หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

ปฏิวัติ 9 กันยา นัดแล้วไม่มา

ปฏิวัติ 9 กันยา นัดแล้วไม่มา

 

ปฏิวัติ 9 กันยา นัดแล้วไม่มา 

 
เดือนกันยายน ของทุกปี กลายเป็นเดือนที่รำลึกถึงการก่อรัฐประหาร โดยเฉพาะรัฐประหาร 2549 ที่เป็นครั้งที่สร้างความยุ่งเหยิงให้กับสังคมไทยมากที่สุด แต่ในอดีตก็ยังมีการก่อความไม่สงบเกิดขึ้นในเดือนกันยายน นั่นคือ กบฎ 9 กันยายน 2528 ที่มีการยกกำลังทหารเข้าปะทะ และยิงกันกลางกรุงจนมีผู้เสียชีวิตมาแล้ว ย้อนเรื่องราวกบฎวันวานกับ Back Story 
 
เรื่องราวของกบฏ 9 กันยา 2528 นั้น มีการบันทึกไว้ว่า พันเอกมนูญ รูปขจร นายทหารนอกประจำการ ได้นำกำลังทหาร และรถถังจาก ม.พัน 4 ซึ่งเคยอยู่ใต้บังคับบัญชา และกำลังทหารอากาศโยธินบางส่วน ภายใต้การนำของ นาวาอากาศโทมนัส รูปขจร เข้ายึดกองบัญชาการทหารสูงสุด และประกาศให้ พลเอกเสริม ณ นคร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองของประเทศ และมีนายเอกยุทธ อัญชันบุตร ผู้บริหารในภาคเอกชนที่เคลื่อนไหวกับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เข้ายึดองค์การขนส่งมวลชน เป็นกำลังเสริมร่วมด้วย
 
เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ในขณะที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี และพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก อยู่ระหว่างการไปราชการต่างประเทศ ในเวลานั้น กำลังทหารฝ่ายรัฐบาลโดยการนำของ พลเอกเทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รวมตัวกันต่อต้านและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ 
 
เมื่อการก่อกบฏล้มเหลว ผู้ก่อการ คือ พันเอกมนูญ รูปขจร และ นาวาโทมนัส รูปขจร ได้ลี้ภัยไปสิงคโปร์และเดินทางไปอยู่ในประเทศเยอรมนีตะวันตก ส่วนคณะที่เหลือให้การว่าถูกบังคับจากคณะผู้ก่อการกบฏ มีผู้ถูกดำเนินคดี 39 คน หลบหนี 10 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับการยึดอำนาจครั้งนั้นว่า พันเอกมนูญ รูปขจร ทำหน้าที่เพียงเป็นหัวหอกออกมายึดสถานที่ เพื่อคอยกำลังเสริมของผู้มีอำนาจ ที่จะนำกำลังออกมาสมทบในภายหลัง และการกบฏครั้งนี้ล้มเหลวเนื่องจาก "นัดแล้วไม่มา"
 
สำหรับทหารฝ่ายรัฐบาล ได้ตั้งกองอำนวยการฝ่ายต่อต้านขึ้นที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน และนำกองกำลัง จาก พัน.1 ร.2 รอ. เข้าต่อต้าน ประกอบด้วย พลเอกเทียนชัย สิริสัมพันธ์ รักษาการตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก พลโทชวลิต ยงใจยุทธ รองเสนาธิการทหารบก , พลโท พิจิตร กุลละวณิชย์ ในฐานะผู้ประสานกับฝ่ายรัฐบาล ครั้งนั้นกองกำลังหลักของฝ่ายรัฐบาลคุมกำลังโดยกลุ่มนายทหารจปร. 5 ประกอบด้วย พลโทสุจินดา คราประยูร พลโทอิสระพงศ์ หนุนภักดี พลอากาศโทเกษตร โรจนนิล เป็นกลุ่มนำทีมในขณะนั้น 
 
อีกทั้ง การก่อความไม่สงบครั้งนั้น ยังมีการดึงเอาวงคาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตที่กำลังโด่งดังตอนนั้น มาเปิดเวทีคอนเสิร์ตกลางสวนอัมพร พร้อมการขึ้นเวทีสลับอ่านประกาศของคณะปฏิวัติเป็นระยะเพื่อหวังสร้างแนวร่วม แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายเรื่องราวบางส่วนของเหตุการณ์จึงมาปรากฏในบทเพลงชื่อ มะโหนก ในอัลบั้ม อเมริโกย งานเพลงชุดที่ 6 ซึ่งหน้าปกเทปเมื่อกลับหัวจะพบว่าเป็นเลข 9 สะท้อนไปถึง กบฎ 9 กันยา อีกทั้งเนื้อเพลงมีท่อนหนึ่งที่ร้องว่า "โหนกตัดสินใจรับใช้ชาติประชา มาเป็นพลทหารม้าสังกัดมอพันสี่" ซึ่งก็อาจสะท้อนไปถึงผู้นำขบวนการก่อกบฎ และในท้ายเพลงยังบันทึกเสียงปืนจากรถถังที่ยิงใส่เวทีคอนเสิร์ตพร้อมกับ เสียงผู้คนโหวกเหวกในวันเกิดเหตุด้วย 

(ที่มา)
http://news.voicetv.co.th/thailand/49821.html

Wake up Thailand

Wake up Thailand 




 
Wake up Thailand  6 กันยายน 2555
ฝ่าระเบิดลงใต้ยังโดนด่า
http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand/49560.html

Wake up Thailand 7 กันยายน 2555
ผูกขาดความดี ทำคนตายไปเยอะแล้ว
http://shows.voicetv.co.th/wakeup-thailand/49660.html

กรีซประกาศแผนรัดเข็มขัดครั้งใหม่

กรีซประกาศแผนรัดเข็มขัดครั้งใหม่

 

กรีซประกาศแผนรัดเข็มขัดครั้งใหม่ 

(คลิก) 
http://news.voicetv.co.th/global/49816.html

The Daily Dose

The Daily Dose




The Daily Dose ประจำวันที่ 7 กันยายน 2555
Obama ประกาศพร้อมเป็นปธน.อีกสมัย
http://shows.voicetv.co.th/the-daily-dose 


The daily Dose  6 กันยายน 2555  
เเนะนำ ADAM BRADSHAW เเละรายการ The BreakDown
http://shows.voicetv.co.th/the-daily-dose/49637.html

ตูนิเซีย ประท้วงอีกครั้ง ต่อต้านการคอรัปชั่น

ตูนิเซีย ประท้วงอีกครั้ง ต่อต้านการคอรัปชั่น

 

ตูนิเซีย ประท้วงอีกครั้ง ต่อต้านการคอรัปชั่น 

 
ชาวตูนิเซียหลายพันคนออกมาประท้วง รัฐบาลเพื่อกวาดล้างการคอรัปชั่น และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ถูกจับตั้งแต่การปฏิวัติโค่น ล้มรัฐบาลเมื่อปี 2554 
 
  ชาวตูนิเซียหลายพันคนรวมตัวกันที่จตุรัสกัส บาห์ ใกล้กับทำเนียบรัฐบาล ในกรุงตูนิส เพื่อประท้วงการคอรัปชั่นที่พบเห็นอย่างแพร่หลายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
 
ประเทศตูนิเซีย เคยอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการของนายซิเน เอล อาบิดีน เบน อาลี มาก่อน แต่รัฐบาลของนายเบนอาลี ถูกประชาชนประท้วงโค่นล้มไปเมื่อปีที่ผ่านมา 
 
รัฐบาลใหม่หลังการปฏิวัติ  ก็เป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคมุสลิม  ที่มีแนวคิดอิสลามสุดโต่ง และกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เปิดรับฟังเสียงประชาชนหรือไม่  
 
กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวว่า ถึงแม้การปฏิวัติจะสามารถกำจัดนายเบนอาลี ผู้นำเผด็จการได้สำเร็จ   แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน คือข้าราชการและนักการเมืองระดับสูงจากรัฐบาลชุดเดิม ที่ยังมีการคอรัปชั่น อันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ 
 
นอกจากนี้ พวกเขายังเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด  ที่ถูกจับในช่วงการประท้วงขับไล่รัฐบาลเมื่อปีก่อนด้วย โดยผู้ประท้วงกล่าวว่า กฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษทางการเมือง  ก็ถูกร่างขึ้นทันที  หลังจากการปฏิวัติ แต่จนถึงขณะนี้ กฎหมายดังกล่าวยังไม่ถูกบังคับใช้   ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงมองว่า อาจเป็นเพราะนักการเมืองบางพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดเก่ามีส่วน รู้เห็นในเรื่องนี้

(คลิกฟัง)
http://news.voicetv.co.th/global/49809.html

กรณี ชายชุดดำ วาทกรรม"ซ้ำซาก" ซ้ำรอย ผังล้มเจ้า

กรณี ชายชุดดำ วาทกรรม"ซ้ำซาก" ซ้ำรอย ผังล้มเจ้า


 
ทําท่าว่า กรณี "ชายชุดดำ" กำลัง เดินไปในร่องรอยเดียวกันกับ กรณี "ผังล้มเจ้า"

แม้จะเคยอึกทึกครึกโครมเป็นอย่างสูงในห้วงภายหลังสถานการณ์ขอคืนพื้นที่ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

และได้รับการโหมประโคมในห้วงก่อนกระชับวงล้อมก่อนการล้มเป็นใบไม้ร่วงนับแต่วันที่ 13 จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

แต่แล้วก็ค่อยเงียบหายไปเป็นลำดับ

หาก ประเมินจากถ้อยแถลงหลังสุดของ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 98 ศพในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ก็จะมองเห็นเงื่อนงำ

เงื่อนงำอันดำมืด

"ยังไม่ ปรากฏว่ามีหลักฐานใครถูกชายชุดดำยิงบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงคลิปภาพแต่ที่ถนนราชดำเนินและบ่อนไก่เท่านั้น จึงพยายามหาหลักฐานว่าชายชุดดำที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่และทำร้าย เจ้าหน้าที่เป็นใคร"

เป็นความพยายามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นความพยายามของเจ้าพนักงานสอบสวน

น่าสงสัย

ที่ว่าน่าสงสัยเพราะว่ารัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยเอ่ยอ้างถึง "ชายชุดดำ" อย่างถี่ยิบและมากเป็นพิเศษ


อย่าว่าแต่กรณีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เลย


แม้กระทั่งเหตุการณ์การตาย 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม เขตอภัยทานกลางเมืองในตอนค่ำของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็อ้างถึง "ชายชุดดำ"


แม้ ประจักษ์พยานที่ให้การต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ไม่ว่าจะเป็น นายจักรพงษ์ พนาสิริวรภัทร์ ไม่ว่าจะเป็น นายเพิ่มสุข ใจเย็น จะอ้างตรงกันว่า


"เป็นการยิงโดยเจ้าหน้าที่"


"มอง ขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้าเป็นคนใส่ชุดลายพราง ถือปืนเล็งลงมา ผมกลิ้งตัวหลบกระสุนแต่ก็ถูกยิงบริเวณก้นและโคนขา จนถึงตอนนี้ผมยังเชื่อว่าการยิงลงมาเป็นการพยายามฆ่า เพราะผมก็ไม่ได้มีอาวุธหรือต่อสู้"

เป็นชายในชุดลายพราง มิได้เป็น "ชายชุดดำ"

ทั้งๆ ที่จากเหตุการณ์เดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือนกรกฎาคม 2554 แต่ก็ไม่มีการพิสูจน์ แม้ดีเอสไอจะร้องถามครั้งแล้วครั้งเล่า

มิดอิมซิม


ภาวะไม่มีหลักฐาน ไม่ว่าพยานวัตถุ ไม่ว่าพยานบุคคล จึงส่อนัยว่า กรณี "ชายชุดดำ" จะดำเนินไปอีหรอบเดียวกัน กับ กรณี "ผังล้มเจ้า"

คือเสมอเป็นเพียงวาทกรรม


(อ่านต่อ)

เปิดโฉม"ชายชุดดำ" ยังขับซาเล้ง

เปิดโฉม"ชายชุดดำ" ยังขับซาเล้ง


 
 
หากินสุจริต-โต้ข้อหา "ดีเอสไอ"เปิดคลิปบี้! สอบเครียดไก่อู 10ชม. แม่เกดแจ้งจับคนขู่ฆ่า

เปิด ตัว "มานพ"ซาเล้งชายชุดดำ ชีวิตยากจน อยู่เพิงสังกะสีกับเมียและลูก 4 คน เปิดใจทุกวันนี้ยังเก็บขยะขาย เลี้ยงเป็ด ปลูกผัก ทำมาหากินสุจริต เล่าถึงคืน 10 เม.ย. เห็นผู้ชุมนุมล้อมเจ้าหน้าที่เลยอาสาไปเจรจาปลดปืน แล้วถือไปที่เวที พอเหตุการณ์สงบถูกจับยัดข้อหาก่อการร้าย ติดคุกหลายเดือน ด้าน "เสธ.ไก่อู" ให้การดีเอสไอ โดนบี้ 40 คำถาม พร้อมเปิดคลิป 2 สไนเปอร์ให้ดู ตอบเครียดอ้างยิงชายชุดดำตาย แต่เสื้อแดงเอาปืนไปซ่อนเลยไม่มีหลักฐาน ขณะที่ "แม่เกด" แจ้งกองปราบฯ โดนขู่ฆ่ายกครัว คาดสาเหตุไม่พอใจเคลื่อนไหวคดี 6 ศพวัดปทุมฯ "เหวง" แฉอีกเอกสาร "ศอฉ." ตั้งชุดเฉพาะกิจพลยิง 39 นาย สงสัยปฏิบัติงานอะไร เตรียมยื่นดีเอสไอสอบสวน

"แม่เกด"แจ้งตร.ถูกขู่ฆ่า
 
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ที่กองปราบปราม นางพะเยาว์ อัคฮาด และนายณัทพัช อัคฮาด แม่และน้องชาย น.ส.กมนเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ศราวุธ โชติสุวรรณ พงส. (สบ 3) กก.1 ป. ว่าถูกชายลึกลับโทรศัพท์ข่มขู่ฆ่ายกครัว จนเกรงว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นจริง จึงมาแจ้งความ เพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำ และดำเนินคดีตามกฎหมาย


จาก การสอบสวนนายณัทพัชให้การว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวเคยถูกข่มขู่คุกคามมาเกือบทุกรูปแบบแล้ว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมามีผู้ชายโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของแม่ แต่ตนเองเป็นคนรับสายแทน โดยปลายสายพูดว่า "พวกมึงสมควรตาย ถ้าพวกมึงไม่หยุด จะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว" ก่อนรีบวางสายไป ล่าสุดระหว่างเดินทางมากองปราบฯ ผู้ชายคนเดิมก็โทร.มาขู่อีก แต่ครั้งนี้น้ำเสียงดุดัน และเกรี้ยวกราดกว่าเดิม หลังพูดข่มขู่เสร็จก็วางสายไป จึงขอให้กองปราบฯ ช่วยสืบสวนว่าผู้ที่กระทำการดังกล่าวเป็นใคร หากพบตัวขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย


มั่นใจเหตุจากคดีวัดปทุมฯ

"ที่ ผ่านมาครอบครัวเราไม่เคยขัดแย้งกับใคร นอกจากเรื่องการทวงถามความยุติธรรมให้พี่สาวที่เสียชีวิต ทราบว่าคดีใกล้จบเข้าไปทุกทีแล้ว และสัปดาห์หน้าจะขอเข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย" นายณัทพัชกล่าว

ส่วนนางพะเยาว์กล่าวว่า สาเหตุน่ามาจากเรื่องที่เคลื่อนไหวเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม เมื่อปี 2553 จนทำให้ลูกสาวถูกยิงเสียชีวิต อีกทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็สืบสวนชันสูตรพลิกศพ และแถลงความคืบหน้ามาเป็นระยะๆ ขณะนี้ตนและลูกต่างหวาดระแวง ไม่มั่นใจในชีวิต จึงนำเรื่องมาแจ้งความกองปราบฯ และล่าสุดเมื่อเช้าก่อนมาแจ้งความ โทรศัพท์หมายเลขเดิมก็โทร.มาข่มขู่อีกครั้ง เป็นเสียงชายคนเดิม จึงอยากให้กองปราบฯ ช่วยตรวจสอบหาตัวผู้กระทำด้วย

ด้าน พ.ต.ท.ศราวุฒิเปิดเผยว่า จะส่งหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวไปให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบอีกครั้ง และจะได้เรียกตัวเจ้าของหมายเลขมาสอบสวนต่อไป 

(อ่านต่อ)
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREE0TURrMU5RPT0=&sectionid=TURNd

เผย "คนเก็บขยะ" ที่โดนยัดเยียดให้เป็น "ชายชุดดำ?"
http://www.go6tv.com/2012/09/blog-post_8.html