หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ปฎิญญาหน้าศาล

ปฎิญญาหน้าศาล
 

 

 

 

ปฎิญญาหน้าศาล บายศรี เอิ้นขวัญ รับเพื่อน 112 กลับสู่เสรี 9 9 2012
http://www.youtube.com/watch?v=TgyhcqgzGEI&feature=player_embedded
 
1 อ จรัญ ปฏิญญาหน้าศาล 9 9 2012
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=GHpnB1WcE5E 

2 ณัฐ ปฏิญญาหน้าศาล 9 9 2012
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=hCl7ch7F3UU 

3 สุริยัน ปฏิญญาหน้าศาล 9 9 2012
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=KCegk_hWMHA 
 
4 สุชาติ ปฏิญญาหน้าศาล 9 9 2012
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=xNT5yLVYdH0 

หนังเปิดเผยความหลอกลวงของบุ๊ช...สะท้อนไทยแลนด์แดนตอแหล

หนังเปิดเผยความหลอกลวงของบุ๊ช...สะท้อนไทยแลนด์แดนตอแหล

 




 

เมื่อดู Ferenheit 9/11  (หนังปี 2547)เห็นความหลอกลวงของ บุ๊ช ผู้นำประเทศอเมริกาแล้ว...ช่างเหมือนไทยแลนด์แดนตอแหลจริงๆ

นอกจากนี้...บุ๊ชมีประวัติหนีทหารและแก้ไขหลักฐาน กรณีมาร์คก็คงคล้ายกัน...ไม่น่าเชื่อผู้นำบ้าๆช่างมี DNA เหมือนกันจริงๆ

ก่อนหน้านั้นเมื่อสองเดือนก่อน หนังเรื่องนี้ถูกค่ายใหญ่ ”ดิสนีย์” สั่งบริษัทในเครือคือ “มิราแม็กซ์” ซึ่งร่วมลงทุนด้วยห้าล้านเหรียญ ให้ดองการฉายอย่างถาวร แต่หลังหนังได้รางวัลปาล์มทองคำในปลายเดือนพฤษภาคม ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป “มิราแม็กซ์” ได้ขายสิทธิให้ “ไลอ้อน เกทส์” บริษัทผู้จัดจำหน่ายหนังขนาดกลาง ซึ่งตกลงนำหนังเข้าฉายทั่วประเทศ ใน 868 โรงทั่ว 50 รัฐในอเมริกาโดยทันที 


รอยเตอร์รายงานในวันที่ 24 มิถุนายนว่า ในวันแรกของการเข้าโรงที่นิวยอร์ก ซิตี้ หนังสร้างประวัติการณ์ด้วยการทำยอดจำหน่ายตั๋วถึง 49,000 ดอลลาร์ ที่โรงหนัง โลว์’ส วิลเลจ เซเว่น ใกล้ถนนบรอดเวย์ หรือสูงที่สุดนับตั้งแต่ยอดจำหน่ายตั๋วที่เดียวกันได้ 43,435 ดอลลาร์ เมื่อปี 1997 จาก "Men in Black" และ 24,013 ดอลลาร์จาก "Crouching Tiger, Hidden Dragon" ในปี 2000

ในวันที่ 27 มิถุนายน หนังก็สรุปยอดจำหน่ายสัปดาห์แรกเป็นอันดับหนึ่งในอเมริกา ทั้งที่ฉายส่วนใหญ่ในโรงหนังอาร์ตขนาดเล็ก และได้ฉายน้อยโรงมากกว่าอันดับสองที่ฉายกว่า 3,000 โรง แต่สามารถทำเงินไปได้ถึง 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐในหนึ่งสัปดาห์
 

รางวัลคานส์จึงไม่ใช่แค่ใบประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นใบโฆษณาชั้นดีเรียกความสนใจของมหาชนทั่วไป และเบิกทางนำหนังเข้าสู่ความสำเร็จเหลือเชื่อในด้านยอดตั๋วเข้าชม ทั้งที่หนังสารคดีเรื่องนี้ไม่ได้มีความแตกต่างพิเศษมาก เมื่อเทียบกับหนังสารคดีอื่นๆ ของคนทำสารคดีจำนวนมาก นอกเหนือจากว่ามันวิพากษ์วิจารณ์ จอร์จ บุช ที่คนจำนวนมากกำลังต่อต้านเขาจากสงครามอิรัก 
Posted Image 

Fahrenheit 9/11 เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการแฉเรื่องของบุซ หลังเครื่องบินชนตึก World Trade Center ในวันที่ 11กันยายน 2001
แน่นอนครับตอนหนังฉายเรื่องนี่ชาวอเมริกันผู้สนับสนุนบุชนั้น ล้วนด่าไมเคิล มัวร์ไม่ยั้ง แถมยังกล่าวหาชาวอเมริกันที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น "พวกขายชาติ"

แต่กระนั้นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็มีความเห็นว่า เราควรเปิดใจครับ เปิดใจยอมรับความจริงอยู่ตรงหน้า เราควรเปิดมุมมองและความรู้ทางการเมืองใหม่ๆ อย่างที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ระบุถึงสิทธิอย่างหนึ่งที่ชาวอเมริควรมีนั่นก็ คือ เสรีภาพทางการพูด หรือ Freedom of Speech
Posted Image

 

ตอน 1
ในหนังนั้นนำประเด็นหลักคือ

บุชโกงการเลือกตั้งในปี 2000 จนชนะ AlGore อดีตรองประธานาธิบดี โดย ไมเคิล มัวร์ รวบรวมข้อมูลจากหลักฐานต่างๆ ตั้งแต่ก่อนประธานาธิปดีบุชจะเข้ามารับตำแหน่งอย่างไม่โปร่งใส โดยที่คู่แข่งของบุช ในการเลือกตั่งครั่งนั่นคือ AL GORE ซึ่งมีคะแนนสูงกว่า บุช แต่ ศาลสูงสุดของสหรัฐซึ่งมีเพื่อนผู้พ่อของจอส บุช แต่งตั่งบุชอย่างเป็นเอกฉันท์ ทั่งๆ ที่ฝ่ายสืบสวนของรัฐตรวจสอบการนับคะแนนดูก็พบว่า AL GORE คือฝ่ายชนะแน่นอน แต่กระนั้นฝ่ายศาลสูงก็เข้าข้างบุช คณะกรรมการการเลือกตั่งก็เป็นฝ่ายบุช นอกจากนี้ยังมีการตัดสิทธิ์คนลงคะแนนที่เป็นคนผิวสีด้วย ส่งผลให้คนผิวสีเกิดการจราจลตอนประธานาธิปดีบุชนั่งขบวนรถเพื่อไปรับตำแหน่ง ประธานาธิปดี (ยังไม่ถึงเหตุการณ์ 9/11)

Posted Image 

ตอน 2 
จาก นั้นหนังแฉความสัมพันธ์ระหว่างบุชกับราชวงศ์ซาอุและแม้แต่บินลาเดน แบบว่าซับซ้อนมากๆ คนโน้นเป็นญาติฝ่ายโน้น คนนั้นเป็นญาติฝ่ายนี้ และหนังก็นำเสนอการพักผ่อนถึง 42% ของบุชที่ฟาร์มในเท็กซัสและที่อื่นๆ ส่วนใหญ่บุซชอบเล่นตีกอล์ฟ ไม่ก็ทำไร่โคบา
Posted Image
 
ตอน 3
ไมเคิล มัวร์ ก็ออกมาแฉว่าบุซหนีการเกณฑ์ทหาร โดยไม่ยอมไปรบที่เวียดนาม แต่มาเป็น National Guard (หน่วยป้องกันประเทศ) แทน และเพื่อนบุซที่หนีเกณฑ์ทหารก็เช่นกัน ที่ชื่อ National guard ต่อมาได้เป็นคนช่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างบุชกับราชวงศ์ซาอุ(นอกจากนี้ jame r black ยังเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้ บินลาดิน และเครื่องบินให้บินลาดิน ในขณะที่ จอสบุชผู้พ่อเป็นประธาน ซีไอเอ และ jame r black สนับสนุนทางการเงินให้บุชทำธุรกิจน้ำมัน ในแท๊กซัสตะวันออก โดยบินลาดินสนับสนุนทางการเงินผ่าน jame r black โดยมีหนังสือยืนยัน)'
Posted Image 

ตอน 4
จากนั้นก็ถึงเหตุการณ์ 9/11 ซะที รู้ไหมว่าเวลานั้นบุซอยู่ที่ไหน เขากำลังไปฟังเด็กเล่านิทานที่โรงเรียนอนุบาลครับ ตอนนั้นเขากำลังนั่งฟังเด็กกำลังเล่านิทานเรื่องเป็ดน้อย แล้วพอบอดีการ์ดมากระซิบหูท่านว่าเครื่องบินชนตึกครับท่าน(ชนตึกลำแรก)หนัง ก็ฉายใบหน้าอันงี่เง่าของท่านประธานาธิบดีและการนิ่งเฉยอยู่นานและหลังจาก ที่ทราบข่าวเครื่องบินชนตึกลำที่สองบุซก็อ่านหนังสือให้เด็กที่โรงเรียนฟัง โดยไม่สนอะไรทั้งนั้น....(ฮ่าดี)


หลังเกิดเหตุการณ์ วันที่11 เดือน9 จะมีการระงับการบินทั่วราชอาณาจักรในอเมริกาใช่เปล่าครับ แต่เชื่อหรือไม่มีเที่ยวบินหนึ่งสามารถบินได้ และเที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารคือครอบครัวของบินลาดินจากสหรัฐไปซาอุฯ ทั้งๆ ที่ เที่ยวบินอื่นทั่งหมดทุกระงับ และใครที่อนุมัติเที่ยวบินนั้นฟ่ะ?

Posted Image

ตอน 5
หลังเกิดเหตุการณ์ ในการตรวจของขึ้นเครื่องบิน กลับให้เอาไม้ขีดไฟขึ้นเครื่องได้ทั้งๆ ที่มีข่าวคนร้ายพยายามใช้ไม้ขีดจุดชนวนระเบิดในขณะขึ้นเครื่องบินแท้ๆ แต่สิ่งของที่ห้ามขึ้นเครื่องเด็ดขาดกลับกลายเป็นนมแม่ในขวดนมซึ่งดูยังไงก็ ไม่อันตรายสักนิด!!


จากนั้นหนังก็แฉว่าอเมริกานั้นเป็นประเทศปลอดภัยที่สุดในโลกหรือเปล่า แน่นอนหนังแฉแหลกเลยว่ารัฐโอไรกอนของอเมริกา ทั้งรัฐมีตำรวจแค่8คน เพราะโดนตัดงบในคณะการบริหารของบุซ แถมแบบชั่วคราวด้วยไม่ได้ประจำแต่อย่างใด

Posted Image

ตอน 6
หลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 บริษัทที่ได้ผลประโยชน์ที่สุดคือ คาลายกรุ๊ป เป็นบริษัทผลิตอาวุธที่มี บุซผู้พ่อเป็นที่ปรึกษาอาวุโส โดยหุ้นส่วนรายใหญ่คือคนในตระกูลบินลาดิน ซึ่งหุ้นของบินลาดินได้ถอนหุ้น แต่กระนั้นก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีแหละ


ในขณะที่เกิดเหตุเครื่องบินชนตึกทั้ง2ตึก บุซไม่อนุมัติให้ฝ่ายสืบสวน สืบสวนในเรื่องนี้ แต่บุชต้องการจัดตั่งคณะกรรมการสืบสวนเองโดยพละการ ซึ่งไม่รู้เขากลัวอะไรหนักอะไรหนา กลัวมันผิดพลาดหรือไง นอกจากนี้ผลการสอบสวนถูกทำเนียบขาวเซ็นเซอร์เกือบทุกบรรทัด

Posted Image

ตอน 7
จากนั้นหนังก็ไล่มาเรื่องสงคราม ไล่ตั้งแต่อเมริกาบุกอัฟกานิสถาน โดยใช้จำนวนทหารบกแค่ 16,000 นาย ซึ่งจำนวนตำรวจในเมืองแมนฮัสตันยังเยอะกว่าอีก และการยกทัฟไปครั้งนี้ กองกำลังพิเศษของสหรัฐไม่ได้เข้าไปในที่กลบด้านของบินลาดินถึง 2 เดือน!!

Posted Image

ตอน 8
เมื่อการรบที่อัฟกานิสถานเสร็จสิ้น บุซก็แต่งตั่ง ประธานาธิปดีอัฟกานิสถาน คือ คาวิสคาไซ ซึ่งคาวิสคาไซ เดิมเป็นที่ปรึกษา ยูโนแคล ซึ่งอยู่ในเครือของบุซ เพื่อสะดวกในการสร้างท่อส่งแก๊ซเชื่อมระหว่าง3ชาติ!!
Posted Image

ตอน 9
จากนั้นก็มาถึงฉากสหรัฐบุกอีรัก โดยบุซอ้างว่าเพื่อล่าบินลาเดน ทั้งๆ ที่มีรายงานว่าบินลาดินกลบดานอยู่ในอัฟกานิสถาน แต่ในการประชุมบุซเอาแต่พูดเรื่องอีรัก แล้วอีรักเกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะครับ ประเทศอีรักไม่ได้เป็นศัตรูต่ออเมริกาสักหน่อย

ตอน 10
ฉากที่ผมฮ่าที่สุดในหนังเรื่องนี้คือ ฉากที่บุซบอกว่าเรามีพันธมิตรร่วมรบที่แข็งแกร่ง จากนั้นหนังก็บอกว่าพันธมิตรที่บุซบอกนั้นมีประเทศอะไรบ้างฉากนี้ฮ่าสุดๆ ครับ คือประเทศที่บุซบอกนั้นก็มี สาธารณพาเลา, คอสตาริก้า,ไอซ์แลนด์,โรมาเนีย(อยากจะบ้าตายประเทศเหล่านี้แทบไม่มีกองกำลัง ทหารเป็นชิ้นเป็นอันเลย ดังนั้นทหารที่บุกอีรักส่วนใหญ่เป็นอเมริกันทั้งนั้น ฮ่า.....)
Posted Image 


หนังสารคดีเรื่องนี้กล่าวหาประธานาธิบดี จอร์จ บุช จูเนียร์ ที่พลิกล็อกได้รับรางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลหนังคานส์ล่าสุด และกลายเป็นกระแสใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ให้แวดวงหนังสารคดีทั่วโลก ซึ่งมีผู้เบิกทางได้พยายามฟันฝ่ากันมายาวนาน และไม่เคยมีเค้าความสำเร็จแบบนี้ สำหรับหนังสารคดีการเมืองได้รางวัลใหญ่สูงสุดในคานส์ เป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี 
Posted Image

ไทยเธียเตอร์ 
ภาพยนตร์คุณภาพหาชมได้ยาก ที่ทางไทยพีบีเอสคัดสรรมาให้คุณชมถึงบ้าน
เวลาออกอากาศ  :  ทุกวันเสาร์  เวลา 22.05 - 23.00 น.
http://program.thaipbs.or.th/entertainmentprogram/article3355.ece 

โดย ลุงธรรม
(ที่มา)
http://www.internetofreedom.com/index.php?/topic/14992

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

ความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องชนชั้น

ความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องชนชั้น


 

 

 

 

 

 

 

 

"สำหรับแนวคิดเฟมินิสต์ แม้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลดแอกสตรี แต่นั้นเป็นเสมือนการเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากแนวคิดเฟมินิสต์นี้ เรียกร้องให้สตรีทุกชนชั้น ร่วมตัวกันต่อสู้กับอิทธิพลเพศชาย" 

โดย ฮิปโปน้อย บรมสุขเกษม

เป็นที่แน่นอนว่านักมาร์คซิสต์ไม่เคยแยกประเด็น ในเรื่องการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีออกจากเรื่องชนชั้น หากมองอย่างผิวเผินหรือมองในจุดยืนของนักสตรีนิยม (Feminists) เราอาจคิดว่าการกดขี่ทางเพศ เกิดจากโครงสร้างระบบที่ถือเพศชายเป็นใหญ่ที่มองว่า ตำแหน่งและหน้าที่ทำให้สถานะทางสังคมของเพศหญิงและเพศชาย มีความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมเกินไป เพศชายเป็นศูนย์กลางส่วนผู้หญิงมักไม่มีบทบาท ด้วยโครงสร้างชายเป็นใหญ่นี้เอง จึงเอื้ออำนวยให้เพศชายกดขี่ข่มเหงผู้หญิงได้ย่างเป็นระบบ

ในแนวคิดกระแสหลักของเฟมินิสต์แล้ว จะมีแนวคิดอยู่สองหลักคือแนวคิดแบบเสรีนิยม และแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบรัฐ เพื่อลดบทบาทการนำของเพศชาย ซึ่งทั้งสองแนวทางนี้จะเน้นแต่การปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปทางการเมือง ให้ผู้หญิงที่เป็นชนชั้นนำได้มีโอกาสเข้าถึงตำแหน่งทางการเมือง พยายามลดทอนอำนาจและอิทธิพลของเพศชาย และยังคงไว้ซึ่งระบบเศรษฐกิจและการเมืองเอาไว้ ดังนั้นแล้วแนวคิดเฟมินิสต์จึงมองปัญหาการกดขี่สตรี เป็นเรื่องของระบบชายเป็นใหญ่ โดยไม่ได้มองถึงระบบโครงสร้างทางชนชั้นในระบบทุนนิยม เนื่องจากสถาบันครอบครัวในระบบทุนนิยม ทำให้ผู้หญิงต้องทำงานหนักและมีภาระเพิ่ม ทั้งจากการทำงานหารายได้นอกบ้าน และต้องกลับมาดูแลงานในบ้านซึ่งเป็นงานที่ไม่มีมูลค่า รวมถึงการเลี้ยงดูลูกซึ่งเป็นหน้าที่หลักของผู้เป็นแม่

สำหรับแนวคิดเฟมินิสต์ แม้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลดแอกสตรี แต่นั้นเป็นเสมือนการเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากแนวคิดเฟมินิสต์นี้ เรียกร้องให้สตรีทุกชนชั้น ร่วมตัวกันต่อสู้กับอิทธิพลเพศชาย ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นเท่ากับว่า  กรรมาชีพหญิงและกรรมาชีพชายต่างเข้าสู่สังเวียนที่ฟาดฟันกันเอง และเหตุนี้จะเป็นตัวทำลายความสามัคคีระหว่างกรรมาชีพหญิงและกรรมาชีพชาย ซึ่งอันที่จริงแล้วปัญหาไม่อยู่ที่ระบบชายเป็นใหญ่ แต่อยู่ที่ตัวระบบทุนนิยมที่ผูกขาดปัจจัยการผลิต กรรมาชีพไม่มีสิทธิในการใช้สอย ผลผลิตที่ตัวเองลงมือทำ

ดังนั้นแล้วหากจะแก้ไขปัญหาการกดขี่สตรีคือ การสร้างรัฐสวัสดิการให้ประชาชนอย่างเป็นระบบ แรงงานหญิงสามารถลางานเพื่อคลอดและเลี้ยงดูลูกได้ โดยยังได้รับเงินเดือนตามปกติ และรัฐบาลเองจะต้องจัดสถานที่เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ รวมถึงการเข้าโรงเรียนฟรีด้วย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระเรื่องลูกให้เบาลง นอกเหนือจากนั้นรัฐเองต้องดูแลบุคคลที่ไม่พร้อมจะมีลูก หรือตั้งท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ให้ผู้หญิงเหล่านั้นได้เลือกที่จะทำแท้งอย่างปลอดภัย ตามความสมัครใจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เด็กที่เกิดมานั้นเป็นภาระของสังคม และพ่อแม่ที่ยังไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก

การต่อสู้ทางชนชั้นนั้น ไม่สามารถแยกออกจากการต่อสู้เพื่อสิทธิทางเพศ กรรมาชีพทั้งชายและหญิงต่างเป็นผู้ถูกกดขี่ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจากต่อสู้จึงจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อรัฐสวัสดิการก่อน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การดูแลคนชราหลังเกษียรจากการทำงาน ให้การบริการด้านอาหารและที่อยู่อาศัย แก่บุคคลไม่มีรายได้ พิการ หรือตกงาน เพื่อเป็นการลดช่องว่างความเหลื่อล้ำ และสร้างความเป็นธรรมให้กับคนทุกเพศ

(ที่มา)
http://turnleftthai.blogspot.dk/2012/09/blog-post_1.html

เสวนา: หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน ถึงทางตันขบวนการนักศึกษา?

เสวนา: หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน ถึงทางตันขบวนการนักศึกษา?

 

 

 
ถึงทางตันขบวนการนักศึกษาจริงหรือ?
http://www.youtube.com/watch?v=tj5Y8VnStJ4&feature=youtu.be

เราจำเป็นต้องพูดเรื่อง 112  


เสวนากลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน มองขบวนการนศ. ยังฟุบแต่ไม่ถึงทางตัน ต้องใช้เวลาค่อยๆ ฟื้นเพื่อร่วมกับยุคสมัยของขบวนการประชาชน ในขณะที่ "สนนท." ถูกมองว่าไม่ได้เป็นองค์กรนำในกลุ่มนศ. อีกต่อไป

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 55 กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาอิสระในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนาในหัวข้อ “หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน ถึงทางตันขบวนการนักศึกษา?” โดยมีวิทยากรประกอบด้วยเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ปี 2518 ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข กรรมการบริหารสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ปี 2535 อติเทพ ใชยสิทธิ์ กรรมการบริหารสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2553 และหนึ่งฤดี นวนสาย สมาชิกกลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน (CCP)

ดิน บัวแดง หนึ่งในผู้จัดงานครั้งนี้กล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดงานว่า ต้องการจะเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ขบวนการนักศึกษา และฟังประสบการณ์จากผู้ที่เกี่ยวข้องในสมัยนั้น เพื่อเป็นบทเรียนและประโยชน์ให้กับกลุ่มนักศึกษาในปัจจุบัน ทั้งในแง่มุมวิชาการและประวัติศาสตร์

วิทยากรประกอบด้วย
เกรียงกมล เลาหไพโรจน์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ปี 2518
ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข จากประชาไท
อติเทพ ไชยสิทธิ์ กรรมการบริหารสหพันธุ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ปี 2553
หนึ่งฤดี นวนสาย กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน (CCP)

ดำเนินรายการโดย ดิน บัวแดง กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน (CCP)

ณ ห้อง 107 ตึก 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555
 
(อ่านต่อ)
http://www.prachatai.com/journal/2012/09/42543  

เสวนาเงื่อนงำ คำพิพากษา มุมมองต่อ ม 112 ของสมยศฯ อนุสรณ์สถาน

เสวนาเงื่อนงำ คำพิพากษา มุมมองต่อ ม 112 ของสมยศฯ อนุสรณ์สถาน


 
 

เงื่อนงำ คำพิพากษา มุมมองต่อ ม 112 ของสมยศฯ อนุสรณ์สถาน 08กย55
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=Rbp2opZXnXE 
  
เสวนาเงื่อนงำ คำพิพากษา มุมมองต่อ ม 112 ของสมยศฯ  อนุสรณ์สถาน 8 กันยายน 2555

ประกาศ เสวนาประชาชน "เงื่อนงำ และคำพิพากษา"หลากหลายมุมมองกรณี ม.112 ของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข
โดย กลุ่มยี่สิบสี่มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับ Thailandmirror 13.00-17.00 น.

 
เวทีเสวนา พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ประวิตร โรจนพฤกษ์ วีรพัฒน์ ปริยวงศ์

 
ดำเนิเสวนาโดย วิภา ดาวมณี 17.00-20.00 น. เวทีวัฒนธรรม ซันชิโร่ ฮาเมอร์ ซาลวาลา โอเล่24มิถุนา

 
กลุ่มกวีราษฎร์ จ.เจตน์ คาล รีอัล วาดดาว อ้น ชัยนรินทร์ เพียงคำ ประดับความ ธิติ มีแต้ม ฯลฯ  ถ่ายทอดสดโดยทีมงานม้าเร็ว

Divas Cafe

Divas Cafe

แดงโห่ ปชป เฮ นักวิชาการซัด กระแสตีกลับเพื่อไทย Divas Cafe 13มิย55
http://youtu.be/vTCbQdANN1k


Divas Cafe ประจำวันที่ 7 กันยายน 2555  
'ความจริง-ความลับ' ในมือ คอป.
http://shows.voicetv.co.th/divas-cafe/49704.html  

Divas Cafe  6 กันยายน 2555
'กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ' มีมาตั้ง 11 ปี แล้ว !?
http://shows.voicetv.co.th/divas-cafe/49604.html 

Divas Cafe  5 กันยายน 2555 
ถึงเวลาเสื้อแดง..เลือกอนาคตทางการเมือง
http://shows.voicetv.co.th/divas-cafe/49499.html 

เกมการเมือง ปชป.-พท.ไม่จริงใจ 'ดับไฟใต้

เกมการเมือง ปชป.-พท.ไม่จริงใจ 'ดับไฟใต้'

 


วันนี้ (7 กันยายน 2555) รายการ Hot Topic ร่วมพูดคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองซึ่งเป็นส.ส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นาย อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และนายซูการ์โน มะทา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถึงแนวทางการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
 
นายอันวาร์ กล่าวถึงเหตุผลที่ทางรัฐบาลเชิญมาร่วมพูดคุยแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับปฏิเสธว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและนั่งเป็นประธาน ก็เคยเรียก ส.ส.ใน 3 จังหวัดมานั่งพูดคุยหารือ ข้อเสนอแนะ และแนวทางแลกเปลี่ยน  แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้และการปฏิบัติ และครั้งนี้ทางรัฐบาลก็ได้เรียกคุยอีกครั้ง แต่ตัวนายกฯเองกลับไม่มานั่งเป็นประธานในประชุม ในฐานะผู้ที่มีอำนาจสุงสุดในการแก้ปัญหา
 
ด้านนายซูการ์โน กล่าวว่า คนในพื้นที่อยากเห็นบทบาทในการรับรู้และแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้อย่าง ชัดเจน เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่ใช่มีเพียงมิติความมั่นคงเพียงด้านเดียวเท่านั้น ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน และจริงใจที่จะแก้ปัญหา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อที่จะนำความสงบสุขและสันติสุขกลับคืนมา ส่วนสาเหตุที่นายกฯไม่สามารถที่จะมานั่งเป็นประธานในที่ประชุมได้ เนื่องจากภารกิจ ต้องยอมรับและเข้าใจ แต่ก็ได้มอบหมายให้ผู้ที่เหมาะสมรับผิดชอบแทน

Hot Topic  7 กันยายน 255

(คลิกฟัง) 
http://shows.voicetv.co.th/hot-topic/49698.html