปไตย หรือหลักนิติรัฐ นิติธรรม
ฉะนั้น การแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือการสร้างความปรองดองจะไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าไม่กลับไปหาหลักการ หรือยึด “หลักการ”เป็นตัวตั้ง
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/40867
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




