หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เสื้อแดงบุกไล่ตุลาการศาล รมน.

เสื้อแดงบุกไล่ตุลาการศาล รมน.


 

(คลิกฟัง)
http://www.youtube.com/watch?v=cG5bxUk-7c4&feature=player_embedded

ในสนามรบทางกฎหมาย

ในสนามรบทางกฎหมาย 

 


โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์

 

คงไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำถึงความไม่ชอบมาพากลที่ศาลรัฐ ธรรมนูญรับเรื่องตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญเอง และขัดต่อการตีความของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีมาก่อน ไปจนถึงการให้สัมภาษณ์ของประธานศาลรัฐธรรมนูญที่ส่ออคติก่อนการสอบสวน

ยิ่ง กว่านี้ สองในตุลาการเคยให้สัมภาษณ์มาก่อนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยการตั้ง ส.ส.ร.อาจทำได้ ซึ่งขัดกับการตัดสินใจรับคำร้องในครั้งนี้

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า มันมีอะไรที่ใหญ่และสลับซับซ้อนกว่าประเด็นทางกฎหมายหรือวินิจฉัยส่วนตนของ ตุลาการ พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ พลังฝ่ายอำมาตย์ไม่อนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อย่างน้อยก็ยังแก้ไม่ได้ในช่วงนี้

รัฐธรรมนูญนั้นไม่ค่อยมีความหมายมากนักแก่ฝ่ายผู้ถืออำนาจในเมืองไทย (มิฉะนั้นเราคงไม่มีรัฐธรรมนูญเกือบ 20 ฉบับหรอก) เพราะอาจตีความอย่างไรก็ได้ นอกจากนี้ฝ่ายผู้ถืออำนาจยังมีส่วนกำกับการร่างรัฐธรรมนูญเสมอ อย่างน้อยก็นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2490 เป็นต้นมา โดยการต่อรองร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่ถืออำนาจร่วมกัน หรือหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการสถาปนาการนำในกลุ่มผู้ถือ อำนาจได้ ก็อาศัยการต่อรองผ่านกลุ่มดังกล่าวอีกทีหนึ่ง

ฉะนั้นถึงจะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ไม่น่าจะเป็นที่หวั่นวิตกอย่างไร แต่ในร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นเป็นผู้รับผิดชอบการแก้ไข สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เห็นได้ว่า เป็นการยากที่ฝ่ายผู้ถืออำนาจจะเข้ามากำกับได้ เพราะ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง (เป็นส่วนใหญ่) แม้แต่ผู้ทรงคุณวุฒิก็ยังถูกเลือกมาจากรัฐสภา ซึ่งอำนาจกำกับของฝ่ายผู้ถืออำนาจเบาบางลงมาก

รัฐธรรมนูญปี 2550 เปิดโอกาสให้ฝ่ายผู้ถืออำนาจกำกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้หลายทาง แม้ต้องทำโดยไม่ค่อยตรงกับหลักการประชาธิปไตยเท่าไรนัก แต่ก็ยังเป็นอำนาจกำกับที่ขาดไม่ได้ ฉะนั้นในช่วงนี้เป็นอย่างน้อย ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไปแก่ฝ่ายผู้ถืออำนาจ จึงต้องขัดขวาง

แม้กระนั้น วิธีที่ใช้ในการขัดขวางก็ไม่ค่อยจะ "เนียน" เท่าไรนัก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการขัดขวางร่าง พ.ร.บ. หรือคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งไม่ต้องการให้บรรลุผล เท่าที่ผ่านมาในอดีต หากไม่นับการรัฐประหารแล้ว ประสบการณ์ทางการเมืองที่สั่งสมมานานของฝ่ายผู้ถืออำนาจ จะรู้วิธีขัดขวางฝ่ายที่ไม่ร่วมอยู่ในผู้ถืออำนาจได้แนบเนียนกว่านี้มาก

แต่วิธีที่ไม่ "เนียน" นี้อาจเป็นวิธีเดียวที่เหลืออยู่ เพราะอย่างน้อยในช่วงระยะเวลานี้และอนาคตอันใกล้ การรัฐประหารเป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ได้ ขาดการยอมรับของชาติมหาอำนาจ (อย่างที่ศาสตราจารย์ลิขิต ธีรเวคิน กล่าวว่า ท่าทีของมหาอำนาจตะวันตก คือให้การยอมรับและต้อนรับรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยอย่างเห็นได้ชัด) และก่อให้เกิดความวุ่นวายถึงขั้นจลาจลทางการเมือง ซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยภายใต้การนำของฝ่ายผู้ถืออำนาจตกในสถานการณ์ย่ำแย่ ลง

หลายคนเรียกการแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ว่า "ตุลาการรัฐประหาร" ซึ่งก็จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการรัฐประหารอย่างหนึ่ง คือการประหารรัฐด้วยการอ้างอำนาจที่ไม่มีในกฎหมาย แต่อย่างน้อย ก็ต้องอ้างกฎหมาย แม้จะอ้างอย่างข้างๆ คูๆ ก็ตาม แต่ก็ต้องอ้าง

ย้อน กลับไปคิดถึง พ.ศ.2476 เมื่อกำลังทหารฝ่ายคณะราษฎรยึดอำนาจจากรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เนื่องจากรัฐบาลนั้นได้ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยการงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา อันเป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่ไม่มีกฎหมายใดรับรองให้ทำได้ ฝ่ายคณะราษฎรก็อ้างเหตุนี้ในการยึดอำนาจ กล่าวคือเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญเอาไว้

คณะ ราษฎรในขณะนั้น มิได้มีอำนาจเด็ดขาดไม่ว่าในทางทหารหรือทางการเมือง การอ้างกฎหมายจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสริมพลังอำนาจของฝ่ายตน

เช่น เดียวกับการทำรัฐประหารตุลาการในครั้งนี้ ที่ต้องอ้างกฎหมายก็เพราะไม่มีทางเลือกอื่น แสดงให้เห็นอำนาจอันจำกัดลงของฝ่ายผู้ถืออำนาจ

สภาพอำนาจที่ถูกจำกัด ลงนี้ จะดำรงอยู่ต่อไปหรือไม่ และนานเท่าไร คงเถียงกันได้ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เชื่อว่าจะกลับมามีอำนาจกำกับการเมืองเหมือนเดิมได้อีก หากฝ่ายผู้ถืออำนาจมีสำนึกอย่างเดียวกันเช่นนี้

สิ่งที่ต้องปรับตัว คือต้องอาศัยกฎหมาย (แต่เพียงความหมายเผินๆ ทางอักษรศาสตร์ หรือบิดเบี้ยวในเชิงกระบวนการก็ตาม) เท่านั้น ในอันที่จะเข้ามากำกับการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
  

 

(อ่านต่อ)http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1342409064&grpid=&catid=02&subcatid=0200

"เมื่อขัดแย้งทางการเมืองจนจวนตัว ให้อ้างในหลวง - อย่างงั้นอีกแล้วหรือครับ?"

"เมื่อขัดแย้งทางการเมืองจนจวนตัว ให้อ้างในหลวง - อย่างงั้นอีกแล้วหรือครับ?"

 
เกษียร เตชะพีระ 
 


"แต่ประชาชนหลายๆ คนในประเทศนี้ก็ถูกกดดันมานานพอ
แล้วนะ (โว้ย)"

ถึงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์และแฟนเพจเฟซบุ๊คของคุณกนก รัตน์วงศ์สกุล(ซึ่งนำข้อความที่คุณกนกเขียนคัดค้านคณะนิติราษฎร์ไว้หลายเดือนก่อนเรื่องการปฏิรูป ม.๑๑๒ มาลงใหม่)

(ดูลิงค์ข่าวประกอบ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1342419024&grpid&catid=19&subcatid=1903)

เรื่องที่คนไทยเห็นต่างและทะเลาะขัดแย้งกันทุกวันนี้มีมาก หากทุกครั้งทุกเรื่องที่เราทะเลาะกัน แล้วเราไปอ้างอิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงอยู่ในสถานะเหนือความขัดแย้งทางการเมือง ให้เสมือนพระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งด้วย ก็เท่ากับเรารบกวนพระองค์ ให้ทรงระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ในสิ่งที่ไม่สมควร เพราะโดยหลักการของระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ พระองค์ทรงตั้งอยู่ในฐานะประมุขที่มั่นคงเป็นหลักชัยของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยหรือเห็นต่างกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยหรือเห็นต่างกับพรบ.ปรองดอง หรือเห็นด้วยหรือเห็นต่างกับศาลรัฐธรรมนูญและข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์

ในทุกความขัดแย้งของการเมืองแบบประชาธิปไตย ย่อมมีเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย หากทุกครั้งที่แตกต่างขัดแย้งกัน แล้วเสียงข้างน้อยอ้างองค์พระประมุขอันเป็นหลักชัยของบ้านเมืองมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการคะคานเสียงข้างมากแล้ว นั่นย่อมเป็นการดึงเอาพระองค์มาอยู่ในที่ ๆ มิบังควร เป็นที่ ๆ ตรงข้ามกับหลักการการปกครองโดยเสียงข้างมากอันเป็นแก่นสารสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

ผมคิดว่าเราต้องเป็นผู้ใหญ่พอ และมีวุฒิภาวะพอที่จะทะเลาะขัดแย้งกันโดยไม่เอาของสำคัญของรักของหวงของทุกคนในประเทศมาวางไว้ในที่สุ่มเสี่ยงอันตราย คือที่ ๆ จะอาศัยแอบอ้างใช้ประโยชน์จากพระบารมีไปขัดขวางและขัดแย้งกับเสียงข้างมากและประชาธิปไตย แทนที่จะเทิดทูนพระองค์ไว้เป็นหลักชัยของระบอบประชาธิปไตยทั้งระบอบ และของคนไทยทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมากร่วมชาติเดียวกัน

ผมอยากฟังเหตุผลแฟนเพจเฟซบุ๊คของคุณกนก และอยากฟังข่าวสารข้อเท็จจริงจากไทยโพสต์ ผมไม่อยากให้ท่านทำในสิ่งที่จะส่งผลเสียต่อสถาบันที่พวกท่านและคนไทยทั้งปวงรักและเทิดทูนที่สุดด้วยความมักง่ายและรู้เท่าไม่ถึงการณ์


Profile picture

ผมขอประกาศแคมเปญคว่ำบาตรกนก รัตน์วงศ์สกุล ช่วยกันลงโทษทางสังคมกับสื่อมวลชนฝักใฝ่ทรราษฏร์คนนี้ ... ไม่อยากเชื่อว่าจบธรรมศาสตร์ อย่างนี้เรียกได้ว่าทรพีต่อสถาบันที่สอนให้รักประชาธิปไตย อ้อ... อีกเรื่อง เลิกสันดานต่ำๆ ในกล่าวหาผู้อื่นว่าคนอื่นไม่รักสถาบัน คนที่เค้ารักสถาบันจริงๆ เค้าไม่ออกมาประกาศตัวบ่อยๆ ...คนอย่างกนกแท้ที่จริงก็เป็นแค่ไอ้พวกรักเจ้าแบบจอมปลอม ห้อยโหนขูดรีดประโยชน์จากสถาบันไปวันๆ เดรัจฉานจริงๆ

นายกฯยังไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

นายกฯยังไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ


 
รายการ Voice News ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 (19.00 น.)
- นายกฯยังไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
- ชี้ชัดกระสุนราชการฝังร่างชาญณรงค์
- ลอยตัวแอลพีจี ส่อเค้าเลื่อน
 
นายกฯยังไม่เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรีรอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อน ด้านประธานรัฐสภา เสนอถอนทุกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความขัดแย้ง
 
ชี้ชัดกระสุนราชการฝังร่างชาญณรงค์
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน ชี้ชัดกระสุนฝังร่างชาญณรงค์ พลศรีลา เหยื่อสลายการชุมนุมปี 53 เป็นกระสุนที่ใช้เฉพาะอาวุธสงครามของราชการเท่านั้น
 
ลอยตัวแอลพีจี ส่อเค้าเลื่อน
รองนายกฯกิตติรัตน์ เผยยังไม่ลอยตัวแอลพีจีทั้งระบบ ด้านกระทรวงพาณิชย์  ระบุหากประกาศลอยตัวจริง  อาหารปรุงสำเร็จขึ้นแน่ 25 สตางค์ต่อจาน
 

Divas Cafe

Divas Cafe



แดงโห่ ปชป เฮ นักวิชาการซัด กระแสตีกลับเพื่อไทย Divas Cafe 13มิย55
http://youtu.be/vTCbQdANN1k

After Shock หลังคำวินิจฉัยตลก ศาลรัฐธรรมนูญ Divas Cafe 16กค55

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=y_RuYYwFvkU

The Daily Dose

The Daily Dose 

 

The Daily Dose 16กค55

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=OknQXH5ddgo

Wake Up Thailand

Wake Up Thailand


Wake Up Thailand 16กค55

http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=MH4SvGt1wJk