หน้าเว็บ

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ครม.ไฟเขียว ลดราคาจำนำข้าวเปลือกเหลือ 1.2 หมื่น/ตัน ด้าน นายกฯ เข้ม 3 มาตราการดูแลเกษตรกร

ครม.ไฟเขียว ลดราคาจำนำข้าวเปลือกเหลือ 1.2 หมื่น/ตัน ด้าน นายกฯ เข้ม 3 มาตราการดูแลเกษตรกร


[IMG]

อ หวาน เวทีภปช 18 6 2013
https://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=CeZNFohr_Gg

ครม.ไฟเขียว ลดราคาจำนำข้าวเปลือกเหลือ 1.2 หมื่น/ตัน 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1371625998&grpid=03&catid&subcatid 


ใบตองแห้ง ประชาไท
ใบตองแห้ง
 
ถ้าคิดจะเอาบุญทรงเป็นแพะคนเดียว ผมว่าเอาไม่อยู่ครับ รัฐบาลถึงจุดนับถอยหลังของจริงเสียแล้ว

เพื่อนในสายข่าวเศรษฐกิจบอกว่า วันนี้ โรงสีหยุดรับซื้อรับจำนำข้าวหมดทั่วประเทศ รถเกี่ยวข้าวก็หยุดเดินเครื่อง ชาวนาเคว้งคว้าง

การยอมยกธงขาว 1 ในนโยบายสำคัญที่สุด ไม่สามารถหยุดการโจมตีได้ จะทำให้รัฐบาลมีแต่ถูกกระหน่ำซ้ำเติม ถูกต้อนเข้ามุม ด้วยวิธีการสร้างกระแสรายวันอย่างที่พูดไปแล้ว เดี๋ยว 2.6 แสนล้าน เดี๋ยวข้าวเน่า เดี๋ยวข้าวหาย 3 ล้านตัน สารพัดจะสรรหามาเล่น หยุดจำนำก็จะว่ามีพิรุธ

คุณจะถูกสร้างจินตนาการผ่านกระแสสื่อ ให้ย่ำแย่พ่ายแพ้ลุกลาม เงินกู้ระบบน้ำ 3.5 แสนล้านก็จะถูกกดดันให้หยุดเป็นกรณีต่อไป เมื่อรัฐบาลถูกต้อนให้ช้ำ ก็เป็นโอกาสของตุลาการภิวัตน์ ปปช.จะยื่นตีนเข้ามากระทืบ ศาล รธน.จะฉวยโอกาสยับยั้งการแก้ รธน.

เขาไม่รัฐประหารหรอก แต่จะบีบให้รัฐบาลเข้าทางตันไปเรื่อยๆ ใช้สื่อ ฝ่ายค้าน อยู่ด้านหนึ่ง ใช้ตุลาการภิวัตน์ลิดรอนอีกด้านหนึ่ง สุดท้ายก็จะทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ทั้งแก้ รธน.ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ เขาจะเล่นงานจนน่วม แล้วค่อยเลือกว่าดาบสุดท้ายจะทำลายอย่างไร


วัฒนะ วรรณ

สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ขาดทุน เพราะการดำเนินนโยบายรัฐ ตามทฤษฎีเคนส์ นั่นย่อมขาดทุนอยู่แล้ว เช่น โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อันนั้นก็ขาดทุน แต่โดยภาพรวมเป็นการใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ส่วนเงินนั้นจะตกถึงใครก็ขึ้นอยู่กับวิธี การเป็นสำคัญ เช่น กรณีรับจำนำข้าว ผลประโยชน์อาจจะตกถึงเกษตรกรมากหน่อย และนี่คือเหตุผลสำคัญว่า ทำไมถึงต้องปรับลดราคารับจำนำลง

การจะเข้าใจเรื่องนี้ต้องนำแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองมาร์คซิสต์ และแนวคิดแบบชนชั้นมาอธิบาย ถึงจะเห็นภาพ

การเอาเงินใส่เข้าไปในระบบรับจำนำ เพื่อให้ถึงมือชาวนา นั่นรัฐจำเป็นต้องหาเงินมาใส่ วิธีการหาเงินของรัฐมีมากมายหลายวิธี แต่ปลายทางสุดท้ายก็ต้องพึ่งพิงการจัดเก็บภาษี ดังนั้นถ้าจะให้โครงการเช่นนี้ หรือโครงการอื่นๆ มีประสิทธิภาพเพิ่มสงเสริมการกินดีอยู่ดีของคนยากคนจน รัฐจะต้องใส่เพิ่มเข้าไปในระบบ และสุดท้ายต้องเพิ่มรายได้เข้ารัฐ โดยการเพิ่มภาษี โดยเฉพาะการเพิ่มภาษีกับภาคธุรกิจและภาษีรายได้ของคนรวยมากๆ แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลเพื่อไทยทำในสิ่งตรงข้าม คือไปลดภาษีจากธุรกิจ ซึ่งนั่นทำให้รายได้รัฐไม่ได้เพิ่มขึ้น และในระยะยาว การเอาเงินมาอุดหนุนคนจนมากๆ จะไปบั่นทอนงบประมาณที่ใช้สำหรับคนรวยๆ และทหาร เป็นต้น

และนี่คือจุดอ่อนของนโยบายประชานิยมที่องค์กรเลี้ยวซ้ายเคยวิเคราะห์ไว้ เมื่อสมัยไทยรักไทย ถ้าไม่การปฏิรูประบบภาษีนโยบายนี้จะมีขีดจำกัดสูงมาก เราจึงเสนอให้มีการปฏิรูปภาษีจัดเก็บในอัตราก้าวหน้า กล่าวคือ ใครมีมากจ่ายมาก ใครมีน้อยจ่ายน้อย หรือไม่ต้องจ่าย เพื่มนำเงินมาจัดรัฐสวัสดิการ เพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนให้เท่าเทียมกัน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น