หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

พรุ่งนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดี 112 ‘สุรภักดิ์’

พรุ่งนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดี 112 ‘สุรภักดิ์’ 






ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.2557) ที่ศาลอาญา รัชดาฯ เวลา 9.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่สุรภักดิ์ (สงวนนามสกุล) ตกเป็นจำเลยในความผิดตามมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความ 5 ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจอันหนึ่ง

ทั้ง นี้ สุรภักดิ์ โปรแกรมเมอร์วัย 41 ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของเพจ 'เราจะครองแผ่นดินโดยxxxx' ในเฟซบุ๊คและโพสต์ข้อความเข้าข่ายความผิด 5 ข้อความเมื่อราวกลางปี 2554 เขาถูกจับกุมในวันที่ 2 ก.ย.2554 ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวออกมาสู้คดีและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ รวมระยะเวลา 1 ปีกับอีกเกือบ 1 เดือน ต่อมาวันที่ 31 ต.ค.55 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยว่าจำเลยกระทำความ ผิดตามฟ้องหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค 2 

(ที่มา)

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

สปป.ชี้คำวินิจฉัยตลก.ไม่ชอบธรรม วรเจตน์ยันพ.ร.ฎ.โมฆะ คะแนนเสียง 'ไม่' โมฆะ

สปป.ชี้คำวินิจฉัยตลก.ไม่ชอบธรรม วรเจตน์ยันพ.ร.ฎ.โมฆะ คะแนนเสียง 'ไม่' โมฆะ



ชมวิดีโอการอ่านแถลงการณ์ สปป.โดย พวงทอง ภวัครพันธุ์ และประจักษ์ ก้องกีรติ

สปป.แถลงกรณี 'เลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ' : วรเจตน์ ภาคีรัตน์

สปป.แถลงกรณี 'เลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ' : เกษียร เตชะพีระ

สปป.แถลงค้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีเลือกตั้ง 2 ก.พ. ระบุ 7 ประการ ไม่มีความชอบธรรมทางการเมืองและทางรัฐธรรมนูญ วรเจตน์ ชีปัญหาหลายระดับ ให้พ.ร.ฏ.เป็นโมฆะครึ่งเดียว และไม่ได้ฟันให้ 20 ล้านเสียงที่ลงคะแนนโมฆะ เพราะรู้ดีไม่มีกฎหมายรองรับอำนาจ

13.30 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) แถลงข่าวคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้ พ.ร.ฎ.ยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 108 วรรค 2 โดยชี้ว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวมีปัญหาความชอบธรรมทั้งทางการเมืองและทางรัฐ ธรรมนูญ (อ่านแถลงการณ์ในล้อมกรอบด้านล่าง) 

(อ่านต่อ)

สับคำวินิจฉัย ตลก. 'โมฆะ' 'นอก รธน.' 'นำสู่ความรุนแรง'

สับคำวินิจฉัย ตลก. 'โมฆะ' 'นอก รธน.' 'นำสู่ความรุนแรง'



 
 
สถิตย์ ไพเราะ ชี้หมดศรัทธาศาลนานแล้ว หลังตัดสินให้ กม.มีผลย้อนหลัง ด้านปิยบุตร ชี้คำวินิจฉัยศาล รธน.ต่างหากที่ "โมฆะ" เพราะไม่มีอำนาจตั้งแต่ต้น คณินจวกคำวินิจฉัย "นอกรัฐธรรมนูญ" ซ้ำกลายเป็นแก้รธน.นอกสภา ใบตองแห้งหวั่นคำตัดสินนำสู่การนองเลือด 

22 มี.ค. 2557 สถาบันพัฒนาประชาธิปไตย จัดเสวนาหัวข้อ "ฤาตุลาการจะทำให้ประเทศแตกแยก" ที่โรงแรมมิราเคิล ถนนวิภาวดี ดำเนินรายการโดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ โดยเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดคือมติศาลรัฐ ธรรมนูญวานนี้ ที่ระบุว่า พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรค 2 เนื่องจากไม่สามารถกระทำการเลือกตั้งในวันเดียวกันได้ทั้งราชอาณาจักร

สถิตย์ ไพเราะ อดีตรองประธานศาลฎีกา กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความแตกแยก สังคมไทยก่อน 2475 ก็มีความแตกแยก แต่ไม่ใช่ความแตกแยกในระบบปกครอง โดยเห็นตรงกันว่าจะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราช แต่เถียงกันว่าจะเอาใครมาเป็นพระมหากษัตริย์เท่านั้น พอมาหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการแตกแยกออกเป็นสองฝ่ายระหว่างฝ่ายสมบูรณาญาสิทธิราชแบบเดิมกับฝ่าย ประชาธิปไตย และสู้กันมาจนบัดนี้ ยันกันเรื่อยมาจนตอนหลังฝ่ายเผด็จการมีการใช้ตุลาการเข้ามา ซึ่งสิ่งที่ตุลาการทำนั้นไม่มีใครยอมรับได้

อดีตรองประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ส่วนตัวเลิกนับถือศาลมาตั้งแต่ปี 51 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าออกกฎหมายย้อนหลังเป็นโทษได้ เพราะการวินิจฉัยเช่นนี้เป็นการทำลายเสรีภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ เขามองว่าศาลไทยนั้นเกิดจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ไม่ได้มาจากฝ่ายประชาธิปไตย สิ่งที่ศาลตัดสินครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ พร้อมเล่าว่า คุณสมบัติผู้พิพากษานั้นกำหนดว่า ต้องเลื่อมใสในระบอบประชาธิปไตย แต่จากที่อยู่ในวงการนี้มา 40 ปี ก็พบว่าไม่เคยมีการสอบถามเรื่องนี้เลย

ปิยบุตร ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน.ต่างหากที่ "โมฆะ"
ปิย บุตร แสงกนกกุล นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ เริ่มด้วยการวิจารณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ออกมานั่งอ่านคำวินิจฉัยเต็ม แต่ให้โฆษกออกมาอ่านใบแถลงข่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และทำเช่นนี้หลายครั้งในระยะหลัง กับคดีสำคัญหลายคดีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่ออ่านใบแถลงข่าว แล้ว เห็นว่าไม่มีตรงไหนที่บอกว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. เป็นโมฆะ หรือถูกเพิกถอนไป แต่เนื่องจากทั้งฝ่ายสนับสนุน และต่อต้านต่างก็มีอารมณ์ร่วมเหมือนกันหมดว่าการเลือกตั้งจะโมฆะแน่นอน จึงตีความกันไปเช่นนั้น

สุรินทร์:ค้านคำสั่ง ตลก.เลือกตั้งโมฆะ คลุมผ้าดำอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ

สุรินทร์:ค้านคำสั่ง ตลก.เลือกตั้งโมฆะ คลุมผ้าดำอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ 



กลุ่มเยาวชนคณะราษฎรเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดสุรินทร์ คัดค้านผลการผลการวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ พร้อมชูป้ายผ้า “ราษฎรทั้งหลาย พึงรู้ไว้ ประเทศนี้เปนของ ตุลาการศาลรธน.”

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2557 ในเวลา 17.30 น.กลุ่มเยาวชนคณะราษฎรเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดสุรินทร์ แต่งชุดดำนำป้ายผ้ามาคลุมอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นแสดงเชิงสัญญลักษณ์ในการไม่เห็นด้วย กับการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ 

(ที่มา)
http://www.prachatai.com/journal/2014/03/52423 

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทั่วโลกองค์กร “อิสระ” คือเครื่องมือเผด็จการ

ทั่วโลกองค์กร “อิสระ” คือเครื่องมือเผด็จการ 


 
โดย อ.ใจ อึ๊งภากรณ์

 
ขณะนี้องค์กรที่อ้างกันว่า “อิสระ” ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือวุฒิสภาในส่วนที่มาจากการแต่งตั้ง ล้วนแต่หมดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิงในสายตาประชาชนไทยส่วนใหญ่ สาเหตุก็อย่างที่เราเห็นกันอยู่คือ องค์กรเหล่านี้ ซึ่งในปัจจุบันงอกออกมาจากเผด็จการและรัฐประหาร ล้วนแต่ตั้งหน้าตั้งตาสร้างอุปสรรค์กับกระบวนการประชาธิปไตย และพร้อมที่จะทำลายสิทธิเสรีภาพในแง่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

องค์กร เหล่านี้ไม่เคยจับผิดผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐไทยที่เข่นฆ่าประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงเทพฯ หรือการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในปาตานี และพวกนี้ก็เพิกเฉยกับการฆ่าวิสามัญใน “สงครามยาเสพติด” ในยุคทักษิณอีกด้วย พวกนี้เพิกเฉยต่อการโกงกินทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารที่รวยกว่าเงินเดือนปกติและกอบโกยทรัพย์สินจาก การทำรัฐประหารหรือการคุมสื่อและรัฐวิสาหกิจ หรือนายทุนที่โกงลูกจ้าง และถ้ามีการจับผิดนักการเมือง ก็แค่เป็นเพราะเป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ไม่เคยมีการจับผิดพวกที่แต่งตั้งกันเองและชงเรื่องกันเองเพื่อประโยชน์ฝ่าย ตน ไม่เคยมีการออกมาประณามกฏหมายเผด็จการ 112 ที่ปิดปากและทำลายสิทธิเสรีภาพ ไม่เคยมีการวิจารณ์สองมาตรฐานของการที่คนอย่างคุณสมยศติดคุกเป็นสิบๆปี ในขณะที่นักการเมืองและทหารฆาตกรอย่างสุเทพ อภิสิทธิ์ ประยุทธ์ หรือทักษิณลอยนวล และไม่มีองค์กรอิสระใดที่วิจารณ์การที่ศาลลำเอียงปกป้องตนเองจากการถูก วิจารณ์ด้วยกฏหมาย “หมิ่นศาล”

พวกนักวิชาการที่เชิดชูแนวคิดเกี่ยวกับ “องค์กรอิสระ” โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างรัฐธรรมนูญปี ๔๐ และหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยา ไม่เคยสุจริตพอที่จะเปิดเผยว่าแนวคิด “เสรีนิยม” (liberalism) อันนี้ เป็นเพียงหนึ่งแนวคิดในหลายความคิดที่ตรงข้ามกันและนำไปสู่การถกเถียงเสมอในระดับสากล เขาพยายามพูดว่า “ทุกคนที่รักประชาธิปไตย” ย่อมเห็นด้วยกับการมีองค์กรอิสระ และพูดเหมือนกับว่ามันเป็นแค่ “เทคนิค” ในการบริหารประเทศที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง

เลือกตั้งโมฆะ นักวิชาการชี้ “คำวินิจฉัยนี้เป็นการรัฐประหารทางรัฐธรรมนูญ”

เลือกตั้งโมฆะ นักวิชาการชี้ “คำวินิจฉัยนี้เป็นการรัฐประหารทางรัฐธรรมนูญ”

 

อุษา แสงจันทร์'s photo. 

ไม่ผิดคาดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติ 6 : 3 ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 ขัดรัฐธรรมนูญ และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องพร้อมความเห็นกรณีที่นาย กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในหลายประเด็น โดยเฉพาะการไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามกฎหมาย กำหนด (อ่านรายละเอียด)  

จากนั้นเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์รับฟับคำชี้แจงจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัวแทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรรักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

ล่าสุดวันที่ 21 มี.ค.นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญได้แถลงข่าวโดยอ่านคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า 

เมื่อได้ดำเนินการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไปแล้ว ปรากฏยังไม่มีการจัดการเลือกตั้ง สำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่เคยมีการรับสมัครการเลือกตั้งมาก่อนเลย จึงถือได้ว่า ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 มิได้มีการเลือกตั้ง วันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ส่วนการที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง หลังวันที่ 2 ก.พ.2557 ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเช่นเดียว กัน เป็นผลให้ พ.ร.ฎ. ยุบสภา พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 108 วรรค 2

ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย 3 เสียง ประกอบด้วย นายชัช ชลวร นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี นายเฉลิมพล เอกอุรุ ที่เห็นว่า การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ไม่มีอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนเนื้อหารายละเอียด หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ยังไม่สามารเปิดเผยได้ ขอให้รอดูคำวินิจฉัยส่วนตนอีกครั้งหนึ่ง

คำวินิจฉัยนี้เป็นที่จับตาอย่างยิ่ง และผลของคำวินิจฉัยก็ได้สร้างบรรทัดฐานรวมถึงผลสะเทือนทางการเมืองอยู่ไม่ น้อย และยังไม่แน่ใจว่าปัญหาทางการเมืองจะเดินไปทิศทางที่ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง

พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นักวิชาการด้านกฎหมายรุ่นใหม่ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ได้ให้ความเห็นเบื้องต้นต่อเรื่องนี้ว่า

1.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้งไม่ได้ในบางเขตเนื่องจากมี การขัดขวางการจัดการเลือกตั้ง ส่งผลให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งในบางเขตเหล่านั้นลุล่วง คือจัดให้มีการรับสมัครในเขตที่ไม่อาจเปิดรับสมัครได้ในรอบแรกเนื่องจากมี ม็อบมาขัดขวางการรับสมัคร เป็นเหตุให้ต้องจัดการเลือกตั้งในเขตเหล่านี้ในภายหลังเพื่อให้มีการเลือก ตั้งครบทุกเขต เป็นการจัดการเลือกตั้งเกินกว่าหนึ่งวันและไม่พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร จะเห็นได้ว่าการตีความเช่นนี้ส่งผลประหลาดในการบังคับใช้กฎหมาย

2. คำวินิจฉัยนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่าการขัดขวางการดำเนินการจัดการ เลือกตั้ง ทั้งการขัดขวางการรับสมัครก็ดี การขัดขวางการลงคะแนนก็ดี แม้ขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเขตใดเขตหนึ่ง ก็ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศได้ คำวินิจฉัยนี้ส่งผลประหลาดในการบังคับใช้กฎหมาย นัยเดียวกับกรณีเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการโหวตกฎหมายในสภา แม้เพียงเสียบบัตรแทนกัน 1 คน ศาลรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเป็น defect ที่ทำให้การลงมติของทั้งสภาเป็นโมฆะไปด้วย ตรรกะเดียวกัน หากอาศัยบรรทัดฐานการตีความเช่นนี้แล้ว ในภายหน้า ใครก็ตามที่ปรารถนาที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็ทำได้โดยเกณฑ์พวกไปปิดกั้นที่ทำการ กกต. ที่เปิดรับสมัคร "ผู้สมัครรับเลือกตั้ง" เพียง 1 เขต

"คณิน" อัด "ศาลรธน." วินิจฉัยทำลายระบบประชาธิปไตย จี้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ 21 มี.ค.57

"คณิน" อัด "ศาลรธน." วินิจฉัยทำลายระบบประชาธิปไตย จี้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ 21 มี.ค.57



Photo 

"คณิน" อัด "ศาลรธน." วินิจฉัยทำลายระบบประชาธิปไตย จี้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ 21 มี.ค.57
https://www.youtube.com/watch?v=ueyTAEFNWxc&feature=youtu.be