หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สงครามสีเลือกข้างประชาชนคู่'หงา-วิสา'

สงครามสีเลือกข้าง  ใคร?ยืนข้างประชาชน  คู่'หงา-วิสา'

 




ภาพที่โพสต์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 26 มิ.ย.55 เครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์บทกวี ของ "หงา คาราวาน" หรือ "สุรชัย จันทิมาธร" ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ที่เขียนบทกวีถึง "ศาลแห่งสีที่เคารพ"
 
ซึ่งบทกวีชิ้นนี้ ได้มีการแชร์ผ่านเครือข่ายออนไลน์อย่างกว้างขวาง และก็มีบรรดากวี และฝ่ายที่ยืนคนละข้างออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์และตอบโต้อย่างดุเดือด

ทั้งนี้ ล่าสุด กวีใหญ่ นาม "วิสา คัญทัพ" ซึ่งเป็นเพื่อนกับ "สุรชัย จันทิมาธร" มาอย่างยาวนาน ทั้งร่วมเขียนงาน ร่วมเขียนเพลง และร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคสมัยในช่วงเหตุการณ์เดือนตุลาฯ กระทั่งมาเกิดความขัดแย้ง เนื่องจากจุดยืนทางการเมือง ที่เลือกยืนคนละข้างและคนละสี ได้ใช้นามปากกา"กวีศรีประชา" ออกมาเขียนบทกวี ชื่อว่า "จึงเรียนมาด้วยความไม่เคารพศาลแห่งสี"

การตอบโต้บทกวีของ "หงา คาวาวาน"โดยมีเนื้่อหาวิพากษ์วิจารณ์กลับอย่างรุนแรงเช่นกัน

(ที่มา) http://www.komchadlu...medium=twitter# 

"ธิดา" นำทีมนปช.ฟ้องศาลอาญาโลกเหตุสลายม็อบแดง "ธงชัย วินิจจะกูล" ร่วมขึ้นชี้แจงภาพรวม

"ธิดา" นำทีมนปช.ฟ้องศาลอาญาโลกเหตุสลายม็อบแดง "ธงชัย วินิจจะกูล" ร่วมขึ้นชี้แจงภาพรวม

 

 

เมื่อ เวลา  09.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธิดา โตจิราการ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตภายในเต้นท์วัดปทุมวนาราม พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชน รวม 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 นายคารม พลพรกลาง ทนายความนปช. นายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการอิสระ และนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความ นปช. เดินทางมายังศาลอาญาระหว่างประทศ กรุงเฮก เพื่อ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงและประชาชนคนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 98 ศพ เมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกฯ และผอ.ศอฉ. เพื่อให้ศาลโลกรับทราบข้อเท็จจริงและรับข้อมูลเพิ่มจากที่นายโรเบิร์ต เคยยื่นเรื่องไว้กับศาลเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าคณะนางธิดาจะเข้าชี้แจงต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ในช่วงเช้าได้มีการประชุมหารือร่วมกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่โรงแรมแห่งหนึ่งภายในเมืองอัมสเตอร์ดัม เพื่อเตรียมข้อมูลและจัดวางคนที่จะชี้แจงรายละเอียดต่อศาลฯ โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 2  ชั่วโมง โดยเตรียมหลักฐานเอกสารต่างๆ เพื่อมอบให้ศาลฯ อาทิ คลิปวิดีโอเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เพื่อให้ศาลฯ ใช้ประกอบการพิจาณาคดีครั้งต่อไป

 

(อ่านต่อ)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1340721150&grpid=00&catid=&subcatid=

Divas Cafe 26มิย55

Divas Cafe 26มิย55 

 

แดงโห่ ปชป เฮ นักวิชาการซัด กระแสตีกลับเพื่อไทย Divas Cafe 13มิย55
http://youtu.be/vTCbQdANN1k

 

เปิดหน้าประวัติศาสตร์2475ที่ถูกทำให้เลือนหาย Divas Cafe 26มิย55

http://www.youtube.com/watch?v=0Q9tWMxxDWE&feature=player_embedded

The Daily Dose

The Daily Dose


   

 

The Daily Dose 26มิย55

http://www.youtube.com/watch?v=vzb0-eX1GS8&feature=share

การศึกษาไทย: แสวงหาหนทางออก บนเส้นทาง “รัฐสวัสดิการ”

การศึกษาไทย: แสวงหาหนทางออก บนเส้นทาง “รัฐสวัสดิการ” 

 

 
เด็กจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนเท่าคนอื่น หรือเวลาน้อยกว่าคนอื่น เนื่องจากความยากจน สุขภาพที่ไม่แข็งแรงดีพร้อม หรือครอบครัวมีปัญหาในด้านต่างๆ จากปัจจัยที่ยกมาสะท้อนให้เห็นถึง ความไม่แน่นอนของชีวิตเด็กนักเรียน ความไร้หลักประกัน

โดย
NTW


จากสถิติคุณภาพทางการศึกษาทั่วโลก ประเทศไทยอยู่อันดับต่ำ เทียบไม่ติดฝุ่นกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายๆประเทศ สังคมไทยยังล้าหลังอยู่มาก ดังที่เห็นในปัจจุบัน เราต่างพูดถึงการศึกษามีปัญหา ในด้านต่างๆ (เช่น ครูไม่มีคุณภาพ รัฐมนตรีการศึกษาบัดซบ!) ผู้เขียนเห็นด้วยกับทัศนะเหล่านี้แทบทุกประการ แต่ในทัศนะของผู้เขียน มีความเห็นอีกประการ เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาไทยที่หนักไม่ใช่เบา และเราไม่ค่อยพูดถึงกัน นั่นคือ๑) การที่เราไม่มี “รัฐสวัสดิการ” ซึ่งถือว่าเป็นหลักประกันคุณภาพชีวิตประชากร และ ๒)ปัญหาระบบ “ทุนนิยม” ที่แข่งขันโดยปราศจากมนุษยธรรม ตามคอนเซปท์ของมันอยู่แล้วที่ว่า “มือใครยาวสาวได้สาวเอา”

ผู้ เขียนไม่อยากให้เรามองแค่การแก้ชูเป้าหมายระยะสั้น หรือ เป้าหมายเฉพาะหน้า เท่านั้น แต่เราจำเป็นต้องมีเป้าหมายระยะยาวด้วย และการมองควรจะมองอย่างเป็นองค์รวมอีกด้วย ปัญหาการศึกษาของไทย เป็นที่แน่ชัดว่ามี ปัญหาเชิงโครงสร้าง อันรวบรวมปัญหาสารพัดอยู่ภายในโครงสร้างนั้น แต่ผู้เขียนจะพูดในประเด็นที่ยกไว้ ๒ ข้อ ข้างต้น ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาไทยทีเดียว

๑)ทำไมเราจำเป็นต้องมี “รัฐสวัสดิการ” – การศึกษาไทยในเวลานี้ สอนล้มเหลวมาโดยตลอด ปัญหาดังกล่าว มีปัจจัยประกอบหลายประการ เช่น

๑.๑)โรงเรียนขาดอุปการณ์การเรียนการสอน ขาดงบประมาณ

๑.๒)ครูไม่อยากสอน และเงินเดือนก็ต่ำ แม้ในระดับมหาวิทยาลัย ที่จบมาเป็น ด๊อกเตอร์ทั้งหลาย เห็นเงินเดือนแล้วก็ตกใจ หมื่นกว่าๆ

๑.๓)ความ เหลื่อมล้ำของโรงเรียนต่างๆ คนที่จบมาจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียง มักได้รับโอกาสที่ดีกว่าโรงเรียนไร้ชื่อหรือในชนบทเสมอ นี้คือความจริงในเวลานี้ ทุกคนต่างแสวงหาเพื่อโอกาสที่เข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น

 
ผู้ปกครองทุ่มเททุกวิถีทาง ไม่ว่าด้วยการจับฉลากก็ดี ยัดเงินก็ดี นานาสารพัด แม้ผู้เขียนเองก็เหมือนกัน แม้ไม่ได้ทำด้วยวิถีทางเหล่านั้น แต่ก็มีความอยากคาดหวังมากที่จะต้องสอบให้เข้าโรงเรียนอย่าง เตรียมอุดมศึกษา ให้ได้ ถ้าทำได้ก็ถือว่าเป็นเลิศกว่าโรงเรียนอื่นๆ คนอื่นๆ เอาง่ายๆ เหมือนพฤติกรรม “หมาแย่งกระดูก” และเป็นที่น่าเศร้า ที่เราวัดคนเก่งแบบนี้ คนนี้เก่ง-ไม่เก่ง การศึกษาเพียงชั่วครู่ชั่วคราว ไม่ใช่การศึกษาตลอดชีวิต ไม่ควรจะมาเป็นตัวชี้วัดเลย แต่ประเทศไทย กลับมีค่านิยมกากเดนอย่างนี้ 

๑.๔)การไม่เข้าถึงการศึกษา เด็กจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนเท่าคนอื่น หรือเวลาน้อยกว่าคนอื่น เนื่องจากความยากจน สุขภาพที่ไม่แข็งแรงดีพร้อม หรือครอบครัวมีปัญหาในด้านต่างๆ จากปัจจัยที่ยกมาสะท้อนให้เห็นถึง ความไม่แน่นอนของชีวิตเด็กนักเรียน ความไร้หลักประกัน มีเด็กจำนวนไม่น้อยเลยที่แข่งขันกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ หรือด้วยปัจจัยที่กล่าวไว้ในข้างต้น เบียดให้พวกเขาต้องกลายเป็น “คนชายขอบ” จำต้องหันเหชีวิตตนเองไปในทางที่ผิด เช่น เป็นโจร เป็นอาชญากร เราจะโทษเด็กเหล่านี้ได้อย่างไร ในที่พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เขาเป็นผู้แพ้ในระบบ

(อ่านต่อ)
http://turnleftthai.blogspot.dk/

เผยแม่สอดคุมเข้มแรงงานข้ามชาติออกนอกพื้นที่กลัวเข้ากรุง เอ็นจีโอชี้ละเมิดสิทธิ

เผยแม่สอดคุมเข้มแรงงานข้ามชาติออกนอกพื้นที่กลัวเข้ากรุง เอ็นจีโอชี้ละเมิดสิทธิ

 


เครือข่าย Migrant Rights Promotion Working Group (MRPWG) เผยได้รับเรื่องร้องเรียนจากแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด ที่ถือหนังสือเดินทางชั่วคราวและมี VISA ไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่แม่สอดได้ สอบถามหน่วยงานรัฐชี้เข้มเพราะกลัวแรงงานเข้าพื้นที่ชั้นใน

26 มิ.ย. 55 – เครือข่าย Migrant Rights Promotion Working Group (MRPWG) เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรพัฒนาเอกชนและกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่ อ.แม่สอด ว่าขณะนี้แรงงานต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทางชั่วคราวและมี VISA ไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่แม่สอดได้ และทางเครือข่ายได้ตรวจสอบข้อมูลก็พบว่ามีแรงงานจำนวนมากที่ถูกยับยั้งการ เดินทางออกนอกพื้นที่อำเภอแม่สอด ณ ด่านตรวจบ้านห้วยหินฝน ทั้งๆ ที่มีหนังสือเดินทางและ VISA โดยไม่ทราบสาเหตุ

โดยทางเครือข่ายได้สอบถามกรณีดังกล่าวที่ด่านตรวจบ้านห้วยหินฝน อ.แม่สอด ได้ข้อมูลจากทั้ง ตม. ตำรวจ จัดหางาน และหน่วยทหาร ตรงกันว่า การยับยั้งไม่ให้แรงงานออกนอกพื้นที่อำเภอแม่สอดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่จากห้ามไม่ให้ออกโดยเด็ดขาด เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ ต้องได้รับอนุญาตจากนายจ้างเสียก่อน ทั้งนี้แรงงานต้องนำหลักฐานการเปลี่ยนนายจ้างมาแสดงประกอบกับหนังสือเดินทาง และ VISA ด้วยจึงจะสามารถออกนอกพื้นที่ อ.แม่สอด ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่ง 2 ฉบับ คือ

1.คำสั่งเรื่อง แนวทางปฏิบัติการตรวจสอบเอกสารประกอบการเดินทางออกนอกเขตของแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ลงนามโดย นายมงคล สัณฐิติวิฑูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และ

2.บันทึกข้อความ เรื่องแนวทางปฏิบัติการตรวจสอบเอกสารประกอบการเดินทางออกนอกเขตของแรงงาน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ลงนามโดย นางสาวจงดี มีแต้ม จัดหางานจัดหวัดตาก

 

(อ่านต่อ)http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41277

คนเชียงใหม่พร้อมจัดการตนเองเดินหน้ารวบรวมชื่อเสนอ พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร

คนเชียงใหม่พร้อมจัดการตนเองเดินหน้ารวบรวมชื่อเสนอ พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร

 

ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง ผนึกกำลังประชาชน ประกาศเจตนารมณ์ "เชียงใหม่พร้อมจัดการตนเอง" นำเสนอร่าง พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร และเปิดเวทีสาธารณะ "ปฏิรูปประเทศไทยให้เชียงใหม่จัดการตนเอง"


เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2555 ณ  บริเวณลานหอศิลป์ล้านนา ตรงข้ามอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง ผนึกกำลังประชาชน ประกาศเจตนารมณ์ "เชียงใหม่พร้อมจัดการตนเอง" นำเสนอร่าง พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร และเปิดเวทีสาธารณะ "ปฏิรูปประเทศไทยให้เชียงใหม่จัดการตนเอง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมประกอบด้วยการประกาศเจตนารมณ์อย่างเป็นทางการของภาคีขับเคลื่อนฯ ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจากหลายภาคส่วนที่พร้อมจะสนับสนุน พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง  ตลอดจนการตั้งจุดรวบรวมรายชื่อประชาชน เพื่อร่วมลงนามสนับสนุนกฎหมาย 10,000 รายชื่อตามกระบวนการทางรัฐสภาต่อไป โดยในกิจกรรมครั้งนี้มีประชาชนชาวเชียงใหม่กว่าพร้อมใจประกาศเจตนารมณ์สนับ สนุนร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้โดยสวมเสื้อสีส้ม และสัญลักษณ์ต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมจนเต็มพื้นที่ลานหอศิลป์ล้านนา นอกจากนี้ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวบริเวณถนนคนเดินเชียงใหม่อีก ด้วย

ทั้งนี้ภายหลังจากประกาศเจตนารมณ์ ยังมีการจัดเวทีสาธารณะ "ปฏิรูปประเทศไทย ให้เชียงใหม่จัดการตนเอง" ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย (ไทยพีบีเอส) บันทึกเทปรายการซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยมีผู้ร่วมรายการ อาทิ นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตคณะกรรมการปฏิรูปประเทศและอดีตปลัดกระทรวงมหาไทย ดร.วณี ปิ่นประธีป รองผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูป นายไพโรจน์ พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย นายไพรัช ใหม่ชมพู ผู้อำนวยการกองการศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงใหม่ ศ.ดร.ธเนศว์ เจริญเมือง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสงวน พงษ์มณี  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ นายสวิง ตันอุด ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการทางสังคม ฯลฯ 

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41269