หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

ทำไมต้องยกเลิก "องค์กรอิสระ"

ทำไมต้องยกเลิก "องค์กรอิสระ"


โดย  บทบรรณาธิการ นสพ เลี้ยวซ้าย


องค์กรอิสระในปัจจุบัน เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. หรือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ล้วนแต่เป็นองค์กรเผด็จการ เพื่อลดพื้นที่ประชาธิปไตย


หลายคนคงแปลกใจที่เราฟันธงแบบนี้ เพราะในกระแสการปฏิรูปการเมืองที่นำไปสู่รัฐธรรมนูญปี 40 นักวิชาการและขบวนการ NGO พยายามสร้างภาพว่าองค์กรอิสระ มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและคานอำนาจทางการเมืองเพื่อทำให้ประชาธิปไตยดี ขึ้น อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ และ แนวคิดเกี่ยวกับการแบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ล้วนแต่เป็นลัทธิทางการเมืองของพวกเสรีนิยมฝ่ายขวา และ แนวเสรีนิยมนี้ เป็นแนวคิดของชนชั้นนายทุน

แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังผู้ที่ผลักดันเรื่ององค์กรอิสระ  เป็นแนวคิดที่ดูถูกประชาชนส่วนใหญ่ มองว่าเขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเลือกผู้แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา นอกจากนี้มันเป็นแนวคิดที่มีอคติต่อกระบวนการประชาธิปไตย เพราะไม่ไว้ใจระบบการเลือกตั้ง

ตุลาการรัฐธรรมนูญ กกต. และ สว. ลากตั้ง ล้วนแต่เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากชนชั้นปกครองหรือทหาร พลเมืองธรรรมดาไม่สามารถเข้ามาตรวจสอบ ถอดถอน หรือ ปลดพวกเผด็จการเหล่านี้ได้เลย  แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญ บังอาจมองว่าตนเองมีสิทธิที่จะห้ามไม่ให้รัฐบาลหรือรัฐสภาที่มาจากการเลือก ตั้งออกนโยบายเศรษฐกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ ของสังคม พวกนี้บังอาจคัดค้านโครงการรถไฟความเร็วสูง และ บังอาจบอกว่าเราไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ สว. ทุกคนมาจากการเลือกตั้งได้

ผู้ที่ถูกแต่งตั้งโดยชนชั้นปกครองเพื่อให้ดำรงตำแหน่งใน กกต. แทนที่จะมองว่าหน้าที่ของตนเอง คือ การจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่ามกลางความวุ่นวายที่มาจากการกระทำของอันธพาลที่ต่อต้านประชาธิปไตย กลับมองว่าหน้าที่ของตนเองคือการเลื่อนวันเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางให้พวกที่ต้องการลดพื้นที่ประชาธิปไตยได้ประโยชน์

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่ถูกแต่งตั้งมาโดยชนชั้นปกครอง พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นคณะกรรมการสิทธิของอภิสิทธิชนเท่านั้น เข้าข้างม๊อบสุเทพ สนับสนุนการใช้กฎหมายเผด็จการ 112 และ เพิกเฉยต่อการเข่นฆ่าคนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย

พวกนักเศรษฐศาสตร์แนวเสรีนิยมขวาจัด ที่คลั่งระบบกลไกตลาดของนายทุน เช่น ในสถาบันวิจัย TDRI มองว่านักเศรษฐศาสตร์ผู้ที่ไม่เคยได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ควรมีสิทธิที่จะจำกัดนโยบายของรัฐบาลในแง่ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป พวกนี้มองว่าตัวเองควรมีอำนาจเหนือผู้แทนที่มาจาการเลือกตั้งโดยประชาชน เขาขยันด่าสิ่งที่เขาเรียกผิดๆ ว่า “ประชานิยม” แต่เงียบเฉยต่อการใช้งบประมาณรัฐมหาศาลเพื่อทหาร หรือ เพื่อพิธีกรรมฟุ่มเฟือย เขาอ้างประโยชน์ชาติเพราะเขาคิดว่าเขาเป็นตัวแทนของชาติและชาติของเขาไม่ใช่ ประชาชนส่วนใหญ่ ยิ่งกว่านั้นพวกนี้โกหกว่าเศรษฐศาสตร์มีแค่แนวเดียว แนวของเขา อ้างว่าเป็นแค่ “เทคนิค” เหมือนการซ่อมเครื่องจักร แทนที่จะเป็นเรื่องถกเถียงทางการเมือง

สังคมไทยมีพื้นที่ประชาธิปไตยน้อยเกินไป และ พื้นที่ประชาธิปไตยอันมีค่าที่เรามีอยู่ ถูกจำกัดโดยองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง  ถ้าเราจะปฏิรูปการเมืองไทยให้มีประชาธิปไตยมากขึ้นเราต้องยกเลิกองค์กรอิสระ ทั้งหมดและเคารพวุฒิภาวะของประชาชนส่วนใหญ่

การตรวจสอบหรือคานอำนาจของรัฐบาลและรัฐสภา ถ้าจำเป็น ต้องมาจากการกระทำขององค์กรที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น  เช่น สภาที่เลือกมาจากท้องถิ่นพื้นที่ 4 ภาค หรือ ตุลาการที่ได้รับการเลือกตั้ง นอกจากนั้นควรมีการใช้ประชามติเพื่อให้ “มวลมหาประชาชน” ที่แท้จริง ตัดสินกรณีที่มีความขัดแย้งหรือเห็นต่าง

พวกที่สนับสนุนอำนาจขององค์กรที่อิสระจากกระบวนการประชาธิปไตย และพวกที่ต้องการให้ฝ่ายประชาธิปไตยประนีประนอมกับอันธพาลเผด็จการของสุเทพ เป็นเพียงคนที่ต้องการถ่มน้ำลายใส่พลเมืองส่วนใหญ่ และสร้างระบบกึ่งเผด็จการนั่นเอง เขาไม่ใช่นักปฏิรูปแต่อย่างใด

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/01/51385 

สรุปจากท่าทีและคำวินิจฉัยของศาลรธน.วันนี้ บอกได้คำเดียว "เอาอีกแล้ว!"

สรุปจากท่าทีและคำวินิจฉัยของศาลรธน.วันนี้ บอกได้คำเดียว "เอาอีกแล้ว!"




โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์


วินิจฉัยว่า เลื่อนเลือกตั้งได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับเลย พวกเราอ่านรธน.จนกระดาษทะลุ-ลูกตาฉีก ก็หาไม่เจอ แม้แต่กม.ประกอบรธน.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ที่อ้าง ก็ไม่มี หรือท่านไปเปิดพจนานุกรมเจอคำว่า "สส.ไม่ครบ = ภัยพิบัติ" ฉะนั้นเลื่อนเลือกตั้งได้???

แล้วก็มา "แนะนำ" ว่า รัฐบาลกับกกต.ไปปรึกษากันเลื่อนเลือกตั้ง ก็คุณเอากฎหมายฉบับไหนมาใช้ ที่ให้ท่านมีอำนาจ "แนะนำ" ได้มิทราบ?

สรุปอย่างที่ผมเคยเขียนไว้นานแล้ว ศาลรธน.ประเทศไทย "เขียนรัฐธรรมนูญใหม่" ทุกวัน เพิ่มคำ ตีความ ใส่เนื้อหาใหม่ทุกวัน แล้วแต่ "ธงการเมือง" จะพาไป

ถ้านายกฯยิ่งลักษณ์ "หลวมตัว" ทำตาม "คำแนะนำ" ที่ไม่มีกฎหมายรองรับของศาลรธน. ยอมเลื่อนเลือกตั้งออกไป นั่นคือจุดจบของนายกฯยิ่งลักษณ์ เพราะประชาชนทั่วประเทศที่เตรียมตัวเตรียมใจเต็มที่จะไปเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะสูญสิ้นความเชื่อถือ ศรัทธาและความเชื่อมั่นในนายกฯยิ่งลักษณ์ทันที เพราะไปโอนอ่อนทำตามสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดกติกา ขัดต่อความต้องการของประชาชน เพียงเพื่อเอาตัวรอดทางการเมืองไปวัน ๆ ขณะที่พวกที่เกลียดชังท่าน ก็จะขับไล่ท่านต่อไป ไม่หยุด

อย่าได้เชื่อ "สัญญาณ" ว่า ให้เลื่อนเลือกตั้ง แล้ว ปชป.จะเลิกบอยคอต กลับมาลงเลือกตั้ง ม็อบเทือกจะยอมยุติ

ถ้าท่านยอมเลื่อนเลือกตั้งออกไป ก็จะมีช่องว่างเวลา ยืดลมหายใจปชป.และม็อบเทือกออกไปอีกหลายเดือน ปชป.ก็จะไม่กลับมาลงเลือกตั้งอีก ม็อบเทือก ปปช. ศาลรธน. และทหาร ก็จะไม่หยุด แต่จะยังคงไล่กระทืบท่านต่อไปจนกว่าท่านจะแหลกราญเป็นผุยผง สูญไปจากแผ่นดินไทย!!!

คณะนิติราษฎร์ชำแหละคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

คณะนิติราษฎร์ชำแหละคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ





คณะนิติราษฎร์ชำแหละคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ (คลิปเต็ม)
http://www.youtube.com/watch?v=JvHvTNjJb3E


ชม คลิปคณะนิติราษฎร์ ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ , อาจารย์ ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล , อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทจิรา

วรเจตน์ ภาคีรัตน์: คำวินิจฉัยศาล รธน. จะไม่มีผลให้เลื่อนการเลือกตั้ง

วรเจตน์ ภาคีรัตน์: คำวินิจฉัยศาล รธน. จะไม่มีผลให้เลื่อนการเลือกตั้ง



 
วรเจตน์ ภาคีรัตน์: คำวินิจฉัยศาล รธน. ไม่มีผลให้เลื่อนการเลือกตั้ง
http://www.youtube.com/watch?v=dPdufpGOcts 


วรเจตน์ ภาคีรัตน์ วิพากษ์คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีล่าสุดที่แนะนำให้นายกรัฐมนตรีเจรจากับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเขาชี้ว่านี่เป็นอีกครั้งที่คำวินิจฉัยของศาลขาดความชัดเจนแน่นอน ไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ และเงื่อนไขข้อเท็จจริงแล้ว การปฏิบัติตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ภายใน เงื่อนเวลาที่จะต้องมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.ที่จะถึงนี้

เขาเห็นว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นเพียงการโยนเผือกร้อนใส่มือนายกรัฐมนตรีให้ ต้องรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและทางการเมือง โดยที่ไม่มีอำนาจใดๆ รองรับ

สำหรับคำแนะนำต่อนายกรัฐมนตรีคือ ควรรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการแล้วถามกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอคำแนะ นำในทางปฏิบัติ และสำหรับกกต. คำวินิจฉัยอันไม่ชัดเจนนี้ไม่อาจเป็นเกราะกำบังให้กกต. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามพะราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนั่นหมายความว่า การดำเนินการเลือกตั้งจะต้องดำเนินต่อไปโดยไม่มีข้อแม้เป็นอย่างอื่น

(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2014/01/51394  

‘พอกันที’ ครั้งที่ 5 เสียงจากคนอยากเลือกตั้งถึงศาลรัฐธรรมนูญ

‘พอกันที’ ครั้งที่ 5 เสียงจากคนอยากเลือกตั้งถึงศาลรัฐธรรมนูญ 



 
เย็นวันที่ 24 ม.ค.2557 นักกิจกรรมทางสังคมกลุ่ม 'พอกันที' จัดกิจกรรม 'จุดเทียนเขียนสันติภาพ พอกันที หยุดการชุมนุมที่สร้างเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรง' เป็นครั้งที่ 5 ที่บริเวณทางเดินเชื่อมรถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี มีประชาชนเข้าร่วมหลายร้อยคน

ประชาไทได้พูดคุยกับ กิตติชัย งามชัยพิสิฐ หนึ่งในนักกิจกรรมจากกลุ่มพอกันที และพูดคุยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐ ธรรมนูญ หลังจากช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.โดยมีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 ให้สามารถเลื่อนการเลือกตั้งซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 2 ก.พ.2557 ออกไปได้

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/01/51397 

ประมวลภาพจุดเทียนเขียนสันติภาพ หนุนเลือกตั้ง 24 ม.ค.

ประมวลภาพจุดเทียนเขียนสันติภาพ หนุนเลือกตั้ง 24 ม.ค.







กลุ่มพอกันทีฯ จุดเทียนเขียนสันติภาพ BTS ช่องนนทรี วอน ตลก.รธน.เห็นหัวประชาชน วอน กกต.จัด ลต.ให้ได้ ยันไม่เอาความรุนแรงทุกรูปแบบ ชี้การเคลื่อนของ กปปส.เป็นเงื่อนไขสู่ความรุนแรง


24 ม.ค.2557 ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม "จุดเทียนเขียนสันติภาพ" เพื่อเรียกร้องให้ยุติการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ต่อต้านการรัฐประหารและสนับสนุนให้เคารพเสียงของคนทั้งประเทศเดินหน้าเลือก ตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้ โดยประชาไทได้รวบรวมภาพกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ที่จัดกิจกรรมเมื่อเย็นจนถึงค่ำที่ผ่านมาดังนี้

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/01/51395 


เลื่อนเลือกตั้ง : ทางออก หรือ ทางตัน ?

เลื่อนเลือกตั้ง : ทางออก หรือ ทางตัน ?


 
โดย วีรพัฒน์ ปริยวงศ์

https://www.facebook.com/verapat


คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ช่องให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งได้นั้น มีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาดังนี้

ประเด็นที่ 1 คำวินิจฉัยมีฐานทางรัฐธรรมนูญรองรับหรือไม่ ?

ในการวินิจฉัยคดีนี้ ศาลได้อ้างอำนาจจาก รัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ซึ่งบัญญัติว่า

"ใน กรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรีหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาลตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป ให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี หรือองค์กรนั้น เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย"

ถ้อย คำใน มาตรา 214 บัญญัติชัดเจนว่าจะต้องมีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ หมายความว่า จะต้องมีการโต้แย้งกันว่าอำนาจหน้าที่เป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง

อย่าง ไรก็ดี ไม่มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายข้อใดที่ให้อำนาจ คณะรัฐมนตรี หรือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่จะเลื่อนวันเลือกตั้งโดยอ้าง "ความกังวล" ว่าจะจัดเลือกตั้งไม่สำเร็จ

ตรงกันข้าม รัฐธรรมนูญและกฎหมายได้เล็งเห็นอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งอาจมีปัญหาได้ จึงมีบทบัญญัติที่สามารถตีความต่อไปได้ว่า หากการเลือกตั้งมีปัญหาและส่งผลให้ได้ ส.ส. ไม่ครบ 95 % ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตที่มีปัญหาให้ได้ครบจำนวนภายใน 180 วัน และหากเขตใดมีปัญหาสุดวิสัย ก็ดำเนินการแก้ไขเฉพาะในเขตนั้น

ดัง นั้น กฎหมายจึงได้กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาไว้อยู่แล้ว และไม่มีประเด็นความขัดแย้งของอำนาจหน้าที่ใดที่ต้องตีความ ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความสงสัยและนึกขึ้นเอาเองของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งแม้อาจจะหวังดีก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เหตุในการให้ศาลต้องชี้ขาด แต่หากกรณี 'นึกเอาเอง' แบบนี้ศาลรับมาชี้ขาดได้ ก็จะกลายเป็นบรรทัดฐาน 'เปิดประตูอภินิหาร' ให้ศาลกลายเป็นผู้เพิ่มและลดอำนาจองค์กรอื่นได้ตามใจปรารถนา