"สมศักดิ์เจียมฯ"หักแดง!!! ชี้หลายมาตรฐาน ละเมิดหลักการ แค่ให้รบ.อยู่รอด???
"สม
ศักดิ์ เจียมฯ"สวดยับ!!! แดง "มีหลายมาตรฐาน -แค่ให้ รบ.อยู่รอด -
ละเมิดหลักการก็ทำได้ ชี้ โกรธ "ปธ.กสม." ทำไม แล้วที"พท.-นปช."เอาใจทหาร
ให้รางวัลทหารทำไม ไม่โกรธ ล่ะครับ?
วันนี้ ( 10 ส.ค.) เฟซบุค "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล"
ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณี นางอมรา พงศาพิชญ์
ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ได้เผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบเพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
กรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
(นปช.) ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. 53 ถึง19 พ.ค. 53
โดยระบุว่า "กระทู้นี้ อาจจะทำให้เสื้อแดงหลายคนไม่สบายใจ แต่ว่า
ผมอยากให้ลองคิดให้ดีๆ ถือเป็นอะไรที่ชวนคิด กระตุ้นสมองก็แล้วกัน
ผมเข้าใจความโกรธ ที่คนเสื้อแดงหรือเห็นใจเสื้อแดง แสดงต่อ อมรา
แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้างั้น การที่ เพื่อไทย-นปช. ใช้ยุทธศาสตร์ เอาใจทหาร
ให้รางวัลทหาร (คือไมใช่แค่ ไม่แตะเท่าน้้น - ให้รางวัลเลย) ทำไม ไม่โกรธ
ล่ะครับ? ผมหมายถึงว่า เราโกรธอมรา เพราะเรารู้สึกว่า อมราพูดหรือทำอะไร
ผิดสิ่งทีเป็นหลักการ ใช่ไหม (คือ คงไมใช่โกรธ
เพราะอมราหน้าตาไม่สวยหรืออะไรแน่) แต่ถ้าง้้น ทำไมจึง "ยอมรับ" หรือ
"ไม่โกรธ" กับ การเอาใจทหารล่ะ? ใช่เพราะคนเสื้อแดง รู้สึกว่า มัน "จำเป็น"
เพื่อ "ความอยู่รอด" ของรัฐบาลอะไรทำนองนั้นใช่ไหม? ซึงถ้าใช่ ก็แปลว่า
"ความโกรธ" ของเรานี่ มัน "ยืดหยุ่น" ได้นะ (คือ "มีหลายมาตรฐาน" ได้) คือ
ถ้าอะไรที่ รู้สึกว่า ทำให้ รบ.อยู่รอด - การละเมิดหลักการ ก็ ทำได้
ไม่โกรธได้ คือ หลักการ ก็ละเมิดกันได้ ไม่เป็นไร จริงไหม?"
(ที่มา)
http://www.tnews.co.th/html/news/66068/สมศักดิ์เจียมฯหักแดง!!!-ชี้หลายมาตรฐาน
เทปลับ และการเมืองของอำมาตย์
โดย อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์
แม้จะถูกเรียกว่าอำมาตย์เหมือนกัน
แต่อำมาตย์นั้นประกอบด้วยคนหลายกลุ่มมาก
และด้วยเหตุดังนั้นจึงมีความขัดแย้งกันเองเสมอ
และแม้ว่าบางครั้งพวกเขาแก้ปัญหาความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
แต่พื้นฐานที่แท้จริงของการแก้ปัญหาคือ รอมชอม
หากในที่สุดต้องจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน ฝ่ายแพ้ก็ควรนอนหงายแต่โดยดี
ฝ่ายชนะจะไม่กระทืบฝ่ายแพ้ หากจะพาไปส่งขึ้นเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์
หรือไต้หวัน หากทำได้ก็-ออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อไม่ให้ฝ่ายใด
ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ต้องลำบากในคุก
ไพร่ข้างนอกไม่เกี่ยว
และหากเข้ามาเกี่ยว อำมาตย์กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่มีวิธีจัดการอย่างไร
นอกจากใช้ความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนเท่านั้น อย่างที่ได้ใช้มาแล้วใน 14
ตุลา, 6 ตุลา, พฤษภามหาโหด 35, และพฤษภาอำมหิต 53 ในทรรศนะของอำมาตย์
ชีวิตและสวัสดิภาพของไพร่ไม่มีความหมายอย่างไร
ไพร่ตายพันเหมือนแมลงวันตายตัว (นึง)
นี่คือสารที่ผมอ่านได้จาก
เทปลับ ซึ่งอื้อฉาวอยู่เวลานี้ (และพูดกันตรงไปตรงมาเสียเลยว่า
เทปนี้เป็นของจริง ไม่มีใครหลอกลวงทำขึ้น และไม่ได้ถูกตัดต่อ)
และที่น่าสังเกตมากก็คือ ศัตรูของทักษิณและรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นสื่อหรือ
ปชป. ไม่ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาวิจารณ์เลย
ได้แต่ยุว่ากระทบกระเทือนต่ออำมาตย์ขุนทหาร แสดงว่าการรอมชอม
(หรือที่เรียกกันว่าเกี้ยเซี้ย) ยังไม่ครอบคลุมอำมาตย์ทุกกลุ่ม
เจาะเอาแต่กลุ่มอำนาจระดับบนเท่านั้น
อำมาตย์กลุ่มตกขบวนและบริวารจึงเดือดร้อนเป็นที่ยิ่ง
นับตั้งแต่
เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นรับตำแหน่งในระยะแรกแล้ว
ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มอำมาตย์มีสูงขึ้น เพราะขุนทหารไม่ไว้วางใจ
(แสดงว่าในกองทัพเองต้องมีบริวารฝ่ายอำมาตย์อีกฝ่ายหนึ่ง
หรือคนที่มีแนวโน้มจะถูกดึงไปอยู่พอสมควร) จะคุมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้อย่างไร
ผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงสุดฝ่ายอำมาตย์
ซึ่งในเทปลับที่ถอดออกมาเรียกว่า xxx จึงเรียก ผบ.ทัพบก
และรัฐมนตรีกลาโหมขณะนั้นมาพบ และบอกให้ทำงานร่วมกัน ผมเดาว่า xxx
คงมีวิธีจะคุมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เนียนกว่าการให้กองทัพแข็งข้อต่อรัฐบาลที่
ชนะการเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น
ต้องเข้าใจด้วยว่า
คุณทักษิณถูกรัฐประหาร (ซึ่งก็อยู่ในกติกาการแย่งอำนาจกันของอำมาตย์
เมื่อพบว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ รอมชอม
ระหว่างอำมาตย์ด้วยกันอย่างไม่เพียงพอ) ในสภาพที่สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว
การต่อสู้แย่งอำนาจจึงไม่จบลง
ที่เมื่อฝ่ายเสียงข้างมากของอำมาตย์ตกลงพร้อมใจกันที่จะถอดคุณทักษิณจาก
ตำแหน่ง เนื่องจากมีไพร่อีกกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาหนุนฝ่ายคุณทักษิณ
หนุนมากกว่าที่ไพร่เคยหนุนมาแล้ว
จนขนาดจัดตั้งขบวนการของตนเองออกมาเคลื่อนไหวได้อย่างเปิดเผย
และ
นั่นอาจทำให้คุณทักษิณวางแผนนอกเกมอำมาตย์ในระยะแรก นั่นคือ
หวังจะใช้กำลังของไพร่ในการคืนอำนาจ (หรืออย่างน้อยก็คืนชื่อเสียงเกียรติยศ
และทรัพย์สิน) ช่วงนั้นจะมีการโฟนอินในการชุมนุมของเสื้อแดงเกือบทุกครั้ง
และในช่วงการเผชิญหน้าระหว่างไพร่และอำมาตย์ ทั้งในปี 52 และ 53
กำปั้นของคุณทักษิณจึงชูขึ้น เพื่อระดมกำลังไพร่เต็มที่
หวังจะบีบให้รัฐบาลอำมาตย์ยอมลาออกแต่โดยดี
ละครนิรโทษกรรมเป็นโอกาสของทั้งสองฝ่ายที่จะเบี่ยงเบนประเด็น
การวิ่งเต้นโวยวายเรื่องร่างกฏหมายนิรโทษกรรมที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ จากทั้งสองฝ่าย คือฝ่าย “แช่แข็ง” กับฝ่าย “รัฐบาลเพื่อไทย” เป็นโอกาสทองสำหรับผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทยและพวกอนุรักษ์นิยมรวมถึงทหาร เพราะมันทำให้ประเด็นสำคัญๆ หายไป นั้นคือการสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในไทยด้วยการนำทหารและนักการเมืองที่สั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาล การลงโทษผู้ที่ก่อรัฐประหาร และการยกเลิกกฏหมายที่ทำลายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกโดยเฉพาะ112
สำหรับฝ่ายแช่แข็งอนุรักษ์เผด็จการ การถกเถียงกลายเป็นการต่อรองกับเพื่อไทยและทักษิณ มีการพยายามยกเรื่องทักษิณมาพูดตามเคย และปกปิดอาชญากรรมของทหารและประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นการกดดันให้นักโทษการเมืองติดคุกนานๆ ต่อไป และเพื่อไม่ให้แตะกฏหมาย112 ที่ปกป้องทหารด้วยหน้ากากกษัตริย์
สำหรับรัฐบาลเพื่อไทย และนปช. ความสับสนและข่าวลือต่างๆ รวมถึงการมีร่างกฏหมายนิรโทษกรรมร้อยแปดฉบับ เป็นโอกาสดีสำหรับพวกนี้ ที่จะสร้างความคลุมเครือ ให้เสื้อแดงนิ่งเฉยไม่ออกมาชุมนุม และยอมรับการประนีประนอมแย่ๆ กับทหาร กับการจบลงแย่ๆ ด้วยความรู้สึกว่า “อย่างน้อยเราได้บางอย่าง” แต่ได้อะไรนั้นอีกเรื่อง
คำถามที่เราควรถามคือ พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลมาหลายปีแล้ว ทำไมไม่มีการนำนายพลและนักการเมืองมือเปื้อนเลือดมาขึ้นศาล ทำไมนักโทษการเมืองเสื้อแดงไม่ถูกปล่อยในขณะที่พวกปิดสนามบินมีเสรีภาพ และทำไมไม่ทำอะไรกับกฏหมายแย่ๆ อย่าง 112?
คนอย่าง สมยศ สุรชัย ดาตอร์ปิโด ไม่เคยก่ออาชญากรรมและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เพื่อไทยกับ นปช. มองว่า “ต้อง” ติดคุกตลอดชีวิต ในขณะที่อาชญากรแท้ที่มีเสรีภาพลอยนวล เช่น ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ อนุพงษ์ และสนธิ นี่คือสูตรสำหรับการปกป้องสังคมไทยที่ไร้สิทธิมนุษยชน
(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48104
Wake up Thailand
Wake up Thailand ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 2
6 ศพวัดปทุมฯ ใกล้ได้ความยุติธรรม
http://www.dailymotion.com/video/x12tr14_6-ศพว-ดปท-มฯ-ใกล-ได-ความย
Wake up Thailand ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 1
จากม็อบสู่สภา และชะตาคนในคุก
http://www.dailymotion.com/video/x12tq62_จากม-อบส-สภา-และชะตาคนในค
Wake up Thailand ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 2
Coffee with : ธีรัตถ์ รัตนเสวี
http://www.dailymotion.com/video/x12s9bo_coffee-with-ธ-ร-ตถ-ร-ตนเส
Wake up Thailand ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556 ตอนที่ 1
ทำไมประชาธิปัตย์ต้องทำ คนติดคุกขนาดนี้
http://www.dailymotion.com/video/x12s7pt_ทำไมประชาธ-ป-ตย-ต-องทำ-คนต-ดค-กขน
Divas Cafe
Divas Cafe ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2556
จุดไม่ติด..มันผิดวัน
http://www.dailymotion.com/video/x12tu7g_จ-ดไม-ต-
Divas Cafe ประจำวันที่ 7 สิงหาคม 2556
ทุกคนเป็น "สัตว์การเมือง"
http://www.dailymotion.com/video/x12sci7_ท-กคนเป-น-ส-ตว-การเม-อ
ฟังคำสั่งไต่สวนการตาย ‘อากง’ 30 ต.ค.- ภรรยาฟ้องยื่นศาลปกครองฟ้องราชทัณฑ์
8 ส.ค.56 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ มีการไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพ
คดีหมายเลขดำ อช. 10/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์
ยื่นคำร้องไต่สวนการเสียชีวิตของนายอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง อายุ 61 ปี
ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 8
พ.ค.55 โดยในวันนี้มี นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูสิงห์
จังหวัดศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจชันสูตรพลิกศพนายอำพลที่
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบิกความเป็นปากสุดท้าย ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งวันที่
30 ต.ค.นี้ เวลา 9.00 น. เพื่อระบุว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด
รวมถึงสาเหตุและพฤติการณ์การตายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
150
ทั้งนี้ นายอำพล ถูกจับกุมฐานดูหมิ่น
หมิ่นประมาทและแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระราชินี รัชทายาท
และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ตั้งแต่กลางปี2553 จากกรณีส่ง SMS จำนวน 4
ข้อความให้เลขานุการอดีตนายกรัฐมนตรี ศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี
ระหว่างถูกคุมขังยื่นประกัน 8 ครั้งแต่ศาลปฏิเสธ
จนกระทั่งจำเลยเกิดอาการปวดท้องและถูกนำส่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในวันที่ 4
พ.ค.55 และต่อมาเสียชีวิตลงในวันที่ 8 พ.ค.55
น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความนายอำพล กล่าวถึงคำเบิกความของ
นพ.กิติภูมิโดยสรุปว่า สภาพศพของนายอำพลนั้นมีท้องโต หน้าท้องตึงใส
เมื่อผ่าพบน้ำในช่องท้องจำนวนมากราว 2 ลิตร ไม่พบมะเร็งที่ลิ้น
แต่พบมะเร็งที่จุดใหม่คือบริเวณตับ และปรากฏจุดมะเร็งตามผนังช่องท้อง
มีความเห็นว่า นายอำพลเป็นมะเร็งในระยะลุกลาม แต่ไม่ได้เสียชีวิตจากมะเร็ง
หากแต่เพราะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากมีน้ำในช่องท้องจำนวนมาก
และตามประวัติการรักษาในเวชระเบียน พบว่าไม่มีการเจาะน้ำในช่องท้องออก
ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเนื่องจากน้ำไปดันกระบังลม
มีผลต่อการสูบฉีดหัวใจ ซึ่งพบว่ามีการให้ยาขับปัสสาวะ
ให้ยาลดการบีบตัวของหัวใจ แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2013/08/48098
เอเชียบุ๊คส์ ถอน 'นายใน'-'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ' ออกจากชั้น
(8 ส.ค.56) เพจสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เผย
แพร่เอกสารจากเอเชียบุ๊คส์ ซึ่งส่งถึงสาขาต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ให้ดำเนินการเก็บคืนหนังสือ 3 รายการ ภายในวันที่ 10 ส.ค. ประกอบด้วย
"นายใน" สมัยรัชกาลที่ 6 และ ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อฯ
ทั้งฉบับปกแข็งและปกอ่อน ด้วยเหตุผลว่า
หนังสือภาษาไทยดังกล่าวมีเนื้อหาค่อนข้างเปราะบางกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
จึงขอเรียกเก็บคืนหนังสือทั้ง 3 รายการ
จากการสอบถามไปยังเอเชียบุ๊ค ผู้บริหารคนหนึ่งรับว่า ได้สั่งเก็บหนังสือดังกล่าวจริง อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์