หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

ทำไมคนที่กล่าวหาว่าคนอื่น “ล้มเจ้า” ด้วย “ความเท็จ” จึงไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

 

โดยสุรพศ ทวีศักดิ์

สิ่งที่น่าแปลกใจมากสำหรับ “สื่อ” ในประเทศนี้คือ มักจะตั้งคำถามกับคนที่ถูกมองว่า “วิจารณ์เจ้า” หรือถูกกล่าวหาว่า “ล้มเจ้า” ว่า “เอาเจ้า หรือไม่เอาเจ้า” ทั้งที่เป็นคำถามที่บังคับในตัวมันเองว่าต้องมี “คำตอบเดียว” เท่านั้น

แต่ทั้งที่รู้ๆ กันอยู่ว่า การกล่าวหาว่าคนอื่น “ล้มเจ้า” (เช่น กล่าวหว่าทักษิณจะล้มล้างสถาบันจึงทำรัฐประห าร แต่งนิยาย “ผังล้มเจ้า” กล้าวหาว่ามี “ขบวนการล้มเจ้า” แล้วล้อมปราบประชาชน กล่าวหาว่าคำ ผกา “โชว์นมล้มเจ้า” และทุกวันนี้ก็ยังกล่าวหาใครๆ ล้มเจ้าๆ ด้วย “ความเท็จ” อยู่ทุกวันๆ) แทบทั้งหมดล้วนแต่เป็น “ความเท็จ” ทั้งเพ แต่สื่อกลับไม่ตั้งคำถามเลยว่า คนที่กล่าวหาว่าคนอื่นล้มเจ้าด้วยความเท็จนั้น ควรจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างไร? ควรจะมีกฎหมายเอาผิดคนที่ทำลายเพื่อนร่วมสังคมด้วยข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ เช่นนี้หรือไม่?

พูดก็พูดเถอะ กรณี “อากง” สังคมไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่า “ข้อความหมิ่นฯ” นั้นว่าอย่างไร ส่งผลกระทบในทางเสียหายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินีในฐานะตัวบุคคลอย่างไร กระทบต่อความมั่นคงอย่างไร แต่อากงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

ฉะนั้น “ข้อเท็จจริง” ของผลกระทบต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้นที่ว่า “อากง”ได้กระทำลงไปแล้วนั้น สังคมไม่ได้รับรู้เลย รับรู้แต่เพียงข้องเท็จจริงของ “ผลกระทบอย่างรุนแรง” ที่อากงและครอบครัวได้รับ

เมื่อเป็นเช่นนี้ สังคมนี้ใช้ “เหตุผล” และ “ข้อเท็จจริง” อะไร ในการ “ประณาม” คนอย่างอากง!

เช่นเดียวกัน ที่สังคมนี้เกลียดชัง ประณามคนที่ถูกล่าวหาว่า “ล้มเจ้า” ก็เป็นความเกลียดชัง และประณามโดยที่ไม่ได้ “ประจักษ์” เหตุผลและข้อเท็จจริงเช่นกัน ซ้ำร้ายเมื่อรู้ในภายหลังว่าบุคคลนั้นถูกล่าวหาด้วย “ความเท็จ” บางคนยังคงเกลียดชังฝังใจไม่หายเลย

ในขณะที่ที่ไม่รู้สึกถึง “ความผิด” ใดๆ โดยเฉพาะ “สื่อ” ในประเทศนี้ไม่รับผิดชอบที่จะตั้งคำถามใดๆ ไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ กับฝ่ายที่กล่าวหาว่าคนอื่น “ล้มเจ้า” ด้วย “ความเท็จ”

แต่กลับมาตั้งคำถาม (ที่คิดว่าเท่ห์) กับฝ่ายที่ถูกล่าวหาด้วยความเท็จว่าเอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้า

นี่คือ “ปรากฏการณ์” ที่แสดงให้เห็นว่า ความรักเจ้า การปกป้องเจ้า ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็นเลย!
เจาะใจ"สมคิด"อธิการบดีธรรมศาสตร์ ลบรธน. ม.309 ออกไปก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆกับทักษิณ



"ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์" อธิการบดีม.ธรรมศาสตร์ เป็นนักกฎหมายมหาชน จบจากฝรั่งเศส


เคยเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ทั้งปี 2540 และ ปี 2550เคยเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรธน. ปี 2550


วันหยุดสุดสัปดาห์ มติชนออนไลน์ ชวนสนทนากับมือร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็นที่กำลังกลายเป็นวาระของสังคมไทยปี 2555


Q นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนหลายคนบอกว่า รัฐธรรมนูญ ปี  2550 เป็นรธน.เผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย ในฐานะที่เป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญและเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐ ธรรมนูญดังกล่าว จะอธิบายหรือโต้แย้งประเด็นนี้อย่างไร

รธน.ปี 2550  มีที่มาจากสมัชชาแห่งชาติจาก 2,000 กว่าคน แล้วก็มาเลือกกันเองเหลือ 200 คน แล้วคมช. ก็มาเลือกให้เหลือ 100 คน ส่วนนี้เป็นจุดด่างเล็กน้อยของรธน. ที่คมช. เป็นคนเลือกสสร.2  แต่สิ่งหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้คือ รธน. ปี 50 เป็นฉบับเดียวของไทยที่ผ่านการลงประชามติของประชาชนทั้งประเทศ อาจมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าประชามตินั้นมีการคดโกง มีการประกาศกฎอัยการศึกในช่วงลงประชามติ แต่ว่ามีประชาชนมาลงประชามติกว่า 30 ล้านคน ผมเองก็ยอมรับว่ามีข้ออ่อนอยู่บ้าง แต่การเลือกตั้งหรือลงคะแนนเสียงทุกครั้งของไทยก็มีข้ออ่อน อย่างการเลือกตั้งครั้งล่าสุดก็ไม่ได้สะอาด 100% ทุกคนก็พูดกันหมดว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเห็นได้ชัด  แต่สังคมก็ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งที่ใช้ได้ ดังนั้นการลงประชามติรับรองรธน. ปี 2550 ก็เหมือนกัน แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย  แต่ก็ผ่านประชามติมาและเป็นรธน.ที่ผมรับได้พอสมควรในเชิงกระบวนการการทำงาน เพราะประชามติก็ล้มล้างคมช. ที่ตั้ง สสร. 2 ขึ้นมา

(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325994616&grpid=01&catid=&subcatid=
ไฟต์บังคับ "นายกฯปู" ด่านแรก "ตั้ง ส.ส.ร." เส้นทางสู่ "รธน.ใหม่"



นับวันยิ่งคึกคัก นั่นคือ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ที่ร่างขึ้นโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ - ภายหลังการรัฐประหาร     19 กันยายน 2549

นปช.หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้่มาโดยตลอด ทั้งในแง่ที่มาและเนื้่อหาของรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยเองก็หาเสียง โดยชูประเด็นแก้รัฐธรรมนูญเช่นกัน และเมื่อชนะการเลือกตั้ง ประเด็นนี้ก็กลายเป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะต้องดำเนินการในปีแรก

โดยนัยยะของนโยบายเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่จะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ และผ่านความเห็นชอบของประชาชน โดยการลงประชามติ

ท่ามกลางอุณหภูมิการเมืองยังแกว่งไกว ด้วยการปะทะระหว่างคู่ความขัดแย้งเดิม ระหว่างขั้่วอำนาจพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลได้ 5 เดือน กับกลุ่มอำนาจเดิม ที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน



คิดถึงวันอาทิตย์...สีแดง...08/01/55


Posted Image

วันอาทิตย์ สีแดง แสงสดใส
สาดส่องไป ทั่วถิ่น แผ่นดินสยาม
เหนือ-ใต้-ตก-อิสาน- กลาง ต่างลือนาม
สีแดงงาม เกิดก่อ ทอประกาย....

เหล่านักสู้ ธุลีดิน ถวิลสร้าง
ถูกปลิดชีพ วายวาง จนห่างหาย
กี่ร่างเขา..ถูกไล่ล่า ถูกฆ่าตาย
ยังเดียวดาย ถูกทิ้ง ยิ่งทวี....

คนฆ่ายัง สุขสม อารมณ์ขัน
ยิ้มเยาะหยัน กันอีก ไม่หลีกหนี
ว่านักสู้ ธุลีดิน โง่สิ้นดี
พูดย่ำยี ฝังแค้น จนแน่นทรวง....

วันอาทิตย์ สีแดง สาดแสงสวย
อบอวลด้วย ความดี ที่ใหญ่หลวง
สามัคคี คือความหวัง สิ่งทั้งปวง
ให้โชติช่วง ทั่วปฐพี ด้วยสีแดง....

เมษา..พฤษภาเลือด ไม่เหือดหาย
เพื่อนล้มตาย ด่าวดิ้น จนสิ้นแสง
รอสะสาง พวกระยำ ที่จำแลง
ให้เปลี่ยนแปลง กลับทิศ นิมิตรดี....

ถูกยุแยง ตะแคงรั่ว มั่วไปหมด
คำโป้ปด ใส่ไคล้ ให้หมองศรี
ขออย่างเดียว คือ"ความรัก สามัคคี"
หนึ่งเดียวมี ผงาดสู้..ผู้ทำลาย....


๓ บลา / วันอาทิตย์สีแดง ๘ ม.ค.๕๕
(ต้นฉบับ เผยแพร่ ๘ พ.ค.๕๔)

มาอีกแล้ว โพลเลียไข่อำมาตย์ ยก เปรม ชวน อภิสิทธิ์ ต้นแบบความซื่อสัตย์


Posted Image

สิ่งที่โพลไม่เคยตั้งคำถามเลยคือ "ใครคือแบบอย่างของความซื่อสัตย์ต่อระบอบประชาธิปไตย?"

"ถ้า ประเทศนี้มันมีคนดีที่มีเพียงคนที่ชื่อ เปรม ชวน อภิษิต ก็เท่ากับว่าประเทศนี้คงหาคนที่เลวระยำและขี้ช่อขี้โกงไม่ได้อีกแล้วล่ะ เพราะพวกที่สวนดุสิดอ้างมานั้นมันเลวระยำจนหาคนอื่นมาเปรียบไม่ได้อีกแล้ว คนหนึ่งแดกเขาอันเป็นป่าสงวน และอีกคนก็ปล่อยให้น้องโกงธนาคารแล้วก็ออกมาปกป้องอย่างหน้าด้านๆ ส่วนไอ้คนล่าสุดนี่ยิ่งแม่งชั่วช้าหนักกว่าเพื่อนเลยแม่งทั้งเป็นฆาตรกรมือ เปื้อนเลือด สองสัญชาติ แถมแม่งโกหกเป็นที่หนึ่งในโลกเลย อย่าว่าแต่เป็นคนดีเลยหากแต่เป็นคนชั่วแล้วมันยังชั่วยิ่งกว่าคนที่มีในโลก นี้ชั่วเสียอีก"

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจชี้คนส่วนใหญ่มองอาชีพนักการเมือง ทุจริตคอรัปชันมากสุด ตามด้วยอาชีพข้าราชการและตำรวจ เสนอการแก้ปัญหาต้องปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ตั้งแต่เด็ก โดยมีครอบครัวเป็นแบบอย่างยกให้ "ป๋าเปรม" เป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์สุจริต...

(อ่านต่อ)http://www.thairath....tent/pol/228859

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

แดงสังคมนิยม

 

อำมาตย์ใช้การเลือกตั้งในไทยและอียิปต์เพื่อทำลายกระบวนการเปลี่ยนแปลง






พวกเราทุกคนที่รัก ประชาธิปไตย จะต้องยอมรับ และชื่นชมในกระบวนการเลือกตั้งที่สะอาด เพราะถ้าไม่มีการเลือกตั้งจะไม่มีประชาธิปไตย และเราจะไม่เห็นด้วยกับพวกที่ไม่พอใจกับผลการเลือกตั้งแล้วเรียกร้องให้ทหาร ทำรัฐประหาร เราจะไม่มีวันเห็นด้วยกับพันธมิตรฯที่เคยเสนอให้ลดจำนวน สส. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วแทนที่โดยการ “ลากตั้ง” โดยอ้างว่าประชาชน “ขาดวุฒิภาวะ” ในการตัดสินใจทางการเมือง นอกจากนี้เราจะไม่เห็นด้วยกับพวกที่มองว่ารัฐสภาประชาธิปไตยที่มีพรรคหนึ่ง ที่ครองเสียงข้างมากเป็น “เผด็จการรัฐสภา” เพราะพวกที่เคยพูดแบบนี้เป็นพวกที่โบกมือต้อนรับรัฐประหาร ๑๙ กันยา


แต่เราคงจะไม่ซื่อจนไม่ทันกับเกมการใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือของฝ่ายอำมาตย์

การเลือกตั้งที่กำลังจัดขึ้นที่อียิปต์จะไม่มีผลแต่อย่างใดในการลดอำนาจแท้ ที่ครอบงำสังคม เพราะไม่ว่าพรรคไหนจะชนะ กองทัพก็ยังถืออำนาจเหนือรัฐสภาและแต่งตั้งรัฐบาลได้ และการเลือกตั้งครั้งนี้จะแค่นำไปสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น


แน่นอนกองทัพอียิปต์จะ “สัญญา” ว่าใน “อนาคต” จะมีการเลือกตั้งรัฐบาลและประธานาธิบดี แต่จะเกิดขึ้นเมื่อไรและอำนาจทหารจะลดลงหรือไม่ก็ไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนคือการเลือกตั้งในมืออำมาตย์อียิปต์กลายเป็นกระบวนการเพื่อสลาย ขบวนการปฏิวัติ และหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมเก่าของอียิปต์แบบถอนรากถอนโคน เพื่อสร้างประชาธิปไตยแท้และความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และที่ชัดเจนคือ “พรรคเสรีภาพและความยุติธรรม” หรือ “พรรคมุสลิม” ที่คาดว่าจะได้เสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง จะมีบทบาทในการชักชวนให้ขบวนการเคลื่อนไหวสยบยอมจำนนและสลายตัว ทั้งหมดเพื่อปกป้องโครงสร้างเดิมของอำมาตย์อียิปต์


การที่ผู้นำกองทัพอียิปต์ยอมให้อดีตศัตรูทางการเมือง คือพรรคเสรีภาพและความยุติธรรม เข้ามาร่วมกินใน “สมาคมอำมาตย์” ครั้งนี้ เป็นค่าตอบแทนสำหรับพรรคที่พยายามจะสลายการเคลื่อนไหวต่อไปของมวลชน


ในไทยหลังการเลือกตั้งเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทยและทักษิณ ทำข้อตกลงกับอำมาตย์เช่นกัน โดยเฉพาะข้อตกลงกับทหารมือเปื้อนเลือด เพื่อให้ชนชั้นปกครอง ทั้งพรรคเพื่อไทยและฝ่ายตรงข้าม ปรองดองกันบนซากศพวีรชน รัฐบาลเพื่อไทยตอนนี้ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการหยุดยั้งการพัฒนาของสังคมไทย ไปสู่ประชาธิปไตยและความเป็นธรรม มีการจับมือกับทหารที่เคยบอกประชาชนไม่ให้เลือกเพื่อไทย และมีการใช้กฏหมาย 112 ด้วยความบ้าคลั่งเหนือกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ในอดีต ทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความพร้อมที่จะยอมจำนนเพื่อสิทธิ์เข้าร่วม “วงกิน” กับอำมาตย์

 

(อ่านต่อ)http://redthaisocialist.com/2011-01-20-12-41-04/312-2012-01-07-09-47-15.html

เรื่องของ "ปู" กับ "เปรม" เมื่อ "ป๋า" ไม่เปลี่ยน แล้ว "ประยุทธ์" ก็เป็นคนเดิม

เรื่องของ "ปู" กับ "เปรม" เมื่อ "ป๋า" ไม่เปลี่ยน แล้ว "ประยุทธ์" ก็เป็นคนเดิม




สถานการณ์ การเมืองในปี 2555 นี้ ถูกคาดหมายว่าจะรุนแรงและร้อนระอุมากขึ้น เพราะมีสัญญาณบอกเหตุต่างๆ มากมาย แบบที่เรียกว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้

มี เหตุระเบิด และความเคลื่อนไหวในทางลับของกลุ่มต่างๆ และขบวนการล้มรัฐบาล การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้มาตรา 112 การแก้ไขมาตรา 309 และการแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ปี 2551 และการรุกคืบคดีเสื้อแดง 91 ศพ รวมทั้งการนิรโทษกรรรม และความพยายามในการกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสริมด้วยการกลับมาสู่การเมืองของนักการเมืองบ้านเลขที่ 111

แม้แต่ การปฏิวัติรัฐประหาร ที่จะเป็นทางออกที่เป็นทางเลือกสุดท้ายก็ตาม เพราะแม้บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เองก็ย้ำว่าปีนี้ไม่มีปฏิวัติ "จะไปมีได้ยังไง ไม่มีหรอก" ก็ตาม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะมีเงื่อนไขให้ได้ลุ้น

"ใครจะสร้างปัญหาอะไรหรือ เปล่า และทหารจะไปอะไรตรงไหน ทุกคนมีบทเรียนกันอยู่แล้วว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ไปถึงจุดนั้น ก็แค่นั้น อย่าบอกว่า ความผิดข้างโน้น ข้างนี้ มันไม่ใช่ อยู่ที่ว่าทุกคนต้องช่วยกันและอย่าไปให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างก็จบ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ฝ่ายนั้นหรือฝ่ายนี้เป็นคนผู้เริ่ม ไม่จบเสียที" พล.อ.ประยุทธ์ แจง


(อ่านต่อ)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325933153&grpid=01&catid=&subcatid=